ปรับ f กล้องยังไง
วิธีปรับค่า f ให้ภาพสวย คุมแสงง่าย เข้าใจในครั้งเดียว
เข้าใจเลข f ครั้งเดียว แล้วควบคุมแสง ความเบลอ และความคมของภาพได้ทันที
พื้นฐานเรื่องค่า f (รูรับแสง) ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนหมุนปุ่ม
การปรับค่า f หรือ ค่า f กล้องคืออะไร นั้นคือการควบคุมปริมาณแสงที่เดินผ่านเลนส์เข้าไปยังเซนเซอร์กล้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของสามเหลี่ยมการเปิดรับแสง (Exposure Triangle) ร่วมกับความเร็วชัตเตอร์ และ ISO การทำความเข้าใจค่า f จะช่วยให้คุณคุมความสว่างและระดับความชัดของภาพได้อย่างใจนึก
การปรับค่า f อาจดูสับสนในช่วงแรก เพราะตัวเลขมันทำงานสวนทางกับความเป็นจริงทางกายภาพที่เรารู้สึก - แต่มีเทคนิคหนึ่งที่ช่างภาพมืออาชีพมักใช้เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดที่สุด ซึ่งไม่ใช่การใช้ค่า f ที่กว้างที่สุดเสมอไป แม้จะใช้เลนส์ราคาแพงก็ตาม ผมจะเฉลยความลับเรื่องความคมชัดนี้ในหัวข้อด้านล่างครับ
เลข f น้อย vs f มาก ต่างกันอย่างไร?
กฎเหล็กที่ต้องท่องจำให้ขึ้นใจคือ เลข f น้อย f มาก ต่างกันอย่างไร เมื่อรูรับแสงกว้าง (เช่น f/1.8) แสงจะเข้าสู่กล้องได้มากกว่า f/11 ถึงเกือบ 40 เท่า ซึ่งช่วยให้ถ่ายในที่มืดได้ดีโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
ในประสบการณ์การถ่ายภาพของผม ช่วงแรกผมมักจะเปิดรูรับแสงกว้างสุดเสมอเพราะอยากได้ วิธีทำให้หน้าชัดหลังเบลอ แต่กลายเป็นว่าจุดที่ควรจะชัดอย่าง dวงตาคนกลับเบลอไปด้วยเพราะพื้นที่ความชัดมันแคบเกินไป การใช้ f/1.8 ให้แสงผ่านเข้ามามากกว่า f/2.0 ประมาณ 1 สต็อป ซึ่งส่งผลต่อความสว่างของภาพอย่างชัดเจน
วิธีปรับค่า f ในโหมดต่างๆ สำหรับกล้อง Canon, Sony และ Nikon
วิธีที่ง่ายที่สุดในการหัดปรับค่า f คือการเลิกใช้โหมด Auto แล้วเปลี่ยนมาใช้โหมดที่ให้เราควบคุมค่า f ได้โดยตรง
ปรับในโหมด Aperture Priority (A หรือ Av)
โหมดนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สุด เพราะคุณแค่เลือกค่า f ที่ต้องการ แล้วกล้องจะคำนวณความเร็วชัตเตอร์ให้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ภาพสว่างพอดี 1. หมุนแป้นโหมดด้านบนไปที่อักษร A (สำหรับ วิธีปรับค่า f กล้อง Sony, Nikon, Fujifilm) หรือ Av (สำหรับ วิธีปรับค่า f กล้อง Canon) 2. หมุนปุ่มควบคุม (Dial) บนตัวกล้องเพื่อปรับเลข f ตามต้องการ 3. สังเกตที่หน้าจอหรือช่องมองภาพ ตัวเลขจะเปลี่ยนไป เช่น จาก 3.5 เป็น 5.6
ทำไมต้องใช้โหมดนี้? เพราะคุณคุมความชัดลึกได้ 100% โดยไม่ต้องพะวงเรื่องแสงจะมืดหรือสว่างเกินไป ตราบใดที่ ISO อยู่ในโหมด Auto วิธีนี้ช่วยให้มือใหม่ลดความผิดพลาดได้มากถึง 70% เมื่อเทียบกับการใช้โหมด Manual ในช่วงแรก
ปรับในโหมด Manual (M)
ในโหมดนี้คุณต้องปรับทุกอย่างเอง ทั้งค่า f, สปีดชัตเตอร์ และ ISO สำหรับการ ปรับค่า f ในโหมด M หากคุณหมุนปุ่มปรับค่า f แล้วภาพมืดลง คุณต้องไปลดสปีดชัตเตอร์หรือเพิ่ม ISO ชดเชย สำหรับกล้องที่มีปุ่มหมุนเดียว: อาจต้องกดปุ่ม Av หรือปุ่มรูปสัญลักษณ์รูรับแสงค้างไว้แล้วค่อยหมุน สำหรับกล้องระดับกลางขึ้นไป: มักจะมีปุ่มหมุนแยกหน้าหลัง ปุ่มหนึ่งคุม f อีกปุ่มคุมสปีดชัตเตอร์
หน้าชัดหลังเบลอทำยังไง? เคล็ดลับการใช้ค่า f ให้เหมือนมือโปร
หัวใจของการทำหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) คือการใช้ค่า f ที่น้อยที่สุดเท่าที่เลนส์ของคุณจะทำได้ หากคุณใช้เลนส์คิท (Kit Lens) ที่แถมมากับกล้อง ค่า f มักจะเริ่มต้นที่ f/3.5 ที่ระยะกว้างสุด และ f/5.6 ที่ระยะซูมสุด ซึ่งอาจจะเบลอหลังได้ไม่สะใจเท่าเลนส์ฟิกซ์ (Prime Lens) ที่มีค่า f/1.8 หรือ f/1.4
บอกตรงๆ นะครับ ช่วงที่ผมใช้เลนส์คิทถ่ายภาพครั้งแรก ผมหงุดหงิดมากที่หลังไม่เบลอเหมือนในรีวิว จนมารู้ว่าระยะห่างระหว่างแบบกับฉากหลังก็สำคัญไม่แพ้ค่า f ยิ่งคุณอยู่ใกล้แบบและแบบอยู่ห่างจากฉากหลังมากเท่าไหร่ ฉากหลังจะยิ่งละลายสวยขึ้นเท่านั้น การเปิดรูรับแสงที่ f/2.8 จะมีพื้นที่ความชัด (Depth of Field) เพียงไม่กี่เซนติเมตร หากคุณถ่ายภาพบุคคลในระยะใกล้
เฉลยความลับเรื่องความคมชัด: ทำไมไม่ควรเปิด f กว้างสุดตลอดเวลา
นี่คือสิ่งที่ผมติดค้างไว้ในตอนต้นครับ หลายคนคิดว่าเลนส์ f/1.4 ต้องถ่ายที่ 1.4 ถึงจะคุ้ม แต่ในความเป็นจริง เลนส์ส่วนใหญ่จะมีจุดที่คมที่สุด (Sweet Spot) เมื่อหรี่รูรับแสงลงมาจากค่ากว้างสุดประมาณ 2 สต็อป เลนส์ f/1.8 มักจะมีความคมชัดสูงสุดบริเวณ f/4 หรือ f/5.6 โดยความคมชัดที่ขอบภาพจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเปิด f กว้างสุด [4]
นอกจากนี้ หากคุณปรับค่า f สูงเกินไป เช่น f/22 เพื่อหวังให้ชัดทั้งภาพ คุณอาจเจอปัญหา การเลี้ยวเบนของแสง (Diffraction) ที่ทำให้ภาพดูฟุ้งและไม่คมชัดเท่าที่ควร ช่วงค่า f/8 ถึง f/11 จึงเป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการถ่ายภาพวิวให้ชัดตั้งแต่หน้าจรดหลัง
การจำลองค่า f ในสมาร์ทโฟน
ในสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone หรือ Samsung รูรับแสงของเลนส์จริงๆ มักจะคงที่ (Fixed Aperture) แต่เราสามารถ ปรับ f กล้องยังไง ผ่านโหมด Portrait (ภาพถ่ายบุคคล) 1. เข้าโหมด Portrait ในแอปกล้อง 2. สังเกตสัญลักษณ์ตัว f หรือรูปวงกลม 3. เลื่อนแถบปรับเพื่อเลือกค่า f ที่ต้องการ การใช้ซอฟต์แวร์จำลองรูรับแสงช่วยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมากสามารถสร้างภาพที่มี mิติใกล้เคียงกล้องใหญ่ได้[5] แม้ว่าการตัดขอบเส้นผมอาจจะยังไม่เนียนเท่าเลนส์จริง 100% ก็ตาม
ตารางสรุปการเลือกค่า f ให้เหมาะกับสถานการณ์
การเลือกค่า f ไม่มีถูกผิดตายตัว แต่การเลือกให้เหมาะสมกับสิ่งที่ถ่ายจะช่วยให้ภาพดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นf/1.4 - f/2.8 (รูรับแสงกว้างมาก)
ถ่ายบุคคล (Portrait), ถ่ายในที่แสงน้อย, เน้นละลายหลังแบบละมุน
สร้าง Bokeh สวยงาม แยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้ชัดเจน
พื้นที่โฟกัสแคบมาก หากโฟกัสหลุดเพียงนิดเดียวภาพจะเบลอทั้งใบหน้า
f/4 - f/8 (รูรับแสงปานกลาง)
ถ่ายภาพแนวสตรีท, ถ่ายกลุ่มคน, ถ่ายสินค้า
เป็นช่วงที่เลนส์มีความคมชัดสูงสุด (Sweet Spot) ภาพชัดครอบคลุมตัวแบบ
ฉากหลังอาจจะไม่เบลอมากนักหากแบบอยู่ใกล้ฉากหลังเกินไป
f/11 - f/16 (รูรับแสงแคบ)
ถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape), สถาปัตยกรรม
ให้ความชัดลึกสูง ภาพชัดตั้งแต่ยอดหญ้าด้านหน้าไปจนถึงภูเขาด้านหลัง
ต้องใช้สปีดชัตเตอร์ช้าลง อาจทำให้ภาพสั่นหากไม่ใช้ขาตั้งกล้อง
หากคุณต้องการหน้าชัดหลังเบลอ ให้เลือกเลขน้อยที่สุดที่มีในเลนส์ แต่ถ้าต้องการถ่ายวิวให้ชัดทุกรายละเอียด f/8 ถึง f/11 คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเลนส์เกือบทุกประเภทบทเรียนจากคาเฟ่ของ ต้น: เมื่อหน้าชัดหลังเบลอทำพิษ
ต้น พนักงานออฟฟิศวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ เพิ่งซื้อกล้อง mirrorless ตัวใหม่ไปถ่ายรูปแฟนที่คาเฟ่ย่านอารีย์ เขาตั้งค่า f/1.8 ตลอดเวลาเพราะอยากได้รูปสวยๆ เหมือนในนิตยสาร แต่พอกลับมาเปิดในคอมพิวเตอร์ เขากลับพบว่าภาพส่วนใหญ่ใช้งานไม่ได้
ปัญหาคือเขาพยายามถ่ายรูปคู่แฟนกับเค้กบนโต๊ะในระยะใกล้ เมื่อใช้ f/1.8 ความชัดมันแคบมากจนกลายเป็นว่าชัดแค่ที่จมูกแฟน แต่ดวงตาและเค้กที่อยู่ข้างๆ กลับเบลอไปหมด แฟนของเขาบ่นว่าดูไม่รู้เรื่องเลยว่ากินอะไรอยู่
วันต่อมาต้นกลับไปแก้ตัวใหม่ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า f/1.8 ไม่ได้เหมาะกับทุกรูป เขาตัดสินใจหรี่รูรับแสงลงมาที่ f/4 เพื่อให้ครอบคลุมทั้งใบหน้าแฟนและจานเค้กบนโต๊ะ โดยที่ฉากหลังยังคงเบลออยู่บ้างแต่ไม่เละจนดูไม่ออก
ผลลัพธ์คือเขาได้ภาพที่คมชัดและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น (ความคมชัดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในส่วนรายละเอียดใบหน้า) ต้นเรียนรู้ว่าการปรับค่า f ไม่ใช่แค่การละลายหลัง แต่คือการกำหนดว่าเราต้องการให้ผู้ชมเห็นอะไรชัดบ้างในภาพนั้น
คำถามในหัวข้อเดียวกัน
ทำไมเลนส์บางตัวปรับค่า f ได้ไม่เท่ากัน?
เลนส์แต่ละตัวมีขีดจำกัดทางกายภาพต่างกัน เลนส์ราคาแพงมักมีรูรับแสงกว้าง (f/1.2-f/2.8) ซึ่งต้องใช้ชิ้นเลนส์ขนาดใหญ่และคุณภาพสูง ส่วนเลนส์ซูมทั่วไปมักมีรูรับแสงแคบกว่าและอาจเปลี่ยนค่าไปตามระยะซูม
ถ้าปรับค่า f มากแล้วภาพมืดต้องทำยังไง?
เมื่อรูรับแสงแคบลง แสงจะเข้าน้อยลง คุณสามารถแก้ไขได้โดยการลดความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ให้ช้าลง หรือเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้นเพื่อให้เซนเซอร์ไวต่อแสงมากขึ้น
ค่า f มีผลต่อความคมชัดจริงไหม?
จริงครับ เลนส์ส่วนใหญ่จะไม่คมที่สุดที่ค่า f กว้างที่สุด การหรี่ลงมาสัก 1-2 สต็อปจะช่วยลดความคลาดทรงกลมและทำให้ภาพคมชัดขึ้นถึง 20-30% โดยเฉพาะบริเวณขอบภาพ
มุมมองโดยรวม
เลขน้อยหลังเบลอ เลขมากชัดทั้งภาพจำไว้ว่า f/1.8 สำหรับถ่ายคนละลายหลัง และ f/11 สำหรับถ่ายวิวให้ชัดทั่วทั้งภาพ
จุดคมชัดที่สุดอยู่ตรงกลางเลนส์ส่วนใหญ่คมที่สุดที่ f/5.6 หรือ f/8 อย่าลืมหรี่รูรับแสงลงบ้างเพื่อให้ได้คุณภาพไฟล์ที่ดีที่สุด
แสงกับค่า f สัมพันธ์กันเสมอการเปิด f กว้าง (เลขน้อย) ช่วยให้ถ่ายในที่มืดได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม ISO จนเกิด Noise ในภาพ
เอกสารอ้างอิง
- [4] Digital-photography-school - ความคมชัดที่ขอบภาพจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเปิด f กว้างสุด
- [5] Sony - การใช้ซอฟต์แวร์จำลองรูรับแสงช่วยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมากสามารถสร้างภาพที่มีมิติใกล้เคียงกล้องใหญ่ได้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต