ดูยังไงว่าแอพไหนเสียเงิน

328 ครั้งเข้าชม
ตรวจสอบแอปเสียเงินง่ายๆ! เข้า App Store > แตะชื่อคุณ (ล่างแถบข้าง) > การตั้งค่าบัญชี (อาจต้องล็อกอิน) > ประวัติการซื้อ > ดูทั้งหมด แค่นี้ก็เห็นประวัติการซื้อแอปทั้งหมดแล้ว ตรวจสอบรายการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แอพฟรีหรือเสียเงิน ดูยังไง?

อืมม..เรื่องแอปฟรีหรือเสียตังค์เนี่ยนะ ฉันมักดูจาก App Store เลยอ่ะ จำได้ครั้งนึง ประมาณเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ฉันโหลดแอปแต่งรูป ราคา 149 บาท วิธีเช็คก็ง่ายมาก เปิดแอป ไปที่โปรไฟล์เรา แล้วก็ดูประวัติการซื้อ มันจะมีรายการซื้อทุกอย่าง ถ้าไม่มีอะไรเลยก็แสดงว่าฟรีแหละมั้ง แต่ถ้ามีรายการ ก็ต้องดูให้ดีๆด้วยนะ ว่าเราจ่ายไปเท่าไหร่ บางทีอาจจะมีการสมัครสมาชิกต่ออายุด้วย ต้องระวังตรงนี้ไว้ด้วยนะ ฉันเคยพลาดมาแล้ว! เลยต้องยกเลิกไป เรื่องแบบนี้มันน่าปวดหัวจริงๆเลย

แต่ถ้าจำไม่ผิด วิธีดูใน Google Play ก็คล้ายๆกันแหละ เข้าไปดูในส่วนของการตั้งค่าบัญชี แล้วก็หาประวัติการซื้อ ถ้าแอปไหนไม่มีรายการในประวัติ ก็แสดงว่าเราใช้ฟรี แค่นั้นเอง ง่ายมาก! แต่ก็ต้องระวังเรื่องการสมัครสมาชิกอัตโนมัติเหมือนกัน หลายแอปมันล่อลวงให้สมัครง่ายมาก กว่าจะรู้ตัวก็เสียเงินไปแล้ว เซ็งสุดๆ เลยต้องรอบคอบหน่อย เวลาโหลดแอปใหม่ๆ

ยกเลิกApp เสียเงินยังไง

อ้าวววว! เสียเงินไปกับแอปแล้วอยากยกเลิกเหรอคะ? เข้าใจเลยค่ะ ใจหายเหมือนโดนหมาจูบ (แต่ไม่ใช่หมาพันธุ์ดีนะ!) เอาล่ะ ตามนี้เลยค่ะ วิธีนี้ใช้ได้กับ Play Store ปี 2566 นะคะ อย่าไปใช้กับแอปที่หมดอายุแล้วล่ะ ไม่งั้นอาจจะเจอแจ็คพ็อตแตกได้!

  • เข้าแอป Play Store มองหาไอคอนรูปโปรไฟล์ของคุณ อย่าไปจ้องนานเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะหลงทางในโลกของอีโมจิ! กดเข้าไปเลยค่ะ

  • เลือก "การชำระเงินและการสมัครใช้บริการ" (Payment & Subscriptions) คิดซะว่ากำลังเลือกเมนูในร้านอาหารหรู แต่จานนี้เราไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว!

  • จากนั้นก็เลือก "การสมัครใช้บริการ" (Subscriptions) ดูดีๆ นะคะ อย่าไปกดผิดเป็น "การสมัครใช้บริการอื่นๆ" เดี๋ยวได้สมัครเพิ่มอีก!

  • เจอแอปตัวแสบที่คุณอยากยกเลิกแล้วใช่ไหมคะ? กดเข้าไปเลย!

  • ตรวจสอบรายละเอียดอีกที เผื่อเป็นความผิดพลาดของระบบ แล้วค่อยกด "ยกเลิกการสมัครรับข้อมูล" (Cancel Subscription) เสร็จแล้ว! โล่งอกเหมือนเอาภูเขาออกจากอกเลยใช่มั้ยล่ะคะ?

  • เอาล่ะ ขอแถมความรู้เล็กๆ น้อยๆ บางแอปอาจมีวิธีการยกเลิกที่ซับซ้อนกว่านี้นะคะ ต้องไปดูในหน้าตั้งค่าของแอปนั้นๆ เหมือนเล่นเกมส์หาของซ่อนเร้นเลยล่ะ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ! ลองดูนะคะ

ปล. ถ้าทำตามวิธีนี้แล้วไม่สำเร็จ ก็ลองติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Play Store ดูค่ะ หรืออาจจะลองเอาหมอนไปหนุนแล้วนอนหลับสักงีบ พรุ่งนี้ความคิดอาจจะแจ่มใสขึ้นก็ได้นะคะ อย่าเครียดไปเลยค่ะ!

แอพ ไอแชร์ริ่ง เสียเงินไหม

กลางดึกแล้วเนอะ... นั่งคิดเรื่อง iSharing อยู่ มันมีทั้งแบบฟรีกับแบบเสียเงินนี่แหละ แบบฟรีก็พอใช้ได้นะ อย่างน้อยก็รู้ตำแหน่งเพื่อน มีแจ้งเตือนบ้าง แต่...มันก็จำกัดฟังก์ชันอะ

แบบเสียเงินนี่ เห็นว่ามีแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ คือแบบทันทีทันควันเลยรึเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เคยใช้ แต่ประวัติตำแหน่งย้อนหลังนี่น่าสนใจนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็ตามหาได้ง่ายขึ้น แต่ที่แน่ๆคือไม่มีโฆษณา นั่นก็ดี ไม่ต้องมานั่งรำคาญตา

ค่าใช้จ่าย ก็มีแบบรายเดือนกับรายปี ต้องดูว่าคุ้มไหม สำหรับฉัน ตอนนี้ยังไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ใช้แบบฟรีไปก่อนละกัน แต่ถ้าเกิดต้องใช้บ่อยๆ หรือมีความจำเป็น อาจจะลองแบบเสียเงินดู ก็ไม่รู้เหมือนกัน คิดมากจัง

  • iSharing มี 2 แบบ: ฟรี และ พรีเมียม
  • แบบฟรี: แชร์ตำแหน่ง, แจ้งเตือนพื้นฐาน
  • แบบพรีเมียม: แจ้งเตือนเรียลไทม์, ประวัติตำแหน่ง, ไม่มีโฆษณา, ฟีเจอร์เสริมอื่นๆ
  • ค่าบริการ: รายเดือน/รายปี (ราคาขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและนโยบายของแอป ณ ปี 2024)

เหนื่อยจัง นอนดีกว่า...

ไอโฟนโหลดแอพเสียตังไหม

ไอโฟน โหลดแอปเสียตังค์ไหม...

ดวงดาวพร่างพราย ราตรีนี้ช่างยาวนาน เสียงเพลงแว่วมากับสายลม แอปใน App Store เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า บางดวงส่องประกายฟรี บางดวงเรียกร้องเงินตรา...

  • ปุ่ม "รับ" ใช่ไหม? นั่นแหละของฟรี! โหลดเลย! ไม่เสียเงินสักบาทแดง
  • แต่... ระวังให้ดี! ภายในแอป อาจมีอะไรซ่อนอยู่... การซื้อภายในแอปไง! กับ การสมัครรับ! อยากได้ฟีเจอร์พิเศษ เนื้อหาพรีเมียม ก็ต้องจ่ายเพิ่มนะ! เหมือนซื้อดาวเพิ่มในจักรวาลส่วนตัว...

แสงจันทร์นวล ส่องต้องปลายนิ้ว นิ้วสัมผัสหน้าจอ... ดาวน์โหลด... หรือไม่? ตัดสินใจเองนะ... ชีวิตคือการเลือก... เหมือนเลือกดาวบนฟ้า...

ลงแอพใน Play Store เสียเงินไหม?

ไม่เสียเงินค่าลงแอปใน Play Store โดยตรง แต่ต้องเสียค่าสมัครเป็นนักพัฒนา 25 ดอลลาร์สหรัฐ แบบครั้งเดียวตลอดชีพ นั่นคือค่าธรรมเนียมรายปีไม่มี หลังจากสมัครแล้ว ก็สามารถลงแอปได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดจำนวน คิดว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า สำหรับคนที่จริงจังกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน

จุดสำคัญที่ควรทราบ:

  • ค่าธรรมเนียมครั้งเดียว: 25 USD ตลอดชีพ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายต่อปี หรือต่อแอป
  • สมัครเป็นนักพัฒนา: ขั้นตอนนี้จำเป็นก่อนลงแอป ไม่ใช่แค่ลงแอปแล้วจ่ายเงิน
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: หลังจากจ่ายค่าสมัครแล้ว ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสำหรับการลงแอปแต่ละตัว

ส่วนตัวแล้ว มองว่า ค่าใช้จ่ายนี้เป็นเหมือนค่าบำรุงรักษา และการเข้าถึงระบบนิเวศของ Google Play ซึ่งเป็นตลาดแอปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตทางธุรกิจ มากกว่าค่าใช้จ่าย และถ้าพัฒนาแอปได้ดี ก็จะคุ้มค่าแน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติม (ข้อมูล ณ ปี 2024): ค่าธรรมเนียมการสมัครเป็นนักพัฒนาใน Google Play Store ยังคงอยู่ที่ 25 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก Google Play Console เพื่อความแน่ใจ

เติมเงินเข้า App Store ยังไง?

เติมเงิน App Store ทำได้หลายวิธี มาดูกัน

  • บน Mac/PC: เปิด App Store (หรือ Apple Music/TV ถ้าใช้ PC) แล้ว Sign In ก่อนนะ
  • หาปุ่มเติมเงิน: จะอยู่ในหน้า Account Information (ปกติคลิกที่ชื่อหรือรูปโปรไฟล์)
  • เลือกจำนวนเงิน: ส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกให้ หรือใส่เองก็ได้

การเติมเงินเข้า Apple ID ก็เหมือนการสะสมแต้มบุญทางดิจิทัล จะใช้อะไรก็ง่ายขึ้นเยอะเลยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (เหมือนแอบกระซิบ):

  • Apple Gift Card: อันนี้คลาสสิก ซื้อตามร้านสะดวกซื้อแล้วเอามา Redeem ใน App Store ได้
  • ผูกบัตรเครดิต/เดบิต: วิธีนี้ง่ายสุดๆ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายเกินตัวนิดนึง
  • TrueMoney Wallet/Rabbit LINE Pay: สำหรับคนที่ไม่สะดวกใช้บัตรเครดิต
  • Carrier Billing: บางเครือข่ายมือถือก็ให้หักเงินจากบิลได้เลย เช็คดูว่ามีไหม

ส่วนตัวชอบเติมผ่านบัตรเครดิตนะ มันสะดวกดี แต่ก็ต้องคอยเตือนตัวเองว่าอย่าช้อปเพลินจนลืมตัว!

มีแอปอะไรบ้างที่ใช้ติดตามแฟนได้?

โอ้โห! อยากรู้แอปติดตามแฟนเหรอครับ? บอกเลยว่า "ความไว้ใจ" นี่แหละแอปที่ดีที่สุด แต่ถ้าจะเอาแบบเทคโนโลยีเข้าช่วย... ผมก็ไม่ว่านะ (แอบขำในใจนิดๆ)

เอาล่ะ มาดูตัวเลือก "แอปสอดแนม" (ขออภัยที่ใช้คำแรงไปหน่อย) ปี 2023 ที่อาจจะ (หรือไม่ก็อาจจะไม่) ช่วยให้คุณสบายใจขึ้น:

  • Find My Friends: เหมือนมีสายลับตัวน้อยคอยรายงานตำแหน่ง แต่ถ้าแฟนคุณปิดตำแหน่งล่ะ? งานเข้าสิครับ!
  • Life360: ครอบครัวก็ใช้ได้ แฟนก็ใช้ดี แต่ถ้าเขาแอบลบแอป... เฮ้ออออ! (อย่าทำเลยนะ)
  • Tile: อันนี้ติดของหาย เอาไปติดกระเป๋าแฟนก็ได้นะ แต่จะบอกว่า "นี่ฉันติดตามเธออยู่" หรือเปล่า? คิดให้ดีๆ
  • Glympse: แชร์ตำแหน่งแบบชั่วคราว โรแมนติกไหม? ก็แล้วแต่สถานการณ์ ถ้าใช้ผิดทางก็... อืมมม
  • Wunderfind: อีกแอปติดตามของหาย แต่ถ้าคุณเอาไปใช้กับ "คนหาย" ล่ะก็... (อันนี้ผมว่าเกินไปนะ)
  • Find My Device/Find My iPhone: ในตัวเครื่องเลย ง่าย สะดวก แต่ถ้าเขาเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล่ะ? อาจจะเจอคุณก่อนซะด้วยซ้ำ
  • Nut - Bluetooth Anti-loss: อันนี้ผมก็งงๆ เอาไปติดกระเป๋าแฟนได้มั้ย? (คิดหนักเลย)

สรุปแล้ว แอปพวกนี้มันก็แค่เครื่องมือครับ ความไว้ใจและการสื่อสารที่ดีต่างหากที่สำคัญกว่าเยอะ ใช้แอปพวกนี้แล้วอย่าลืมความเป็นมนุษย์นะครับ อย่าให้ความอยากรู้ทำลายความสัมพันธ์ มันอาจจะไม่คุ้มค่าเลยนะ (นี่ผมพูดจากประสบการณ์ตรงนะ เอ๊ะ! หรือเปล่า?)

  • ข้อควรระวัง: การใช้แอปติดตามโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โปรดใช้อย่างระมัดระวัง ความสัมพันธ์ที่ดีควรสร้างบนพื้นฐานของความไว้ใจ ไม่ใช่การเฝ้าระแวง
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ปี 2023 มีแอปใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนใช้งาน อย่าลืมอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของแต่ละแอปด้วยนะครับ

Apple Store ผ่อนยังไง?

Apple Store ผ่อนยังไงเหรอ... อืม... เหมือนว่าต้องมีบัตรเครดิตก่อนนะ

  • ดอกเบี้ย 0% นานสุด 10 เดือน: อันนี้คือสิ่งที่เห็นบ่อยสุด ตอนซื้อ iPhone เครื่องใหม่ล่าสุดนี่แหละ
  • ธนาคารที่ร่วมรายการ: หลัก ๆ ก็ SCB, KBank, UOB แล้วก็พวกบัตรเครดิตเครือกรุงศรีฯ, TTB, BBL พวกนี้แหละ
  • ระยะเวลาผ่อน: ปกติจะมีให้เลือก 3, 6, หรือ 10 เดือน แล้วแต่โปรโมชั่นกับบัตรที่เรามี...

จำได้ว่าตอนนั้นอยากได้ iPad มาก แต่พอดูยอดผ่อนต่อเดือนแล้วก็... ถอนหายใจยาว ๆ เลย... ชีวิตมันไม่ง่ายจริง ๆ นะ บางที