สัญลักษณ์ NFC ปิดยังไง
สัญลักษณ์ NFC ปิดยังไง? วิธีปิดไอคอนบนแถบสถานะแอนดรอยด์ง่ายๆ
การเรียนรู้วิธี สัญลักษณ์ NFC ปิดยังไง ช่วยให้ผู้ใช้งานมือถือควบคุมการทำงานของระบบได้อย่างถูกต้องแม่นยำ. การเปิดฟังก์ชันนี้ทิ้งไว้ส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยตรงแถบสถานะบนหน้าจอโดยไม่จำเป็น. แนวทางปิดระบบนี้ช่วยลดความสับสนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวันอย่างยอดเยี่ยม.
สัญลักษณ์ NFC ปิดยังไง วิธีเอาไอคอนออกจากแถบสถานะแบบง่ายที่สุด
สัญลักษณ์ NFC ปิดยังไง สำหรับมือถือแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ คุณสามารถปิดได้ง่ายๆ เพียงลากแถบสถานะหรือเมนูด่วนลงมาจากขอบจอด้านบน แล้วมองหาไอคอนรูป NFC หรือรูปตัว N จากนั้นกดแตะหนึ่งครั้งเพื่อให้ไอคอนเปลี่ยนเป็นสีเทา ซึ่งเป็นการปิดฟังก์ชันและสัญลักษณ์ดังกล่าวจะหายไปจากหน้าจอดันที หรือคุณสามารถเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า การเชื่อมต่อ และเลือกปิดการใช้งานระบบนี้ได้เช่นกัน
การแสดงผลของไอคอนบนหน้าจอมือถืออาจแตกต่างกันไปตามระบบปฏิบัติการของแต่ละแบรนด์ หลายครั้งที่คุณอาจเผลอไปกดเปิดฟังก์ชันนี้โดยไม่ตั้งใจตอนควานหาปุ่มเปิดไวไฟหรือบลูทูธในที่มืดๆ หรือบางรุ่นอาจเปิดมาให้ตั้งแต่แกะกล่องจนทำให้รู้สึกรำคาญสายตา โชคดีที่เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ซับซ้อนและคุณสามารถจัดการควบคุมการเปิดปิดได้ด้วยตัวเองภายในเวลาไม่กี่วินาที
ในฐานะคนที่ใช้มือถือแอนดรอยด์มาหลายสิบรุ่น ผมเข้าใจความรู้สึกหงุดหงิดดีเวลาเห็นไอคอนแปลกๆ มาเบียดพื้นที่แจ้งเตือนบนแถบหน้าจอ ยิ่งตอนที่แบตเตอรี่เหลือน้อยแล้วเห็นสัญลักษณ์นี้เปิดค้างไว้ ยิ่งทำให้รู้สึกกังวลใจว่าจะทำให้โทรศัพท์ดับไวขึ้นหรือไม่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีปิดฟังก์ชันนี้ในทุกรูปแบบของมือถือค่ายยอดนิยมกัน
วิธีเอาสัญลักษณ์ NFC ออกจากแถบสถานะผ่านเมนูด่วน
วิธีเอาสัญลักษณ์ NFC ออกที่สะดวกและเร็วที่สุดคือการสั่งการผ่านทางลัดบนหน้าจอหลัก ซึ่งหน้าจอนี้เรียกว่าแถบการตั้งค่าด่วนหรือเมนูควิกพาเนลนั่นเอง
ขั้นตอนการทำมีดังนี้: 1. ใช้ฟิงเกอร์สไลด์หรือใช้นิ้วลากหน้าจอลงมาจากขอบบนสุดของโทรศัพท์ 2. ลากลงมาอีกหนึ่งครั้งเพื่อขยายเมนูทางลัดทั้งหมดให้แสดงผลชัดเจน 3. ปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อมองหาไอคอนที่เขียนว่า NFC หรือสัญลักษณ์รูปตัว N 4. แตะที่ไอคอนนั้นหนึ่งครั้งเพื่อให้แถบสีสว่างดับลงกลายเป็นสีเทา 5. สัญลักษณ์ด้านบนสุดของจอจะอันตรธานหายไปทันที
แต่เดี่ยวก่อน หากคุณลากลงมาแล้วปัดหาจนทั่วแต่กลับไม่เจอไอคอนดังกล่าว อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป เพราะในมือถือบางรุ่น ปุ่มนี้อาจจะถูกซ่อนอยู่ในรายการทางลัดที่คุณไม่ได้หยิบมาใช้งานบ่อยๆ คุณสามารถแก้ไขได้โดยกดปุ่มแก้ไขเมนูด่วนที่เป็นรูปดินสอหรือจุดสามจุดตรงมุมจอ แล้วลากไอคอนนี้ขึ้นมาสแตนด์บายไว้ที่หน้าแรกเพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมในอนาคต
NFC ปิดตรงไหนในเมนูการตั้งค่าลึกของตัวเครื่อง
NFC ปิดตรงไหน หากโทรศัพท์ของคุณไม่มีปุ่มทางลัดให้กดในแถบแจ้งเตือน วิธีที่เป็นมาตรฐานและชัวร์ที่สุดคือการเดินทางเข้าไปปิดระบบผ่านแอปพลิเคชันการตั้งค่าหลักของตัวเครื่อง
หยิบมือถือของคุณขึ้นมาแล้วทำตามลำดับต่อไปนี้ได้เลย: 1. เปิดแอปพลิเคชัน การตั้งค่า (Settings) ที่เป็นรูปฟันเฟือง 2. เลือกเมนู การเชื่อมต่อ (Connections) หรือ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (Connected devices) 3. มองหาแถวที่เขียนว่า NFC และการชำระเงินแบบไร้สัมผัส (NFC and contactless payments) 4. ผลักสวิตช์เปิดปิดด้านขวามือให้เปลี่ยนสถานะเป็น ปิด (Off) หรือกลายเป็นแถบสีเทา
จำไว้ว่าชื่อเมนูอาจจะมีการบิดพลิ้วไปบ้างเล็กน้อยตามหน้าตาหน้ากากซอฟต์แวร์ของแต่ละค่าย หากคุณหาไม่เจอจริงๆ แนะนำให้ใช้ช่องค้นหาด้านบนสุดของหน้าตั้งค่าพิมพ์คำว่า NFC ลงไปตรงๆ ระบบจะพาคุณวาร์ปไปยังหน้าเปิดปิดฟังก์ชันนี้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งไล่เปิดดูทีละโฟลเดอร์ให้ปวดตา
เจาะลึกวิธีปิด NFC ในมือถือแต่ละแบรนด์ยอดฮิต
เนื่องจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์แต่ละยี่ห้อมีระบบอินเทอร์เฟซที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การรู้วิธีเฉพาะเจาะจงของแบรนด์ที่คุณถืออยู่จะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มาก
สัญลักษณ์ NFC ซัมซุง ปิดยังไง
สัญลักษณ์ NFC ซัมซุง ปิดยังไง สำหรับผู้ใช้งาน Samsung Galaxy ระบบ One UI รุ่นใหม่ๆ มักจะเอาไอคอนนี้ออกจากแถบด้านบนให้อัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าเครื่องของคุณยังแสดงอยู่ ให้ไปที่ การตั้งค่า เลือก การเชื่อมต่อ จากนั้นจะเจอเมนู NFC และการชำระเงินแบบไร้สัมผัส ให้กดแตะเข้าไปแล้วสับสวิตช์ปิดระบบจากด้านในได้เลย
วิธีปิด NFC ในมือถือ Oppo และ Vivo
สำหรับฝั่ง Oppo (ColorOS) และ Vivo (Funtouch OS) สัญลักษณ์นี้มักจะมาในรูปแบบตัว N ดีไซน์เหลี่ยมมน วิธีปิด NFCที่ไวที่สุดคือใช้สองนิ้วรูดแถบสถานะลงมาแล้วกดปิดปุ่มไอคอนสีฟ้าให้ดับลง หากเข้าเมนูตั้งค่าของ Oppo ให้ไปที่ การเชื่อมต่อและแชร์ ส่วนของ Vivo ให้เลือกเมนู เครือข่ายและการเชื่อมต่ออื่นๆ เพื่อจัดการปิดสวิตช์ระบบ
ผมเคยเจอปัญหาตลกๆ ตอนเปลี่ยนมาใช้เครื่องค่ายนี้ใหม่ๆ คือพยายามกดปิดในการตั้งค่าแล้วแต่มันเด้งเปิดเองซ้ำๆ - เอ่อ ความจริงคือระบบมันหน่วงและค้างไปชั่วขณะหลังจากผมกดรัวเกินไป วิธีแก้ของผมคือแค่รีสตาร์ทเครื่องหนึ่งรอบแล้วกลับไปกดปิดใหม่อีกครั้งอย่างใจเย็น ปัญหาก็หายเป็นปลิดทิ้ง
เปิด NFC ทิ้งไว้เปลืองแบตไหม และควรปิดหรือไม่
เปิด NFC ทิ้งไว้เปลืองแบตไหม คำตอบคือการเปิดฟังก์ชันนี้ค้างไว้ส่งผลต่อการใช้พลังงานน้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ เนื่องจากชิปเซ็ตจะทำงานและรับส่งกระแสไฟเฉพาะเมื่อมีการนำวัตถุอื่นมาแตะใกล้ๆ ในระยะไม่เกิน 4 เซนติเมตรเท่านั้น การเปิดสแตนด์บายไว้จึงกินไฟน้อยกว่าการเปิดสัญญาณบลูทูธหรือไวไฟหลายเท่าตัว
จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีพบว่า การเปิดระบบนี้ทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงจะบริโภคพลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น[2] ซึ่งหมายความว่าหากคุณเน้นเรื่องการประหยัดแบตเตอรี่ การไปปรับลดความสว่างหน้าจอลงสักเล็กน้อยหรือปิดแอปพลิเคชันที่รันอยู่เบื้องหลังจะช่วยต่ออายุการใช้งานมือถือได้เห็นผลมากกว่าการปิดระบบรับส่งข้อมูลระยะใกล้ตัวนี้อย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม การปิดใช้งานเมื่อไม่ได้จำเป็นต้องใช้ก็นับเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี ทั้งในแง่ของการจัดระเบียบหน้าจอให้สะอาดตา และเพื่อความสบายใจสูงสุดในเรื่องความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมข้อมูลผ่านคลื่นความถี่ในที่สาธารณะ แม้ว่าโอกาสเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำได้ยากยิ่งในชีวิตจริงก็ตาม
เปรียบเทียบความจำเป็นในการเปิดหรือปิดฟังก์ชันในชีวิตประจำวัน
มาดูกันว่าพฤติกรรมการใช้งานแบบไหนที่เหมาะกับการเปิดระบบนี้ค้างไว้ หรือแบบไหนที่ควรสั่งปิดไปเลยจะดีที่สุดปิดการใช้งานระบบไว้ถาวร
- จ่ายเงินสดเป็นหลัก ไม่เคยใช้มือถือแตะจ่ายเงินตั๋วรถไฟฟ้าหรือแตะซื้อของตามร้านค้า
- แถบสถานะด้านบนโล่งสะอาด ไม่มีไอคอนขยะมาบดบังพื้นที่แสดงการแจ้งเตือนแอปพลิเคชัน
- ประหยัดแบตเตอรี่ได้สูงสุดในทางทฤษฎี แม้ในความเป็นจริงจะลดลงน้อยมากๆ ก็ตาม
เปิดใช้งานทิ้งไว้ตลอดเวลา
- ใช้ชีวิตในเมือง เดินทางด้วยรถไฟฟ้า แตะเข้าตึกที่ทำงาน หรือเติมเงินบัตรสารพัดประโยชน์บ่อย
- ไม่ต้องเสียเวลากดสไลด์หน้าจอลงมาเปิดปิดทุกครั้งก่อนจะหยิบมือถือไปแตะจ่ายเงิน
- เชื่อมต่อกับลำโพงหรือหูฟังรุ่นเก่าที่ใช้ระบบแตะเพื่อจับคู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดค้นหา
ประสบการณ์เรียนรู้เรื่องระบบแตะหน้าจอของมินทร์
มินทร์ พนักงานออฟฟิศอายุ 28 ปีในกรุงเทพฯ เพิ่งเปลี่ยนมาใช้มือถือแอนดรอยด์เครื่องใหม่และสังเกตเห็นไอคอนรูปตัว N ปรากฏอยู่บนมุมขวาบนของหน้าจอตลอดเวลา เขาเกิดความวิตกกังวลว่ามันคือสัญญาณเตือนของมัลแวร์หรือระบบกำลังแอบดักฟังข้อมูลการสนทนาอยู่หรือไม่
ด้วยความตื่นตระหนก มินทร์พยายามเข้าไปกดมั่วในเมนูความปลอดภัยและตั้งค่าโรงงานใหม่ไปหนึ่งรอบ ส่งผลให้ข้อมูลรูปภาพและแชทสำคัญหายไปบางส่วน ทว่าเมื่อเปิดเครื่องกลับมา สัญลักษณ์เจ้าปัญหาก็ยังคงเด่นหราอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ความจริงเปิดเผยเมื่อเขาตัดสินใจปรึกษาเพื่อนร่วมงานแผนกไอที ซึ่งได้อธิบายว่ามันคือระบบเชื่อมต่อระยะใกล้ และแนะนำให้เขาลองลากแถบเมนูด่วนลงมาตัดการทำงานดู มินทร์จึงเข้าใจว่าปุ่มควบคุมอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง
หลังจากกดปิดไป สัญลักษณ์ดังกล่าวก็หายไปทันที หน้าจอจอกลับมาโล่งสะอาดตาตามที่เขาต้องการ ทำให้มินทร์เรียนรู้ว่าควรสืบค้นข้อมูลฟังก์ชันเครื่องก่อนจะตัดสินใจรีเซ็ตระบบไอทีในอนาคต
ส่วนข้อยกเว้น
สัญลักษณ์ NFC ปิดยังไงในไอโฟน
สำหรับผู้ใช้ iPhone ระบบจะไม่มีสัญลักษณ์นี้แสดงบนหน้าจอและไม่มีปุ่มให้กดปิด เนื่องจาก Apple ออกแบบให้ระบบทำงานอยู่เบื้องหลังแบบอัตโนมัติและปลอดภัยสูงมาก โดยจะเรียกใช้พลังงานเฉพาะตอนที่คุณเปิดหน้าจอ Apple Pay เพื่อใช้งานเท่านั้น
ถ้าปิดแล้วจะยังสามารถใช้งานแอปธนาคารสแกนจ่ายเงินได้ไหม
สามารถใช้งานได้ตามปกติอย่างแน่นอน เพราะการสแกนจ่ายเงินผ่านแอปธนาคารในประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้การเปิดกล้องเพื่อสแกน QR Code หรือบาร์โค้ด ซึ่งเป็นคนละเทคโนโลยีกับระบบชิปสัมผัสไร้สาย
การปิดฟังก์ชันนี้จะช่วยทำให้โทรศัพท์ทำงานเร็วขึ้นไหม
ไม่มีผลต่อความเร็วของตัวเครื่องเลย ชิปตัวนี้แยกการทำงานออกมาเป็นอิสระและใช้ทรัพยากรเครื่องต่ำมาก การปิดระบบจึงไม่ช่วยลดอาการกระตุกหรือเพิ่มความเร็วในการเล่นเกมแต่อย่างใด
ผลลัพธ์ที่ต้องบรรลุ
ปิดผ่านแถบแจ้งเตือนไวที่สุดการใช้นิ้วปัดลากแถบตั้งค่าด่วนลงมาคือวิธีจัดการที่เบ็ดเสร็จและใช้เวลาน้อยกว่าสามวินาที
ไม่ได้สูบแบตเตอรี่อย่างที่คิดระบบนี้บริโภคพลังงานต่ำมาก โดยกินไฟเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละหนึ่งต่อวัน การเปิดทิ้งไว้จึงไม่ได้ส่งผลเสียต่ออายุขัยของพลังงานในแต่ละวัน
เปิดปิดได้ตลอดเวลาไม่มีข้อจำกัดคุณสามารถเลือกเปิดเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งาน เช่น ตอนจะเติมเงินบัตรโดยสาร แล้วกดปิดทันทีหลังจากใช้งานเสร็จเพื่อความสบายใจ
เชิงอรรถ
- [2] Androidauthority - จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีพบว่า การเปิดระบบนี้ทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงจะบริโภคพลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต