เลนส์กล้องถ่ายรูปมีกี่ประเภท

90 ครั้งเข้าชม
เลนส์กล้องถ่ายรูปมีกี่ประเภท แบ่งตามระยะดังนี้ เลนส์ 16mm ให้ภาพกว้าง 114 องศาเหมาะกับงานวิว เลนส์ 50mm ให้ภาพ 45-46 องศาใกล้เคียงสายตามนุษย์ เลนส์ระบบ Mirrorless ครองยอดขาย 90 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เลนส์กล้องถ่ายรูปมีกี่ประเภท: 16mm vs 50mm ต่างกันอย่างไร

การเลือก เลนส์กล้องถ่ายรูปมีกี่ประเภท สำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลงาน ช่างภาพประหยัดงบประมาณเมื่อเข้าใจหน้าที่อุปกรณ์ อุปกรณ์ที่เหมาะสมรักษาความถูกต้องของภาพและเพิ่มประสิทธิภาพระบบออโต้โฟกัส ศึกษาข้อมูลพื้นฐานเพื่อป้องกันการเลือกซื้อที่ผิดพลาด

เลนส์กล้องถ่ายรูปมีกี่ประเภท: สรุปสั้นๆ สำหรับมือใหม่

การเลือก ประเภทของเลนส์กล้องถ่ายรูปอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเพราะมีตัวเลือกมากมายในตลาด - แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การแบ่งตามทางยาวโฟกัส (Focal Length) และลักษณะโครงสร้างของตัวเลนส์เอง หากแบ่งตามการใช้งานทั่วไป เลนส์จะถูกจัดกลุ่มหลักๆ เป็น 5 ประเภท ได้แก่ เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle), เลนส์มาตรฐาน (Normal), เลนส์ระยะไกล (Telephoto), เลนส์มาโคร (Macro) และเลนส์ตาปลา (Fisheye) นอกจากนี้เรายังแบ่งตามกลไกการซูมเป็นเลนส์ฟิกซ์ (Prime) และเลนส์ซูม (Zoom) อีกด้วย

ในโลกของการถ่ายภาพปี 2026 ตลาดเลนส์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากระบบ DSLR มาเป็น Mirrorless อย่างเต็มตัว ข้อมูลล่าสุดระบุว่า 90% ของยอดขายกล้องและเลนส์ในปัจจุบันเป็นระบบ Mirrorless[1] ซึ่งการทราบว่า เลนส์กล้องถ่ายรูปมีกี่ประเภท จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มหาศาล เพราะคุณจะไม่ต้องซื้อเลนส์ที่ไม่ได้ใช้งานจริงมาเก็บไว้ในตู้

ทางยาวโฟกัส (Focal Length): จุดเริ่มต้นของการเลือกเลนส์

ก่อนจะไปดูประเภทเลนส์ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลข mm บนตัวเลนส์คืออะไร มันคือทางยาวโฟกัสซึ่งเป็นตัวกำหนด องศาการรับภาพ ยิ่งตัวเลขน้อย องศาการรับภาพยิ่งกว้าง (เก็บภาพได้กว้างขึ้น) ยิ่งตัวเลขมาก องศาการรับภาพยิ่งแคบ (เจาะจงเฉพาะจุดและดึงภาพให้ดูใกล้ขึ้น)

ตัวอย่างเช่น เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส 16mm จะให้องศาการรับภาพกว้างถึง 114 องศา ซึ่งเหมาะมากสำหรับการเก็บภาพวิวทิวทัศน์กว้างๆ ในขณะที่เลนส์ระยะมาตรฐาน 50mm จะให้องศาการรับภาพประมาณ 45-46 องศา [3] ซึ่งเป็นระยะที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตาของมนุษย์มองเห็นมากที่สุด - และนี่คือเหตุผลที่ช่างภาพหลายคนเรียกมันว่าเลนส์ระยะสายตา - เพราะมันไม่ทำให้สัดส่วนของภาพบิดเบี้ยวจนเกินไป

ตอนผมเริ่มถ่ายภาพใหม่ๆ ผมเคยสงสัยว่าทำไมภาพที่ถ่ายออกมาถึงดูไม่เหมือนที่ตาเห็นเลย? คำตอบคือผมใช้เลนส์ผิดระยะครับ การใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสไม่เหมาะสมกับสถานการณ์จะทำให้คุณต้องพยายามถอยหลังจนตกคลองหรือเดินหน้าจนชนแบบ เพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ เรื่องจริงครับ ประสบการณ์นี้สอนให้ผมรู้ว่าการรู้จักระยะเลนส์สำคัญกว่าการรู้ยี่ห้อกล้องเสียอีก

ประเภทเลนส์ที่แบ่งตามทางยาวโฟกัส

การแบ่งประเภทเลนส์ตามระยะโฟกัสช่วยให้เราเลือกใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการถ่ายภาพในแต่ละสถานการณ์ ดังนี้:

1. เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle Lens)

เลนส์ประเภทนี้จะมีทางยาวโฟกัสต่ำกว่า 35mm ลงไป (สำหรับกล้อง Full Frame) จุดเด่นคือการเก็บภาพได้กว้างขวาง เหมาะสำหรับภาพทิวทัศน์ (Landscape), สถาปัตยกรรม และการถ่ายภาพในที่แคบที่เลนส์ปกติเก็บไม่หมด

หากคุณใช้เลนส์ที่มีระยะต่ำกว่า 24mm เราจะเรียกมันว่า Ultra-Wide ซึ่งให้เอฟเฟกต์ที่ดูอลังการมาก เลนส์กลุ่มนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มบล็อกเกอร์และสายท่องเที่ยว โดยปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เช่น สมาร์ทโฟน ครองส่วนแบ่งตลาดเลนส์สูงถึง 61% และเลนส์มุมกว้างคืออาวุธหลักที่ถูกใส่มาในมือถือทุกเครื่องเพื่อตอบโจทย์การถ่ายเซลฟี่และวิวทิวทัศน์

2. เลนส์มาตรฐาน (Normal / Standard Lens)

ทางยาวโฟกัสจะอยู่ที่ช่วง 35mm ถึง 50mm (หรืออาจถึง 85mm ในบางการจัดกลุ่ม) เลนส์ระยะนี้ให้มุมมองที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่บิดเบี้ยว และเป็นเลนส์ที่คนหัดถ่ายภาพควรมีติดตัวไว้ เพราะมันบังคับให้เราต้องขยับตัวเพื่อจัดองค์ประกอบภาพ

บอกตามตรงเลยว่า เลนส์ 50mm f/1.8 คือเลนส์เปลี่ยนโลกของผม มันราคาไม่แพงแต่ให้ภาพที่คมชัดและละลายหลังได้สวยงามมาก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสตรีทและพอร์ตเทรตแบบเริ่มต้น หากคุณยังไม่รู้จะซื้อเลนส์ตัวไหนเพิ่มหลังจากเลนส์คิท (Kit lens) ตัวนี้คือคำตอบที่ถูกต้องเสมอ

3. เลนส์ระยะไกล (Telephoto Lens)

เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 70mm ขึ้นไปจนถึง 300mm หรือมากกว่านั้น (Super Telephoto) หน้าที่หลักคือการดึงวัตถุที่อยู่ไกลให้เข้ามาใกล้ เหมือนเราส่องกล้องทางไกลถ่ายภาพนั่นเอง

เลนส์เทเลโฟโต้ไม่ได้มีไว้แค่ถ่ายนกหรือนักกีฬาในสนามเท่านั้น แต่มันยังมีเอฟเฟกต์ที่เรียกว่า Compression หรือการบีบอัดภาพ ซึ่งจะทำให้ฉากหลังดูขยับเข้ามาใกล้ตัวแบบมากขึ้น ช่วยให้ภาพดูอิ่มและแน่นขึ้นมาก โดยเลนส์ระยะ 85mm ถึง 135mm ได้รับการยอมรับว่าเป็นระยะสีทองสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรต เพราะมันช่วยให้สัดส่วนใบหน้าดูดีที่สุดและละลายฉากหลังได้นวลตา

เลนส์เฉพาะทาง: เมื่อคุณต้องการความแตกต่าง

นอกจากเลนส์ระยะหลักๆ แล้ว ยังมี ชนิดของเลนส์กล้องถ่ายรูป ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เฉพาะอย่าง ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับการถ่ายภาพของคุณ

เลนส์มาโคร (Macro Lens)

เลนส์ที่สามารถโฟกัสได้ในระยะใกล้มากๆ เพื่อถ่ายวัตถุขนาดเล็กให้เห็นรายละเอียดชัดเจน เช่น เกสรดอกไม้ แมลง หรือเครื่องประดับ เลนส์มาโครที่ดีจะมีอัตราขยาย 1:1 หมายความว่าขนาดของวัตถุบนเซนเซอร์จะเท่ากับขนาดจริงของวัตถุนั้นๆ

การถ่ายมาโครต้องใช้ความนิ่งสูงมาก - และเชื่อผมเถอะว่ามันจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงความสำคัญของขาตั้งกล้อง - เพราะแค่การหายใจเข้าเพียงนิดเดียวก็อาจทำให้จุดโฟกัสหลุดได้ทันที แต่อุปกรณ์สมัยใหม่ในปี 2026 มีระบบกันสั่นในตัวที่ช่วยลดปัญหาจากอาการสั่นไหวได้ดีกว่าเลนส์ยุคก่อนมาก

เลนส์ตาปลา (Fisheye Lens)

เลนส์มุมกว้างพิเศษที่มีทางยาวโฟกัสสั้นมาก (เช่น 8mm หรือ 12mm) และจงใจให้เกิดความบิดเบี้ยวของภาพจนดูเหมือนภาพในฟองสบู่หรือตาของปลา องศาการรับภาพอาจกว้างได้ถึง 180 องศา เลนส์ชนิดนี้เหมาะสำหรับงานสร้างสรรค์หรืองานถ่ายภาพกีฬาเอ็กซ์ตรีม

เลนส์ฟิกซ์ vs เลนส์ซูม: เลือกแบบไหนคุ้มกว่ากัน?

นี่คือคำถามพื้นฐานสำหรับ มือใหม่เลือกซื้อเลนส์กล้อง ที่ทุกคนต้องเจอ เลนส์ฟิกซ์ (Prime Lens) คือเลนส์ที่มีระยะเดียว ซูมไม่ได้ คุณต้องใช้ การเดิน เพื่อซูมแทน ส่วนเลนส์ซูม (Zoom Lens) คือเลนส์ที่เปลี่ยนระยะได้ในตัวเดียว ทำให้สะดวกสบายกว่ามาก

ความแตกต่างของเลนส์กล้องแต่ละชนิด มักจะแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง เลนส์ฟิกซ์มักจะให้รูรับแสงที่กว้างกว่า (เช่น f/1.4 หรือ f/1.8) ซึ่งช่วยให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีและภาพคมชัดกว่าในราคาที่ถูกกว่าเลนส์ซูมคุณภาพสูง ในขณะที่เลนส์ซูมที่รูรับแสงกว้างคงที่ (Constant Aperture) มักจะมีราคาแพงและหนักมาก

เอาเข้าจริงนะ ไม่มีเลนส์ตัวไหนทำได้ทุกอย่างหรอกครับ ผมเคยพยายามใช้เลนส์ซูมตัวเดียวถ่ายงานแต่งงานทั้งงาน ผลคือช่วงท้ายงานผมแทบยกแขนไม่ขึ้นเพราะเลนส์หนักเกินไป แถมภาพที่ได้ก็ไม่คมเท่าที่หวังไว้ การพกเลนส์ฟิกซ์เบาๆ สลับกับเลนส์ซูมมาตรฐานจึงเป็นสูตรสำเร็จที่ช่างภาพมืออาชีพเลือกใช้ในปี 2026 นี้

เปรียบเทียบประเภทเลนส์กล้องแต่ละชนิด

เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น ตารางนี้สรุปปัจจัยสำคัญในการเลือกเลนส์แต่ละประเภทตามลักษณะการใช้งาน

เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle)

- ทิวทัศน์, สถาปัตยกรรม, ถ่ายในอาคาร

- 8mm - 35mm

- 64 - 114 องศา (หรือมากกว่า)

เลนส์มาตรฐาน (Normal)

- สตรีท, พอร์ตเทรตทั่วไป, ถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน

- 35mm - 50mm

- 45 - 46 องศา (ใกล้เคียงสายตามนุษย์)

เลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto)

- กีฬา, สัตว์ป่า, พอร์ตเทรตแบบละลายหลังหนักๆ

- 70mm - 300mm+

- ต่ำกว่า 30 องศา

หากคุณเป็นมือใหม่ การเริ่มต้นด้วยเลนส์มาตรฐาน 50mm ควบคู่กับเลนส์ซูมมุมกว้างจะครอบคลุมการใช้งานได้มากกว่า 80% ของสถานการณ์ทั่วไป ก่อนจะขยับไปซื้อเลนส์เฉพาะทางอย่างมาโครหรือเทเลเมื่อเริ่มรู้แนวทางที่ชอบชัดเจนแล้ว

ความผิดพลาดของเอก: เมื่อเลนส์คิทไม่ตอบโจทย์การเที่ยววัด

เอกเป็นพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งซื้อกล้อง Mirrorless ตัวแรกพร้อมเลนส์คิท 15-45mm เขาตั้งใจไปถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่วัดพระแก้วในวันอาทิตย์ที่แดดจัด แต่เขารู้สึกหงุดหงิดที่เก็บยอดเจดีย์ได้ไม่ครบและภาพดู 'แบน' เกินไป

เขาพยายามถอยหลังเพื่อเก็บภาพกว้างๆ จนเกือบเดินชนนักท่องเที่ยวคนอื่น แต่ภาพที่ได้ก็ยังดูขาดพลังเพราะเลนส์คิทที่เขามีให้มุมมองที่ไม่กว้างพอสำหรับพื้นที่จำกัดในบางจุดของวัด

เอกตัดสินใจยืมเลนส์ Ultra-Wide 10-18mm จากเพื่อนมาลองใช้ดู เขาเริ่มเข้าใจว่าการมีองศาการรับภาพที่กว้างขึ้นช่วยให้เขาสามารถยืนอยู่ใกล้ตัวอาคารแต่ยังเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนและสร้างสัดส่วนภาพที่ดูอลังการขึ้น

ผลลัพธ์คือเอกได้ภาพเจดีย์ที่ดูสง่างามขึ้นมากภายในเวลาเพียง 30 นาที เขาเลิกพยายามถอยหลังอย่างไร้จุดหมายและหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกเลนส์ให้ถูกกับสถานที่แทน

คำถามเสริม

มือใหม่ควรซื้อเลนส์ฟิกซ์หรือเลนส์ซูมก่อนดี?

แนะนำให้เริ่มจากเลนส์ซูมที่ติดมากับกล้องเพื่อหาระยะที่ชอบก่อนครับ หลังจากนั้นควรซื้อเลนส์ฟิกซ์ 35mm หรือ 50mm f/1.8 เป็นตัวที่สอง เพราะจะช่วยให้คุณได้ภาพที่สวยขึ้นอย่างก้าวกระโดดในราคาที่ประหยัดที่สุด

เลนส์เทเลโฟโต้จำเป็นไหมสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต?

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ แต่เลนส์เทเลช่วง 85mm หรือ 105mm จะช่วยให้ใบหน้าของนางแบบดูสมส่วนและละลายฉากหลังได้สวยกว่าเลนส์มุมกว้างมาก หากชอบถ่ายคน เลนส์ระยะเทเลตอนต้นถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก

ทำไมเลนส์มาโครถึงมีราคาแพงกว่าเลนส์ปกติ?

เพราะเลนส์มาโครต้องออกแบบโครงสร้างชิ้นเลนส์ภายในให้สามารถเคลื่อนที่ได้มากกว่าปกติเพื่อการโฟกัสระยะใกล้ และต้องรักษาความคมชัดสูงมากทั่วทั้งภาพแม้จะมีระยะชัดลึกที่บางเฉียบครับ

การประเมินสุดท้าย

เลือกเลนส์ตามองศาการรับภาพ

อย่าจำแค่ตัวเลข mm แต่ให้จำว่าระยะไหนเก็บภาพได้กว้างแค่ไหน เช่น 16mm สำหรับวิว และ 85mm สำหรับคน

ระบบ Mirrorless คืออนาคต

ในปี 2026 กว่า 90% ของตลาดเป็น Mirrorless การเลือกซื้อเลนส์ควรเน้นไปที่เมาท์เลนส์รุ่นใหม่เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน

คุณภาพของภาพไม่ได้อยู่ที่การซูม

เลนส์ฟิกซ์ที่ซูมไม่ได้มักจะให้ความคมชัดและรูรับแสงที่กว้างกว่าเลนส์ซูมในระดับราคาเดียวกันเสมอ

หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้กล้อง Sony และอยากรู้ว่า Zv-E10 ใส่ เลนส์อะไร ได้ บ้าง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ
ระยะ 50mm คือระยะครู

เลนส์ 50mm คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการเรียนรู้เรื่องการจัดองค์ประกอบภาพและแสงเงา

เอกสารสำหรับอ้างอิง

  • [1] Digitalcameraworld - ข้อมูลล่าสุดระบุว่า 90% ของยอดขายกล้องและเลนส์ในปัจจุบันเป็นระบบ Mirrorless
  • [3] Nikonians - เลนส์ระยะมาตรฐาน 50mm จะให้องศาการรับภาพประมาณ 45-46 องศา