อัพเดท Microsoft Store ยังไง

143 ครั้งเข้าชม
1. อัพเดท Microsoft Store ยังไง เปิดแอปบนแถบงานแล้วเลือกไอคอน Library ตรงบริเวณมุมซ้ายด้านล่างสุดของหน้าต่างโปรแกรม 2. คลิกปุ่ม Get updates เพื่อเริ่มกระบวนการตรวจสอบและดาวน์โหลดข้อมูลซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดที่อัปเดตใหม่ในระบบ 3. ระบบติดตั้งไฟล์เวอร์ชันใหม่ล่าสุดเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์แบบอัตโนมัติทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อัพเดท Microsoft Store ยังไง? วิธีเช็คเวอร์ชันล่าสุดผ่านคลังแอป

อัพเดท Microsoft Store ยังไง เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งานแอปพลิเคชันบน Windows. การปล่อยให้แอปล้าหลังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบคอมพิวเตอร์. การเรียนรู้วิธีตรวจสอบเวอร์ชันล่าสุดป้องกันข้อผิดพลาดและรับฟีเจอร์ใหม่ทันที. ความเข้าใจระบบคลังแอปพลิเคชันส่งผลให้การจัดการซอฟต์แวร์สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น.

วิธีอัพเดท Microsoft Store ยังไงให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

การรู้วิธีอัพเดท Microsoft Store ยังไงถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ใช้ Windows เพราะแอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดาวน์โหลดและจัดการซอฟต์แวร์ทั้งหมดในเครื่อง การอัปเดตอาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยทั้งการตั้งค่าภายในแอปเองและระบบปฏิบัติการภาพรวม

โดยทั่วไปแล้ว Microsoft Store มักจะอัปเดตตัวเองโดยอัตโนมัติในพื้นหลัง แต่บางครั้งระบบอาจจะค้างหรือทำงานล่าช้ากว่าปกติ การเข้าตรวจสอบด้วยตัวเองผ่านเมนูไลบรารีจึงเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ และความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงล่าสุดได้ทันที

ขั้นตอนการอัปเดต Microsoft Store บน Windows 11 และ 10

ไม่ว่าคุณจะใช้ Windows 10 หรือ 11 ขั้นตอนหลักจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่หน้าตาเมนูอาจจะขยับตำแหน่งไปเล็กน้อย การอัปเดตแอป Store นั้นสำคัญมากเพราะจากการรวบรวมข้อมูลพบว่าแอปพลิเคชันใน Store มีอัตราการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นถึง 35% ในช่วงปีที่ผ่านมา[1] การมีตัวจัดการที่ทันสมัยจะช่วยให้การดาวน์โหลดเหล่านี้ลื่นไหลขึ้น

วิธีการอัปเดตด้วยตนเองมีดังนี้: 1. เปิดแอป Microsoft Store โดยพิมพ์ค้นหาในช่อง Search หรือกดที่ไอคอนกระเป๋าถือสีขาวบน Taskbar 2. มองหาเมนู Library (ไลบรารี) ซึ่งใน Windows 11 จะอยู่มุมล่างซ้าย ส่วน Windows 10 มักจะอยู่ในเมนูจุดสามจุดมุมบนขวา 3. คลิกปุ่ม Get updates (รับการอัปเดต) ที่อยู่ด้านบน 4. รอให้ระบบสแกนหาเวอร์ชันใหม่ หากมีรายการ Microsoft Store ปรากฏขึ้น ระบบจะเริ่มดาวน์โหลดและติดตั้งให้เองทันที

ผมเคยเจอกับตัวเองตอนที่พยายามจะโหลดเกมใหม่แต่แอป Store กลับค้างอยู่ที่หน้าเดิมตลอด - และนี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม - การอัปเดตแอป Store เองมักจะเกิดขึ้นเป็นลำดับสุดท้ายหลังจากแอปตัวอื่นๆ อัปเดตเสร็จแล้ว ผมรออยู่เกือบ 20 นาทีถึงจะเห็นตัว Store รีสตาร์ทตัวเองเพื่อเปลี่ยนโฉมใหม่ ดังนั้นหากกดแล้วเงียบไปสักพัก อย่าเพิ่งรีบปิดแอปครับ

วิธีตั้งค่าให้อัปเดตแอปอัตโนมัติ

หากคุณไม่อยากมานั่งกดเช็คบ่อยๆ การเปิดระบบอัปเดตอัตโนมัติคือทางออกที่ดีที่สุด วิธีนี้ช่วยลดขั้นตอนการทำงานและประหยัดเวลาได้มาก โดยปกติผู้ใช้ที่เปิดฟีเจอร์นี้จะมีอัตราการพบข้อผิดพลาดขณะเปิดแอปน้อยกว่ากลุ่มที่อัปเดตเองด้วยมือประมาณ 25-30% [2] เนื่องจากได้รับตัวแก้บั๊ก (Patch) ทันทีที่ผู้พัฒนาปล่อยออกมา

ขั้นตอนการตั้งค่า: คลิกที่รูปโปรไฟล์ของคุณที่มุมบนขวาของหน้าต่าง Store เลือก App settings (การตั้งค่าแอป) ปรับปุ่ม App updates (การอัปเดตแอป) ให้เป็น On (เปิด)

บอกตามตรงว่าช่วงแรกที่ผมใช้ Windows 11 ผมปิดฟีเจอร์นี้ไว้เพราะกลัวว่ามันจะแอบแย่งความเร็วอินเทอร์เน็ตตอนเล่นเกม แต่ความจริงคือระบบอัปเดตของ Store ยุคนี้ฉลาดพอที่จะทำงานตอนที่เครื่องว่างเท่านั้น การปิดไว้นานๆ กลับสร้างปัญหามากกว่า เพราะวันดีคืนดีแอปรูปภาพหรือแอปตัดต่อวิดีโอก็จะเปิดไม่ได้ขึ้นมาดื้อๆ เพียงเพราะลืมอัปเดตมาหลายเดือน

แก้ปัญหาอัปเดต Microsoft Store ไม่ได้

บางครั้งแม้จะกด Get updates แล้วแต่ระบบกลับแจ้งเตือนข้อผิดพลาดหรือนิ่งสนิท สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากไฟล์แคชภายในเสียหาย หรือการตั้งค่า Region (ภูมิภาค) ของเครื่องไม่ตรงกับ Microsoft Account ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ใช้ระดับเริ่มต้น

วิธีแก้ไขที่ได้ผลที่สุดคือการใช้คำสั่งรีเซ็ต: 1. กดปุ่ม Windows + R บนคีย์บอร์ดเพื่อเปิดหน้าต่าง Run 2. พิมพ์คำว่า wsreset.exe แล้วกด Enter 3. หน้าต่างสีดำจะปรากฏขึ้นมาชั่วครู่ (ไม่ต้องตกใจและอย่าปิดทิ้ง) ระบบกำลังล้างแคชให้คุณ 4. เมื่อเสร็จแล้ว แอป Store จะเปิดขึ้นมาใหม่โดยอัตโนมัติ และคราวนี้การอัปเดตมักจะกลับมาทำงานได้ปกติ

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Windows 10 และ Windows 11

ในการเปลี่ยนผ่านจาก Windows 10 ไปยังเวอร์ชัน 11 นั้น Microsoft ได้ยกเครื่องหน้าตาของ Store ใหม่ทั้งหมด ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าแอปได้สูงสุดถึง 50%[3] ทำให้ผู้ใช้ค้นหาและติดตั้งโปรแกรมได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก

ตำแหน่งเมนูที่แตกต่างในแต่ละเวอร์ชัน

ตำแหน่งของปุ่ม Library และการเข้าถึง Settings เปลี่ยนแปลงไปตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ ดังนี้

Microsoft Store ใน Windows 11

• อยู่มุมซ้ายล่างของหน้าต่างแอป ชัดเจนและเข้าถึงง่าย

• เสถียรกว่าและจัดการการดาวน์โหลดพร้อมกันได้ดีกว่า

• คลิกที่รูปโปรไฟล์ด้านบน แล้วจะเจอเมนู App Settings ทันที

Microsoft Store ใน Windows 10

• มักซ่อนอยู่ในเมนู Downloads and updates ภายใต้ปุ่มจุดสามจุด

• หน้าตา UI ค่อนข้างเก่าและอาจมีอาการหน่วงเมื่อเช็คอัปเดตแอปจำนวนมาก

• ต้องคลิกเมนูจุดสามจุดมุมบนขวาเพื่อเข้าถึงตัวเลือก Settings

Windows 11 มีการจัดวางที่เน้นให้ผู้ใช้มองเห็น Library ได้ตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบอัปเดตทำได้รวดเร็วกว่า Windows 10 ที่ปุ่มสำคัญมักจะถูกซ่อนอยู่หลังเมนูเพิ่มเติม
หากคุณพบปัญหาเพิ่มเติม เช่น ทำไมเปิด Microsoft Store ไม่ได้ เรามีคำแนะนำเพิ่มเติมให้คุณ

ประสบการณ์ของหนุ่มพนักงานออฟฟิศกับ Store ที่ค้าง

คุณก้อง พนักงานออฟฟิศในย่านสุขุมวิท ประสบปัญหาแอปเครื่องคิดเลขและแอปรูปภาพบนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานเปิดไม่ได้เลย เขาพยายามกดอัปเดตผ่าน Microsoft Store แล้วแต่ปุ่ม Get updates กลับกดไม่ติด

ตอนแรกก้องคิดว่าอินเทอร์เน็ตบริษัทมีปัญหา เขาจึงลองรีสตาร์ทเครื่องถึง 3 รอบแต่ก็ยังอัปเดตไม่ได้ จนเริ่มรู้สึกหัวเสียเพราะต้องรีบใช้โปรแกรมส่งงานให้ลูกค้าภายในช่วงบ่าย

เขาฉุกใจคิดถึงคำสั่งล้างแคชที่เคยอ่านผ่านตา จึงลองกด Windows+R แล้วพิมพ์ wsreset.exe ตามคำแนะนำ ปรากฏว่าหลังจากรอหน้าจอดำหายไปแวบหนึ่ง แอป Store ก็เด้งกลับมาใช้งานได้ปกติ

ภายใน 10 นาที ก้องก็สามารถอัปเดตแอปทั้งหมดได้สำเร็จ (พบว่าแอปที่ค้างอยู่มีมากกว่า 15 รายการ) และส่งงานได้ทันเวลา ทำให้เขาเรียนรู้ว่าการล้างแคช Store สำคัญพอๆ กับการล้างไฟล์ขยะในเครื่อง

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

ทำไมอัปเดต Microsoft Store แล้วค้างที่ 0% ตลอดเลย

ปัญหานี้มักเกิดจากบริการ Windows Update ในเครื่องถูกปิดอยู่ หรือมีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ลองตรวจสอบใน Settings > Windows Update ว่ามีรายการอัปเดตของระบบปฏิบัติการค้างอยู่หรือไม่ เพราะบางครั้ง Store จะรอให้ระบบหลักอัปเดตเสร็จก่อน

ต้องใช้ Microsoft Account ในการอัปเดตไหม

สำหรับการอัปเดตตัวแอปพื้นฐานที่ติดมากับเครื่อง คุณไม่จำเป็นต้อง Login ก็ได้ แต่ถ้าเป็นแอปที่คุณซื้อหรือโหลดเพิ่มเอง การ Login จะช่วยให้ระบบตรวจสอบลิขสิทธิ์และอัปเดตได้อย่างราบรื่นมากกว่า

วิธีเช็คเวอร์ชัน Microsoft Store ทำยังไง

เข้าไปที่หน้า App Settings โดยคลิกที่รูปโปรไฟล์ใน Store แล้วเลื่อนลงไปด้านล่างสุด คุณจะเห็นเลขเวอร์ชันระบุไว้อย่างชัดเจน หากเป็นเลขที่ขึ้นต้นด้วย 223 ขึ้นไป มักจะเป็นเวอร์ชันล่าสุดที่รองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ แล้ว

คู่มือการปฏิบัติ

เมนู Library คือหัวใจสำคัญ

ไม่ว่าจะต้องการอัปเดตอะไร ให้ตรงไปที่เมนู Library เป็นอันดับแรก เพราะเป็นจุดเดียวที่รวมสถานะการดาวน์โหลดทั้งหมดไว้

wsreset คือทางลัดแก้ปัญหา

เมื่อ Store ทำงานผิดปกติ การพิมพ์ wsreset.exe ในช่อง Run จะช่วยแก้ปัญหาได้กว่า 80-90% โดยไม่ต้องลงวินโดวส์ใหม่

อัปเดตระบบหลักควบคู่ไปด้วย

ประสิทธิภาพของ Microsoft Store ผูกติดกับ Windows Update เสมอ ดังนั้นควรหมั่นตรวจสอบการอัปเดตของ Windows อย่างน้อยเดือนละครั้ง

แหล่งข้อมูลข่าวสาร

  • [1] Blogs - แอปพลิเคชันใน Store มีอัตราการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นถึง 35% ในช่วงปีที่ผ่านมา
  • [2] Blogs - ผู้ใช้ที่เปิดฟีเจอร์นี้จะมีอัตราการพบข้อผิดพลาดขณะเปิดแอปน้อยกว่ากลุ่มที่อัปเดตเองด้วยมือประมาณ 25-30%
  • [3] Blogs - Microsoft ได้ยกเครื่องหน้าตาของ Store ใหม่ทั้งหมด ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าแอปได้สูงสุดถึง 50%