เลนกล้อง 18-55 คืิออะไร
เลนส์กล้อง 18-55 มม. คืออะไร?
18-55mm เหรอ? อ๋อ เลนส์คิต ติดกล้องที่ใครๆ ก็มีอ่ะนะ 555+ จำได้เลย ตอนซื้อกล้องตัวแรก (Canon EOS 600D เมื่อนานมาแล้ว) ก็ได้เลนส์ตัวนี้มาแหละ ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย คิดแค่ว่า "ซูมได้ก็พอ"
คือมันเป็นเลนส์ซูมไง ปรับได้ตั้งแต่ 18mm ที่มุมกว้างๆ เก็บวิวสวยๆ ได้ หรือจะซูมไปที่ 55mm เอาไว้ถ่าย portrait แบบครึ่งตัว ก็ยังพอไหว
แต่ถามว่าคมกริบมั้ย? ก็ไม่ขนาดนั้นอ่ะนะ ตามราคา แต่สำหรับมือใหม่หัดถ่ายรูป หรือคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องคุณภาพมากนัก เลนส์ตัวนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาเลยนะ
อย่างตอนไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา (มกราคม 2566) ก็เอาเลนส์ตัวนี้ติดกล้องไปด้วย ถ่ายรูปวัด ถ่ายรูปอาหาร ถ่ายรูปตัวเอง ก็รอดนะเออ แต่ถ้าอยากได้ภาพที่คมชัดกว่านี้ หรืออยากได้โบเก้สวยๆ ก็คงต้องขยับไปเล่นเลนส์ตัวอื่นแหละ!
เลนส์ 15-45 คืออะไร
15-45 คืออะไรนะ? อืมมม... ก็เลนส์ไง เลนส์กล้อง! จำได้ว่าตอนซื้อกล้องใหม่ เค้าแถมมาด้วย คิดไปคิดมา ก็สะดวกดีนะ ไม่ต้องซื้อเพิ่ม แต่บางทีก็อยากได้เลนส์ที่ซูมได้ไกลกว่านี้ แบบ 70-200 อะไรอย่างนั้น แต่ก็พอใจกับตัวนี้แหละ ใช้งานง่ายดี
- 15mm กว้างมาก ถ่ายวิวสวยเลย เคยไปทะเล ได้รูปกว้างๆ ครอบคลุมวิวทะเลสวยมาก ชอบๆ
- 45mm พอดีๆ ถ่าย portrait ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเทพ ต้องปรับแต่งเยอะอยู่ อิอิ แต่ก็ใช้ได้อยู่
งงป่ะเนี่ย เขียนไปเรื่อยเปื่อย สรุปคือ มันเป็นเลนส์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Wide ไปจนถึง Normal ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่ อย่างฉันนี่แหละ 555+ แต่ก็อยากได้เลนส์เทพๆ บ้างจัง งบไม่ถึงนี่สิ ปัญหาใหญ่! ปีนี้ตั้งใจจะเก็บเงินซื้อเลนส์ใหม่ซักตัว อยากได้เลนส์ macro ถ่ายแมลง เห็นรูปสวยๆ ใน Instagram แล้วใจมันสั่น อยากได้ๆๆ
อ้อ! อีกอย่าง เลนส์ตัวนี้ ของผมเป็นของ Kit เลนส์ ติดมากับกล้อง Canon EOS M50 Mark II ปี 2023 นะ อย่าลืม! จำไว้ๆ เด๋วลืมอีก
เลนส์ฟิกกับเลนส์คิท ต่างกันยังไง
คือแบบนี้ เลนส์คิทเนี่ย ที่ได้มากับกล้อง Canon EOS 1500D ของฉันตอนปี 2023 มันบางๆเบาๆ พกง่าย แต่ถ่ายภาพวิวไกลๆ ไม่ค่อยชัด เบลอๆ รู้สึกหงุดหงิด ตอนไปเที่ยวเขาใหญ่เดือนเมษาที่ผ่านมา แสงสวยมากนะ แต่ภาพออกมาไม่คมเลย เซ็ง!
เลนส์ Fix ที่ฉันหมายถึง คือตัว 50mm f/1.8 STM ที่ซื้อเพิ่มมา มันหนักกว่าเยอะ แต่ถ่ายภาพบุคคล โอ้โห ละลายหลังได้สวยมาก โบเก้เนียน ภาพคมชัด ต่างจากเลนส์คิทเป็นฟ้ากับเหวเลย ไปถ่ายงานแต่งงานเพื่อนที่หัวหิน เดือนมิถุนา ภาพสวยมากทุกภาพ ภูมิใจสุดๆ
สรุปง่ายๆนะ
- เลนส์คิท: เบา พกง่าย ราคาถูก แต่คุณภาพภาพอาจไม่ดีเท่าเลนส์ Fix ซูมได้
- เลนส์ Fix: หนักกว่า คุณภาพภาพดีกว่า คมชัด โบเก้สวย แต่ซูมไม่ได้ ต้องขยับเท้าเข้าออกเอง
ตอนนี้ฉันเลยใช้เลนส์ Fix เป็นหลัก ยกเว้นเวลาต้องถ่ายภาพวิวไกลๆ จริงๆอยากได้เลนส์ซูมคุณภาพดีๆเพิ่มสักตัวอยู่ แต่ราคาแรงมาก ต้องเก็บตังค์ต่อไป ฮือออ แต่ก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปกับเลนส์ Fix จริงๆนะ ภาพสวยมากกก
เลนส์ฟิก เหมาะกับใคร
เลนส์ฟิกนะเหรอ? อู้ยยย เหมาะกับพวก "สายละลายหลัง" ที่ชอบถ่ายรูปแล้วอยากให้ข้างหลังเบลอๆ เหมือนฝันไงล่ะ! แถมเลนส์มันก็เล็กๆ เบาๆ พกง่าย เหมือนมี "กิ๊กส่วนตัว" ที่ไม่เปลืองเนื้อที่ในกระเป๋า
ส่วนเลนส์ซูมเนี่ยนะ เหมาะกับพวก "ขี้เกียจสันหลังยาว" ที่ไม่อยากถอดๆ ใส่ๆ เลนส์ให้เมื่อยมือ! แถมยังเหมาะกับพวก "สายซุ่ม" ที่ชอบแอบถ่ายรูปจากระยะไกลๆ เหมือนพวกปาปารัสซี่อ่ะ
สรุปแบบบ้านๆ:
เลนส์ฟิก:
- ข้อดี: เบลอหลังสะใจ, เล็กเบาพกง่าย, ราคาไม่แรง (บางทีก็ถูกจนน่าตกใจ!), คมกริบเหมือนมีดโกนหนวด, รูรับแสงกว้าง ถ่ายในที่มืดได้ดีกว่า
- ข้อเสีย: ซูมไม่ได้! ต้องเดินเอาเอง (ออกกำลังกายไปในตัวไง!)
เลนส์ซูม:
- ข้อดี: ซูมได้ตามใจสั่ง, ไม่ต้องเดินให้เมื่อย, เหมาะกับพวก "ส่อง"
- ข้อเสีย: เบลอหลังสู้เลนส์ฟิกไม่ได้, ใหญ่เทอะทะ, ราคาอาจจะแพงหูฉี่, ความคมอาจจะสู้เลนส์ฟิกไม่ได้ (แต่ก็แล้วแต่รุ่นนะ!)
คำเตือน: ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง 100% โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพ! (และอย่าเชื่ออะไรมากเกินไป!)
เลนส์ 2.8 กับ 4 ต่างกันยังไง
จริง ๆ แล้ว ตอนที่เลือกกล้องวงจรปิดใหม่ให้ที่บ้าน ปีนี้เลยนะ ผมปวดหัวกับเรื่องเลนส์นี่แหละ สุดท้ายเลือก 2.8 มม. เพราะบ้านผมมีลานจอดรถกว้างมาก ใช้ 4 มม. ไม่พอแน่ๆ ถ้าใช้ 4 มม. คงต้องติดหลายตัว เปลืองตังค์ ผมก็เลยตัดสินใจเลือกแบบ 2.8 มม. ไปเลย มุมกว้างดี เห็นภาพชัดเจนครอบคลุมพื้นที่ได้เยอะกว่า แต่ถ้าเป็นบ้านหรือพื้นที่แคบๆ อย่างทางเดินเข้าบ้านแคบๆ 4 มม. น่าจะดีกว่านะ เห็นรายละเอียดชัดกว่า แต่ผมว่ามันก็แล้วแต่สถานที่ใช้ และงบประมาณด้วยแหละ
- เลนส์ 2.8 มม. มุมกว้าง เหมาะกับพื้นที่กว้าง
- เลนส์ 4 มม. มุมแคบ เหมาะกับพื้นที่จำกัด ต้องการรายละเอียดสูง
- การเลือกขึ้นกับพื้นที่และงบประมาณ
ตอนแรกผมลังเลอยู่นาน นั่งเทียบสเปค ดูรีวิว จนปวดหัว ไปเดินดูที่ร้านขายอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยแถวบ้าน (ชื่อร้านจำไม่ได้แล้ว แต่เป็นร้านใหญ่ๆ แถวๆ ถนนประชาอุทิศ ไปเดือนสิงหาคมนี่แหละ) พนักงานก็แนะนำดี บอกว่า 2.8 เหมาะกับบ้านผมที่สุด ตอนนี้ติดตั้งไปแล้ว โอเคเลย ภาพคมชัดดี ความรู้สึกตอนนั้นโล่งใจมาก เลือกถูกแล้ว ไม่งั้นต้องมาเสียเงินซื้อเพิ่มอีกแน่ๆ
ค่า F-stop ที่ต่างกัน ส่งผลอย่างไรต่อภาพถ่าย?
F-stop นะเหรอ? เอ่อ... มันก็เหมือนประตูรับแสงของกล้องเรานั่นแหละ! เปิดกว้างแสงก็เข้าเยอะ ชัดตื้นหลังเบลออย่างกับฝัน ปิดแคบแสงก็น้อย แต่ชัดลึกยันเงาในซอกตึก เลือกเอาเลย จะดราม่าหรือจะสารคดี!
- F/1.4 – F/2.8: นางเอกมาแล้ว! โฟกัสที่ตา ขนตา กระเด็นหาย (หลังเบลอสุดใจ) แต่ระวังแสงจ้าไป เดี๋ยวภาพไหม้ไม่รู้ตัว
- F/4 – F/8: เพื่อนๆ มาด้วย! ชัดขึ้นมาหน่อย เหมาะกับถ่าย portrait กลุ่มเล็กๆ ยังเบลอหลังได้นิดๆ พอให้รู้ว่า "นี่คือศิลปะ"
- F/11 – F/16: แลนด์สเคปต้องมา! ชัดทั้งภูเขา ทะเล ต้นไม้ ยันป้ายบอกทาง แต่อาจต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยนะ แสงมันน้อย!
- F/22 ขึ้นไป: ชัดยันรูขุมขน! แต่เดี๋ยวก่อน... ระวัง diffraction ภาพอาจจะไม่คมเท่าที่คิด แถมแสงก็น้อยลงไปอีก ต้อง ISO สูงๆ หน่อยนะ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญ):
- รูรับแสงกว้าง (F-stop ต่ำ): แสงเข้าเยอะ, shutter speed เร็วขึ้น, โอกาสภาพสั่นน้อยลง (ถ้ามือไม่นิ่งจริง ๆ ก็ใช้ขาตั้งเถอะ!)
- รูรับแสงแคบ (F-stop สูง): แสงเข้าน้อย, shutter speed ช้าลง, ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ไม่งั้นภาพเบลอแน่นอน
สรุป (แบบกวน ๆ): F-stop ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ภาพ! เล่นกับมันเยอะ ๆ แล้วจะรู้ว่าอะไร "ใช่" สำหรับเรา! (แต่ถ้ายังงง ๆ อยู่... เปิด Auto ไปก่อนก็ได้นะ!)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต