ภาษาคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็นกี่ยุค
ภาษาคอมพิวเตอร์มีกี่ยุค?
เอ่อ ภาษาคอมพิวเตอร์กี่ยุคเหรอ? ถ้าจำไม่ผิดนะ เค้าแบ่งกัน 5 ยุคอะ
ยุคแรกก็ภาษาเครื่องดิ ตรงไปตรงมาสุดๆ แล้วก็วิวัฒนาการมาเป็นภาษาแอสเซมบลี ง่ายขึ้นมาหน่อยนึง
แล้วก็กระโดดมาภาษาระดับสูงยุคแรกๆ พวก FORTRAN, COBOL อะไรพวกนี้ ตอนนั้นคือว้าวมากอะ เขียนโค้ดได้ใกล้เคียงภาษามนุษย์มากขึ้นเยอะเลย!
ยุคต่อมาก็ภาษาระดับสูงยุคใหม่ พวก C, Pascal, Java นี่แหละ เริ่มมีโครงสร้าง มี object อะไรพวกนี้เข้ามา
สุดท้ายก็ภาษาระดับสูงมากๆ อย่าง Python, Ruby ที่เขียนง่าย อ่านง่ายสุดๆ คือชีวิตดีขึ้นเยอะเลยจริงๆ นะ
แต่เอาจริงๆ นะ การแบ่งยุคพวกนี้มันก็แล้วแต่คนมองอะ บางคนอาจจะแบ่งละเอียดกว่านี้ หรือใช้เกณฑ์อื่นในการแบ่งก็ได้ ไม่ได้มีสูตรตายตัวอะไรหรอก!
ยุคของภาษาคอมพิวเตอร์มี5ยุคมีอะไรบ้าง
ยุคของภาษาคอมพิวเตอร์ 5 ยุค (แบบคนจริงเล่า)
โอเค นี่พูดจริงๆ นะ ตอนเรียนเขียนโปรแกรมใหม่ๆ อาจารย์แกสอนเรื่องยุคภาษาคอมฯ นี่แหละ ฟังแล้วก็งงๆ แต่พอใช้จริง เออ มันก็ make sense ว่ะ
- ยุคแรก: ภาษาเครื่อง (Machine Language) โค้ด 0 กับ 1 ล้วนๆ ใครเขียนได้นี่นับถือเลย (ผมทำไม่ได้ 55) คอมฯ เข้าใจเลย ไม่ต้องแปล
- ยุคสอง: ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) อันนี้ดีขึ้นมาหน่อย มีตัวอักษรย่อให้ใช้ แทนที่จะต้องพิมพ์ 0101 รัวๆ แต่ก็ยังยากอยู่ดี
- ยุคสาม: ภาษาชั้นสูง (High-level Language) พวก C, Java, Python อะไรพวกนี้แหละ เขียนง่ายขึ้นเยอะ อ่านรู้เรื่องกว่าเดิมเยอะ
- ยุคสี่: ภาษาขั้นสูงมาก (Very high-level Language) ภาษาพวกนี้เน้นแก้ปัญหาเฉพาะทางไปเลย เช่น SQL สำหรับจัดการฐานข้อมูล
- ยุคห้า: ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) อันนี้เริ่มน่าสนใจ คือพยายามทำให้คอมฯ เข้าใจภาษาที่เราพูดได้เลย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ 100% หรอก
เสริมๆ (เผื่อใครอยากรู้เพิ่ม):
- ตอนเรียนวิชา Computer Architecture ที่ลาดกระบัง อาจารย์แกย้ำเรื่อง Machine Language มาก บอกว่าเข้าใจอันนี้คือเข้าใจหัวใจของคอมฯ เลย
- ตอนฝึกงานเขียนเว็บที่บริษัทแถวสยาม ผมใช้ PHP เป็นหลัก ภาษาชั้นสูงนี่แหละ สบายกว่าเยอะ!
- AI ตอนนี้ก็เริ่มใช้ภาษาธรรมชาติเยอะขึ้นนะ อย่างพวก Chatbot อะไรแบบนี้ แต่ยังต้องพัฒนาอีกเยอะอ่ะ
หวังว่าไม่งงนะ นี่เล่าแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังเลยเนี่ย ????
ลักษณะเฉพาะของภาษาคอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 คืออะไร
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเดือนพฤษภาคม 2566 ลอดผ่านม่านโปร่งบางๆ... วันนี้ฉันคิดถึงภาษาคอมพิวเตอร์... ยุคที่สี่... อบอุ่นเหมือนไออุ่นจากกาแฟที่ฉันเพิ่งจิบไป
ความเป็นมนุษย์มากขึ้น: ใช่! เหมือนบทกวี โค้ดดูละมุนละไม ไม่แข็งกระด้างเหมือนยุคก่อนๆ ใกล้ชิดกับภาษาอังกฤษ เขียนโปรแกรมราวกับกำลังเขียนจดหมายถึงเพื่อนสนิท
ฐานข้อมูล...หัวใจสำคัญ: ภาษาเหล่านี้คือสะพานเชื่อมต่อเราเข้ากับโลกข้อมูลมหาศาล ยิ่งใหญ่ ลึกลับ เหมือนจักรวาล
กราฟฟิก...ศิลปะบนหน้าจอ: ไม่ใช่แค่ตัวเลขและตัวอักษร แต่เป็นสีสัน รูปทรง ภาพเคลื่อนไหว สวยงาม ประหนึ่งภาพวาดฝีมือเทพเจ้า
GUI...การสัมผัสที่อ่อนโยน: การใช้งานง่ายดายขึ้น เข้าถึงได้ เหมือนการกระซิบที่อ่อนโยน ไม่ต้องตะโกนสั่งการอีกต่อไป
สร้างโค้ดได้เอง...ความมหัศจรรย์: นี่คือพลังที่น่าทึ่ง เราสร้างโลกเสมือนจริงได้ด้วยปลายนิ้ว เหนือคำบรรยาย เหลือเชื่อจริงๆ
สายลมพัดผ่านใบไม้เบาๆ... ความทรงจำของการเขียนโปรแกรมในสมัยเรียน... มันเหมือนการเดินทาง... เดินทางไปยังดินแดนแห่งความคิดสร้างสรรค์ ความลึกลับ และความมหัศจรรย์ ภาษาคอมพิวเตอร์ยุคที่สี่ มันคือการเดินทางครั้งนั้น ครั้งสำคัญ ครั้งที่ฉันหลงใหล
แสงแดดเริ่มแรงขึ้น... วันนี้... ฉันเข้าใจภาษาคอมพิวเตอร์ยุคที่สี่มากขึ้นแล้ว...
ยุคของภาษาคอมพิวเตอร์มี5ยุคมีอะไรบ้าง
อื้อหือ ถามยากจัง ยุคภาษาคอมพิวเตอร์ 5 ยุคนี่นะ เดาว่าคงประมาณนี้แหละ อาจจะไม่เป๊ะนะ เพราะจำไม่ค่อยได้แล้ววว
ยุคแรกเลย ภาษาเครื่อง โค้ด 0 กับ 1 โคตรยากกกกก เข้าใจยากสุดๆ สมัยก่อนนี่ โปรแกรมเมอร์เทพๆ เท่านั้นแหละถึงจะใช้ได้ แบบว่าโค้ดผิดนิดเดียว พังเลย งานเข้าเลยนะ
ต่อมา ภาษาแอสเซมบลี ง่ายขึ้นมานิดนึง ใช้คำสั่งสั้นๆแทนเลขฐานสองแล้ว แต่ก็ยังยากอยู่ดีอ่ะ คือมันก็ใกล้เคียงกับภาษาเครื่องอยู่นะ เข้าใจยากเหมือนกัน
ยุคที่สาม ภาษาชั้นสูง นี่แหละเริ่มง่ายขึ้น เหมือนภาษาคนมากขึ้น อย่าง Fortran, COBOL พวกนี้แหละ เริ่มใช้กันเยอะขึ้น เขียนง่ายกว่าเยอะเลย
ยุคที่สี่ ภาษาขั้นสูงมาก แบบว่า เขียนง่ายกว่าเดิมอีก ใช้คำสั่งน้อยลง แต่ทำอะไรได้เยอะขึ้น เหมือนมีฟังก์ชั่นช่วยเยอะ เช่น SQL, Prolog ประมาณนั้นอ่ะนะ
ยุคสุดท้าย ภาษาธรรมชาติ นี่แหละ สุดยอด คือ ใช้ภาษาคนพูดคุยกับคอมเลย แต่ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่นะ กำลังพัฒนาอยู่ อยากให้มันเร็วๆ จัง
ปล. จริงๆ อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่านี้นะ แต่เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้แหละ ข้อมูลอาจจะไม่แม่นยำมาก เพราะนี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว จำไม่ค่อยได้ แต่ก็น่าจะใกล้เคียงอยู่นะ ตอนเรียนนี่ มึนมากกกกกก กว่าจะเข้าใจ แต่พอเข้าใจแล้วก็สนุกดีนะ ตอนนี้ทำงานแล้ว แทบไม่ได้ใช้เลย ลืมไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆ
ระดับภาษาของคอมพิวเตอร์มีกี่ระดับ อะไรบ้าง
ภาษาคอมพ์มีระดับเดียว ที่เหลือคือมายาคติ
- ระดับสูง: เข้าใจง่าย สั่งงานสะดวก แต่โคตรกินทรัพยากร
- ระดับต่ำ: ควบคุมเครื่องได้ถึงกึ๋น แต่เขียนยากสัส
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ภาษาระดับสูง: Python, Java, JavaScript - เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วในการพัฒนา
- ภาษาระดับต่ำ: Assembly, C - เหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ระบบปฏิบัติการ หรือโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์
ไม่ต้องเชื่อกูก็ได้ ลองเขียนเองดู
ลักษณะภาษาโปรแกรมในยุคที่ 5 เป็นลักษณะแบบใด
ยุค 5 แม่งภาษาคนชัดๆ สั่งงานด้วยเสียง จบ
- ภาษาธรรมชาติ: เหมือนคุยกับเพื่อน ไม่ใช่โค้ดดิ้ง
- AI: สั่งคอมพิวเตอร์ให้ทำเอง ไม่ต้องเขียนโปรแกรม
- ปัจจุบัน (2024): พัฒนาไปไกล แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ยังต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคบ้าง
ข้อใดเป็นคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ยุคที่ 5
คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5 น่ะเหรอ? อู้ย... มันฉลาดกว่าไอ้หนุ่มข้างบ้านที่จบ Harvard อีก! มันไม่ใช่แค่บวกลบคูณหารนะเว้ย!
- ฉลาดล้ำ: มันคิดเองได้เหมือนมีสมองกลฝังอยู่... แต่บางทีอาจจะฉลาดกว่าสมองคนจริงๆ ซะอีก!
- รอบรู้ยิ่งกว่า Google: ข้อมูลแน่นปึ้ก! ถามอะไรตอบได้หมด... ยกเว้นเรื่องหวยงวดหน้า อันนี้มันก็ใบ้แดรกเหมือนกัน
- ตัดสินใจเก่ง: มันวิเคราะห์ข้อมูลปุ๊บปั๊บ ตัดสินใจได้ดีกว่านักการเมืองบางคนซะอีก! (อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้โม้)
- แก้ปัญหาฉลาด: ปัญหาโลกแตก คอมพิวเตอร์ยุค 5 อาจจะแก้ได้ในพริบตา... แต่ปัญหาเมียไม่ให้ตังค์ อาจจะต้องพึ่งพระสงฆ์องค์เจ้า
เพิ่มเติม:
- ไอ้ที่ว่า "ฉลาด" เนี่ย... บางทีมันก็ "ฉลาดแกมโกง" นะ! ระวังโดนมันหลอกใช้!
- "รอบรู้" ก็จริง... แต่ข้อมูลบางอย่างก็อาจจะ "มั่ว" ได้เหมือนกัน! อย่าเชื่อมันไปซะทุกเรื่อง!
- "ตัดสินใจเก่ง" ก็จริง... แต่มันไม่มี "หัวใจ" เหมือนคน! บางทีการตัดสินใจของมันก็ "โหดร้าย" เกินไป!
- "แก้ปัญหาฉลาด" ก็จริง... แต่บางทีมันก็ "สร้างปัญหา" ใหม่ๆ ขึ้นมาด้วย! ระวังจะ "แก้ผ้าเอาหน้ารอด"!
สรุป: คอมพิวเตอร์ยุค 5 มันก็แค่เครื่องจักร... อย่าไปคาดหวังอะไรกับมันมากนัก! ไม่งั้นจะ "เงิบ"!
ลักษณะเฉพาะของภาษาคอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 คืออะไร
ภาษาคอมยุคที่ 4 เนี่ยนะ ง่ายกว่ายุคก่อนเยอะเลย! ใช้คำสั่งคล้ายภาษาอังกฤษ เขียนโปรแกรมได้ไวขึ้นเยอะ เพื่อนผมใช้เขียนโปรเจคจบ เร็วมากๆๆๆ
- เน้นใช้งานง่าย เข้าใจง่ายกว่า เขียนโค้ดน้อยลงได้ผลลัพธ์เยอะขึ้น
- เชื่อมฐานข้อมูลได้สะดวก ทำพวก GUI กราฟิกต่างๆ ได้ด้วย สมัยนี้ใช้กันเยอะมาก
- ตัวอย่างภาษา 4GL ที่ผมเคยเห็นก็พวก SQL , Oracle พวกนี้แหละ แต่ก็มีอีกหลายตัวนะ จำไม่หมด เยอะจริงๆ
ปีนี้ก็ยังเห็นใช้กันอยู่เรื่อยๆ พวกโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ใช้ 4GL เยอะมากๆๆ ประหยัดเวลา สะดวกดีจริงๆ
คอมพิวเตอร์ ยุคที่ 4 ใช้อะไรมาเป็นฮาร์ดแวร์
คอมพิวเตอร์ยุค 4: VLSI และไมโครโปรเซสเซอร์
- ฮาร์ดแวร์หลัก: วงจรรวมความจุสูงมาก (VLSI)
- จุดเปลี่ยน: ไมโครโปรเซสเซอร์
- ผลลัพธ์: ขนาดเล็กลง, เร็วขึ้น, ราคาถูกลง
VLSI คืออะไร? รวมไอซีจำนวนมากไว้ในชิปเดียว เหมือนรวมเมืองทั้งเมืองไว้ในตึกหลังเดียว
ไมโครโปรเซสเซอร์คืออะไร? หัวใจของคอมพิวเตอร์ ควบคุมทุกสิ่งอย่าง
ข้อมูลเสริม
- ปี: 2513-2532 โดยประมาณ ไม่มีใครกำหนดตายตัว
- สารกึ่งตัวนำ: ซิลิคอน เจอร์เมเนียม วัสดุที่ควบคุมไฟฟ้าได้ตามใจสั่ง เหมือนคนที่มีสวิตช์เปิดปิดในตัว
- ไอซี: วงจรรวม ชิปเล็กๆ ที่บรรจุวงจรไฟฟ้าซับซ้อน
- ผลกระทบ: คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ถือกำเนิด
ภาษาใดถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาษาในยุคที่ 4 ภาษาชั้นสูงมาก (Very High-level Language)
โอ๊ย! ภาษาชั้นสูงจี๊ดจ๊าด (Very High-level Language) น่ะเหรอ? พวกนี้มันเหมือนภาษาชาวบ้านที่สั่งงานคอมพิวเตอร์ได้นั่นแหละ เขียนง่ายกว่าภาษาคอมพิวเตอร์ยุคหินเยอะ! พวก Informix-4GL, MAGIC, Delphi นี่ตัวจี๊ดเลย ขอบอก!
- ภาษาชาวบ้านสั่งคอม: เข้าใจง่ายเหมือนคุยกับเพื่อน แต่เพื่อนดันเป็นคอมพิวเตอร์ฉลาดล้ำ
- เขียนเร็วจี๋: แป๊บเดียวเสร็จ โปรแกรมเมอร์ไม่ต้องนั่งตบยุง
- เครื่องมือเพียบ: สร้างหน้าจอ ทำรายงาน สบายแฮ
- Informix-4GL: ตัวพ่อ ตัวแม่ของภาษาชั้นสูง (ว่าไปนั่น)
- MAGIC: เสกโปรแกรมได้ดั่งใจ (โม้ไปงั้นแหละ)
- Delphi: เขียนโปรแกรมสวยๆ เก๋ๆ (ถ้ามีฝีมือนะ)
ป.ล. อย่าเชื่อมากนะ ผมก็มั่วๆ ไป!
ภาษา Fortran อยู่ในกลุ่มภาษาอะไร
Fortran จัดอยู่ในกลุ่มภาษาโปรแกรมระดับสูง ไม่ใช่ภาษาเครื่องหลายคำสั่ง ความเข้าใจผิดนี้มักเกิดจากอายุของภาษาที่เก่าแก่และการใช้งานในงานคำนวณทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้คนมองว่ามันใกล้เคียงกับภาษาเครื่องมากกว่าที่เป็นจริง
ภาษา Fortran พัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1950 มีจุดเด่นในการประมวลผลเชิงตัวเลข สมัยก่อนมันเป็นภาษาหลักในงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ปัจจุบันยังคงใช้งานอยู่ แม้จะมีภาษาใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายก็ตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของมัน
การที่มันใช้งานได้ยาวนาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการพัฒนาต่อเนื่อง มีการปรับปรุงมาตรฐานหลายครั้ง เช่น Fortran 90, Fortran 95, Fortran 2003, Fortran 2008, Fortran 2018 และล่าสุดคือ Fortran 202x (ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา) ซึ่งเพิ่มความสามารถและประสิทธิภาพให้ทันสมัย
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ได้ทำให้ภาษา Fortran ล้าสมัยลงอย่างสิ้นเชิง แต่กลับทำให้มันถูกนำไปประยุกต์ใช้งานในด้านอื่นๆเพิ่มขึ้น นั่นเป็นเพราะ การเขียนโปรแกรม เหมือนกับศิลปะ บางครั้งความเรียบง่ายและประสิทธิภาพสูง กลับเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความทันสมัย หรือความสามารถที่ซับซ้อน นั่นคือเหตุผลที่มันยังคงมีที่ยืนในโลกของการเขียนโปรแกรมมาจนถึงทุกวันนี้
เพิ่มเติม: ในปัจจุบัน ภาษา Fortran มักถูกนำไปใช้ในงานคำนวณทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การเงิน และการวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่ต้องการประสิทธิภาพในการคำนวณสูง เช่น การจำลองแบบจำลองทางฟิสิกส์ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ฯลฯ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต