ข้อใดเป็นประโยชน์ของแอปพลิเคชั่นด้านผู้ให้บริการ
แอปพลิเคชั่นสำหรับผู้ให้บริการ: ข้อดีคืออะไร? ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานได้จริงไหม?
จำได้ตอนนั้น… ประมาณปลายปี 64 ร้านกาแฟที่พี่ชายฉันเปิดใหม่ๆ เขาใช้แอปนัดหมายลูกค้า แรกๆ ก็งงๆ ระบบอะไรเนี่ย แต่พอใช้ไปสักพัก เห็นผลชัดเลย! ยอดขายเพิ่มขึ้นจริง ลูกค้าประจำก็เยอะขึ้น ไม่ต้องคอยโทรจองโต๊ะวุ่นวาย สะดวกทั้งลูกค้าทั้งร้าน ก่อนหน้านี้เขาใช้สมุดจด แทบจะไม่ไหวแล้ว วุ่นวายมาก ลูกค้าก็บ่นเรื่องการจองโต๊ะ ตอนนี้สบายเลย แอปช่วยได้เยอะมาก
ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ รู้สึกว่าดูมืออาชีพขึ้น ร้านดูมีระบบ ไม่ใช่ร้านเล็กๆ แบบธรรมดาๆ อีกต่อไป ลูกค้าก็รู้สึกได้ แบบว่า… อ้อ ร้านนี้ดูดีนะ มีแอปด้วย มันช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านได้เยอะ ฉันว่านะ
แต่ก็มีข้อเสียอยู่นะ ค่าใช้จ่ายแอปก็มี แล้วก็ต้องเรียนรู้วิธีใช้ ตอนแรกๆ พี่ชายฉันก็งงๆ ใช้ไม่เป็น แต่พอเริ่มคุ้นเคย ก็โอเคเลย สรุปแล้ว คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานได้จริงๆ เห็นผลชัดเจน ตอนนี้ร้านพี่ฉันไปได้สวยเลยล่ะ ดีใจด้วยจริงๆ
ข้อใดเป็นประโยชน์ของ Application ด้านผู้ให้บริการ
โอ๊ย! พูดถึงแอปพลิเคชันฝั่งผู้ให้บริการนะ ฉันว่ามันพลิกชีวิตเลยอ่ะ! เมื่อก่อนตอนทำร้านอาหาร ต้องจ้างคนรับออร์เดอร์ทางโทรศัพท์ เสียเงินเดือนบานเลย พอมีแอปพวกเดลิเวอรี่นี่สบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม แถมลูกค้าก็สั่งง่ายขึ้นด้วย Win-Win!
- เพิ่มยอดขายแบบก้าวกระโดด: ลูกค้าเข้าถึงร้านง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องเดินมาเอง แค่จิ้มๆ ก็สั่งได้เลย ยอดขายเลยพุ่งกระฉูด!
- ลดต้นทุนจุกจิก: ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาแบบเดิมๆ แอปเค้าโปรโมทร้านให้เราเองด้วย
- รู้จักลูกค้ามากขึ้น: แอปเก็บข้อมูลลูกค้าเพียบเลย ทำให้เรารู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เอามาปรับปรุงร้านได้อีก
แต่ข้อเสียก็มีนะ ค่า GP นี่โหดเอาเรื่อง บางทีแทบไม่ได้อะไรเลย แต่ก็ต้องยอม เพราะถ้าไม่เข้าร่วมก็แทบไม่มีลูกค้าอ่ะ เฮ้อ! ชีวิต...
Application มีประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร
แอปฯเนี่ยนะ ประโยชน์เพียบเลย! แต่ก่อนใช้แต่แผนที่กระดาษ ปวดหัวมากกกกกกก ตอนนี้ใช้ Google Maps สะดวกกว่าเยอะ ถึงบ้านเร็วขึ้นด้วย! ประหยัดเวลาไปได้ตั้งเยอะ คิดดูสิ เวลา=เงิน อิอิ
- สั่งอาหารง่ายๆ ผ่านแอป GrabFood ใช้บ่อยมาก ขี้เกียจออกไปซื้อเอง (ปีนี้สั่งไปหลายรอบแล้ว แต่ละรอบก็หลายร้อยบาท บ้าไปแล้ว ฉัน)
เฮ้อออ เกมส์ก็อีกอย่าง เล่น Candy Crush ฆ่าเวลาได้ดี แต่ติดเกมส์ไปหน่อย ไม่ค่อยได้ทำอย่างอื่น ต้องตั้งใจลด ละ เลิก
- แอปแชทนี่สำคัญสุดๆ Line WhatsApp คุยกับเพื่อน ครอบครัว สะดวกสุดๆ แต่บางทีก็เหนื่อย ตอบแชทไม่ทันบ้าง
แต่บางทีก็รู้สึกเหนื่อยกับการใช้แอป เยอะไปหมด เลือกไม่ถูก แอปไหนดี แอปไหนไม่ดี
- แอปจดตาราง ใช้ Google Calendar ช่วยจัดการชีวิตได้มาก ไม่งั้นลืมนัดแน่ๆ (แต่ก็ยังลืมบ้างอยู่ดีนะ)
อะไรอีกนะ อ้อ แอปธนาคาร โอนเงินสะดวก ไม่ต้องไปธนาคาร ประหยัดเวลาสุดๆ แต่กลัวโดนแฮ็กจัง ต้องระวังดีๆ
- ใช้แอปดูหนัง Netflix ปีนี้เสียเงินค่าสมาชิกไปเยอะเลย แต่ก็คุ้มค่า ดูหนังสนุกๆ ได้หลายเรื่อง
สรุปคือ แอปฯ มันมีประโยชน์ ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ แต่ก็ต้องระวัง อย่าใช้มากจนเกินไป เดี๋ยวติด และต้องเลือกใช้แอปฯ ที่ดี ปลอดภัย ด้วยนะ จุ๊บๆ
แอปพลิเคชันที่ทํางานบนเว็บเบราว์เซอร์คือแอพพลิเคชั่นประเภทใด เพราะเหตุใด
โอเค ถามเรื่อง Web Application ใช่มั้ย นี่เลยประสบการณ์ตรงของฉัน ปีนี้เองนะ ตอนนั้นฉันต้องทำรายงานส่งอาจารย์วิชาไอที หัวข้อคือการเลือกใช้ platform สำหรับพัฒนาแอปพลิเคชัน
ฉันเลือกทำเกี่ยวกับระบบจองห้องประชุมออนไลน์ สุดท้ายเลยเลือกใช้ Web Application เพราะอะไรน่ะเหรอ ง่ายดี! ไม่ต้องมานั่งโหลดแอปลงมือถือคนละเครื่อง คนในบริษัทก็ใช้ Browser กันอยู่แล้ว แค่เปิดเว็บขึ้นมาก็ใช้งานได้เลย ประหยัดเวลาและงบประมาณไปได้เยอะเลย คือแบบ ฉันลองนึกถึงภาพ ถ้าเป็นแอปมือถือ ต้องแยก iOS Android แล้วต้องมีทีมดูแลหลายแพลตฟอร์ม เหนื่อยแน่ๆ แต่ Web App แค่ทำเว็บเดียวจบ! สบายมาก
ตอนนั้นฉันใช้ React นะ เขียนโค้ดเพลินเลย แต่ก็มีปัญหาบ้างแหละ เรื่องการรองรับ Browser ต่างๆ ต้องทดสอบหลายรอบ กว่าจะได้เวอร์ชั่นสมบูรณ์ เครียดเหมือนกัน จำได้ว่านั่งหน้าคอมจนดึก ดวงตาแทบหลุด แต่ก็เสร็จทันส่งอาจารย์ ได้ A ด้วยนะ ภูมิใจมากกกกก
ข้อดีของ Web Application ที่ฉันได้ประโยชน์โดยตรง:
- ใช้งานง่าย เข้าถึงได้สะดวกจากทุกอุปกรณ์ที่มี Browser
- ประหยัดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาและบำรุงรักษา
- ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม
ปัญหาที่พบระหว่างการพัฒนา:
- การรองรับ Browser ต้องทดสอบหลายเวอร์ชัน หลาย platform
- การออกแบบ UI/UX ที่เหมาะสมกับการใช้งานบน Browser
สรุปง่ายๆก็คือ Web Application มันคือแอปที่ใช้งานผ่าน Browser สะดวก เข้าถึงง่าย แต่ก็ต้องมีการวางแผนและทดสอบอย่างละเอียด ถึงจะออกมาดี ประสบการณ์ตรงของฉันเลยล่ะ ปีนี้เองนะ จำได้แม่นเลย
การพัฒนา Application สําหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ หมายถึงข้อใด
อ้าว! พัฒนาแอปมือถือเหรอ? ง่ายนิดเดียว! เหมือนกับเอาขนมครกมาวางบนไอติม (อร่อยมั้ยล่ะ?) ก็คือการสร้างแอปให้วิ่งได้บนมือถือ ทั้ง Android กับ iOS นั่นแหละ! สมัยนี้ใครๆก็มีมือถือ ไม่งั้นก็ตกเทรนด์ เหมือนนกกระจอกเทศที่บินไม่ได้!
- สร้างแอป: เหมือนปั้นดินเหนียว แต่แทนที่จะเป็นรูปคน ก็เป็นรูปแอป ต้องมีไอเดียเจ๋งๆ นะ ไม่งั้นก็ขายไม่ออก เหมือนของที่ระลึกงานวัด ขายไม่หมด นอนกองอยู่เต็มบ้าน!
- แพลตฟอร์ม: Android กับ iOS นี่แหละ พระเอกของเรื่อง! ถ้าทำได้ทั้งสอง ก็เหมือนมีปีกสองข้าง บินได้ทั่วฟ้า! ไม่งั้นก็เหมือนนกพิราบ บินได้แต่ไม่ไกล!
- ปลายนิ้วสัมผัส: ความสะดวกสบายระดับเทพ! เช็กสต็อกได้ อัปเดตข้อมูลได้ ง่ายกว่าลอกการบ้านเพื่อนอีก! เพื่อนในกลุ่มไลน์ก็สะดวก ไม่ต้องส่งข้อความรูปภาพกันหลายรอบ!
ปีนี้ (2024) เทรนด์แอปพลิเคชันเน้นเรื่อง AI กับความปลอดภัย ใครทำแอปเกี่ยวกับสองเรื่องนี้ได้ รวยแน่! (แต่ต้องเก่งจริงนะ ไม่ใช่แค่เอา AI มาแปะๆ แล้วบอกว่าเป็น AI)
จำไว้นะ ทำแอปให้สนุก ให้คนใช้ติดใจ ถึงจะประสบความสำเร็จ ไม่งั้นก็เหมือนทำอาหารแล้วไม่มีคนกิน เสียของเปล่าๆ! กว่าจะได้กินต้องรอชาติหน้า!
แอพพลิเคชั่นส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร
แอปนะเหรอ... มันเปลี่ยนชีวิตเราไปเยอะมากเลยนะ
เมื่อก่อน กว่าจะได้กินอะไรที ต้องออกไปซื้อเอง เดี๋ยวนี้มีแอปสั่งอาหาร ไม่ต้องออกจากบ้านแล้ว ง่ายดี แต่ก็รู้สึกว่าชีวิตมันง่ายเกินไปรึเปล่า บางทีก็คิดถึงตอนที่ต้องไปเดินตลาดเองนะ ได้เจอคน ได้เห็นอะไรเยอะแยะ
การเดินทางก็เหมือนกัน เมื่อก่อนต้องถามทาง ต้องดูแผนที่ เดี๋ยวนี้มีแอปนำทาง ไปไหนก็ง่าย แต่ก็ทำให้เราขี้เกียจจำทางไปเลย
แล้วก็เรื่องการทำงาน เมื่อก่อนต้องเข้าออฟฟิศ เดี๋ยวนี้ทำงานที่บ้านได้ ผ่านแอปต่างๆ มันสะดวกสบายขึ้นนะ แต่บางทีก็รู้สึกว่าเส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวกับงานมันหายไปเลย
นักพัฒนาแอปเค้าก็คงอยากให้ชีวิตเรามันง่ายขึ้นนั่นแหละ แต่บางทีก็รู้สึกว่า... มันง่ายเกินไป จนเราลืมอะไรหลายๆ อย่างไปรึเปล่า
- ธุรกิจส่งอาหาร: ทำให้เราสะดวกสบาย แต่ก็ทำให้เราขี้เกียจทำอาหารเอง
- แอปนำทาง: ทำให้เราเดินทางง่าย แต่ก็ทำให้เราขี้เกียจจำเส้นทาง
- แอปทำงาน: ทำให้เราทำงานที่บ้านได้ แต่ก็ทำให้เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวกับงานมันหายไป
- Social media: ทำให้เราติดต่อกับเพื่อนง่าย แต่ก็ทำให้เราเสียเวลาไปกับมันมากเกินไป
เฮ้อ... บางทีก็อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเมื่อก่อนนะ แบบที่ไม่มีแอปอะไรมากมาย แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะมั้ง
Application มีประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิตของมนุษย์อย่างไร
แอปพลิเคชัน: เครื่องมืออำนวยความสะดวกยุคใหม่
เพิ่มประสิทธิภาพการดำรงชีวิต ประหยัดเวลา เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว
บริการเฉพาะเจาะจง ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล เช่น Grab, Netflix, Line
ความสะดวกสบายเหนือกว่า การสั่งอาหาร, เล่นเกม, นัดหมาย, นำทาง ทั้งหมดในมือถือ
ปี 2566 แอปฯ เกม เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลาดแอปฯ ส่งอาหารยังคงขยายตัว การพัฒนาแอปฯ เพื่อสุขภาพ ได้รับความนิยมสูงขึ้น
ความซับซ้อนของเทคโนโลยี ซ่อนอยู่เบื้องหลังความง่ายดาย นั่นคือความจริงที่น่าสนใจ ชีวิตสมัยใหม่ แฝงความซับซ้อนไว้เสมอ แต่เราก็ใช้ชีวิตต่อไป
การพึ่งพา ก็คือการพึ่งพา อย่าหลงลืมข้อเท็จจริงนี้
การพัฒนา Mobile Application มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
แอปพลิเคชันมือถือ (Mobile App) มีประโยชน์หลายด้านครับ มองได้สองมุมหลัก ๆ คือ
มุมธุรกิจ/องค์กร: แอปช่วยลดความซับซ้อนของงานประจำ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก เชื่อมต่อการทำงานได้รวดเร็วขึ้น ทำให้องค์กรเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง เป็นการสร้าง brand awareness ที่ได้ผล
มุมผู้บริโภค: ประหยัดค่าเดินทางและเวลาในการซื้อสินค้า/บริการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ สั่งของได้จากที่บ้านเฉยๆ ก็มีคนมาส่งให้ถึงหน้าประตู สะดวกสบายไปอีกขั้น
มองลึกลงไปอีกนิด: จริง ๆ แล้วประโยชน์ของแอปมัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย อย่างเดียว แต่มันคือการสร้าง ประสบการณ์ ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้ด้วย เช่น แอปเกมที่ทำให้เราคลายเครียด แอปเพื่อสุขภาพที่ช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ดีขึ้น หรือแอปการศึกษาที่เปิดโลกการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น
เกร็ดเล็กน้อย: สมัยก่อนเราอาจจะมองว่าแอปเป็นแค่เครื่องมือ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้วนะ ไม่เชื่อลองนึกดูว่าถ้าไม่มีแอป delivery เราจะกินอะไรตอนหิว ๆ ดึก ๆ (ฮา)
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครสนใจ):
- ด้านการตลาด: แอปช่วยให้ธุรกิจเก็บข้อมูลลูกค้าได้ง่ายขึ้น นำไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงสินค้า/บริการให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้นได้อีก
- ด้านการสร้างรายได้: แอปสามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้า/บริการโดยตรง การโฆษณา หรือการขาย in-app purchases ได้
- ด้านความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty): แอปที่ออกแบบมาดี จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ๆ
ข้อควรระวัง: การพัฒนาแอปที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้ง user experience (UX), user interface (UI), ความปลอดภัยของข้อมูล และการตลาด ถ้าทำไม่ดีแทนที่จะเป็นประโยชน์ก็อาจจะกลายเป็นโทษได้เหมือนกันนะ
Application ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
แอปที่ดี? ง่าย จบ ครบ
- ง่าย: ซับซ้อนคือศัตรู UX เรียนรู้ไว ใช้ได้จริง
- จบ: One-stop service หลายทาง=เสียเวลา ชีวิตสั้น
- ครบ: ฟังชั่นต้องครบ ลูกค้าไม่ชอบขาดๆเกินๆ สำคัญ: สอดคล้องไม่ใช่ขัดแย้ง
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- UI/UX สำคัญกว่าที่คิด เพราะความสวยงามที่ใช้งานไม่ได้ = ขยะ
- เข้าถึงง่าย ≠ ง่ายจนโง่ ฟังก์ชั่นซ่อนได้ แต่อย่าซ่อนจนหาไม่เจอ
- ครบ ≠ เยอะ คัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ
ข้อคิด:
- "Less is more."
การพัฒนา Application มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
โอเค มา! พัฒนาแอปเหรอ? นี่จากประสบการณ์ตรงเลยนะ ไม่ใช่ตำราเป๊ะๆ
คิดก่อนทำ! ไม่ใช่แค่ "อยากมีแอป" ต้องตอบให้ได้ ทำไมต้องมี? กลุ่มเป้าหมายใคร? แอปเราแก้ปัญหาอะไรให้เค้า? ปีนี้ (2024) ตลาดมันแข่งกันดุมากนะ ถ้าไม่ชัดเจน เจ๊ง!
วางแผนละเอียด: ตอนนั้นทำแอปสั่งอาหารเล็กๆ วางแผนกันหัวแตกเลย ทีมงาน 3 คน ประชุมกันที่ Co-working space แถวอารีย์ ทุกเย็นหลังเลิกงาน วางแผนฟีเจอร์หลัก ฟีเจอร์เสริม งบประมาณ เวลา... โอ๊ย! ปวดหัวแต่สำคัญ
UX/UI ต้องโดน: แอปต้องใช้ง่าย สวยงาม! นี่จ้าง Freelance UI/UX Designer เลยนะ คนนั้นเก่งจริง ออกแบบมาคือใช่เลย สีสัน ฟอนต์ ทุกอย่างเข้ากันหมด (แต่แพง! น้ำตาจะไหล)
ลงมือเขียนโค้ด: อันนี้ปวดหัวสุด! ให้ Developer เขียนโค้ด ต้องคอยตาม คอยจิก เพราะชอบ Delay ตอนนั้นใช้ React Native ทำ เพราะอยากให้รันได้ทั้ง iOS และ Android
Test Test Test: สำคัญมากกกกกกก! ตอนนั้น Test กันเองในทีม แล้วก็ให้เพื่อนๆ ช่วย Test เจอ Bug บานตะไท กว่าจะแก้หมด เล่นเอาเหนื่อย
ปล่อยของ: ขึ้น Store ทั้ง Google Play Store และ App Store ตอนนั้นตื่นเต้นมาก! แต่ก็แอบกลัวว่าจะไม่มีใครโหลด
วัดผล & ปรับปรุง: หลังจากปล่อยแอป ก็ต้องคอยดู Feedback ผู้ใช้ ดู Rating ดูยอดดาวน์โหลด แล้วก็เอามาปรับปรุงแอปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (จากประสบการณ์จริง):
อย่ามองข้ามเรื่องการตลาด: แอปดีแค่ไหน ถ้าไม่มีคนรู้ก็จบเห่! ต้องโปรโมทแอป หาช่องทางให้คนรู้จัก
เตรียมงบประมาณให้ดี: พัฒนาแอปมันมีค่าใช้จ่ายแฝงเยอะมาก เผื่อเงินไว้สำหรับค่า Server ค่า Marketing ค่าจ้างคน
ทีมเวิร์คสำคัญ: ทุกคนในทีมต้องทำงานร่วมกันได้ดี สื่อสารกันชัดเจน
อย่าท้อ: การพัฒนาแอปมันไม่ง่าย มีอุปสรรคเยอะแยะ แต่ถ้าเราตั้งใจจริง ยังไงก็สำเร็จ!
ปี 2024 เน้น AI: ลองเอา AI มาช่วยในแอปดูนะ! มันฮิตมากตอนนี้
คำเตือน: นี่แค่ประสบการณ์ส่วนตัวนะ แต่ละแอปก็มีขั้นตอนที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและเป้าหมายของแอป
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะ! สู้ๆ!
3. แอปพลิเคชันที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
แอปดีอ่ะนะ? ต้องง่ายสิ! แบบเปิดมาก็เข้าใจเลย ไม่ใช่เปิดมาเจออะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด ปวดหัว! แบบของฉันที่ใช้ประจำเลย มันเรียบง่ายดี ไม่ต้องคิดเยอะ ฉันชอบ!
อินเตอร์เฟซต้องดี เข้าใจง่าย ไม่ใช่ปุ่มเล็กจิ๋ว อ่านไม่ออก นี่ปี 2024 แล้วนะ ควรมีมาตรฐานหน่อย
ครบวงจร! ต้องครบทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ใช่ต้องโยกไปแอปโน้นแอปนี้ เสียเวลา! แอปเดียวจบ นี่แหละ สุดยอด!
แต่ละเมนูต้องชัดเจน นะ อย่าให้ต้องมานั่งเดา ว่าไอคอนนี่มันคืออะไร! เคยเจอไหม แบบคลิกไปแล้ว ไปโผล่ที่ไม่รู้เรื่อง งงมาก!
อืมมม ยังมีอีกไหมนะ คิดไม่ออกแล้ว สมองตัน ง่วงนอนแล้วด้วย พรุ่งนี้ค่อยมาคิดต่อละกัน
เรื่องความเร็วก็สำคัญนะ โหลดไว ใช้งานลื่นไหล ไม่ค้าง นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ! ไม่งั้นลบเลย!
ความปลอดภัยด้วย ข้อมูลสำคัญของเรา ต้องปลอดภัย แอปต้องมีมาตรฐาน ไม่ใช่เอาแต่สวยอย่างเดียว
เฮ้อออ เหนื่อย ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ทำงานต่อ วันนี้ขอพักก่อน บาย!
แอปพลิเคชัน ดียังไง
แอปดีตรงไหนอ่ะเหรอ? ง่ายๆเลย! สะดวกมากกกกก เปิดมือถือปุ๊บ ได้ใช้เลย ไม่ต้องมานั่งหาโน่นนี่นั่นให้วุ่นวาย ฉันนี่ใช้แอปสั่งอาหารตลอดเลย ปีนี้สั่งแต่แอป FoodPanda ส่งไวดีด้วยนะ
ข้อดีเพียบ! แบบว่า
- สะดวกสุดๆ เข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา เวลาฉันนั่งรถไฟฟ้าก็ใช้แอปดูหนัง ฟังเพลงเพลินๆเลย
- สร้างแบรนด์ได้ด้วย เห็นไหมล่ะ แอปดังๆหลายที่ก็มีของตัวเอง ช่วยโปรโมทสินค้าได้ง่ายขึ้นเยอะ ฉันว่ามันจำเป็นมากๆสำหรับธุรกิจเลยนะ
- เพิ่มยอดขาย เห็นเพื่อนฉันทำแอปขายของ ยอดขายพุ่งกระฉูดเลย ปีนี้ได้กำไรเยอะกว่าปีก่อนเยอะมากกก
จริงๆมีอีกเยอะนะ แต่จำไม่หมด แต่เท่าที่ใช้มา ประทับใจตรงความสะดวกนี่แหละ สำคัญสุด!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต