ซัมซุง Cloud อยู่ตรงไหน

62 ครั้งเข้าชม
Samsung Cloud: ไร้ที่ตั้งตายตัวบริการคลาวด์ของ Samsung ใช้งานเทคโนโลยีกระจายศูนย์ ข้อมูลกระจายอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก จึงไม่มีที่อยู่ทางกายภาพที่ระบุได้ชัดเจน ระบบออกแบบเพื่อเสริมความปลอดภัยและความเสถียรสูงสุดความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ Samsung ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด เพื่อปกป้องข้อมูลผู้ใช้ มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม แม้ไม่มีที่ตั้งที่ชัดเจน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ตำแหน่งซัมซุง Cloud อยู่ตรงไหน? วิธีเข้าถึงและจัดการข้อมูลบน Samsung Cloud ทำอย่างไรบ้าง?

คือแบบว่า... Samsung Cloud เนี่ย มันไม่มีที่อยู่จริงหรอกนะ เหมือนเป็นโลกเสมือนมากกว่า จำได้ตอนที่ลองใช้ครั้งแรก ประมาณปลายปี 2020 ตอนนั้นงงมาก หาที่อยู่ไม่เจอเลย มันก็บอกแค่ว่าเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกน่ะแหละ

เข้าถึงข้อมูลก็ง่ายอยู่นะ ใช้แอป Samsung Cloud บนมือถือได้เลย รูปถ่าย วิดีโอ อะไรพวกนี้ โหลดลงมาก็ง่าย แต่บางทีก็ช้าบ้าง อารมณ์เน็ตบ้านเราเนี่ยแหละ ขึ้นๆ ลงๆ

ส่วนเรื่องการจัดการข้อมูล ก็เข้าไปในแอปนั่นแหละ ลบ แก้ไข อะไรก็ทำได้หมด ง่ายดี แต่ตอนนั้น ประมาณเดือนมีนาคม 2021 เคยเจอปัญหา ลบรูปภาพไม่ได้ซักที กดไปกดมา งงเลย สุดท้ายก็ต้องรีสตาร์ทเครื่องใหม่ ถึงจะใช้ได้

ความปลอดภัยนี่ เค้าบอกว่าสูงนะ แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าสูงแค่ไหน ก็เชื่อเค้าไปก่อนละกัน เพราะฉันก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรลับๆ ล่อๆ มากมายอยู่บนนั้นหรอก แค่รูปลูกหมา กับรูปตอนไปเที่ยวทะเลสมุย ปีที่แล้วนี่แหละ ค่าใช้จ่ายที่พักก็ประมาณคืนละ 3000 บาท จำได้แม่นเลย เพราะมันแพงกว่าที่อื่นเยอะเลย

Samsung Cloud อยู่ตรงไหน

หา Samsung Cloud ง่ายมากกกก ไปที่ การตั้งค่าเครื่อง แล้วก็แตะที่บัญชี Samsung ของตัวเองอ่ะ เจอ Samsung Cloud แน่ๆ เลย จะมีรายการแอปโผล่มา แล้วก็มีปุ่มให้เปิดปิดการซิงค์ข้อมูลด้วยนะ

อยากซิงค์ข้อมูลเหรอ ง่ายนิดเดียว! ตามนี้เลย

  • เปิดแอป Samsung Cloud
  • เลือกข้อมูลที่จะซิงค์ รูป ภาพ วีดีโอ โน้ต อะไรก็ได้ที่อยากเก็บไว้
  • เช็คให้ดีๆ นะว่าเลือกถูกต้องแล้ว
  • แล้วก็กดซิงค์โลด! รอแป๊ปนึง เสร็จแล้ววว

ปล. ฉันใช้ Samsung S23 Ultra ปีนี้เอง วิธีการมันก็ประมาณนี้แหละ อาจจะต่างนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์ด้วยมั้ง

Samsung Cloud เก็บรูปได้ไหม

Samsung Cloud เก็บรูปได้ไหมน่ะเหรอ? ตอบแบบคนขี้เกียจตอบก็คือ...ได้!

แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งดีใจจนเกินเหตุ เพราะชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น (เสียงเอคโค่ในหัว)

  • Samsung Cloud เนี่ยนะ: คือที่เก็บของออนไลน์ของ Samsung เค้าแหละ เอาไว้โยนรูป โยนไฟล์ ไปเก็บไว้บนฟ้า (แต่จริงๆ คือเซิร์ฟเวอร์เค้า) เหมือนมีห้องใต้หลังคาดิจิทัลว่างั้น
  • เก็บรูปได้จริงเหรอ: จริง! แต่ก่อนนะ...พื้นที่เค้าให้มาแบบจิ๊บๆ พอใช้ไปสักพักก็ต้องร้องเพลง "อยากได้มากกว่านี้" แล้วก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม (เหมือนดู Netflix นั่นแหละ)
  • แล้วตอนนี้ล่ะ: ตอนนี้ Samsung เค้าเปลี่ยนนโยบายไปแล้วจ้า! เค้าบอกว่า "เราจะเน้นไปที่ Microsoft OneDrive แทนนะจ๊ะ" (อ้าว! ซะงั้น) สรุปคือถ้าใช้ Samsung Cloud อยู่ก่อนแล้ว อาจจะยังเก็บรูปได้อยู่ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ อาจจะต้องโยกย้ายไป OneDrive แทนนะเออ
  • แล้ว OneDrive ดีจริงไหม: อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ บางคนก็ว่าดี บางคนก็ว่าไม่ (เหมือนเถียงกันว่าผักชีอร่อยไหมนั่นแหละ) ต้องลองใช้เองถึงจะรู้!

สรุปแบบขี้เกียจสรุป: Samsung Cloud เก็บรูปได้...แต่ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ต้องเช็คเงื่อนไขดีๆ ไม่งั้นอาจจะเงิบ!

ป.ล. อย่าลืมสำรองรูปไว้หลายๆ ที่นะจ๊ะ! เพราะเทคโนโลยีมันไม่แน่นอน วันดีคืนดีอาจจะหายวับไปกับตา (เหมือนแฟนเก่า)

Samsung Cloud เสียเงินไหม

ใช่! แต่… มันซับซ้อนกว่านั้นนะ

สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า แสงแดดอ่อนๆ ของเดือนพฤษภาคมปี 2566 ฉันนั่งอยู่บนระเบียง จิบกาแฟอุ่นๆ ความทรงจำของ Samsung Cloud โฉบเข้ามา...

  • เสียเงินไหม? ขึ้นอยู่กับพื้นที่เก็บข้อมูล ฟรี 15 GB สำหรับบางรุ่น (อย่าง Galaxy A 2017 เคยได้ฟรี แต่ตอนนี้คงหมดโปรแล้ว) เกินกว่านั้นต้องจ่ายเพิ่ม จำราคาแน่ๆ ไม่ได้แล้วล่ะ แต่ก็ไม่แพงเว่อร์นะ สมัยนั้นฉันใช้แบบฟรีอยู่ พอดีพอใช้

  • สะดวกไหม? สำหรับฉัน ตอนนั้นสะดวกมาก สำรองรูป วิดีโอ ติดต่อได้ตลอด แบบว่า… ใจชื้นขึ้นเยอะเลย

  • เรียกใช้งานได้แม้กรณีฉุกเฉิน? อืม… นี่แหละสำคัญที่สุด! ถ้าจำไม่ผิด มันสามารถเรียกคืนข้อมูลได้ แม้ว่ามือถือจะหายหรือเสีย ความรู้สึกแบบนั้น… ราวกับได้ชีวิตใหม่ ฉันยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี

ความทรงจำบางเบา ล่องลอยไปกับสายลม เหมือนเมฆสีขาวลอยอยู่บนท้องฟ้าสีคราม… Samsung Cloud สำหรับฉันมันคือมากกว่าแค่ระบบคลาวด์ มันคือความอุ่นใจ ความปลอดภัย ที่สัมผัสได้ แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม

ฉันว่าลองเข้าไปดูเว็บไซต์ Samsung ตรงๆเลยดีกว่า ข้อมูลจะชัดเจนกว่านี้นะคะ โปรโมชั่นก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอด เดี๋ยวนี้ อะไรๆก็เปลี่ยนไปไวเหลือเกิน

  • เพิ่มเติม: อย่าลืมสำรองข้อมูลสำคัญๆ ไว้หลายที่นะคะ อย่าพึ่งพาแค่ระบบคลาวด์อย่างเดียว ความระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญเสมอ

สํารองข้อมูล Samsung ยังไง

Samsung Backup เหรอ? ง่ายกว่าที่คิดเยอะ

  1. ไปที่ การตั้งค่า แล้วหา บัญชี Samsung อยู่แถวๆ บนๆ
  2. จิ้มเข้าไปที่ Samsung Cloud แล้วเลือก สำรองข้อมูล
  • Samsung Cloud นี่เหมือนตู้เซฟส่วนตัว เก็บทุกอย่างที่เราหวงไว้
  1. ถ้าหา Cloud ไม่เจอ ลองเข้า บัญชีและการสำรองข้อมูล ใน Setting ดู
  • บางทีชีวิตก็เหมือนการหาปุ่ม backup ที่ซ่อนไว้ ถึงเจอก็โล่ง

แต่เดี๋ยวก่อน! รู้ไหมว่า Cloud แต่ละเจ้าก็มีลูกเล่นต่างกันไปนะ บางที Samsung Cloud อาจจะไม่ตอบโจทย์ทุกอย่างเสมอไป ต้องลองเทียบๆ ดู

ทำไมต้อง Backup?

  • กันข้อมูลหายแบบไม่ทันตั้งตัว (มือถือหาย, พัง, ฯลฯ)
  • ย้ายข้อมูลไปเครื่องใหม่ได้ง่ายๆ
  • สบายใจกว่าเยอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Samsung Cloud อาจมีพื้นที่จำกัด ต้องเช็คดีๆ
  • Smart Switch ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการ Backup ข้อมูล
  • การสำรองข้อมูลเป็นประจำเหมือนการทำประกันชีวิตดิจิทัล คุ้มครองความทรงจำของเรา

Samsung Cloud ฟรีไหม?

ฟรีไหมเนี่ย? งงดิ! ขึ้นกับรุ่นโทรศัพท์อะ จำได้ว่า Galaxy A ปี 2017 ได้ 15 GB ฟรีนะ สมัคร Samsung account ก่อน แต่ตอนนี้ปี 2024 แล้วมั้ง ไม่รู้เปลี่ยนเงื่อนไขไปรึเปล่า ต้องไปเช็คเองแหละ ขี้เกียจ

  • พื้นที่เก็บข้อมูลฟรีมีจำกัด ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง
  • Galaxy A ปี 2017 เคยได้ 15 GB แต่ตอนนี้ไม่รู้แล้วนะ
  • ต้องไปดูรายละเอียดในเว็บ Samsung เองแหละ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
  • สะดวกดีนะ สำรองข้อมูลได้ ใช้ได้แม้ฉุกเฉิน แต่ต้องมีเน็ต ไม่มีเน็ตก็อด
  • ปีนี้ยังใช้ได้อยู่มั๊ยนะ ต้องไปลองดู

อืม... แล้วถ้าเกิน 15 GB ล่ะ? ต้องเสียเงินรึเปล่า? หาข้อมูลเพิ่มเติมดีกว่า เดี๋ยวค่อยมาอัพเดท ง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

ปล. ฉันใช้ Samsung S23 Ultra พื้นที่ในเครื่องเยอะอยู่ เลยไม่ได้ใช้ Samsung Cloud บ่อยเท่าไหร่ จริงๆ

เก็บรูปไว้ที่ไหนดี Samsung?

รูปเยอะเรื่องเยอะ ใครว่า? Samsung Cloud จบ

  • ที่อยู่: Settings > Accounts and backup > Samsung Cloud
  • พื้นที่: ฟรี 15 GB น้อยไปก็ซื้อเพิ่มดิ
  • ข้อดี: ซิงค์ง่าย ตายยาก

อย่าคิดเยอะ แค่เลือก.

Cloud เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน?

คลาวด์? แค่ที่เก็บข้อมูลของคนอื่น.

  • Google Drive: ฟรี แต่แลกมาด้วยข้อมูลส่วนตัว.
  • OneDrive: ผูกกับ Microsoft. ชีวิตผูกติดกับ ecosystem.
  • iCloud Drive: ถ้าคุณอยู่ในโลก Apple ก็สะดวกดี. ถ้าไม่? ก็แค่ที่เก็บข้อมูลที่แพงกว่า.

คำเตือน: ทุกอย่างฟรีไม่มีจริง.

Cloud เจ้าไหนดีสุด?

Cloud เจ้าไหนดีสุด? คำถามนี้ตอบยาก เพราะ "ดีที่สุด" มันขึ้นอยู่กับคุณจริงๆ ครับ

  • Google Drive: คุ้นเคยไหมครับ? เหมือนเป็นเพื่อนเก่าที่รู้ใจ เพราะเชื่อมต่อกับ ecosystem ของ Google ได้เนียนมาก แถมพื้นที่ฟรีก็ให้มาเยอะพอสมควร (15 GB) แต่ก็ต้องแชร์กับ Gmail และ Google Photos นะ

  • Microsoft OneDrive: ถ้าชีวิตคุณผูกกับ Microsoft Office (Word, Excel, PowerPoint) OneDrive นี่แหละคือสวรรค์ เพราะมัน integrate กันแบบไร้รอยต่อ จะเปิดไฟล์ แก้ไข แชร์ ก็สะดวกโยธิน แถมถ้าสมัคร Microsoft 365 ก็ได้พื้นที่เพิ่มอีกบานเลย

  • Apple iCloud Drive: สาวก Apple ทั้งหลายคงไม่ต้องคิดเยอะ เพราะ iCloud Drive มันเกิดมาเพื่อ MacOS และ iOS จริงๆ การ sync ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ Apple มันราบรื่นอย่างน่าประทับใจ แต่ถ้าคุณไม่ใช่สาย Apple อาจจะไม่ค่อยอินเท่าไหร่

แล้วอะไรคือ "ดีที่สุด" จริงๆ ล่ะ?

ผมว่ามันคือการเลือกที่ "เข้ากับชีวิตประจำวัน" ของเรามากที่สุด บางคนอาจจะชอบ Google Drive เพราะใช้ Gmail เป็นหลัก บางคนอาจจะติด OneDrive เพราะทำงานกับ Office เป็นประจำ ส่วนสาวก Apple ก็คงหนี iCloud Drive ไม่พ้น

อย่าลืมเรื่อง "ความปลอดภัย"

Cloud ทุกเจ้าก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวเอง แต่เราเองก็ต้องไม่ประมาท ตั้งรหัสผ่านให้แข็งแรง เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA) แล้วก็สำรองข้อมูลสำคัญไว้หลายๆ ที่เสมอครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • แต่ละ Cloud มักจะมีโปรโมชั่นพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมเป็นระยะๆ ลองเช็คดูนะครับ
  • นอกจากสามเจ้าหลักๆ ที่กล่าวมา ยังมี Cloud Storage อื่นๆ อีกมากมาย เช่น Dropbox, Box, pCloud ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ครับ
  • การเลือก Cloud Storage ที่ดีที่สุด คือการทดลองใช้ด้วยตัวเอง แล้วดูว่าเจ้าไหนตอบโจทย์การใช้งานของเรามากที่สุด

การใช้ Cloud Storage มีข้อดีอะไรบ้าง?

โอ้โห! ใช้ Cloud Storage น่ะเหรอ? มันดีกว่าเก็บของไว้ใต้เตียงเยอะ! คิดภาพดูสิ ของเก่าๆที่บ้านคุณ เต็มไปด้วยฝุ่น แมลงสาบยังมาปาร์ตี้ได้เลย! แต่ Cloud Storage นี่มันสะอาดเอี่ยม ปลอดภัยกว่าเยอะ!

  • ประหยัดตังค์กว่าซื้อฮาร์ดดิสก์หลายลูก! สมัยนี้ฮาร์ดดิสก์ลูกละเป็นพัน ซื้อมาแล้วเสียอีกต่างหาก! Cloud Storage ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ถูกกว่าซื้อข้าวกล่องกลางวันอีก! นี่ขนาดผมใช้แบบจัดหนักนะเนี่ย!

  • เร็วปรู๊ด! โหลดไฟล์เสร็จก่อนที่กาแฟจะเย็นซะอีก! สมัยก่อนผมรอโหลดไฟล์นี่นานเป็นชาติ ตอนนี้ใช้ Cloud Storage ทำงานได้ไวขึ้น เหมือนติดเทอร์โบเข้าไปเลย!

  • คล่องตัวสุดๆ! ทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา! จะนั่งทำงานบนเขา หรือจะนอนทำงานบนเตียง ก็ได้หมด! ไม่ต้องแบกโน้ตบุ๊คหนักอึ้งไปไหนมาไหนอีกต่อไป!

  • ใช้งานง่ายกว่าไปวัด! ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรให้วุ่นวาย สมัครปุ๊บ ใช้ปั๊บ! ง่ายกว่าการสั่งก๋วยเตี๋ยวเรืออีกนะ!

  • ปลอดภัยกว่าเก็บเงินไว้ในกระเป๋า! มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ไวรัสก็ไม่กล้าเข้าใกล้! ข้อมูลสำคัญๆ เก็บไว้ใน Cloud สบายใจกว่าเยอะ ไม่ต้องกลัวหายหรือเสียหาย!

เหตุผลที่ Cloud Storage สำคัญ ก็เพราะมันช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตได้ไวขึ้น เหมือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ โตเร็วกว่าปลูกในดินเยอะ! ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการจัดการข้อมูล เหมือนจัดการกับญาติๆ ตอนปีใหม่ วุ่นวาย!

ปีนี้ผมใช้ Google Drive กับ Dropbox มันตอบโจทย์ผมมาก ใช้ดีโคตรๆ! ส่วนเรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง! ทำงานได้ตลอด แม้แต่ตอนไฟดับ! (ถ้ามีเน็ตนะ)

ซัมซุง แอคเคาท์ คืออะไร?

ซัมซุง แอคเคาท์... เหมือนดาวเหนือในจักรวาลดิจิทัลนะ

  • เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
  • ประตูสู่ Samsung Galaxy
  • ไม่ต้องจำรหัสเยอะแยะ...สาธุ!

เหมือน...เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ที่บ้านสวนยาย...

  • ทุกอย่างเชื่อมกันด้วยดิน
  • วันนี้...ทุกอย่างเชื่อมด้วยแอคเคาท์
  • เข้าถึงทุกบริการของ Samsung ได้ง่ายขึ้นเยอะ

...ทีวี...มือถือ...แท็บเล็ต...เป็นหนึ่งเดียว...

  • ระบบสมาชิกแบบครบวงจร
  • ไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำซาก...เย้!
  • เหมือนมีกุญแจดอกเดียวไขได้ทุกห้อง

การเก็บข้อมูลบน Cloud เก็บไว้ที่ใด?

เออ เรื่อง Cloud นี่นะ ตอนแรกก็งงๆ เหมือนกันอ่ะ

คือมันไม่ได้เก็บไว้ในกล่องๆ เดียวที่บ้านเราไง แต่ตอนที่ทำงานเก่า (เมื่อสองปีที่แล้วมั้ง) ตอนนั้นบริษัทใช้ AWS ใช่ปะ? ก็คือข้อมูลบริษัทเราไปอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Amazon นั่นแหละ กระจายๆ ไปตาม Data Center เค้าทั่วโลกมั้ง ไม่แน่ใจ

ตอนนั้นคือต้องล็อกอินผ่าน VPN อะไรวุ่นวายมาก กว่าจะได้เข้าถึงไฟล์เอกสาร

  • สรุป: ข้อมูล Cloud เก็บไว้ใน Data Center ของผู้ให้บริการ (เช่น AWS, Google Cloud, Azure) กระจายอยู่หลายที่ทั่วโลก

  • ความรู้สึก: ตอนแรกกลัวข้อมูลรั่วมาก แต่เค้าก็มีระบบ Security แน่นหนาอยู่นะ

  • ข้อดี: ไม่ต้องปวดหัวเรื่อง Server เอง, เข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ (ถ้ามีเน็ต), ประหยัดค่าไฟ (อันนี้บริษัทได้ประโยชน์ เราไม่ได้อะไรเลย 555)

  • ข้อเสีย: ถ้าเน็ตล่มก็จบเห่, ต้องเชื่อใจผู้ให้บริการว่าจะไม่ทำข้อมูลเราหาย

เออ แล้วมีครั้งนึงเกือบซวย ตอนนั้นทำรายงานส่งหัวหน้า แล้วดันไปเซฟทับไฟล์เก่าใน Cloud หายไปเลยจ้า! โชคดีที่ยังเหลือ Draft ในเครื่องตัวเอง ไม่งั้นโดนด่าเละ