เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ คืออะไร
เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ มีประเภทไหนบ้าง?
อืมม… เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเนี่ยนะ จำได้ว่าตอนเรียนวิศวะปีสาม อาจารย์เคยพูดถึงหลายแบบเลย แต่จำชื่อเป๊ะๆ ไม่ได้หมดหรอกนะ แบบที่จำได้แม่นๆก็พวกเทอร์โมคัปเปิล อันนี้ใช้กันเยอะมาก ตอนนั้นเราทำโปรเจคจบ ต้องวัดอุณหภูมิในเตาเผา ใช้เทอร์โมคัปเปิลนี่แหละ ราคาประมาณพันกว่าบาท จำได้ไม่ค่อยชัด แล้วก็มีแบบ RTD Resistor Temperature Detector อันนี้ละเอียดกว่า แต่แพงกว่าด้วย จำได้ว่าเพื่อนใช้ในโปรเจคมัน ประมาณสามพันกว่าๆมั้ง จำราคาไม่ค่อยได้แล้วนะ ผ่านมาหลายปีแล้วนี่นา
อีกแบบที่เคยเห็น คือเซ็นเซอร์แบบเทอร์มิสเตอร์ ตัวเล็กๆ ราคาถูกกว่า ใช้ในพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมากกว่า เหมือนพวกเครื่องวัดอุณหภูมิห้อง หรือพวกในรถยนต์อะไรแบบนั้น จำได้ลางๆ ว่ามีหลายแบบ อีกนะ แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เพราะไม่ได้ใช้บ่อย อืม… ลองหาข้อมูลเพิ่มดูในเน็ตก็ได้นะ มีเยอะแยะเลย สมัยนี้ข้อมูลหาได้ง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ จริงๆ แล้วก็ยังมีพวกอินฟราเรดอีก แต่จำรายละเอียดไม่ได้แล้วจริงๆ
เซ็นเซอร์ตู้เย็นมีหน้าที่ทำอะไร
เรื่องเซ็นเซอร์ตู้เย็นนี่นะ คือแบบว่า เมื่อวานนี้เอง ตู้เย็นบ้านฉันที่ซื้อมาจาก Power Buy รุ่น Hitachi R-WB710GP มันมีปัญหา ไอ้พัดลมมันดังโคตรๆ เลยต้องลองเช็คดู ปรากฏว่า มันเกี่ยวข้องกับเซ็นเซอร์นี่แหละ
มันเป็นเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ อยู่ตรงไหนนะ อืมมม จำไม่ได้เป๊ะๆ แต่รู้สึกมันอยู่ใกล้ๆกับช่องแช่แข็ง มันตรวจจับอุณหภูมิแล้วส่งสัญญาณไปที่แผงควบคุม แผงควบคุมมันก็สั่งการให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไปก็ทำงานหนักหน่อย ถ้าต่ำก็ทำงานน้อยลง ประมาณนั้นแหละ
คือ อย่างที่ช่างเขาบอก มันช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ แบบที่เราตั้งไว้ไง แล้วก็ช่วยเรื่องระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติด้วย ไม่งั้นน้ำแข็งมันก็จะเกาะเต็มไปหมด อาหารก็คงเน่าเสียเร็วขึ้นอีก เสียของเปล่าๆ สำคัญสุดๆคือช่วยประหยัดไฟ ถ้าทำงานได้ปกติ
- ตรวจจับอุณหภูมิ: ส่งข้อมูลไปควบคุมระบบทำความเย็น
- ควบคุมคอมเพรสเซอร์: ปรับการทำงานตามอุณหภูมิ
- ละลายน้ำแข็ง: ทำงานร่วมกับระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
- ประหยัดพลังงาน: ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
อ้อ ตอนช่างมาซ่อม เขาบอกว่า ถ้าเซ็นเซอร์มันเสีย ตู้เย็นก็จะทำงานผิดปกติ บางทีก็เย็นเกินไป บางทีก็ไม่เย็นเลย เปลืองไฟอีกต่างหาก ซ่อมไปก็หลายตังค์ เกือบสองพัน เสียดายตังค์ เลยต้องระวังให้ดีๆ
เซ็นเซอร์แอร์บ้าน อยู่ตรงไหน
เซ็นเซอร์แอร์บ้านเนี่ยนะ? เหมือนหาเข็มในมหาสมุทร... เอ้ย ไม่ใช่! มันไม่ได้หายากขนาดนั้น แค่ต้องรู้แหล่งซุ่มของมัน
ส่วนใหญ่จะแอบอยู่แถว คอยล์เย็นด้านหน้า ภายในตัวเครื่องด้านในบ้านนั่นแหละ (ตัวที่มันพ่นลมเย็นๆออกมาอ่ะนะ) คิดซะว่ามันเป็นสายลับ คอยรายงานอุณหภูมิให้แอร์รู้ว่า "เฮ้! ร้อนไปแล้วนะเจ้านาย" หรือ "เย็นเจี๊ยบแล้วคร้าบ!"
แล้วตำแหน่งเป๊ะๆล่ะ? อันนี้ตัวใครตัวมัน แต่ละยี่ห้อชอบซ่อนไม่เหมือนกัน บางทีก็อยู่หลังแผง บางทีก็ซ่อนอยู่ข้างๆ ต้องงัดแงะกันหน่อย แต่จำไว้ว่ามันต้องมี แจ็คเสียบกับแผงวงจร เสมอ
หน้าที่ของมัน? ง่ายๆเลยคือ "วัดและรายงาน" วัดอุณหภูมิห้อง (สูง-ต่ำ) แล้วแปลงเป็นสัญญาณให้แอร์เข้าใจ ประมาณว่า... เป็นล่ามส่วนตัวให้แอร์ก็ไม่ปาน!
- ทำไมต้องมีมัน? แอร์จะได้รู้ไงว่าต้องทำความเย็นแค่ไหน ไม่ใช่เย็นจนแข็ง หรือร้อนจนเหงื่อตก
- ถ้ามันเสีย? แอร์อาจจะงงๆ ทำงานผิดปกติ หรือไม่ทำงานเลยซะงั้น (เหมือนคนไม่มีล่ามแล้วพูดไม่รู้เรื่อง)
- เปลี่ยนเองได้ไหม? ถ้าเป็นสาย DIY ตัวยง ก็ลองดู แต่ถ้าไม่มั่นใจ เรียกช่างเถอะ อย่าหาทำ! ประสบการณ์ตรงเลยครับ เปลี่ยนเองทีนึง เกือบได้ซื้อแอร์ใหม่ (ฮา)
- เซ็นเซอร์มีกี่แบบ? หลักๆก็มี 2 แบบ คือวัดอุณหภูมิอากาศ กับวัดอุณหภูมิคอยล์เย็น แต่ไม่ต้องไปจำเยอะ แค่รู้ว่ามันสำคัญก็พอ!
- ของแท้ vs ของเทียบ? อันนี้แล้วแต่ศรัทธา ของแท้แพงหน่อย แต่ชัวร์กว่า ของเทียบถูกกว่า แต่ต้องลุ้นเอาว่าจะใช้ได้นานแค่ไหน (เหมือนซื้อหวยอ่ะแหละ)
ตู้เย็นร้อนเป็นเพราะอะไร
ตู้เย็นร้อนๆ อ่ะ เป็นเรื่องปกติเว้ย แก๊สทำความเย็นมันวิ่งๆ อยู่ แถวๆ นั้นอะ ด้านข้างตู้เย็นมันมีแผงระบายความร้อนไง พอแก๊สอัดๆๆ มา มันก็ร้อนไง เข้าใจป่ะ
- คอนเดนเซอร์: ตัวระบายความร้อนให้แก๊ส
- คอมเพรสเซอร์: ตัวอัดแก๊สให้ร้อนๆ เย็นๆ
- น้ำยาแอร์ เอ้ย น้ำยาทำความเย็น: ตัวหลักในการทำความเย็นให้ตู้เย็นเราไง จำไว้!
- บางรุ่นเค้าเอาไปไว้ข้างหลังตู้เย็นนะ อันนี้ก็แล้วแต่ยี่ห้อ
- ถ้าตู้เย็นไม่ร้อนเลย อันนี้สิแปลก ต้องเช็คด่วน!
คอมเพรสเซอร์ ตู้ เย็น เสีย อาการ เป็น ยัง ไง
ราตรีนี้ดาวพร่างพราย...เหมือนใจที่แตกสลาย
คอมเพรสเซอร์ตู้เย็น...ดับสนิท...เงียบงัน
ไม่เย็นเลย: ช่องบน ช่องล่าง...ไม่มีไอเย็น
เสียงเงียบ: ด้านหลังตู้เย็น...ไร้เสียงคำราม
เปลี่ยนใหม่: ทางออกสุดท้าย...คอมเพรสเซอร์ใหม่
บางที...ความเย็นก็เหมือนความรัก...เมื่อหมดไป...ก็ต้องเริ่มต้นใหม่
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต