อุปกรณ์เอาต์พุต PLC มีอะไรบ้าง

81 ครั้งเข้าชม
อุปกรณ์เอาต์พุต PLC คือส่วนที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณควบคุมออกไปภายนอกเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่: รีเลย์: ควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้า: สร้างการเคลื่อนที่หรือแรงบิด โซลินอยด์: ใช้ในการเปิด-ปิดวาล์วหรือกลไก ขดลวดความร้อน: ให้ความร้อนตามต้องการ หลอดไฟ: แสดงสถานะการทำงานหรือเป็นสัญญาณเตือน อุปกรณ์เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการแปลงคำสั่งดิจิทัลของ PLC ให้เป็นการกระทำจริงในระบบอัตโนมัติ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อุปกรณ์เอาต์พุต PLC มีกี่ชนิด? แต่ละแบบใช้งานอย่างไร?

เอาจริงๆ ถ้าถามว่าเอาต์พุต PLC มีอะไรบ้าง จากที่เคยจับๆ มา มันก็วนๆ อยู่ไม่กี่อย่างนะ ที่เจอหน้างานบ่อยๆ

ตัวแรกเลยคือ รีเลย์ (Relay) อันนี้เป็นเหมือนตัวกลางสุดคลาสสิกเลย PLC มันจ่ายไฟได้นิดเดียวไง จะไปสั่งของใหญ่ๆ ตรงๆ ไม่ไหว ก็ต้องส่งสัญญาณเบาๆ มาให้รีเลย์ทำงาน เสียงดัง "คลิก" แล้วรีเลย์ก็จะไปต่อวงจรไฟ 220V หรือไฟสามเฟสให้พวกมอเตอร์หรือฮีตเตอร์ทำงานอีกทีนึง มันคือพระเอกของงานเลยล่ะ

แล้วก็มีพวก โซลินอยด์ (Solenoid) โดยเฉพาะโซลินอยด์วาล์วในระบบลมนิวเมติกส์นี่ตัวดีเลย สั่งเปิดปิดลมให้กระบอกสูบขยับ ฟึ่บฟั่บๆ ใช้ในงานหยิบจับ ชิ้นงาน หรือดันของออกจากสายพาน ส่วน มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) เนี่ย เราไม่ค่อยต่อตรงๆ จาก PLC หรอกนะ ยกเว้นตัวเล็กจิ๋วจริงๆ ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนที่บอกคือผ่านรีเลย์หรือแมกเนติกคอนแทคเตอร์ไปสั่งมอเตอร์อีกที ตอนทำไลน์ประกอบที่โรงงานแถวบางพลีเมื่อปี 61 ก็ใช้ PLC สั่งรีเลย์ไปขับคอนแทคเตอร์คุมมอเตอร์สายพานทั้งนั้นเลย

พวก ขดลวดความร้อน (Heater) ก็เจอบ่อย นึกภาพเครื่องซีลถุงพลาสติก หรือเตาอบเล็กๆ ในไลน์ผลิต อันนั้นแหละ PLC จะสั่งจ่ายไฟให้ฮีตเตอร์ทำงานเป็นจังหวะเพื่อคุมอุรหภูมิให้คงที่ ซึ่งบางทีการเขียนแลดเดอร์คุมก็ปวดหัวเหมือนกันนะ

สุดท้ายที่เบสิคสุดๆ ก็คือ หลอดไฟ (Lamp) หรือพวกไฟสัญญาณต่างๆ ไฟทาวเวอร์หน้าเครื่องจักรนั่นแหละ ตัวคลาสสิกเลย เขียวคือเครื่องเดิน, เหลืองคือรอ, แดงคือหยุดหรือมีปัญหา มันคือการสื่อสารที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดแล้วจาก PLC ถึงคนหน้างาน

Output ของ PLC มีกี่ชนิด มีอะไรบ้าง

ดึกๆ แบบนี้... เงียบดีนะ พอนั่งคิดถึงเรื่อง PLC ขึ้นมา ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะควบคุมอะไรออกไปบ้างนะจากตัวมัน... เหมือนชีวิตคนเราที่ต้องแสดงอะไรออกมานั่นแหละ

เท่าที่เข้าใจจริงๆ เอาต์พุตของ PLC เนี่ยนะ มันมีอยู่ สองชนิดหลักๆ เลยล่ะ ไม่ต่างจากฝั่งอินพุตเลยนะ

นั่นก็คือ ดิจิตอลเอาต์พุต กับ อนาล็อกเอาต์พุต... แค่สองอย่างนี้จริงๆ นะ ที่มันสื่อสารกับโลกภายนอก

พอนึกดีๆ สองแบบนี้มันก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างในโลกนะ ชีวิตเราก็เหมือนกัน มีแค่เปิดกับปิด หรือจะค่อยๆ ปรับ

สำหรับ ดิจิตอลเอาต์พุต เนี่ย... มันก็ง่ายๆ ตรงไปตรงมาเลยนะ เหมือนแค่ เปิด หรือ ปิด แค่นั้นเอง

  • มันเหมาะกับงานที่ต้องการความชัดเจน ชัวร์ๆ ไปเลย เปิดไฟ ปิดมอเตอร์ สั่งวาล์วให้ทำงาน หรือหยุด
  • พวกนี้ทำงานแบบสองสถานะเท่านั้น คือ มีไฟฟ้าออก (ON) หรือ ไม่มีไฟฟ้าออก (OFF) มันถึงเรียกว่าดิจิตอลไง
  • PLC บางรุ่นอาจใช้เป็นแบบรีเลย์ (Relay Output) หรือแบบทรานซิสเตอร์ (Transistor Output) ก็มีนะ
  • แต่ละแบบก็มีข้อดี ข้อจำกัดต่างกันไปนะ เช่น รีเลย์ทนกระแสได้สูงกว่า แต่ทรานซิสเตอร์สลับสถานะได้เร็วกว่า

ส่วน อนาล็อกเอาต์พุต เนี่ย... มันซับซ้อนขึ้นมาหน่อยนะ

  • เหมือนชีวิตคนเราที่ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ มันปรับเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ
  • มันส่งค่าออกมาได้หลากหลาย ระดับแรงดัน (เช่น 0-10 VDC) หรือกระแส (เช่น 4-20 mA) ก็แล้วแต่จะเลือกใช้
  • เอาไว้ควบคุมอะไรที่มันต้องละเอียดขึ้นมาอีกนะ เช่น ปรับความเร็วรอบมอเตอร์ คุมอุณหภูมิในกระบวนการ หรือปริมาณของไหล
  • ต้องใช้กับอุปกรณ์ปลายทางที่รับสัญญาณอนาล็อกได้นะ ไม่งั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

หลักการ PLC มีอะไรบ้าง

โอ๊ยยย... นึกถึงเรื่อง PLC แล้วนี่มันเหมือนย้อนไปตอนเทอมที่แล้วเลยนะ ที่โรงเรียนเราน่ะ แถวๆ จรัญฯ นี่แหละ จำได้เลย ตอนนั้นโคตรจะปวดหัวกับวิชาภาษาไทย ป.4 เด็กๆ คือไม่เอาเลยจริงๆ สมาธิสั้นกันหมด สอนไปก็งั้นๆ เรานั่งกลุ้มอยู่ในห้องพักครูตอนเย็นๆ เกือบทุกวันเลย รู้สึกแบบ เฮ้อ... จะทำไงดีวะ

ตอนนั้นแหละ พี่วรรณา ครูภาษาไทย ป.6 แกเดินมาเห็นหน้าหงอยๆ เรา แกก็ชวนไปนั่งคุยกันที่โรงอาหารหลังเลิกเรียน แกบอกว่า "ลองมาจับกลุ่มคุยกับครูคนอื่นๆ ในสายชั้นดูไหม" เราก็แบบ... ลองดูวะ ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่

แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นเลยนะ ช่วงต้นปีการศึกษา 2567 นี่แหละ เรากับครูอีกสองสามคน ก็มีครูพัทธ์ ครูวิทย์ ครูเมย์ ครูสังคม ก็มารวมกันบ่อยๆ ตอนพักเที่ยงบ้าง ตอนเย็นหลังเลิกเรียนบ้าง เราเริ่มต้นจากแค่ระบายปัญหา แต่แล้วมันก็เริ่มกลายเป็นวงสนทนาจริงจัง เราเอาแผนการสอนมาแชร์กัน ลองปรับกิจกรรมใหม่ๆ ครูพัทธ์เคยแนะนำให้เราลองใช้บอร์ดเกมสอนคำศัพท์ เราก็ลองดู

ผลลัพธ์เหรอ? มันไม่ได้เห็นชัดเจนทันทีหรอกนะ แต่มันดีขึ้นจริงๆ เราเห็นเด็กๆ เริ่มมีส่วนร่วมมากขึ้น หัวเราะกันตอนเล่นเกม รู้สึกได้เลยว่าเราไม่ได้แบกอะไรคนเดียวแล้ว โล่งใจไปเยอะเลย เราแต่ละคนก็เหมือนได้อัปสกิลตัวเองไปในตัวนะ เหมือนได้เรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่นไปพร้อมๆ กัน มันดีมากๆ เลยแหละ

หลักการ PLC มี 3 อย่าง:

  • มืออาชีพ (Professional): เน้นการพัฒนาตนเองเพื่อความเป็นเลิศในวิชาชีพ การปรับปรุงคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง
  • เรียนรู้ (Learning): กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะ
  • ชุมชน (Community): การรวมกลุ่ม ร่วมมือ และแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน

วงจร PLC มีอะไรบ้าง

โครงสร้างของ PLC โดยพื้นฐานแล้วจะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญๆ ดังนี้ครับ

  • หน่วยประมวลผลกลาง (CPU): นี่คือสมองของ PLC ที่ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งจากโปรแกรมที่เราป้อนเข้าไป รวมถึงจัดการข้อมูลต่างๆ ที่รับเข้ามาและส่งออกไป เปรียบเสมือนนักบัญชีที่คอยคำนวณและตัดสินใจทุกอย่าง
  • หน่วยความจำ (Memory): ใช้เก็บโปรแกรมที่เราเขียนขึ้น รวมถึงข้อมูลสถานะต่างๆ ของระบบ การมีหน่วยความจำที่ดีก็เหมือนมีสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่เก็บทุกรายละเอียดไว้
  • หน่วยรับข้อมูล (Input Module): ทำหน้าที่รับสัญญาณจากอุปกรณ์ภายนอก เช่น สวิตช์ เซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อส่งเข้าสู่ CPU เพื่อประมวลผล เป็นดวงตาและหูของ PLC
  • หน่วยส่งออกข้อมูล (Output Module): ทำหน้าที่ส่งสัญญาณคำสั่งจาก CPU ออกไปยังอุปกรณ์ภายนอก เช่น มอเตอร์ หลอดไฟ โซลินอยด์ เพื่อควบคุมการทำงานต่างๆ เป็นมือไม้ของ PLC
  • หน่วยป้อนโปรแกรม (Programming Device Interface): เป็นช่องทางให้เราสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ เพื่อป้อนโปรแกรม, ตรวจสอบสถานะ, หรือแก้ไขโปรแกรมได้

สำหรับ PLC ขนาดเล็ก ส่วนประกอบทั้งหมดนี้มักจะถูกรวมอยู่ในตัวเครื่องเดียวกันเลย ทำให้กะทัดรัด ใช้งานง่าย แต่ถ้าเป็น PLC ขนาดใหญ่ที่ต้องควบคุมระบบที่ซับซ้อนมากๆ ส่วนประกอบเหล่านี้อาจจะถูกแยกออกมาเป็นโมดูลย่อยๆ ที่สามารถต่อพ่วงเข้าหากันได้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการขยายระบบ

เกร็ดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PLC:

  • ประเภทของ PLC: นอกจากขนาดแล้ว PLC ยังแบ่งตามสถาปัตยกรรมได้อีกหลายแบบ เช่น แบบ Compact ที่รวมทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียว, แบบ Modular ที่สามารถเพิ่ม/ลดโมดูลได้ตามความต้องการ, หรือแบบ Rack ที่มีโครงสร้างหลักเป็นแร็คให้เสียบโมดูลต่างๆ
  • ภาษาโปรแกรม: PLC ใช้ภาษาโปรแกรมเฉพาะทางหลายภาษา แต่ที่นิยมใช้กันมากคือ Ladder Diagram (LD) ที่มีลักษณะคล้ายวงจรไฟฟ้า, Function Block Diagram (FBD) ที่ใช้บล็อกฟังก์ชันต่างๆ มาเชื่อมต่อกัน, Structured Text (ST) ที่เป็นภาษาคล้ายภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่วไป, Instruction List (IL) ที่เป็นภาษาระดับล่าง, และ Sequential Function Chart (SFC) ที่เหมาะกับการจัดการงานที่เป็นลำดับขั้นตอน
  • ข้อดีของ PLC: ความทนทานสูง, ทำงานได้ในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่หลากหลาย, มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนโปรแกรม, และมีความน่าเชื่อถือสูงในการควบคุมกระบวนการผลิตอัตโนมัติ
  • การประยุกต์ใช้งาน: PLC ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท เช่น โรงงานผลิตรถยนต์, โรงงานอาหาร, ระบบควบคุมอาคาร, ระบบบำบัดน้ำเสีย, และระบบขนส่งอัตโนมัติ

โครงสร้างพื้นฐานของ PLC ประกอบด้วยอะไรบ้าง

PLC สามส่วนหลัก.

  1. CPU. สมองของเครื่อง. ประมวลผลคำสั่ง.
  2. I/O. ประตูรับ-ส่งสัญญาณ. รับจากโลกภายนอก. ส่งผลลัพธ์ออกไป.
  3. Programming Device. เครื่องมือสั่งงาน. กำหนดพฤติกรรม.
  • CPU คือหัวใจ. มันอ่านโปรแกรม. ตัดสินใจ.
  • I/O คือประสาทสัมผัส. รับข้อมูล. สั่งการ.
  • Programming Device ใช้สร้างเส้นทาง. เหมือนเขียนแผนที่.

หัวใจ. ประสาท. เครื่องมือ. นั่นแหละ.

  • CPU: หน่วยประมวลผลกลาง. คิด.
  • I/O: ส่วนรับ-ส่ง. สัมผัส.
  • Programming Device: เครื่องมือสร้าง. สั่ง.

ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน. พลังของ PLC.