ซอฟต์แวร์แบ่งได้เป็น 2 ประเภทอะไรบ้าง
ซอฟต์แวร์แบ่งได้เป็น 2 ประเภทอะไรบ้าง: แบบออฟไลน์ vs คลาวด์
ซอฟต์แวร์แบ่งได้เป็น 2 ประเภทอะไรบ้าง การเลือกใช้งานแอปพลิเคชันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเร็วของธุรกิจ ความเชื่อที่ล้าสมัยเกี่ยวกับการติดตั้งระบบนำไปสู่ความล่าช้าในการทำงาน การทำความเข้าใจรูปแบบที่ถูกต้องช่วยให้ทีมงานเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่
ซอฟต์แวร์แบ่งได้เป็น 2 ประเภทอะไรบ้าง? พื้นฐานที่คนใช้คอมพิวเตอร์ต้องรู้
เพื่อตอบคำถามที่ว่า ซอฟต์แวร์แบ่งได้เป็น 2 ประเภทอะไรบ้าง ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการฮาร์ดแวร์พื้นฐานทั้งหมด และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานเฉพาะด้านตามความต้องการได้
พูดกันตามตรง คนส่วนใหญ่ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกวันแต่กลับแยกไม่ออกว่าโปรแกรมไหนคือระบบ โปรแกรมไหนคือประยุกต์. สำหรับคนที่สงสัยว่า ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์คืออะไร ไม่แปลกเลยครับ. ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายคนยังคงสับสนระหว่างซอฟต์แวร์สองประเภทนี้เวลาที่คอมพิวเตอร์เกิดปัญหา.[1] แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งที่คนมักมองข้ามเมื่อต้องเลือกซื้อหรืออัปเกรดคอมพิวเตอร์ - และผมจะเฉลยให้ฟังในหัวข้อความสัมพันธ์ของซอฟต์แวร์ด้านล่าง.
1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) - หัวใจที่ทำให้เครื่องเต้น
ซอฟต์แวร์ระบบเปรียบเสมือนผู้จัดการร้านที่คอยดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยจะทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อควบคุมชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ต่างๆ (เช่น ซีพียู แรม ฮาร์ดดิสก์) ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสื่อสารกับเครื่องจักรโดยตรงเป็นหลัก
องค์ประกอบสำคัญของซอฟต์แวร์ระบบ
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนและเป็น ตัวอย่างซอฟต์แวร์ระบบ เราสามารถแบ่งย่อยซอฟต์แวร์ระบบออกเป็น 3 กลุ่มที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด: ระบบปฏิบัติการ (Operating System - OS): นี่คือโปรแกรมที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างที่คุ้นเคยกันดีคือ Windows, macOS, Linux, iOS และ Android โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Program): โปรแกรมเสริมที่ช่วยดูแลและจัดการระบบ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส โปรแกรมบีบอัดไฟล์ หรือเครื่องมือจัดการฮาร์ดดิสก์ ไดรเวอร์ (Device Driver): โปรแกรมล่ามแปลภาษาที่ทำให้ระบบปฏิบัติการรู้จักและสั่งงานอุปกรณ์ภายนอกได้ เช่น ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ หรือไดรเวอร์การ์ดจอ
ตอนผมประกอบคอมพิวเตอร์ใช้เองครั้งแรก ผมเจอปัญหาใหญ่ ภาพบนจอช้า กระตุก และสีเพี้ยนไปหมด. ผมเสียเวลาไป 3 ชั่วโมงเต็มงมหาจุดพัง ทั้งที่ความจริงผมแค่ลืมติดตั้งไดรเวอร์การ์ดจอเท่านั้นเอง. ฮาร์ดแวร์แพงแค่ไหนก็เป็นแค่ก้อนเหล็กถ้าไม่มีซอฟต์แวร์ระบบมาสั่งการ.
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) - เครื่องมือทำงานของคุณ
ในขณะที่ซอฟต์แวร์ระบบคุยกับเครื่องจักร ซอฟต์แวร์ประยุกต์คือโปรแกรมที่คุยกับคุณ. นี่คือซอฟต์แวร์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจงของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งาน เล่นเกม ดูหนัง หรือทำบัญชี ซึ่งถือเป็น หน้าที่ของซอฟต์แวร์ประยุกต์ โดยตรง
ประเภทของซอฟต์แวร์ประยุกต์
เมื่อเจาะลึกถึง ประเภทของซอฟต์แวร์ ชนิดนี้ การแบ่งหมวดหมู่ของซอฟต์แวร์ประยุกต์มักจะดูจากความกว้างของการใช้งาน: ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป (General Purpose): โปรแกรมครอบจักรวาลที่คนส่วนใหญ่ต้องมีติดเครื่อง เช่น Microsoft Word, Excel, PowerPoint รวมถึงเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome หรือ Safari ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน (Specialized Program): โปรแกรมที่สั่งทำหรือออกแบบมาเพื่องานของสายอาชีพนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น โปรแกรมระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ โปรแกรมจัดการสต็อกสินค้า หรือโปรแกรมจองตั๋วเครื่องบิน
หลายคนเชื่อว่าซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ดีต้องติดตั้งแบบออฟไลน์ในเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น. แต่นั่นคือความคิดที่เริ่มล้าสมัย. การยึดติดกับโปรแกรมออฟไลน์ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอาจทำให้องค์กรทำงานช้าลง ขาดการอัปเดตแบบเรียลไทม์. องค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ในปัจจุบันมีการใช้งานซอฟต์แวร์ประยุกต์รูปแบบคลาวด์ (Cloud-based) เฉลี่ยมากกว่า 100 แอปพลิเคชันต่อบริษัท [2] เพื่อให้ทีมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย (และบทสรุปข้อผิดพลาด)
นี่คือข้อผิดพลาดสำคัญที่ผมพูดถึงตอนต้น: การทุ่มเงินซื้อซอฟต์แวร์ประยุกต์ราคาแพงโดยไม่เช็คสเปคของซอฟต์แวร์ระบบ.
ผู้ใช้งานจำนวนมากมักบ่นว่าโปรแกรมตัดต่อวิดีโอหรือโปรแกรมทำงานช้า ทั้งที่เพิ่งซื้อมาใหม่แท้ๆ. เป็นบท สรุปประเภทซอฟต์แวร์ ได้ดีว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ - และนี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม - ไม่สามารถทำงานรวดเร็วได้ด้วยตัวมันเอง. มันต้องพึ่งพาระบบปฏิบัติการในการดึงทรัพยากรเครื่องมาให้. การอัปเกรดระบบปฏิบัติการและไดรเวอร์ให้ทันสมัยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้ในหลายกรณี [3] โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่เลยแม้แต่บาทเดียว.
เปรียบเทียบซอฟต์แวร์ระบบ และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจน ลองพิจารณาปัจจัยหลัก 4 ด้านที่แยกซอฟต์แวร์ทั้งสองประเภทนี้ออกจากกัน
ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
- บริหารจัดการทรัพยากรฮาร์ดแวร์ และสร้างสภาพแวดล้อมให้โปรแกรมอื่นทำงานได้
- ขาดไม่ได้เลย หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะไม่สามารถทำงานใดๆ ได้
- เริ่มทำงานทันทีที่กดปุ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และจะหยุดเมื่อปิดเครื่อง
- ทำงานอยู่เบื้องหลังเป็นหลัก ผู้ใช้ไม่ได้โต้ตอบด้วยบ่อยนัก (ยกเว้นตอนตั้งค่าเครื่อง)
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)
- ทำงานเฉพาะเจาะจงตามที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น พิมพ์งาน คำนวณ ดูหนัง
- เป็นตัวเลือกเสริม คอมพิวเตอร์ยังคงเปิดติดและทำงานพื้นฐานได้แม้จะไม่มีโปรแกรมนี้
- จะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อผู้ใช้คลิกเปิดโปรแกรมขึ้นมาเท่านั้น
- ผู้ใช้ต้องโต้ตอบและป้อนคำสั่งโดยตรงตลอดเวลาการทำงาน
บทเรียนราคาแพงของร้านกาแฟคุณเอก
คุณเอก เจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ ย่านอารีย์ ต้องการระบบจัดการร้านที่ทันสมัยเพื่อรองรับลูกค้าช่วงเช้า. เขาตัดสินใจลงทุนซื้อโปรแกรม POS หรือระบบขายหน้าร้าน (ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน) รุ่นใหม่ล่าสุดมาติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่ร้าน.
ปัญหาเกิดตั้งแต่วันแรก โปรแกรมค้างบ่อยมาก พิมพ์ใบเสร็จไม่ออก ลูกค้ายืนรอคิวจนหงุดหงิด. คุณเอกโทรไปต่อว่าบริษัทซอฟต์แวร์ว่าโปรแกรมที่ขายให้ไม่ได้เรื่อง และพยายามรีสตาร์ทเครื่องตั้งค่าใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่ได้ชงกาแฟ.
จุดเปลี่ยนคือตอนที่ช่างไอทีจากส่วนกลางเข้ามาดูหน้างาน. ช่างพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่โปรแกรม POS เลย แต่อยู่ที่ตัวระบบปฏิบัติการ (Windows) บนเครื่องนั้นเก่าเกินไป และคุณเอกไม่เคยอัปเดตไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์สลิป (ซอฟต์แวร์ระบบ) มาเกือบ 3 ปี ทำให้การส่งข้อมูลชนกัน.
หลังจากทำการอัปเกรด Windows และติดตั้งไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ใหม่ ระบบ POS ก็ทำงานได้อย่างลื่นไหล การคิดเงินหน้าเคาน์เตอร์เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. คุณเอกได้บทเรียนสำคัญว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ราคาแพงแค่ไหน ก็จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีซอฟต์แวร์ระบบที่แข็งแกร่งคอยรองรับอยู่ด้านล่างเสมอ.
ขยายความรู้
ซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์คืออะไร ต่างกันยังไง?
ซอฟต์แวร์ระบบคือโปรแกรมที่ควบคุมฮาร์ดแวร์และดูแลระบบปฏิบัติการทั้งหมด (เช่น Windows) เพื่อให้เครื่องทำงานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ประยุกต์คือโปรแกรมที่คุณใช้ทำงานเฉพาะด้าน (เช่น Word, Excel, เกมต่างๆ) สรุปง่ายๆ คือ อันแรกทำให้เครื่องติด อันหลังทำให้คุณทำงานได้
Google Chrome จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภทไหน?
Google Chrome เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป (General Purpose Application Software) ครับ เพราะมันถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในการเปิดดูเว็บไซต์ต่างๆ โดยต้องอาศัยระบบปฏิบัติการเป็นตัวรองรับการทำงานอีกที
ถ้าลบซอฟต์แวร์ประยุกต์ทิ้งหมด คอมพิวเตอร์ยังเปิดติดไหม?
เปิดติดและทำงานได้ตามปกติครับ หากคุณลบโปรแกรมอย่าง Word, เกม หรือเบราว์เซอร์ทิ้งไปหมด คอมพิวเตอร์ก็ยังคงบูตเข้าสู่หน้าจอ Desktop ได้ตราบใดที่ซอฟต์แวร์ระบบ (OS) ยังสมบูรณ์ดี เพียงแต่คุณจะไม่มีเครื่องมือสำหรับใช้ทำงานเท่านั้นเอง
ประเด็นสำคัญ
ซอฟต์แวร์ระบบคือรากฐานของทุกสิ่งคุณไม่สามารถใช้งานโปรแกรมใดๆ ได้เลยหากคอมพิวเตอร์ของคุณปราศจากระบบปฏิบัติการหรือไดรเวอร์ที่ถูกต้อง เพราะฮาร์ดแวร์จะไม่รู้ว่าต้องทำงานอย่างไร
ซอฟต์แวร์ประยุกต์คือเครื่องมือของคุณโปรแกรมที่คุณโต้ตอบด้วยทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือหรือโปรแกรมออฟฟิศ ล้วนเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดของผู้ใช้
ประสิทธิภาพต้องมาคู่กันการอัปเกรดระบบปฏิบัติการให้ใหม่เสมอสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้ การลงทุนซื้อโปรแกรมแพงๆ จะเปล่าประโยชน์หากลืมอัปเดตระบบพื้นฐาน
การอ้างอิงไขว้
- [1] Foxbith - ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายคนยังคงสับสนระหว่างซอฟต์แวร์สองประเภทนี้เวลาที่คอมพิวเตอร์เกิดปัญหา
- [2] Zylo - องค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ในปัจจุบันมีการใช้งานซอฟต์แวร์ประยุกต์รูปแบบคลาวด์ (Cloud-based) เฉลี่ยมากกว่า 100 แอปพลิเคชันต่อบริษัท
- [3] Geeksforgeeks - การอัปเกรดระบบปฏิบัติการและไดรเวอร์ให้ทันสมัยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้ในหลายกรณี
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต