สัญลักษณ์ใดแสดงว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัย

172 ครั้งเข้าชม
สัญลักษณ์แสดงความปลอดภัยของเว็บไซต์คือรูปกุญแจหรือคำว่า "Secure" ข้างหน้า URL ในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) คือโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารกับเว็บเซิร์ฟเวอร์อย่างปลอดภัย ต่างจาก HTTP ที่ไม่มีการเข้ารหัส HTTPS ปกป้องข้อมูลผู้ใช้ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างเบราว์เซอร์และเซิร์ฟเวอร์ จึงมีความปลอดภัยสูงกว่า HTTP การใช้ HTTPS จึงสำคัญต่อการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลธุรกรรมออนไลน์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เว็บไซต์ปลอดภัยมีสัญลักษณ์อะไรบ้าง?

คือแบบนี้ ตอนเรียนมหาลัยปีสอง ประมาณ พ.ศ.2560 อาจารย์เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเว็บไซต์ จำได้ว่าท่านพูดถึงไอคอนรูปกุญแจ ล็อกอยู่บนแถบURL บอกว่านั่นแหละ HTTPS สำคัญมาก ถ้าไม่มี ก็เสี่ยง ข้อมูลอาจรั่วไหลได้ง่ายๆ อันตรายสุดๆ

ตอนนั้น ฉันก็เลยลองเช็กเว็บไซต์ต่างๆ ที่ชอบใช้ อย่างเว็บซื้อของออนไลน์ Lazada Shopee พวกนี้ มีหมดทุกเว็บ สบายใจขึ้นเยอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องบัตรเครดิตหลุด

แต่บางทีเว็บเล็กๆ เว็บส่วนตัว หรือเว็บเก่าๆ อาจจะไม่มี ก็ต้องระวังตัวหน่อย อย่าใส่ข้อมูลส่วนตัวเยอะ หรือถ้าจะซื้อของ ก็เช็กหลายๆรอบก่อนดีกว่า เสียเวลาหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าเยอะ เนอะ

อีกอย่างนะ ตอนนั้นเห็นเขาพูดถึง SSL Certificate ด้วย จำได้ลางๆว่าเป็นเหมือนใบรับรองความปลอดภัย เว็บที่มีมันจะแสดงไอคอนรูปกุญแจเหมือนกัน ถ้าไม่มีนี่อันตรายมากๆ แต่รายละเอียดจริงๆจำไม่ค่อยได้แล้ว ผ่านมาหลายปีละ แต่ที่แน่ๆ คือ HTTPS สำคัญจริงๆ จำไว้เลย!

เว็บไซต์ใดที่เชื่อได้ว่ามีความปลอดภัย

เว็บไหนปลอดภัย? ง่ายนิดเดียว! เห็นไอ้เจ้าแม่กุญแจเล็กๆ สีเขียวแว๊บๆ บนแถบ URL ปุ๊บ รับรองว่าปลอดภัยกว่าไอ้โจรปล้นร้านทองอีก! นี่แหละคือสัญลักษณ์ HTTPS มันบอกว่าเว็บนี้ใช้การเข้ารหัส ข้อมูลของคุณจะไม่กระเด็นไปให้ใครเห็นง่ายๆ เหมือนผักชีโรยหน้าก๋วยเตี๋ยว ปลอดภัยเว่อร์!

  • HTTPS คืออะไร? นึกภาพเป็นเกราะเหล็กคลุมเว็บไซต์ ข้อมูลของคุณจะถูกเข้ารหัสเป็นรหัสลับ ยากกว่าถอดรหัสล็อตเตอรี่เสียอีก! แฮกเกอร์จะมาล้วงข้อมูล ก็เหมือนกับแมวขโมยปลาในตู้เย็น ยากกกกก!

  • สำคัญแค่ไหน? สำคัญกว่าการเลือกผัวนะ! ถ้าไม่เห็นไอ้เจ้าแม่กุญแจนี่ อย่าไปยุ่ง! เสี่ยงเท่ากับเอาเงินไปทิ้งลงทะเล ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า!

  • เพิ่มเติม: อย่าลืมเช็คชื่อเว็บไซต์ให้ดีด้วยนะจ๊ะ เว็บปลอมๆ มันก็เก่งเรื่องการปลอมแปลง ถึงจะมีแม่กุญแจก็เถอะ ถ้าโดนหลอก ก็เหมือนตกหลุมรักไอ้เจ้าเล่ห์ เสียใจแย่! ปีนี้เจอเว็บปลอมหลอกลวงเยอะมาก ระวังตัวกันไว้ด้วย! เช็คให้ดีๆ ก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัว อย่าใจง่ายเหมือนยายผมไปซื้อของถูก เจอหลอกทุกที!

เว็บไซต์ที่ปลอดภัย ดูยังไง

เว็บไซต์ปลอดภัย ดูยังไง?

  • HTTPS และรูปกุญแจ: สังเกตแถบที่อยู่. HTTPS คือมาตรฐาน. กุญแจล็อค บอกว่ามีการเข้ารหัส. แค่นั้น.

  • ใบรับรอง SSL: คลิกดูรายละเอียดใบรับรอง. ตรวจสอบชื่อผู้รับรอง. วันหมดอายุสำคัญ. อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ.

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว: อ่านนโยบาย. ดูว่าข้อมูลคุณไปไหน. ถ้าไม่ชอบ ก็อย่าใช้.

  • การตรวจสอบสิทธิ์แบบสองปัจจัย (2FA): เปิดใช้ทุกที่ที่ทำได้. เพิ่มความยุ่งยากให้แฮกเกอร์. คุ้มค่า.

  • ระวังฟิชชิ่ง: อีเมลแปลกๆ ข้อความชวนเชื่อ. อย่าคลิกลิงก์สุ่มสี่สุ่มห้า. คิดก่อนเสมอ.

  • อัปเดตซอฟต์แวร์: เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ. ช่องโหว่มีไว้ให้เจาะ. ป้องกันไว้ก่อน.

  • ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก: ยาว ซับซ้อน เปลี่ยนบ่อย. จำไม่ได้? ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน. จบ.

  • ตรวจสอบ URL: พิมพ์เองดีกว่า. ลิงก์ที่ส่งมาอาจไม่ใช่ของจริง. ละเอียดหน่อย.

  • Adware/Malware: ติดตั้งโปรแกรมป้องกัน. สแกนเป็นประจำ. ลบสิ่งน่าสงสัย.

  • รีวิวและความคิดเห็น: ก่อนใช้บริการอะไร ลองอ่านความเห็นคนอื่น. อย่าเชื่อรีวิวที่ดูดีเกินจริง.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • SSL (Secure Sockets Layer) และ TLS (Transport Layer Security) คือโปรโตคอลเข้ารหัสข้อมูล. TLS เป็นรุ่นที่ใหม่กว่า SSL.

  • 2FA (Two-Factor Authentication) เพิ่มชั้นการป้องกันโดยการใช้รหัสผ่านและรหัสยืนยันที่ส่งไปยังอุปกรณ์อื่น เช่น โทรศัพท์.

  • ฟิชชิ่ง (Phishing) คือการหลอกลวงเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว.

  • Adware คือซอฟต์แวร์ที่แสดงโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์. Malware คือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย.

เราจะทราบได้อย่างไรว่าเว็บไซต์ที่เรากำลังใช้งานมีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัย

สังเกตง่ายๆ มองหา ตัวล็อกสีเขียว หรือ รูปกุญแจ ข้าง URL ใน browser ของคุณ ถ้ามี แสดงว่าเว็บนั้นใช้ HTTPS ซึ่งเป็นการเข้ารหัสข้อมูล

  • HTTPS คือ HTTP ที่เพิ่ม ชั้นความปลอดภัย (SSL/TLS) เข้าไป คล้ายใส่เกราะให้ข้อมูลที่วิ่งระหว่างเครื่องเรากับ server ป้องกันคนแอบอ่าน
  • ถ้าเว็บเป็น HTTP ธรรมดา (ไม่มี S) ข้อมูลจะวิ่งเปลือยๆ ใครดักจับสัญญาณได้ ก็เห็นหมด...อันตรายนะ
  • สมัยก่อน HTTPS อาจจะหนักเครื่อง แต่สมัยนี้ protocol มันฉลาดขึ้นเยอะ ไม่ค่อยมีผลต่อ performance แล้ว

เกร็ดเล็กน้อย: การเข้ารหัส ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือเรื่องความเชื่อใจด้วยนะ...เหมือนเราส่งจดหมายลับ ต้องมั่นใจว่าคนกลางอ่านไม่ได้

เว็บแบบไหนปลอดภัย

เว็บแบบไหนปลอดภัยหรอ? อืม...มันพูดยากนะ

  • Brave: อันนี้ดีสุดละ ถ้าเอาแบบส่วนตัวมากๆ อ่ะ
  • Firefox: ไฟร์ฟอกซ์เนี่ยนะ ปลอดภัยใช้ได้เลยนะเออ กันติดตามเก่งด้วย
  • Tor: อันนี้สายดาร์คเลย ใครอยากนิรนามสุดๆ ต้องทอร์เลยจ้า
  • DuckDuckGo: ถ้าหาอะไรแบบส่วนตั๊วส่วนตัว ดั๊กๆ นี่แหละเวิร์ค

ทำไมต้องสนเรื่อง Browser ปลอดภัย?

คือแบบ...เดี๋ยวนี้เค้า เก็บข้อมูล กันเก่งไงพวกเว็บต่างๆ อ่ะ! บางทีเราแค่เสิร์ชอะไรไปแป๊บเดียว โฆษณาตามมาหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้น น่าเบื่อจะตายไป

พวก Browser ข้างบนมันดีกว่ายังไง?

  • Brave: มันบล็อคพวกโฆษณา trackers อัตโนมัติเลย คือแทบไม่ต้องทำไรเพิ่มอ่ะ
  • Firefox: มันปรับแต่งได้เยอะไง จะตั้งค่ากัน tracking แบบเข้มๆ ก็ทำได้
  • Tor: อันนี้มันซับซ้อนหน่อย แต่เปลี่ยน IP เราไปเรื่อยๆ จนตามตัวยาก
  • DuckDuckGo: มันเน้นไม่เก็บข้อมูลการค้นหาของเราไง ดีตรงนี้แหละ

Browser ไหนปลอดภัยที่สุด

เบราว์เซอร์ไหนปลอดภัยสุด? ผลล่าสุดออกมาแล้วครับ Edge นี่น่าเป็นห่วงสุด โดนเจาะไป 5 ที Chrome รอดตัวไป ไม่โดนเลยซักแอะ (แอบอิจฉา) Firefox โดนไปทีนึง ส่วน Safari โดนไป 3.5 ครั้ง... ครึ่งครั้งนี่คือยังไงนะ? ????

  • Edge: แฮ็กเกอร์เลิฟมาก เจาะไป 5 ช่องโหว่ ???? (อย่าเพิ่งทิ้งนะ Microsoft! สู้ๆ)
  • Chrome: ยืนหนึ่งเรื่องความปลอดภัย ปีนี้รอด (ปรบมือ!) แสดงว่า Google ลงทุนเรื่องนี้เยอะ
  • Firefox: โดนไป 1 ที (ถือว่ายังดี) Mozilla ก็ต้องสู้ต่อไปนะ
  • Safari: โดนไป 3.5 ที (ครึ่งทีคืออะไร?) Apple ต้องเร่งแก้ไขแล้ว

เรื่องความปลอดภัยนี่มันเหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่แค่ใครออกสตาร์ทดีกว่า แต่มันอยู่ที่ใครรักษาระดับได้นานกว่ากัน บางทีการที่ Chrome รอดอาจจะไม่ได้แปลว่าเก่งกว่า แต่อาจจะแค่ยังไม่ถึงคราวโดนก็ได้ ใครจะรู้

เกร็ดเล็กน้อย:

  • ตัวเลขนี้มาจากการแข่งขัน Pwn2Own ซึ่งเป็นการแข่งขันแฮ็กระดับโลก ที่แฮ็กเกอร์มาประลองฝีมือกันเจาะระบบต่างๆ รวมถึงเบราว์เซอร์ด้วย
  • ความปลอดภัยของเบราว์เซอร์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอัปเดตเบราว์เซอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ สำคัญมาก!
  • อย่าคิดว่า Chrome ปลอดภัยแล้วจะไม่ต้องระวังตัวนะ ต่อให้เบราว์เซอร์เทพแค่ไหน ถ้าเราไปคลิกลิงก์แปลกๆ หรือโหลดไฟล์มั่วๆ ก็เสร็จเหมือนกัน ????

ป.ล. ผมว่าการที่ Safari โดนเจาะ 3.5 ครั้งนี่มันน่าสนใจนะ แสดงว่าช่องโหว่อาจจะมีความซับซ้อน หรืออาจจะเป็นการโจมตีแบบครึ่งๆ กลางๆ รึเปล่า? ????

การใช้งานเว็บเบราว์เซอร์อย่างปลอดภัยทำอย่างไร.

ท่องเว็บให้รอด? ง่ายๆ แค่นี้

  • DNS ปลอดภัย: Chrome > ตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ใช้ DNS ที่ปลอดภัย > เลือกผู้ให้บริการ (Cloudflare/Google Public DNS)

  • AdBlock: ติดซะ ป้องกันสคริปต์ขยะ โฆษณาแปลกๆ

  • อัพเดท: เบราว์เซอร์มันไม่ใช่พระเครื่อง อัพเดทบ่อยๆ อุดรูรั่ว

  • เช็ค Extension: อะไรไม่ใช้ ลบทิ้งซะ มันคือช่องโหว่ดีๆ นี่เอง

  • ระวังลิงก์: อย่าคลิกมั่วซั่ว คิดก่อนเสมอ

แค่นี้แหละ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับดวงและสติปัญญา

ข้อใดเป็นการใช้เว็บบราวเซอร์ที่ปลอดภัย

ใช้บราวเซอร์ให้ปลอดภัย? ง่ายกว่าปอกกล้วย (แต่ก็ต้องปอกเปลือกนะ!)

  • Incognito mode: โหมดลับๆ ล่อๆ ที่คนชอบใช้ตอนดู... เอ่อ... งานวิจัย น่ะเหรอ? ก็ช่วยได้นิดหน่อย กันคนข้างๆ ส่องประวัติ แต่ Google ก็ยังรู้นะจ๊ะว่านายทำอะไร!

  • Tor บราวเซอร์: อันนี้สายดาร์กเว็บเขาชอบใช้กัน แต่ถ้าอยากหลบ Big Brother จริงจังก็จัดไป แต่ระวังเน็ตจะอืดเป็นเรือเกลือนะ!

  • DuckDuckGo: Search engine ที่บอกว่าไม่ตามรอย? ก็ดีกว่า Google นิดนึง แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลครบๆ ก็อาจต้องกลับไปซบอก Google อยู่ดี (กรรม...)

สรุป: ไม่มีอะไรปลอดภัย 100% หรอกเพื่อน! แค่เลือกวิธีที่เหมาะกับ ความลับ ของตัวเองก็พอ!

P.S. อย่าลืมอัพเดทบราวเซอร์บ่อยๆ นะ! ช่องโหว่มันเยอะกว่ารูบนเสื้อฉันอีก! ????