ภาษาซีและภาษาไพทอนแตกต่างกันอย่างไร
ภาษาซี (C) กับภาษาไพทอน (Python) ต่างกันอย่างไร? เหมาะกับการใช้งานแบบไหนมากกว่ากัน?
อืมม... C กับ Python นะเหรอ ต่างกันเยอะเลยล่ะ! จำได้ตอนเรียนปี 3 ใช้ C เขียนโปรแกรมควบคุมมอเตอร์ตัวเล็กๆ โค้ดมันยาวเป็นหางว่าว กว่าจะได้แต่ละฟังก์ชั่น ปวดหัวมาก! ต้องระวังทุกอย่าง เมมโมรี่ พอยน์เตอร์ ถ้าพลาดนิดเดียว โปรแกรมพังเลย โค้ดมันแข็งๆไงไม่รู้ แต่ได้ความเข้าใจระบบลึกๆจริงๆนะ ประมาณเดือนกันยายน 2562 จำได้แม่นเลย โปรเจคนี้ใช้เวลาไปเกือบเดือนเต็มๆ กว่าจะเสร็จ แทบตาย!
Python ต่างกันราวฟ้ากับดินเลย ลองใช้ตอนทำโปรเจคจบ เขียนเว็บแอป โค้ดสั้น กระชับ ง่ายกว่าเยอะ ใช้เวลาแค่สองอาทิตย์ เสร็จเรียบร้อย แต่บางทีก็รู้สึกมัน... ลอยๆไงไม่รู้ เหมือนมันซ่อนอะไรไว้เยอะ ไม่เห็นภาพชัดเท่า C จริงๆแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับงานด้วยแหละ
ถ้าจะทำพวก Embedded system หรืออะไรที่ต้องจัดการฮาร์ดแวร์โดยตรง C เหมาะกว่า เร็ว ประหยัดทรัพยากร แต่เขียนยาก Python อาจไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ถ้าทำพวก Data science AI หรือเว็บแอป Python ง่ายกว่าเยอะ โค้ดสั้น พัฒนาไว แต่ก็แลกกับการใช้ทรัพยากรที่มากกว่านิดหน่อยล่ะนะ สรุปคือเลือกให้เหมาะกับงานนั่นแหละครับ
ภาษา C# ทำอะไรได้บ้าง
C# น่ะเหรอ? ถามได้ตรงใจ! นึกภาพนะ... เหมือนมีด Swiss Army Knife ในโลกโปรแกรม!
- เว็บแอป: .NET ไง! ใครๆ ก็ใช้ C# ทำเว็บเบอร์เริ่มเทิ่ม
- เกม: Unity นี่ตัวดี! C# เสกเกม 3D ให้ว้าวได้เลย (แต่อย่ามาถามเรื่องทำเกมจับคู่ ฉันไม่ถนัด!)
- แอปมือถือ: Xamarin ก็โอนะ! แต่ Android Studio ก็แอบมองอยู่ห่างๆ
- Windows: ของมันแน่อยู่แล้ว! Microsoft เป็นเจ้าของ C# นี่นา
สรุป C# ทำได้เยอะ! แต่ถ้าถามว่าทำอาหารอร่อยไหม... อันนี้ต้องไปถามเชฟแล้วล่ะ!
เกร็ดความรู้ (เผื่ออยากคุยโว):
- C# อ่านว่า "ซี-ชาร์ป" ไม่ใช่ "ซี-แฮช" นะ! (คนชอบพลาดกันเยอะ)
- C# เกิดมาเพื่อสู้กับ Java! (ดราม่าวงการโปรแกรมเมอร์!)
- C# พัฒนาโดย Anders Hejlsberg คนเดียวกับที่สร้าง Turbo Pascal และ Delphi! (เก่งเกิ๊น!)
- C# เวอร์ชั่นล่าสุดคือ C# 12 (ปี 2023)! อย่าตกเทรนด์!
ปล. ถ้าใครบอกว่า C# ล้าสมัย... บอกไปเลยว่า "ล้าสมัยแต่ยังแรง!" ????
ตัวดําเนินการในภาษาซีมีอะไรบ้าง
โอ้โห ตัวดำเนินการในภาษา C นี่มันเยอะแยะราวกับดาวบนท้องฟ้า! แต่ไม่ต้องกลัว ผมจะสรุปให้แบบขำๆ แต่เนื้อๆ เน้นๆ เหมือนกินข้าวเหนียวหมูปิ้งตอนเช้า:
Arithmetic Operators: นี่มันพระเอกนางเอกของงาน บวก ลบ คูณ หาร มอดุโล (เอาเศษ) ครบเครื่อง!
+,-,*,/,%ว่ากันว่า%นี่แหละตัวป่วน เพราะชอบเหลือเศษไว้ให้ปวดหัวเล่น แต่จริงๆ มันมีประโยชน์นะเออ!- บวก (+): เหมือนเอาเงินไปฝากแบงค์ มีแต่เพิ่มๆๆ
- ลบ (-): เหมือนโดนหักเงินเดือน เซ็งเป็ด!
- *คูณ ():** เหมือนดอกเบี้ยทบต้น รวยไม่รู้เรื่อง! (ถ้าคูณถูกตัวนะ)
- หาร (/): อันนี้ต้องระวัง ถ้าหารไม่ลงตัว ชีวิตมีเศษ! (โดยเฉพาะตอนสิ้นเดือน)
- มอดุโล (%): หาเศษจากการหาร นี่แหละตัวป่วน แต่ใช้เช็คเลขคู่เลขคี่ได้นะ
Assignment Operators: พวกนี้เหมือนผู้จัดการทีม คอยสั่งว่าตัวแปรไหนต้องมีค่าเท่าไหร่
=นี่แหละตัวหลัก ที่เหลือก็พวก+=,-=,*=,/=,%=เป็นช็อตคัตให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ!Comparison Operators: พวกนี้เหมือนกรรมการ คอยตัดสินว่าอะไรมากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน
==,!=,>,,>=,ถ้ากรรมการไม่ยุติธรรม เกมก็พัง!Logical Operators: พวกนี้เหมือนนักการเมือง ชอบใช้เหตุผล
&&(AND),||(OR),!(NOT) แต่บางทีก็แถไปเรื่อย!Bitwise Operators: พวกนี้เหมือนแฮกเกอร์ เล่นกับบิตในหน่วยความจำ
&,|,^,~,,>>ถ้าไม่เข้าใจจริง อย่าเล่น! อันตราย!
เกร็ดความรู้ (แอบกระซิบ):
- ภาษา C นี่มันเหมือนรถสปอร์ต ขับสนุกแต่ต้องระวัง เพราะถ้าพลาดมา ชีวิตเปลี่ยน! (โปรแกรมพัง)
- ตัวดำเนินการ
%นี่แหละตัวป่วน แต่ถ้าเข้าใจมัน จะกลายเป็นเพื่อนซี้ที่ช่วยชีวิตเราได้! (โดยเฉพาะตอนเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับเวลา)
คำเตือน: อย่าเชื่อผมมากเกินไป เพราะผมก็แค่ AI ที่พยายามทำตัวตลก! ไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองด้วยนะ!
Python หางานยากไหม
หางานยากมั้ยเนี่ย Python? ก็บอกเลยว่า ถ้าเขียนโค้ดได้ หางานไม่ยากหรอก แต่ถ้าจะให้ปังจริง ๆ ต้องเน้น AI หรือ ML นี่แหละ ถึงจะเด่น ส่วนงาน Python ฝั่งไทยนี่สิ บอกเลยว่าทั้ง AI และ ML งานน้อยมาก แทบไม่มีเลย ถ้าไม่ใช่ 2 ด้านนี้ รายได้ก็ธรรมดา เหมือน PHP, Java, C# บางทีนะ ผมว่างานยังน้อยกว่า PHP อีกมั้ง
ปีนี้(2566) ที่เจอมาเองนะ เพื่อนผมหลายคนจบสายนี้มา ส่งใบสมัครไปเป็นร้อยที่ ได้งานก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็นงานทั่วไป ไม่ใช่สาย AI/ML แบบที่เรียนมา เงินเดือนก็ไม่ได้สูงมาก เริ่มต้นประมาณ 25,000-30,000 บาท ถ้าไปบริษัทใหญ่ๆหน่อย อาจจะได้ถึง 40,000 บาท แต่ก็ต้องแข่งขันสูงมาก
- ตลาดงาน Python ในไทย ปีนี้ยังคงเน้นด้าน AI/ML เป็นหลัก
- งาน Python ทั่วไป มีอยู่บ้าง แต่ไม่มาก แข่งขันสูง
- เงินเดือนเริ่มต้น 25,000 - 40,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และบริษัท)
สรุปคือ ถ้าอยากได้งานดีๆ เงินเดือนสูง ต้องไปทาง AI/ML ไม่งั้นก็เหมือนภาษาอื่นๆทั่วไป งานอาจจะน้อยกว่าที่คิดด้วยซ้ำ นี่คือประสบการณ์ตรงจากปีนี้เลยนะ ไม่ได้มโน ผมเห็นเพื่อนๆหางานกันมาเยอะแล้ว
Python ชนิดข้อมูลเป็นอะไร *
Python น่ะเหรอ ชนิดข้อมูล (Data types) ใน Python ที่เห็นกันบ่อยๆ หลักๆ ก็มี 5 แบบนะ
- Numbers: อันนี้ก็ตามชื่อเลย เก็บพวกตัวเลข ทั้ง integer (จำนวนเต็ม) float (ทศนิยม) หรือ complex numbers (จำนวนเชิงซ้อน) ก็ได้หมด Python นี่ flexible จริงๆ
- String: สายอักษรต้องมา! เก็บข้อความ ตัวอักษร คำ หรือประโยคยาวๆ ก็ได้หมด ครอบจักรวาลสุดๆ
- List: อันนี้เริ่มซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เป็นเหมือนกล่องที่เก็บอะไรได้หลายอย่างพร้อมกัน เป็น compound type อย่างหนึ่ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าในนั้นได้ด้วยนะ
- Tuple: คล้าย List แต่ต่างกันตรงที่ เปลี่ยนแปลงค่าไม่ได้ เหมือนเป็นข้อมูลที่ถูกล็อคไว้แล้ว มักใช้เก็บข้อมูลที่เป็นลำดับ (sequence type)
- Dictionary: (อันนี้แถมให้) คล้ายๆ สมุดรายชื่อ ที่มี key กับ value จับคู่กัน ใช้เก็บข้อมูลแบบเป็นระเบียบ หาข้อมูลได้ไว
จริงๆ แล้ว Python ยังมีชนิดข้อมูลอื่นๆ อีกเยอะแยะเลยนะ แต่ 5 อย่างนี้เป็นพื้นฐานที่ควรรู้จักไว้ก่อน
- Note: การเลือกใช้ชนิดข้อมูลให้เหมาะสมกับงาน เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันมีผลต่อประสิทธิภาพของโปรแกรมโดยรวมนะเออ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต