รูปแบบการนําเสนองาน Presentation มีอะไรบ้าง

167 ครั้งเข้าชม
รูปแบบการนำเสนองาน (Presentation) หลากหลาย แบ่งตามวัตถุประสงค์หลักได้ดังนี้ ให้ข้อมูล (Informative): เน้นการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ เช่น รายงานผลวิจัย สถิติต่างๆ สอน/แนะนำ (Instructive): มุ่งเน้นการสอนทักษะ วิธีการ ขั้นตอนปฏิบัติ เช่น การใช้งานโปรแกรม โน้มน้าวใจ (Persuasive): ชักจูงใจให้ผู้ฟังคล้อยตาม เปลี่ยนความคิด เห็นด้วยกับแนวคิดที่นำเสนอ เช่น การนำเสนอขายสินค้า จูงใจ (Motivational): กระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น เช่น ปาฐกถาสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อการตัดสินใจ (Decision-Making): นำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์ เพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น การนำเสนอแผนธุรกิจ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เทคนิคการนำเสนองาน Presentation แบบไหนดี?

เอาจริงๆ นะ เรื่องพรีเซนต์เนี่ย มันแล้วแต่สถานการณ์เลยอะ ไม่มีสูตรตายตัวหรอก แต่ที่เคยเจอกับตัวนะ ตอนปี 3 ที่มหาลัย (จำเดือนไม่ได้ละ น่าจะสักตุลาคม) ต้องพรีเซนต์โปรเจกต์จบ โอ้โห...คือชีวิต! ตอนนั้นเลือกใช้พรีเซนต์แบบผสมๆ อ่ะ เน้นข้อมูลแน่นๆ แต่ก็ต้องมีมุกตลกสอดแทรกบ้าง ไม่งั้นคนฟังหลับ

แล้วไอ้การพรีเซนต์แบบโน้มน้าวใจนี่ก็สำคัญนะ ถ้าเราอยากให้คนเห็นด้วยกับสิ่งที่เราพูด เคยไปฟัง sales pitch ของบริษัทนึง (จำชื่อไม่ได้แล้วเหมือนกัน) เค้าเก่งมากอ่ะ พูดจาโน้มน้าวให้เราอยากซื้อของเค้าเลย ทั้งๆ ที่ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรเลยนะ

ส่วนการนำเสนอแบบจูงใจนี่...เราว่ามันต้องมาจากใจจริงนะ ถ้าเราไม่เชื่อในสิ่งที่เราพูด คนฟังเค้าจับได้หมดแหละ

แล้วก็...การนำเสนอข้อมูลแบบตรงไปตรงมาก็สำคัญนะ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรายงานผลการดำเนินงานอะไรแบบนี้

สุดท้าย การนำเสนอเพื่อการตัดสินใจ...อันนี้ยากสุด ต้องมีข้อมูลครบถ้วน รอบด้าน แล้วก็ต้องชี้ให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือกอย่างชัดเจน

สรุปคือ...มันไม่มีวิธีที่ดีที่สุดหรอก ต้องดูสถานการณ์ แล้วก็ปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองนั่นแหละ สำคัญสุดคือต้องมั่นใจในตัวเอง แล้วก็เตรียมตัวให้พร้อม!

Presentation Techniques มีอะไรบ้าง

7 เทคนิค? เรื่องง่ายๆ

  1. ทำไม สำคัญกว่าทำอะไร อย่าเสียเวลาพล่าม
  2. คนฟัง ไม่ใช่เพื่อนมึง อย่าโลกสวย
  3. ภาพ แม่งชัดเจนกว่าตัวหนังสือโง่ๆ
  4. เรื่องเล่า ดึงคนได้ แต่ไม่ใช่เรื่องผีปอบ
  5. ซ้อม ไม่ต้องเยอะ เอาแค่ไม่ติดขัด
  6. 10 นาที พีคสุดแล้ว เกินกว่านั้นแม่งเบื่อ
  7. ปฏิสัมพันธ์ ถามคำถามกวนๆ ดูเชิงไป

แม่งเอ๊ย! เตรียมตัวไปตายเหอะ ถ้าพรีเซนต์ห่วย

  • กฏ 10 นาที: คนเราสมาธิสั้น อย่าฝืน
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: พวกสไลด์เยอะๆ ไม่มีใครอ่านจริงจังหรอก
  • ความสำเร็จ: ไม่ได้อยู่ที่เทคนิค แต่อยู่ที่ความมั่นใจสัสๆ

พรีเซนเทชั่น ต้องมีอะไรบ้าง

เอาละเหวย! 7 เทคนิคพรีเซนต์ให้ปังแบบคนบ้านๆ แต่รับรองเจ้านายต้องยกนิ้วให้ (หรืออาจจะไล่ออก ข้อหาเว่อร์เกินเหตุ อันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ)

  1. ทำไมต้องพรีเซนต์วะ?: ถามใจตัวเองก่อนเลยพี่น้อง! ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปทำมัน! เสียเวลาทำมาหากิน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องหาเหตุผลให้มันดูดีหน่อย เช่น "อยากอวดของ" หรือ "อยากให้คนอื่นรู้ว่าเราก็มีดี" (ถึงจะมีดีแค่ขี้โม้ก็เถอะ!)

  2. รู้จักคนฟังหน่อยเถอะ: อย่าไปพรีเซนต์เรื่องหุ้นให้ชาวบ้านทำนาฟัง! เขาจะเบื่อขี้หน้าเอา! ต้องดูว่าคนฟังเป็นใคร สนใจอะไร แล้วยิงประเด็นให้ตรงเป้า! (ถึงจะเป้าเคลื่อนไปบ้างก็หยวนๆ ไปเหอะ)

  3. ภาพสวยๆ เรื่องง่ายๆ: ใครบอกว่าสไลด์ต้องมีแต่ตัวหนังสือ? ใส่รูปเข้าไปบ้าง! รูปอะไรก็ได้ที่มันดูดี! (รูปแมว รูปหมา รูปอาหาร ก็ยังดีกว่าตัวหนังสือเป็นพรืด!) แล้วก็ทำทุกอย่างให้มันง่ายเข้าไว้! อย่าไปใช้ศัพท์แสงยากๆ ให้คนฟังงง! (เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราโง่ตามไปด้วย)

  4. เล่าเรื่องให้มันสนุก: ใครๆ ก็ชอบฟังนิทาน! เอาเรื่องที่จะพรีเซนต์มาผูกเป็นเรื่องเป็นราว! ใส่สีใส่ไข่เข้าไปบ้าง! (แต่อย่าให้มันเกินจริงจนคนฟังจับได้นะ!)

  5. ซ้อมๆๆๆๆๆ: อย่าคิดว่าตัวเองเก่งแล้วไม่ต้องซ้อม! ซ้อมให้มันคล่อง! ซ้อมจนพูดออกมาเป็นธรรมชาติ! (แต่ถ้ายังประหม่าอยู่ ก็แดกเหล้าก่อนขึ้นเวทีสักเป๊กสองเป๊ก! อันนี้ไม่แนะนำนะ!)

  6. กฎ 10 นาที: ไม่มีใครอยากฟังอะไรนานๆ! พยายามสรุปทุกอย่างให้จบภายใน 10 นาที! ถ้าเกินกว่านั้น คนฟังจะเริ่มเล่นมือถือ! (หรือแอบหลับ!)

  7. คุยกับคนฟังบ้าง: อย่าเอาแต่พูดๆๆๆๆ! ถามคำถาม! ชวนคนฟังคุย! ทำให้เขารู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม! (แต่ถ้าไม่มีใครอยากตอบ ก็อย่าไปเซ้าซี้! ปล่อยให้มันเป็นไปตามยถากรรม!)

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบบ้านๆ):

  • สถิติปีล่าสุดบอกว่า: คนที่พรีเซนต์เก่งๆ มักจะมี "ของดี" ติดตัวมาด้วย! ไม่ใช่แค่ความรู้! แต่อาจจะเป็นเสน่ห์! หรือโชคช่วย! (อันนี้พูดจริงๆ นะ!)
  • เคล็ดลับจากเซียน: ก่อนขึ้นเวทีให้ท่องคาถา "กูทำได้! กูทำได้! กูทำได้!" (ถึงจะไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหลอกตัวเองไปก่อน!)
  • คำเตือน: อย่าพยายามเป็นตัวเองมากเกินไป! บางที "ตัวเอง" ของเรามันอาจจะไม่น่าดูเท่าไหร่! (อันนี้เจ็บแต่จริง!)
  • จากประสบการณ์ตรง: เคยพรีเซนต์งานแล้วลืมสคริปต์! ผลคือ...ดับอนาถ! ดังนั้น! เตรียมตัวให้ดี! ไม่มีอะไรแน่นอน! (ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ!)
  • โปรแกรมพรีเซนต์ยอดฮิตปีนี้: นอกจาก PowerPoint แล้ว ลองใช้ Canva ดู! มันง่ายและสวย! (แต่ถ้าไม่มีตังค์ ก็ใช้ PowerPoint นั่นแหละ! ประหยัดดี!)
  • สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: อย่าพรีเซนต์ตอนหิว! เพราะสมองจะไม่ทำงาน! (หาอะไรกินก่อน! เดี๋ยวไม่มีแรง!)
  • สุดท้าย: ถ้าทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด! ก็แค่ยิ้มแล้วบอกว่า "ขอโทษครับ/ค่ะ" แล้วเดินลงจากเวที! (ชีวิตต้องดำเนินต่อไป!)

เน้นๆ ไปเลย!: พรีเซนต์ให้ปัง! ต้องมี "ของ"! (ไม่ใช่แค่ความรู้! แต่เป็น "อะไรก็ได้" ที่ทำให้คนสนใจ!)

เฮ้อ! พิมพ์จนเหนื่อย! หวังว่าคงจะพอมีประโยชน์บ้างนะ! (หรืออาจจะไม่มีเลย! ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม!)

ใช้สื่อ ประกอบ การนำ เสนอ อย่างไร บ้าง

ใช้สื่อประกอบการนำเสนออย่างไรให้ได้ผลดี? สำคัญคือต้องเลือกให้เหมาะสมกับหลายปัจจัย

  • กลุ่มผู้ฟัง: จำนวนผู้ฟังมากอาจใช้ Projector ขนาดใหญ่ กลุ่มเล็กอาจใช้ Whiteboard หรือเพียงแค่การพูดคุยก็พอ ลองคิดดูว่าผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายของคุณคือใคร วัยไหน มีความรู้พื้นฐานเรื่องนี้อยู่มากน้อยแค่ไหน พวกเขามีความสนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ? การนำเสนอของคุณควรตอบโจทย์พวกเขาเหล่านั้น

  • สถานที่: ห้องประชุมขนาดใหญ่ต้องการ projector ความละเอียดสูง ห้องเรียนเล็กอาจใช้เพียงแค่ laptop กับ projector ขนาดเล็กก็เพียงพอ ลองนึกภาพสถานที่นำเสนอของคุณ แสงสว่างเพียงพอหรือไม่? มีอุปกรณ์เสริมอะไรให้ใช้บ้าง?

  • ประเภทสื่อ: PowerPoint เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลเชิงสถิติ วิดีโอใช้ประกอบเรื่องราว ภาพถ่ายสำหรับการเล่าเรื่องภาพ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสื่อที่สอดคล้องกับเนื้อหา อย่าใช้สื่อที่มากเกินไปจนกลายเป็นการรบกวน ปีนี้ผมเองก็กำลังศึกษาการใช้ AI ในการสร้างสื่อประกอบการนำเสนออยู่ น่าสนใจมาก

  • ความสามารถของผู้นำเสนอ: เลือกใช้สื่อที่คุณใช้เป็น อย่าพยายามใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไปจนทำให้เสียเวลาในการแก้ปัญหา ผมเคยเจอปัญหา projector เสียกลางคัน จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการนำเสนอใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว ประสบการณ์ตรงแบบนี้ทำให้เรียนรู้ได้มากเลย

  • ตัวอย่างสื่อและอุปกรณ์: PowerPoint กับ LCD Projector เหมาะกับการนำเสนอข้อมูลทั่วไป เครื่องฉายภาพ 3 มิติ เหมาะกับการนำเสนอที่มีภาพเคลื่อนไหวหรือจำลองสถานการณ์ Whiteboard หรือกระดานดำเหมาะกับการเขียนหรือวาดภาพประกอบการอธิบาย แต่การเลือกใช้ ควรพิจารณาถึงงบประมาณและความพร้อมในการจัดหาด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทาง การเลือกใช้สื่อประกอบการนำเสนอที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับบริบทเฉพาะ ลองสำรวจและทดลองดูว่าอะไรเหมาะสมกับคุณมากที่สุด เป้าหมายสูงสุดคือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและดึงดูดความสนใจของผู้ฟัง อย่าลืมว่า การนำเสนอที่ดีคือการสื่อสารที่เข้าใจง่าย และทำให้ผู้ฟังจดจำได้ ผมเคยนำเสนอโครงการวิจัยเรื่องหนึ่งโดยใช้แผนภูมิที่ออกแบบมาอย่างดี ผลคือได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม และได้ข้อคิดเพิ่มเติมมากมายจากการนำเสนอนั้น

การนำเสนอที่ดีควรมีอะไรบ้าง

การนำเสนอที่ดี? โอ๊ย เรื่องนี้ยาว! เคยพรีเซนต์หน้าห้องตอนปี 2 วิชา...จำชื่อไม่ได้แล้ว ที่คณะศิลปศาสตร์ ม. (ขอไม่บอกชื่อเต็มนะ อาย!) ตอนนั้นคือ โคตร ตื่นเต้น มือสั่นไปหมด

แต่เอาจริง ๆ นะ สิ่งที่ทำให้คนฟังสนใจได้ ไม่ใช่สไลด์สวยหรูอะไรหรอก (ถึงแม้ว่าทำสวย ๆ มันก็ช่วยได้เยอะแหละ) แต่เป็น ความจริงใจ เว้ยแก! คือเราต้อง อิน กับสิ่งที่เราพูดจริง ๆ

แล้วก็ต้อง เข้าใจ สิ่งที่เรากำลังพูดด้วยนะ ไม่ใช่แค่ท่องๆ ๆ ไปอ่ะ ไม่งั้นคนฟังก็รู้หมด

  • ความจริงใจ: อันนี้สำคัญสุด!
  • ความเข้าใจ: ถ้าไม่เข้าใจเอง จะไปทำให้คนอื่นเข้าใจได้ยังไง?
  • การเตรียมตัว: ซ้อมเยอะๆ ช่วยลดความตื่นเต้นได้จริง
  • สไลด์ที่เข้าใจง่าย: ไม่ต้องเยอะ! เน้นภาพประกอบ
  • การสบตา: ทำให้คนฟังรู้สึกว่าเรากำลังพูดกับเขาโดยตรง

คืนนั้นตอนปีสองที่ต้องพรีเซนต์นะ นอนไม่หลับเลย เวียนหัว คิดแต่ว่าพรุ่งนี้จะพูดอะไร จะลืมสไลด์ไหม จะโดนอาจารย์ดุหรือเปล่า สรุปคือ...พัง! แต่ก็ได้เรียนรู้เยอะมาก จากความพังครั้งนั้นแหละ ????

Een nacht doorhalen, goed of slecht? (อดนอนทั้งคืน ดีหรือไม่ดี?)

ไม่ดี! สุขภาพพัง ประสิทธิภาพลด สมองเบลอ

ข้อใดคือ 3 ส่วนหลักที่สำคัญของการนำเสนอ

นำเสนอ: แก่นแท้

3 ส่วนหลัก:

  • อะไร: เนื้อหาคือรากฐาน เข้าใจให้ถ่องแท้ ไม่อวดภูมิ
  • ทำไม: เหตุผลคือเข็มทิศ ชี้นำจุดประสงค์ อย่าหลงทาง
  • อย่างไร: วิธีการคือศิลปะ สื่อสารให้คมคาย ไม่เยิ่นเย้อ

เมื่อรู้แจ้ง "อะไร" "ทำไม" การวางแผนคือสมาธิ กำหนด "ใคร" "ที่ไหน" แล้วลงมือ

  • โครงสร้าง: เปิดประเด็น ขยายความ สรุปจบ ง่าย แค่นั้น

เสริม: โครงการใหญ่ อาจมีขั้นตอนพิเศษ แต่แก่นยังคงเดิม

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • คำอธิบาย: คือการปูทาง สร้างความเข้าใจ อย่าเร่งรีบ
  • ส่วนที่ติดตามมา: คือเนื้อหาหลัก สร้างความกระจ่าง อย่าวกวน
  • บทสรุป: คือการตอกย้ำ สร้างความประทับใจ อย่าปล่อยผ่าน
  • 5W1H: กรอบความคิด เพื่อวางแผนการนำเสนอที่สมบูรณ์แบบ

เตือน: ความเรียบง่าย คือความสง่างาม อย่าซับซ้อนจนเกินไป