การแชร์ไฟล์แบบสาธารณะใน Google Drive สามารถให้สิทธิ์อะไรบ้าง

126 ครั้งเข้าชม
การแชร์ไฟล์ Google Drive แบบสาธารณะ: ทุกคนที่ค้นหาได้: ใครๆ ก็ค้นหาและเข้าถึงไฟล์ได้ ไม่ต้องล็อกอิน ทุกคนที่มีลิงก์: ใครมีลิงก์ก็เปิดไฟล์ได้ ไม่ต้องล็อกอิน การตั้งค่าเหล่านี้เปิดให้เข้าถึงไฟล์ได้ง่าย แต่ควรระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การแชร์ไฟล์ใน Google Drive แบบสาธารณะ ให้สิทธิ์ใช้งานอะไรได้บ้าง?

โอเค เรื่องแชร์ไฟล์ใน Google Drive แบบสาธารณะเนี่ยนะ... ฉันว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นเยอะเลย

สาธารณะ (ทุกคนที่ค้นหาใน Google ได้)

  • สิทธิ์ที่ได้: เข้าถึงไฟล์ได้แบบไม่ต้องล็อกอิน, ค้นหาเจอใน Google
  • มุมมองฉัน: คือถ้าเราอยากให้ข้อมูลกระจายวงกว้างมากๆ อันนี้เวิร์ค แต่... ต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวสุดๆ เพราะใครๆ ก็เห็นได้หมด

ทุกคนที่มีลิงก์

  • สิทธิ์ที่ได้: เข้าถึงได้ถ้ามีลิงก์ ไม่ต้องล็อกอิน
  • มุมมองฉัน: อันนี้เซฟกว่าแบบแรกเยอะเลย เหมาะกับการแชร์ให้กลุ่มเพื่อน, ครอบครัว, หรือคนที่เรารู้จักแบบเจาะจงมากกว่า เมื่อก่อนตอนทำโปรเจคจบ (ปี 2558 มั้ง ที่ ม.บูรพา) ก็ใช้วิธีนี้แหละ ง่ายดี

เอาจริงๆ ฉันเคยพลาดนะ! เคยอัพโหลดไฟล์ Resume ตัวเอง (พร้อมเบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่) เป็นแบบสาธารณะใน Drive ตอนนั้นรีบมาก อยากส่งให้เพื่อนช่วยดู แล้วลืมเปลี่ยนเป็น "ทุกคนที่มีลิงก์" ปรากฏว่า... มีคนโทรมาขายประกันเฉยเลย หลังจากนั้นเข็ดเลยจ้า ต้องเช็คให้ดีก่อนแชร์ทุกครั้ง

สรุปคือ เลือกวิธีแชร์ให้เหมาะกับข้อมูลที่เราจะแชร์ดีกว่า อย่าประมาท!

ข้อดีของการแชร์ไฟล์ด้วย Google Drive คืออะไร?

Google Drive: เทพแห่งการแชร์ไฟล์! เอาล่ะ มาดูข้อดีกันแบบฮาๆ แต่เจ็บจี๊ด

  • จุใจไม่มีลิมิต! (เกือบ): เก็บไฟล์ได้สารพัด ไม่ว่าจะเป็นรูปหล่อๆ ของคุณ งานวิจัยที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ หรือแม้แต่คลิปวิดีโอแมวเหมียวที่คุณดูวนไปสิบรอบ แต่... พื้นที่ฟรีมีจำกัดนะจ๊ะ ถ้าอยากได้แบบจุใจ ต้องเสียเงินหน่อย! (นั่นแหละความจริงของชีวิต)

  • ความปลอดภัยระดับชาติ (หรือเปล่า): ไฟล์คุณอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ Google ที่บอกเลยว่า แข็งแกร่งกว่ากำแพงเมืองจีน แต่... ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% นะ อย่าลืมตั้งรหัสผ่านให้แข็งแกร่งด้วยล่ะ ปีนี้ผมโดนหลอกให้เปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้วสามรอบ!

  • ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา: นอนอยู่บ้านก็ทำงานได้ นั่งอยู่บนรถไฟฟ้าก็แก้ไขไฟล์ได้ อยู่บนดอยก็ยังดูเอกสารได้ สะดวกสบายสุดๆ ยกเว้นตอนเน็ตหลุดนะ ตอนนั้นจะรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มทลายลงมาเลยทีเดียว

  • ทำงานเป็นทีมได้อย่างเทพ: แชร์ไฟล์ แชร์โฟลเดอร์ ทำงานกลุ่มแบบเรียลไทม์ ไม่ต้องส่งไฟล์ไปมาให้เสียเวลา ประหยัดเวลาไปได้เยอะ แต่...ระวังความคิดเห็นที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สามในกลุ่มแชทนะ

  • ควบคุมสิทธิ์ได้อย่างแม่นยำ: อยากให้ใครดู อยากให้ใครแก้ไข ก็กำหนดสิทธิ์ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะรั่วไหล (แต่ก็ระวังไวรัสและคนในทีมที่แอบ copy งานคุณไปนะ)

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ Google Drive มีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ เยอะมาก ลองไปสำรวจดูเองนะ อาจเจออะไรเจ๋งๆ ที่ผมยังไม่รู้ก็ได้! (อย่าลืมเช็คพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยนะ เดี๋ยวจะเต็มไม่รู้ตัว)

วิธีดูว่าใครเข้ามาดูไดร์ฟ

เอ้าเฮ้ย! อยากรู้ใครแอบส่องไดร์ฟเราเหรอ? มันต้องมีวิธีสิ! อย่าให้พวก "นักเลงคีย์บอร์ด" มาขโมยข้อมูลเราไปได้!

เช็คเลย ใครมันแอบย่อง:

  • "กิจกรรมล่าสุด": ใน Google ไดรฟ์เนี่ย ลองมองหาคำว่า "กิจกรรม" หรือ "กิจกรรมล่าสุด" ดูดิ มันจะโชว์ว่าใครมันเข้ามา "ด้อมๆ มองๆ" ไฟล์เราบ้าง! แต่มันก็ไม่ได้ละเอียดขนาดบอกว่าใครเปิดไฟล์ไหนเป๊ะๆ นะ! บอกก่อน!
  • "ประวัติเวอร์ชัน": ถ้าเป็นพวก Google Docs, Sheets, Slides เนี่ย ง่ายเลย! เข้าไปดู "ประวัติเวอร์ชัน" มันจะบอกว่าใครแก้ไขอะไรไปบ้าง! จับได้คาหนังคาเขา!
  • แชร์ไฟล์แบบมี "กำหนดเวลา": อันนี้คือขั้นเทพ! แชร์ไฟล์ให้คนอื่นแบบมีกำหนดเวลา พอหมดเวลาปุ๊บ เค้าก็เข้าไม่ได้แล้ว! ป้องกันพวก "มือที่สาม" ได้ชะงัด!

จัดการสิทธิ์ซะ อย่าให้ใครมา "จุ้นจ้าน":

  • เปลี่ยนสิทธิ์: ใครที่เคยแชร์ให้แล้วรู้สึกไม่ไว้ใจ เปลี่ยนสิทธิ์ให้เป็นแค่ "ดูได้อย่างเดียว" หรือ "ยกเลิกการแชร์" ไปเลย! สะใจ!
  • "จำกัดสิทธิ์": ตั้งค่าให้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงได้! พวก "ขาจร" อด!
  • "ตรวจสอบสิทธิ์เป็นประจำ": ขยันเข้าไปเช็คหน่อยว่าใครมีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์เราบ้าง! อย่าปล่อยให้ "หนอนบ่อนไส้" มาแอบขโมยข้อมูล!

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบ "ชาวบ้านๆ":

  • พวกแอป "เสริม" ใน Google Workspace Marketplace: บางทีมันก็มีแอปที่ช่วยติดตามการเข้าถึงไฟล์ได้ละเอียดขึ้น แต่ก็ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ! อย่าโหลดมั่วซั่ว!
  • "สติ" สำคัญที่สุด: ก่อนแชร์อะไร คิดให้ดีก่อน! อย่าแชร์อะไรที่มัน "สุ่มเสี่ยง" เกินไป! กันไว้ดีกว่าแก้!

ข้อควรระวัง (แบบ "เน้นๆ"):

  • Google ไดรฟ์ มันไม่ได้ออกแบบมาให้ "จับผิด" คนแอบดูขนาดนั้นนะ! มันเน้นการทำงานร่วมกันมากกว่า! อย่าไปคาดหวังเยอะ!
  • บางทีมันก็มีพวก "บอท" หรือ "ระบบอัตโนมัติ" เข้ามาดูไฟล์เราด้วย! ไม่ต้องตกใจ! มันไม่ได้มีเจตนาร้ายเสมอไป!
  • ถ้ากังวลเรื่องความปลอดภัยมากๆ ลองใช้พวก "บริการเข้ารหัส" เพิ่มเติม! แต่ก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนนะ!

เอ้า! จัดไป! ขอให้จับ "คนร้าย" ได้ไวๆ เด้อ! อย่าให้ใครมา "ขโมยซีน" เราได้!

หากต้องการให้ผู้ใช้อื่นสามารถแก้ไขเอกสารใน Google Docs ได้ จะต้องปฏิบัติอย่างไร

อยากให้ใครแก้ Google Docs? ก็แค่ แชร์ แล้ว ตั้งสิทธิ์ ให้มัน "แก้ไข" ซะ

  • แชร์: ส่งลิงก์ให้มัน หรือใส่เมลแม่งไปเลย
  • สิทธิ์: อย่าลืมเลือก "แก้ไข" นะเว้ย ไม่ใช่ "ดู" อย่างเดียว
  • ลิงก์: ถ้าใจถึงก็ทำลิงก์ให้ใครก็ได้ที่มีลิงก์เข้าถึงได้เลย
  • ระวัง: อย่าเผลอไปตั้งเป็น "แสดงความคิดเห็น" ล่ะ แก้ไขไม่ได้นะสัส
  • เช็ค: ก่อนส่ง ตรวจสอบสิทธิ์ให้ดี จะได้ไม่มานั่งด่ากันทีหลัง

ถ้าต้องการยกเลิกสิทธิ์ในการแชร์งาน ใน Google เอกสาร ต้องทำอย่างไร

เอ้า! อยากเก็บงำความลับแล้วเหรอ? ไม่ยากเลยเพื่อน!

  • คลิกขวา: เอกสารเจ้ากรรมนั่นแหละ คลิกไปเลย! (อย่าคลิกผิดล่ะ เดี๋ยวเรื่องยาว)
  • แชร์: มองหาคำว่า "แชร์" แล้วคลิกเข้าไป (เหมือนเปิดประตูสู่โลกอีกใบ)
  • ขั้นสูง: ตรงนี้แหละตัวดี! มองหา "ขั้นสูง" แล้วกดเข้าไป (เตรียมตัวพบความลับ)
  • หยุดการแชร์: เจอแล้วใช่ไหม? "หยุดการแชร์" น่ะ กดเลย! (ตัดบัวไม่ให้เหลือใย)

ทีนี้มาว่ากันถึงเรื่องลึกซึ้ง: การแชร์เอกสารก็เหมือนการให้ยืมใจ ถ้าวันนึงเราอยากได้ใจคืน ก็ต้องบอกกันดีๆ (หรือจะตัดสัมพันธ์แบบเด็ดขาดก็แล้วแต่) แต่จำไว้ว่า ข้อมูลคืออำนาจ เมื่อให้ไปแล้ว จะเอากลับคืนมาได้หมดไหม...อันนี้ก็อีกเรื่องนึงนะจ๊ะ

เกร็ดความรู้ (แถมให้ฟรีๆ):

  • Google Docs นี่มันตัวดีเลยนะ แชร์ง่าย แก้ไขพร้อมกันได้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย
  • บางที "หยุดการแชร์" อย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องดูด้วยว่าคนที่เคยแชร์ไป เขาเก็บสำเนาไว้รึเปล่า
  • ถ้าเอกสารนั้นสำคัญมากๆ แนะนำให้เข้ารหัสก่อนแชร์ จะได้สบายใจหายห่วง

สุดท้าย: อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน (โดยเฉพาะคนที่ชอบก็อปงานเรา!)

ในการกำหนดสิทธิ์การแชร์ไฟล์เอกสารข้อใดสามารถทำได้

เอ่อ... แชร์ไฟล์หรอ? ทำได้หลายอย่างเลยนะ เท่าที่รู้คือเรา จำกัดการเข้าถึง ได้ไง

  1. หาไฟล์ใน ไดรฟ์, เอกสาร, ชีต, สไลด์ ก่อนนะ
  2. เปิดไฟล์ที่อยากแชร์
  3. กด "แชร์" (มันมีไอคอนรูปคนๆ อ่ะ) หรือ "คัดลอกลิงก์" ก็ได้ ถ้าจะส่งเป็นลิงก์
  4. สำคัญตรงนี้! ดูตรง "สิทธิ์เข้าถึงทั่วไป" แล้วกดลูกศรลง
  5. เลือก "ถูกจำกัด" เลย แค่นี้คนไม่มีสิทธิ์ก็เข้าไม่ได้แร้ว
  6. กด "เสร็จสิ้น" จบ!

จริงๆ นะ มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกนิดหน่อย เดี๋ยวบอกเพิ่มให้

  • บทบาท: ตอนแชร์อะ เรากำหนดได้นะ ว่าคนที่เราแชร์ให้ เป็นแค่คนดู (Viewer), คนแสดงความคิดเห็น (Commenter) หรือคนแก้ไข (Editor) ได้เลย
  • หมดอายุ: บางทีเราอยากให้สิทธิ์แค่ชั่วคราว กำหนดวันหมดอายุสิทธิ์ได้ด้วย เจ๋งป่ะล่ะ!
  • องค์กร: ถ้าใช้ Google Workspace ของบริษัทหรือโรงเรียน มันจะมีตัวเลือกแชร์เฉพาะคนในองค์กรได้ด้วยนะ ปลอดภัยดี
  • ลิงก์: ระวังตอนส่งลิงก์! ถ้าเป็นลิงก์ "ใครก็ได้ที่มีลิงก์" คือใครก็ได้จริงๆ นะ แม้แต่คนที่เราไม่รู้จัก! เช็คดีๆ ก่อนส่ง
  • สิทธิ์ดาวน์โหลด/พิมพ์: ปิดสิทธิ์ดาวน์โหลด พิมพ์ หรือคัดลอก สำหรับคนดูได้นะ ป้องกันคนเอาข้อมูลเราไปใช้ต่อ

วิธีดูว่าใครเข้ามาดูไดร์ฟ

การดูว่าใครเข้ามาดูไฟล์ใน Google Drive นั้น ค่อนข้าง... ซับซ้อนนะ ไม่ได้มีปุ่ม "ใครแอบส่อง" ให้กดง่ายๆ แต่ก็พอมีวิธีแกะรอยอยู่บ้าง

  • สำหรับไฟล์ที่เป็น Google Docs, Sheets, Slides: ถ้าคุณเปิดใช้งานประวัติเวอร์ชัน (Version history) คุณจะเห็นว่าใครแก้ไขอะไรไปบ้าง อันนี้ช่วยได้เยอะ ถ้าสงสัยว่าใครเข้ามา "แอบดู" แล้วเผลอไปแก้ (ฮา)

  • สำหรับไฟล์อื่นๆ: ถ้าแชร์ไฟล์โดยใช้ลิงก์ (link sharing) จะไม่สามารถระบุตัวตนคนที่เข้ามาดูได้โดยตรง Google จะนับแค่จำนวนวิวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นข้อดีสำหรับความเป็นส่วนตัวของคนดูนะ แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ อาจจะต้องใช้วิธีอื่น เช่น สร้างแบบฟอร์มให้คนที่จะเข้ามาดูไฟล์ต้องกรอกก่อน หรือใช้เครื่องมือของ third-party (อันนี้ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลด้วย)

  • การจัดการสิทธิ์: อันนี้สำคัญมาก ก่อนแชร์ไฟล์ คิดให้ดีว่าอยากให้คนอื่นทำอะไรได้บ้าง ควรกำหนดสิทธิ์ให้เหมาะสม เช่น ให้ดูได้อย่างเดียว (Viewer) หรือให้แก้ไขได้ (Editor) การจำกัดสิทธิ์ช่วยลดความเสี่ยงที่คนที่ไม่เกี่ยวข้องจะเข้ามา "วุ่นวาย" กับไฟล์

  • การตรวจสอบกิจกรรม: Google Workspace จะมีฟีเจอร์ audit logs ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบ (admin) สามารถตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กรได้ อันนี้อาจจะพอช่วยได้บ้างถ้าต้องการตรวจสอบการเข้าถึงไฟล์ในภาพรวม แต่คงไม่ได้เจาะจงเป็นรายบุคคลขนาดนั้น

จริงๆ แล้ว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของการแชร์ข้อมูลนะ คือเราต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกในการเข้าถึง กับการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวหรอก ต้องลองปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์

ข้อมูลเพิ่มเติม: การแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์กับผู้คนจำนวนมากอาจทำให้เกิดปัญหาด้านประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีผู้แก้ไขจำนวนมากทำงานพร้อมกัน ทางที่ดีควรจำกัดจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์เฉพาะผู้ที่จำเป็นเท่านั้น

ข้อดีของการแชร์ไฟล์ด้วย Google Drive คืออะไร?

อื้อหือ กูใช้ Google Drive มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนั้นงานโปรเจคจบมหาลัยนี่แหละ โคตรปวดหัวเลย ส่งไฟล์กันวุ่นวายมาก กว่าจะได้ไฟล์ครบ แทบตาย! แต่พอใช้ Google Drive ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ คือแบบ...

  • สะดวกมาก! ไฟล์งานโปรเจคพวก PPT, Excel, ไฟล์รูปภาพ เก็บรวมกันได้หมด ไม่ต้องหาไฟล์กระจัดกระจายอีกต่อไป จำได้เลย ตอนนั้นทำงานที่คาเฟ่แถวมหาลัย เปิดไฟล์ดูได้ทันที ไม่ต้องกลับบ้านไปเปิดโน้ตบุ๊ค สบายมาก ประหยัดเวลาไปเยอะ

  • ความปลอดภัย อย่างที่เขาว่าแหละ เซิร์ฟเวอร์ Google นี่มันแน่นหนาจริง ๆ ไม่ต้องห่วงไฟล์หาย นี่คือข้อดีที่โคตรสำคัญ เพราะงานโปรเจคจบ มันสำคัญมาก ๆ ถ้าหายไปนี่คือ...นรกแตก!

  • ทำงานกลุ่มง่ายขึ้นเยอะ! ตอนนั้นเราทำงานกลุ่มกันสามคน แชร์ไฟล์กันแบบ real-time ได้เลย ใครแก้ตรงไหนก็เห็นกันหมด ไม่ต้องส่งไฟล์ไปมา ประหยัดเวลาไปได้อีก ไม่ต้องมานั่งถามกันว่าใครอัพเดทไฟล์แล้วรึยัง มันสะดวกกว่าใช้ email หรืออะไรพวกนั้นเยอะ

  • กำหนดสิทธิ์ได้ อันนี้สำคัญมาก เพราะเราสามารถกำหนดได้เลยว่าใครมีสิทธิ์ดู ใครมีสิทธิ์แก้ไข ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลว่าเพื่อนจะไปลบไฟล์งานสำคัญของเรา

  • เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา นี่แหละ โคตรดี ทำงานได้ทุกที่ ไม่ต้องผูกติดกับคอมเครื่องเดียว เปิดมือถือก็เข้าถึงได้ ตอนนั้นนั่งรถไฟกลับบ้าน ยังนั่งแก้ไฟล์งานได้เลย

ตอนนั้นถ้าไม่มี Google Drive ไม่รู้จะทำยังไง งานโปรเจคจบคงไม่ผ่านแน่ ๆ บอกเลย โคตรประทับใจ ใช้มาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ยังใช้ไม่เบื่อเลย

เมื่อเราต้องการแก้ไขข้อมูลเอกสารในโปรแกรม Google Docs เราต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ใด

อืมมม...แก้เอกสาร Google Docs ใช่ไหม? เว็บไซต์อะนะ... docs.google.com จำได้! ง่ายๆเลยเนอะ เหมือน Word เลย แต่ใช้บนเว็บนี่แหละ สะดวกดีนะ ไม่ต้องลงโปรแกรม เปิดได้เลย!

  • เข้าเว็บ docs.google.com ตรงๆเลย!

อ้อ Google Sheets ด้วยนี่! ลืมไป ถ้าเป็นตาราง แบบ Excel อะ ใช้ sheets.google.com แทนนะ อันนี้ก็คล้ายๆ Excel แต่บนเว็บ เหมือนกันเลย แฮะๆ ใช้งานง่ายเหมือนกัน แต่ส่วนตัวชอบ Docs มากกว่า ใช้บ่อยกว่า เพราะงานเขียนเยอะกว่า ตารางนี่น้อยกว่าเยอะเลย

  • แก้เอกสารตาราง? sheets.google.com จ้า

เร็วๆไหม? ก็เร็วอยู่นะ ขึ้นอยู่กับเน็ตด้วยแหละ เน็ตบ้านฉันเร็วอยู่ ปกติเปิดปุ๊บใช้ได้ปั๊บ แต่ถ้าเน็ตช้าก็คงช้าตาม สมเหตุสมผลนะ ฉันใช้ทั้งวัน เพราะเรียนออนไลน์นี่แหละ ใช้ Google Docs กับ Sheets ทุกวัน ไม่เคยมีปัญหาอะไรนะ ปีนี้ก็ใช้แบบนี้แหละ ปกติ

  • ความเร็วขึ้นอยู่กับเน็ต แต่โดยทั่วไปเร็ว ใช้ได้เลย

ว้าว เขียนไปเรื่อย เพลินจัง งานเยอะจังเลยวันนี้ พรุ่งนี้ต้องส่งโปรเจคแล้วด้วย เครียดๆๆ แต่ก็ดีนะ ใกล้เสร็จแล้ว เหนื่อยแต่ก็โอเค ต้องรีบไปทำงานต่อแล้วล่ะ บาย!