ข้อเสียของการเรียนออนไลน์คืออะไร
เรียนออนไลน์มีข้อเสียอะไรบ้าง? ควรพิจารณาอะไรก่อนตัดสินใจ?
ข้อเสียของการเรียนออนไลน์เหรอ? โอ๊ย, เยอะแยะเลย! ที่เห็นชัดๆ คือเด็กๆ เบื่อเร็วมากกกก... แบบว่านั่งเรียนไปได้แป๊บเดียวก็เริ่มงอแงแล้ว แล้วสมาธิสั้นลงจริงจัง เพราะไม่มีเพื่อน ไม่มีครูคอยคุมเข้ม แถมสภาพแวดล้อมที่บ้านมันก็ไม่ได้เอื้ออำนวยเหมือนโรงเรียนอ่ะ
แล้วแรงจูงใจในการเรียนก็ลดฮวบฮาบ! คือมันไม่มีกิจกรรม ไม่มีอะไรให้ทำร่วมกันเหมือนตอนอยู่โรงเรียนไง. คิดดูดิ, เรียนคนเดียวหน้าจอทั้งวัน ใครมันจะไปสนุก?
ที่สำคัญคือ เด็กแอบเล่นเกม! อันนี้เรื่องจริงเลย เห็นกับตาตัวเอง ตอนหลานเรียนออนไลน์นี่คือ...โอ้โห, แอบเปิดเกมเล่นตลอดเวลา สรุปคือไม่ได้อะไรเลย.
ก่อนตัดสินใจเรียนออนไลน์ ต้องคิดเยอะๆ เลยนะ ว่าลูกเราไหวไหม สภาพแวดล้อมที่บ้านพร้อมหรือเปล่า แล้วเราจะคุมเขาได้มากแค่ไหน. มันไม่ใช่แค่เรื่องสะดวกสบาย แต่มันคือเรื่องอนาคตของลูกเลยนะ!
ออนไซต์ดีกว่าออนไลน์ยังไง
โอ๊ย! ถามอย่างนี้ก็เหมือนถามว่ากินข้าวเหนียวมะม่วงที่ร้านเจ๊เขียวหน้าปากซอยมันดีกว่ากินข้าวเหนียวมะม่วงแช่แข็งในเซเว่นยังไงนั่นแหละ! มาดูข้อดีของการเรียนแบบเห็นหน้าค่าตากันหน่อยดีกว่า (แบบว่าครูมานั่งจ้องถึงบ้านอ่ะนะ):
- อิสระสุดติ่งกระดิ่งแมว: อยากเรียนตีห้าครึ่ง หรือเที่ยงคืนสามสิบ ก็เรื่องของเอ็ง! (ถ้าครูเขาไม่ด่าก่อนนะ) เลือกเวลาเองได้ ชีวิตดี๊ดี ไม่ต้องตื่นเช้าไปเบียดเสียดบนรถเมล์ให้เหม็นรักแร้ชาวบ้านเขา
- ครูขาหนูอยากได้: ครูเก่งๆ น่ะเหรอ? ก็เชิญมาสอนถึงบ้านสิยะ! ไม่ต้องแย่งกันเรียนในคลาสใหญ่ๆ ให้เมื่อยตุ้ม ครูทุ่มเทให้เราคนเดียวเปรียบเสมือนมีบอดี้การ์ดส่วนตัวทางปัญญา!
- สมาธิจ๋าอยู่ไหน: เรียนที่บ้านสบายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเพื่อนข้างๆ แอบเล่นเกม หรือเสียงนกร้องเสียงกาเหว่า (ถ้าบ้านเอ็งไม่ได้อยู่ป่าช้าอ่ะนะ) จิตใจสงบ ปัญญาเกิด!
ป.ล. อย่าลืมเตรียมขนมไว้ให้ครูด้วยนะจ๊ะ รับรองคะแนนพุ่งกระฉูด! (ล้อเล่นน่าาาา...มั้ง?)
ข้อจํากัดของ E-learning มีอะไรบ้าง
E-learning น่ะเหรอ ข้อจำกัดเพียบ! เหมือนกินข้าวคนเดียวอ่ะ อร่อยนะ แต่เหงาๆ
คุยกันหน่อยไม่ได้เหรอ: บทเรียนที่ต้อง "ถก" กันตัวเป็นๆ น่ะ พิมพ์แชทยังไงก็ไม่มันส์! Role-play ผ่าน Zoom เนี่ยนะ...คิดภาพตามสิ! (ขนลุก!)
Motivation หายไปไหน: นั่งจ้องจอคนเดียวน่ะ ง่วงจะตาย! ไม่มีเพื่อนกระตุ้น ไม่มีครูคอยจี้...จบกัน!
สมาธิหลุดง่าย: Notification เด้งที...ชีวิตเปลี่ยน! TikTok มา...บาย บาย E-learning!
สรุปสั้นๆ: E-learning ดีนะ แต่ไม่ใช่ "ยาแก้สารพัดโรค"! มันเหมาะกับบางอย่าง แต่บางอย่างก็ต้องเจอหน้ากันบ้าง! เหมือนกินส้มตำอ่ะ...ต้องกินที่ร้าน! (เกี่ยวไหม?)
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:
- E-learning เฟื่องฟูช่วงโควิดก็จริง แต่หลังๆ คนเริ่มโหยหา "ปฏิสัมพันธ์"!
- บางทีการได้นั่งฟังเพื่อน "เถียง" กันในห้องเรียน มันก็สร้างแรงบันดาลใจมากกว่าดูสไลด์เป็นร้อยๆ แผ่นนะ!
- สำคัญสุด: อย่าลืมพักสายตา! เดี๋ยวตาจะเป็น "แพนด้า"!
เรียนออนไลน์ดีกว่าเรียนในห้องยังไง
เรียนออนไลน์ดีกว่าเรียนในห้องยังไงน่ะเหรอ? อื้อหือ ถามได้โดนใจสายขี้เกียจ! เอาจริงนะ เรียนออนไลน์มันคือสวรรค์ของคนไม่อยากตื่นเช้า (อย่างฉันเอง) เพราะไม่ต้องฝ่ารถติด แค่กลิ้งตัวจากเตียงมากดเข้าเรียนก็จบ
- อิสระเหนือโลก: อยากเรียนตอนตีสาม? จัดไปดิ! ไม่มีใครว่า แค่ระวังอย่าเผลอหลับคากองชีทก็พอ ????
- ประหยัดเงิน: ค่าน้ำมัน ค่าข้าว ค่าชุดนักเรียน... บ๊ายบาย! เอาเงินไปซื้อกาแฟกินระหว่างเรียนออนไลน์ดีกว่าเยอะ ☕
- เรียนที่ไหนก็ได้: บนเตียง ในห้องน้ำ บนดอย... ขอแค่มีเน็ต ชีวิตก็แฮปปี้แล้ว ????️
- ไม่ต้องเจอหน้าคน: อันนี้สำคัญมากสำหรับคน introvert อย่างฉัน! ไม่ต้องทนฟังเพื่อนข้างๆ คุยเรื่องซีรีส์ตอนเรียน ????
แต่ๆๆๆ อย่าเพิ่งรีบลาออกจากมหา'ลัยนะ เพราะเรียนออนไลน์มันก็มีข้อเสียอยู่บ้าง... เช่น ต้องมีวินัยในตัวเองสูงมากกกก (ซึ่งฉันไม่มี), สัญญาณเน็ตอาจจะเน่าได้ทุกเมื่อ, และอาจจะเหงาจนอยากจะคุยกับแมวที่บ้าน ????
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วการเรียนออนไลน์มันเริ่มมาตั้งแต่ยุค 90 แล้วนะ! ตอนนั้นเค้าเรียกกันว่า "correspondence courses" หรือหลักสูตรทางไปรษณีย์ คือส่งเอกสารเรียนกันทางไปรษณีย์น่ะ คิดดูดิ กว่าจะส่งการบ้านถึงอาจารย์คงใช้เวลาเป็นชาติ! ????
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต