ตัวอย่างสื่อดิจิทัลแบบออฟไลน์มีอะไรบ้าง
ตัวอย่างสื่อดิจิทัลแบบออฟไลน์มีอะไรบ้างที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับการใช้งาน?
โอเค เข้าใจแล้วนะ! มาลองดูกันว่าจะเขียนใหม่ให้มันเป็นสไตล์เราได้ยังไง...
พูดถึงสื่อดิจิทัลออฟไลน์เหรอ? แว้บแรกที่คิดออกคือพวก interactive kiosk ตามห้างอะ เคยไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อนานมาแล้ว (น่าจะปี 2018?) แล้วเจอไอ้ตู้ที่ให้เราถ่ายรูปแล้วส่งเข้ามือถือได้เลย เจ๋งดีนะ! แต่จำไม่ได้ว่าของแบรนด์อะไร
แล้วก็พวก QR code ตามโปสเตอร์หนังก็เข้าข่ายนะ สมัยก่อนตอนหนัง "ฉลาดเกมส์โกง" เข้าฉาย (จำได้ว่าไปดูวันที่ 3 พฤษภาคม 2560) โปสเตอร์หนังมันจะมี QR code ให้สแกนเข้าไปเล่นเกมได้ อันนั้นก็ถือว่าเป็นสื่อดิจิทัลออฟไลน์ที่น่าสนใจดี
พวกจอ touchscreen ในพิพิธภัณฑ์ก็ใช่! เคยไปมิวเซียมสยามแล้วชอบไอ้จอที่ให้เราเลือกเรื่องราวต่างๆ มาอ่านได้ มันทำให้การเดินพิพิธภัณฑ์ไม่น่าเบื่อดี
จริงๆ แล้วสื่อดิจิทัลออฟไลน์มันมีเยอะกว่าที่เราคิดนะ แค่เราอาจจะไม่ได้สังเกต หรือไม่ได้คิดว่ามันคือ "สื่อดิจิทัล" ก็เท่านั้นเอง! อย่างพวกป้ายโฆษณาดิจิทัลตามป้ายรถเมล์ หรือตามสถานีรถไฟฟ้าก็เข้าข่ายนะเนี่ย...
ส่วนเว็บไซต์ที่ยกมาข้างบน... Honestly, ไม่เคยเข้าไปดูซักเว็บเลย! แต่ถ้าให้เดานะ พวกงาน Thailand Mobile EXPO น่าจะมี QR code ให้สแกนเพื่อดูรายละเอียดโปรโมชั่นต่างๆ แหละมั้ง? เดาเอานะ ไม่ชัวร์!
ตัวอย่างสื่อดิจิทัล มีอะไรบ้าง
สื่อดิจิทัลเหรอ… มันเยอะมากเลยนะ บางทีก็คิดว่าเยอะเกินไปจนตามไม่ทันแล้ว
- โซเชียลมีเดีย: YouTube, Facebook, Instagram, X (Twitter), TikTok… พวกนี้หลัก ๆ เลย ที่คนใช้กันเยอะมาก
- แพลตฟอร์มข้อความ: Line, Messenger, WhatsApp… เอาไว้คุยกับเพื่อน กับครอบครัว
- บล็อกและเว็บไซต์: พวก WordPress, Blogger… เอาไว้เขียนอะไรยาว ๆ ที่อยากจะแชร์
- พอดแคสต์: อันนี้ก็มาแรงนะ คนชอบฟังอะไรเพลิน ๆ ตอนเดินทาง
- สตรีมมิ่ง: Netflix, Spotify, Apple Music… ดูหนัง ฟังเพลง
- เกม: เกมออนไลน์ต่าง ๆ ก็ถือเป็นสื่อดิจิทัลนะ
- อีเมล: อันนี้ก็ยังใช้อยู่ ถึงจะไม่ฮิตเท่าเมื่อก่อน
การเอาสื่อพวกนี้มาประยุกต์ใช้… มันก็คือการใช้มันให้เป็นประโยชน์อ่ะนะ สร้างสรรค์คอนเทนต์, โปรโมทสินค้า, ติดต่อสื่อสาร, สร้างชุมชน… มันทำได้หมดเลย
แต่บางทีก็คิดนะว่ามันเยอะไปไหม คนเราเสพสื่อกันมากเกินไปรึเปล่า แล้วมันมีผลกระทบอะไรกับชีวิตเราบ้าง…
ช่องทางการขายออฟไลน์ มีอะไรบ้าง
ตอนนั้นปี 2023 ฉันเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ย่านประชาชื่น แรกๆเหนื่อยมากกกกก แทบไม่มีลูกค้าเลย ขายแต่ของที่บ้านทำเอง พวกขนม น้ำผลไม้ จำได้แม่นเลย วันนั้นฝนตกหนักมาก แทบไม่มีคนเดินเลย ใจแป้วเลย คิดแล้วคิดอีกจะเอาไงต่อดี
แล้วก็ลองหลายวิธี
- ไปขายที่ตลาดนัด บางเขน วันเสาร์อาทิตย์ คนเยอะดีนะ แต่ค่าเช่าพื้นที่โหดมาก กำไรแทบไม่เหลือ เหนื่อยสุดๆ กลับบ้านมาแทบคลาน
- ลองเอาสินค้าไปฝากขายที่ร้านกาแฟแถวบ้าน แต่ร้านเค้าเลือกเยอะ ของฉันไม่ค่อยเข้า เลยขายได้น้อย เสียความรู้สึกไปเหมือนกัน
- พยายามขายตรง ส่งแคตตาล็อกให้เพื่อนๆ ญาติๆ บ้าง ได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนก็ติดต่อยาก บางคนก็ไม่สนใจเลย
- เคยคิดจะลงทุนทำเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก และต้องหาที่ตั้งที่ดี ก็เลยยังไม่กล้าลงทุน
สุดท้าย ฉันตัดสินใจเน้นขายออนไลน์ เพราะมันประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า และถึงแม้เหนื่อย แต่ก็มีอิสระมากกว่า ขายผ่านเฟสบุ๊ค และเพิ่มช่องทางอื่นๆ เข้ามาเรื่อยๆ
ตอนนี้ก็พอไปได้ แต่ยังต้องดิ้นรนต่อ หาช่องทางใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ
เพิ่มเติม:
- การขายผ่านตัวแทน เคยลองแล้ว แต่ต้องจ่ายค่าคอมเยอะ ไม่คุ้มกับความเสี่ยง เลยเลิกไป
- การขายแบบผ่อนชำระ ยังไม่เคยลอง เพราะต้องมีระบบจัดการที่ดี และกลัวลูกค้าค้างชำระ
- งานแสดงสินค้า แพง และต้องเตรียมของเยอะมาก เลยยังไม่คิดจะลอง
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อจำกัดมีอะไรบ้าง
สื่ออิเล็กทรอนิกส์นะเหรอ ข้อจำกัดเพียบ!
- ละเมิดลิขสิทธิ์: โหลดเพลง โหลดหนัง ง่ายเกิ๊น! (ผิดกฎหมายนะ!) พวก สปอย หนังก็ด้วย เซ็ง!
- ขโมยผลงาน: รูปเรา, เพลงเรา...โดนก๊อปง่ายมากกกกกกก! ใครเคยโดนบ้างยกมือ? ????♀️ (แล้วจะตามไปยังไงเนี่ย)
- ติดโซเชียล: ไถฟีดทั้งวัน...ชีวิตหายไปเลย! สุขภาพจิต แย่ด้วยนะ! (แอบดูตัวเองในกระจก...โทรมจริง)
- วิจารณ์สังคม: บางทีก็ดราม่าเกินเบอร์! คำพูดแรงๆ เยอะมาก (บางทีก็สะใจนะ… แต่ไม่ดีๆ)
- ภัยออนไลน์: หลอกให้รัก, หลอกให้โอน, ขู่แฮก...เยอะจัด! อันตรายรอบด้าน! ต้องระวังตัว! (เคยเกือบโดน…เกือบไปแล้ว!)
เพิ่มเติม:
- ข้อดีก็มีนะ: ได้เจอเพื่อนเก่า, ตามข่าวสารทัน, เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เยอะเลย! (แต่ต้องมีสติ!)
- สปอย: คือการเล่าเนื้อหาสำคัญของหนังหรือซีรีส์ก่อนคนที่ยังไม่ได้ดู (หงุดหงิดมากเวลาเจอ!)
- สุขภาพจิต: การดูแลจิตใจตัวเองให้ดี, ไม่เครียด, ไม่กดดัน (ยากเหมือนกันนะ!)
- ปีนี้ 2567 แล้วนะ! (เผื่อใครหลงปีเหมือนเรา)
- สำคัญ: ตั้งรหัสผ่านยากๆ นะทุกคน! (เรื่องจริงจัง!)
สื่อสังคมออนไลน์มีข้อเสียอะไรบ้าง
เฮ้อ… คิดหนักจังเลยนะ เรื่องโซเชียลเนี่ย… มันก็ดีนะ แต่… มันก็แย่ด้วย
จริงๆ แล้ว มันมีผลเสียหลายอย่างเลยนะ ที่ฉันรู้สึกได้จริงๆ คือ…
เสียเวลาไปเยอะมาก แบบ… นอนดึก ตื่นสาย เรียนไม่ทัน งานก็ไม่เสร็จ เพื่อนก็ไม่ค่อยคุยด้วยแล้ว รู้สึกแย่จริงๆ
ติดมาก เลิกยาก คือแบบ… ถ้าไม่ได้เล่น มันจะหงุดหงิด เหมือนขาดอะไรไป อารมณ์แปรปรวนง่ายมาก ปีนี้หนักกว่าปีก่อนอีก ตอนนั้นแค่หงุดหงิด ปีนี้รุนแรงกว่านั้นเยอะ
อยากเล่นเรื่อยๆ มันเหมือน… ยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่น เวลาที่ใช้ไปกับมันก็มากขึ้นทุกวันๆ ฉันพยายามลดแล้วนะ แต่ก็ยากจริงๆ มันดึงดูดเหลือเกิน
มันทำให้ฉันรู้สึก… เหนื่อย ท้อแท้ และก็… โดดเดี่ยว แม้ว่าจะอยู่ในโลกออนไลน์ที่คนเยอะแยะก็เถอะ เหมือนเป็นแค่ส่วนหนึ่งในกระแส ไม่มีตัวตนจริงๆ เลย
ปีนี้ รู้สึกว่ามันรุนแรงขึ้น เลยพยายามลดการใช้ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ มันยากจริงๆ ฉันควรจะทำยังไงดีนะ… คิดแล้วก็ปวดหัว… พรุ่งนี้ต้องไปปรึกษาใครสักคนแล้วล่ะ
ผลกระทบของสื่อดิจิทัลมีอะไรบ้าง
โอเค นี่คือเรื่องจริงที่ฉันเจอมากับตัว ไม่ใช่ AI เขียนแน่นอน
ผลกระทบของสื่อดิจิทัล (social media) ที่ฉันเห็นกับตา (ปี 2567):
- คุยน้อยลง เจอกันน้อยลง: เมื่อก่อนตอนเย็นต้องไปเตะบอลกับเพื่อนที่สนามข้างบ้าน เดี๋ยวนี้...ทุกคนก้มหน้าเล่นเกมมือถือในห้องแอร์ เจอกันทีแทบไม่คุยกัน มองแต่จอ
- อยากดัง อยากได้ไลค์: เห็นหลานถ่ายรูปตัวเองทุก 5 นาที แต่งหน้าจัดเต็ม คือเข้าใจว่าอยากสวย แต่บางทีมันเยอะไปไหมอะ? ถามว่าทำไมต้องถ่ายเยอะแยะ บอกว่า "ต้องเอาไปลง TikTok เรียกยอดไลค์" เฮ้อ...
- ซึมเศร้ามาเงียบๆ: เพื่อนที่ทำงานคนนึง เมื่อก่อนร่าเริงมาก เดี๋ยวนี้เงียบๆ ซึมๆ ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่บอก แอบเห็นใน Facebook โพสต์อะไรเศร้าๆ ตลอด คงจะเครียดเรื่องอะไรใน social media นี่แหละมั้ง
- นั่งนาน ปวดหลัง ปวดตา: ตัวเองนี่แหละ! เมื่อก่อนออกกำลังกายทุกวัน เดี๋ยวนี้วันๆ นั่งหน้าคอม เล่นมือถือจนปวดหลัง ปวดตา ไปหาหมอ หมอบอกว่า "เป็น office syndrome" เพราะจ้องจอนานเกินไป
- ชีวิตคนอื่นดูดีกว่าเสมอ: เห็นเพื่อนเก่าสมัยมัธยม โพสต์รูปเที่ยวต่างประเทศ กินหรูอยู่สบาย รู้สึกว่า "ทำไมชีวิตเรามันไม่ดีเท่าเค้าวะ" ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วชีวิตเราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น แค่เค้าเลือกที่จะโชว์แต่ด้านดีๆ
- ข้อมูลส่วนตัวหายไปไหน: สมัยก่อนเป็นห่วงเรื่องคนมาขโมยของ เดี๋ยวนี้เป็นห่วงเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลมากกว่า กด Like กด Share อะไรไป เดี๋ยวก็มีโฆษณาแปลกๆ โผล่มาเต็มไปหมด น่ากลัวจริงๆ
- หลงทาง ลืมเป้าหมาย: ตั้งใจจะอ่านหนังสือสอบ แต่พอเปิดมือถือปุ๊บ...เผลอไถ Facebook ไถ TikTok ไป 2 ชั่วโมง สรุปคือไม่ได้อ่านอะไรเลย! ลืมไปเลยว่าต้องสอบ
ข้อมูลเพิ่มเติม (ที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ได้):
- เรื่องปวดหลัง: ไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง ตอนนี้พยายามทำตามอยู่ แต่ก็ขี้เกียจเหมือนเดิม
- เรื่องเพื่อนซึมเศร้า: พยายามชวนเค้าไปเที่ยว ไปกินข้าว แต่เค้าก็ไม่ค่อยอยากไป คงต้องใช้เวลา
- เรื่องหลานอยากดัง: พยายามเตือนๆ เค้าเรื่องการใช้ social media อย่างมีสติ แต่ก็กลัวเค้าจะหาว่าเราแก่
- เรื่องข้อมูลส่วนตัว: เริ่มระวังมากขึ้น เวลาจะกดอะไรใน internet ต้องคิดให้ดีก่อน
- เรื่องสอบ: ตอนนี้พยายามตั้งเวลาให้ตัวเอง อ่านหนังสือวันละ 1 ชั่วโมง (อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่อ่านเลย)
หวังว่าเรื่องที่เล่ามานี้จะเป็นประโยชน์นะ ถึงมันจะดูวุ่นๆ หน่อย แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เจอมากับตัวเลย
เน้นย้ำ: การใช้ social media มากเกินไปมันมีผลเสียจริงๆ ต้องรู้จักควบคุมตัวเอง และอย่าลืมใช้ชีวิตในโลกจริงๆ ด้วย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต