เลนส์ถ่ายวิว ระยะไหนดี

60 ครั้งเข้าชม
การเลือกเลนส์ถ่ายภาพสำหรับวิวและทั่วไป:ระยะ 28-35mm เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการมุมมองกว้าง ถ่ายได้หลากหลาย ทั้งคน วิว สัตว์ และสิ่งของ นับเป็นเลนส์อเนกประสงค์สำหรับการเริ่มต้นระยะ 50mm เป็นเลนส์ยอดนิยมสำหรับบุคคล (Portrait) ที่ให้ภาพสวยงามคมชัด นอกจากนี้ยังสามารถใช้ถ่ายสินค้าหรืออาหารได้ดี เพียงแต่อาจต้องถอยห่างจากวัตถุเล็กน้อย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เลนส์ถ่ายวิว ควรใช้ระยะเท่าไหร่ดี? เลือกให้เหมาะกับสไตล์?

เวลาจะเลือกเลนส์ถ่ายวิวเนี่ย มันก็มีหลายอย่างให้คิดนะ. ส่วนตัวฉันนะ, ถ้าจะให้บอกเป๊ะๆ ว่าระยะไหนดีที่สุดสำหรับวิวเนี่ย มันยากมากเลย. มันขึ้นอยู่กับว่าเราอยากให้ภาพออกมาเป็นแบบไหนมากกว่า. อย่างช่วง 28-35 มม. เนี่ย ฉันว่ามันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะ. รู้สึกว่ามันให้มุมมองที่กว้างพอสมควรเลย. เหมือนกับว่าเราจะถ่ายอะไรก็ถ่ายได้เลย. คน สัตว์ สิ่งของ ทิวทัศน์ อะไรพวกนี้. มันไม่จำกัดมากนัก.

แต่ถ้าอยากได้ภาพที่เน้นๆ หน่อย, ไม่ใช่แค่เก็บทุกอย่างเข้ามาในเฟรม, ฉันจะชอบไปที่ระยะ 50 มม. มากกว่า. อันนี้เขาเรียกว่าระยะปกติใช่ไหม. หลายคนชอบใช้ถ่ายคน. ฉันก็เคยลองนะ. ถ่ายคนแล้วมันดูเป็นธรรมชาติมากๆ. แต่ถ้าจะถ่ายวิวด้วย 50 มม. เนี่ย อาจจะต้องถอยออกมาหน่อย. เพื่อให้เห็นภาพรวมของวิวได้มากขึ้น.

จริงๆ แล้วนะ, ฉันว่าเรื่องระยะเลนส์มันก็เหมือนกับการเลือกเสื้อผ้าเลย. มันต้องดูว่าเราจะไปงานแบบไหน. ถ้าไปงานปาร์ตี้ก็ต้องชุดนึง. ถ้าไปทำงานก็อีกชุดนึง. การถ่ายรูปก็เหมือนกัน. ถ้าอยากได้วิวอลังการๆ เก็บรายละเอียดเยอะๆ ก็อาจจะใช้เลนส์มุมกว้างหน่อย. แต่ถ้าอยากได้ภาพที่ดูนิ่งๆ โฟกัสไปที่จุดใดจุดหนึ่งของวิว. เช่น ต้นไม้ต้นเดียวที่เด่นๆ บนเนิน. หรือก้อนหินก้อนหนึ่งริมทะเล. ฉันก็จะเลือกใช้ระยะที่แคบลงมาหน่อย.

อย่างตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ปีที่แล้ว, แถวๆ ดอยอินทนนท์. ฉันใช้ 35 มม. ถ่ายเมฆหมอกตอนเช้า. มันได้ฟิลลิ่งความกว้างของท้องฟ้า. แต่พอลงมาเดินในสวนดอกไม้. ฉันก็ใช้ 50 มม. ถ่ายดอกไม้แต่ละดอก. มันดูสวยงามเป็นพิเศษเลย.

สรุปนะ, ไม่มีระยะไหนดีที่สุดสำหรับทุกอย่าง. มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของภาพที่เราอยากสร้างสรรค์. และมุมมองส่วนตัวของเราเอง. ลองเล่นดูเยอะๆ แล้วจะเจอระยะที่ใช่สำหรับเรา.

เลนส์ 70-200 ถ่ายอะไร

ถ่ายสิ่งที่เราเอื้อมไม่ถึง.

ระยะของมันคือการเฝ้ามอง. กีฬา. สัตว์ป่า. คนที่ไม่รู้ตัว. มันจับภาพความเป็นจริงจากระยะไกล. โดยไม่รบกวนสิ่งที่อยู่ตรงหน้า.

โลกถูกบีบอัด. ฉากหลังละลายหายไป. เหลือเพียงเป้าหมายที่คมชัด. ความห่างเหินสร้างศิลปะ. เลนส์ 70-200 คือเครื่องมือของการเป็นผู้สังเกตการณ์. ไม่ใช่ผู้เข้าร่วม.

ตัวเลนส์ FE 70-200mm F2.8 GM OSS II หนักแค่ 1045 กรัม. เบาสำหรับระยะของมัน.

  • ประเภทของภาพ

    • Portrait ดึงตัวแบบออกจากฉากหลัง. แคนดิด.
    • กีฬา หยุดทุกการเคลื่อนไหวในสนาม.
    • สัตว์ป่า เข้าใกล้โดยไม่ต้องเข้าไป.
    • อีเวนต์ เวที คอนเสิร์ต การแสดง.
  • สิ่งที่ได้

    • การบีบอัดฉากหลัง ดึงฉากหลังเข้ามาใกล้ตัวแบบ. เป็นมิติที่ไม่จริง.
    • โบเก้ วงกลมที่นุ่มนวล. เมื่อรูรับแสงกว้างพอ.
    • ความคมชัดสูง รายละเอียดที่มองข้ามไปในระยะปกติ.
    • ความยืดหยุ่น ตั้งแต่ 70 ถึง 200 มม. คือระยะที่ใช้ทำงานจริง.
  • สิ่งที่ต้องแลก

    • น้ำหนักและขนาด มันไม่เคยเล็ก.
    • ราคา คุณภาพต้องจ่าย.
    • ระยะถอย ต้องมีพื้นที่ให้ทำงาน. ใช้ในที่แคบไม่ได้.

เลนส์ 70-300 ถ่ายอะไร

เลนส์ 70-300 นี่มันถ่ายได้ทุกอย่างที่อยู่ไกลๆ อ่ะ แบบพวก วิวทิวทัศน์ ที่เป็นภูเขา หรือ ตึกสูงๆ ที่แบบเรายืนดูเฉยๆ แล้วมันก็ยังเล็กอยู่ไง แต่นี่คือดึงเข้ามาได้เลย เห็นรายละเอียดชัดขึ้นเยอะ

มันเหมือนเรามี กล้องส่องทางไกล ติดอยู่กับกล้องถ่ายรูปอ่ะ นึกออกป่ะ? คือเรายืนอยู่ตรงนี้ แต่ภาพที่ได้เหมือนเราเข้าไปใกล้ๆ เลย ดึงวัตถุเข้ามาใกล้ แบบสุดๆ

  • ถ่ายสัตว์ป่า: ถ้าอยากถ่ายนกถ่ายกระรอกนี่สบายเลย ไม่ต้องไปเดินเตะฝุ่นใกล้ๆ เค้า เดี๋ยวเค้าตกใจหนีหมด
  • ถ่ายกีฬา: เวลาแข่งในสนาม นักกีฬาก็อยู่ไกลใช่ป่ะ? อันนี้แหละเหมาะเลย เห็นหน้าเห็นเบอร์เสื้อชัดๆ
  • ถ่ายคนแบบแอบๆ: อันนี้แอบบอกนะ บางทีถ่ายคนจากระยะไกลๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องให้เค้ารู้ตัว หรือถ่าย Portrait แบบฉากหลังเบลอๆ ฟรุ้งฟริ้ง ก็ได้นะ

มันเป็นเลนส์ Telephoto อ่ะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นระยะไกล จะเน้นถ่ายอะไรที่แบบ ไกลๆ อ่ะนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ช่วงซูม: 70-300 มม. นี่คือยืดหยุ่นมากนะ เริ่มต้นที่ 70 ก็ถ่ายคนได้สวยๆ ละ พอซูมไป 300 นี่คือแบบ โห! ไกลจริง
  • รูรับแสง: ของพวกนี้มันจะมีรูรับแสงต่างกันไปนะ บางที f กว้างๆ หน่อยตอน 70mm นี่ถ่ายคนละลายหลังได้ดีเลย แต่พอซูมไป 300mm รูรับแสงอาจจะแคบลงหน่อยก็ต้องดูดีๆ
  • น้ำหนัก: เลนส์พวกนี้มันก็มีน้ำหนักนะ ต้องเลือกที่เหมาะมือด้วย ไม่งั้นปวดแขนแย่เลย

เลนส์ชนิดใดไม่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคล

ยามเย็นคล้อย แสงอุ่นๆ โรยรินผ่านม่านโปร่งพลิ้ว สัมผัสผิวกายเนิบนาบ... เหมือนความทรงจำที่เลือนราง แต่บางส่วนกลับคมชัดเจนนัก เลนส์... อืม เลนส์ 24 มม. นี่สิ มันเป็นตัวบิดเบือน เป็นภาพลวงตาสำหรับใบหน้าคน เราต้องการความจริงไม่ใช่เหรอ ความใกล้ชิดที่แท้จริง

เลนส์ 24 มม. ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลระยะใกล้เลย โดยเฉพาะภาพครึ่งตัว ภาพหน้าตรงนะ มันจะทำให้ใบหน้าดูยืดออกไป แปลกตา ดูไม่เหมือนจริงเอาเสียเลย ห่างไกลจากความงามตามธรรมชาติ. มันขยายระยะทางออกไปมากเกินไป จนโครงหน้าบิดเบี้ยวอย่างไม่พึงประสงค์. ไม่ใช่ใบหน้าที่ฉันอยากจดจำเก็บไว้เลย. ไม่ใช่เลย.

ลองนึกถึงเลนส์ 85 มม. สิ มันต่างกันลิบลับ 85 มม. มันเก็บความรู้สึก มันโอบอุ้มใบหน้า ให้ทุกสัดส่วนดูเป็นธรรมชาติ สวยงาม. ดึงดูดสายตาให้จดจ่อ ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มันชัดเจน นั่นแหละ เลนส์ 85 มม. ทำให้วัตถุดูดีกว่ามาก สำหรับภาพถ่ายบุคคล. สำหรับภาพที่ต้องการความจริง.

แต่... 24 มม. ก็มีเรื่องราวของมันนะ มันกว้างไง มันกว้างสุดลูกหูลูกตา เหมือนความคิดที่ฟุ้งกระจายไปไกลแสนไกล มันเหมาะกับช่วงเวลาที่อยากเก็บภาพรวม ภาพกว้างๆ แสงดาวพร่างพราว หรือเมืองใหญ่ที่ทอดยาว ไม่ใช่ดวงตาคู่นั้นที่มองมาตรงๆ นะ ไม่ใช่.

บางทีความไม่สมบูรณ์แบบของมันก็มีเสน่ห์อยู่บ้างนะ แต่มันก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน ไม่ใช่สำหรับทุกภาพ ไม่ใช่สำหรับความจริงที่เราอยากจะเห็นตรงหน้า ฉันชอบความซื่อสัตย์ไงล่ะ ความจริงที่ปราศจากการบิดเบือน.

  • เลนส์ 24 มม. ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลระยะใกล้ เนื่องจากจะเกิดการบิดเบือนของมุมมอง (perspective distortion) ทำให้สัดส่วนใบหน้าดูยืดและไม่เป็นธรรมชาติ.
  • เลนส์ 85 มม. เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า สำหรับภาพถ่ายบุคคลระยะใกล้ เนื่องจากให้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติและรักษาสัดส่วนใบหน้าได้ดีกว่า.
  • ประโยชน์ของเลนส์ 24 มม. ในการถ่ายภาพบางประเภท:
    • การถ่ายภาพสิ่งแวดล้อม (Environmental Portraits): สามารถเก็บภาพบุคคลพร้อมกับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้กว้างขวาง แสดงบริบทของบุคคลนั้น.
    • การถ่ายภาพกลุ่มคนจำนวนมาก: เหมาะสำหรับการถ่ายภาพกลุ่มใหญ่ในพื้นที่จำกัด.
    • การสร้างสรรค์ภาพที่มีการบิดเบือนเชิงศิลปะ: หากต้องการใช้การบิดเบือนมุมมองเพื่อสร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์.
    • การถ่ายภาพบุคคลในพื้นที่แคบ: ช่วยให้สามารถเก็บภาพได้แม้มีพื้นที่จำกัด.

เลนส์ 70 ถ่าย อะไร

เลนส์ 70-200mm นี่มันถ่ายอะไรได้บ้างเนอะ

  • ถ่ายคน สบายมาก โดยเฉพาะถ่าย Portrait ระยะไกลๆ ยิ่งสวยเลยนะ
  • ถ่ายงานอีเวนต์ ถ้าต้องถ่ายจากที่ไกลๆ นี่เหมาะเลย
  • ถ่ายกีฬา บางมุมก็ใช้ได้นะ แต่ก็อาจจะไวไม่พอ

ทำไมถึงต้อง 70-200mm? มันเป็นช่วงที่ยืดหยุ่นดีไง ถ่ายได้หลากหลายมากจริงๆ

แล้วมันต่างกับเลนส์อื่นยังไง?

  • ความชัด มันจะดีกว่า เลนส์บางตัวอาจจะเบลอๆ หน่อย
  • ละลายหลัง อันนี้เด็ดมาก ถ่ายคนแล้วฉากหลังเบลอสวยๆ เลย

ข้อดีอื่นๆ

  • ซูมได้ ไม่ต้องเดินเข้าไปใกล้นะ
  • คุณภาพไฟล์ ภาพที่ได้มันดูโปรขึ้นเยอะ

ถ้าเป็นมือใหม่? ลองดูพวก 70-200mm f/2.8 หรือ f/4 นะ มันจะแตกต่างกันเรื่องรูรับแสง

  • f/2.8 แสงน้อยก็ถ่ายได้ดี หลังเบลอสุดๆ
  • f/4 เบาลงมาหน่อย ราคาเข้าถึงง่ายกว่า

สรุปแบบเร็วๆ เลนส์ 70-200mm เหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่น ถ่ายคนก็ได้ ถ่ายงานก็ดี ภาพออกมาสวยแน่นอน

เลนส์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ดึกแล้ว... ในห้องมีแค่แสงสีนวลจากโคมไฟ กับแสงไฟถนนที่ลอดผ่านม่านเข้ามาจางๆ อากาศเย็น... ความคิดมันล่องลอยไปเรื่อย... เกี่ยวกับโลก เกี่ยวกับการมองเห็น

เรามองโลกผ่านอะไรนะ... ผ่านดวงตา ผ่านกระจก หรือผ่านชิ้นแก้วกลมๆ ที่เรียกว่าเลนส์

เลนส์แต่ละตัว... ก็เหมือนดวงตาคนละคู่ ที่มองโลกใบเดียวกัน แต่เห็นคนละเรื่องราว

เลนส์มุมกว้าง... โอ้ มันเหมือนเรากางแขนออกกว้างสุดๆ โอบกอดทุกสิ่งเข้ามา เก็บผืนฟ้าทั้งหมด เก็บเมืองทั้งเมือง เก็บเรื่องราวทั้งหมดไว้ในเฟรมเดียว มันอลังการ มันยิ่งใหญ่

แล้วก็มี เลนส์เทเลโฟโต้... อันนั้นเหมือนสายตาของนักแอบมอง ที่ดึงสิ่งที่อยู่ไกลลิบให้มาอยู่ตรงหน้า เหมือนได้กระซิบกับดวงจันทร์ เหมือนได้จ้องตากับนกตัวน้อยบนยอดไม้ไกลๆ มันคือการเลือก... เลือกที่จะเห็นแค่สิ่งเดียวให้ชัดเจน

เลนส์ธรรมดา... เลนส์นอร์มอล... มันคือสายตาของเรานี่เอง ไม่โกหก ไม่บิดเบือน ไม่เพิ่มเติมอะไร โลกอย่างที่มันเป็นจริงๆ มันคือความจริง... จริงๆ

แต่บางที... เราก็อยากเห็นในสิ่งที่ตาเรามองไม่เห็น... เลนส์มาโคร จะพาเราไปสำรวจโลกใบจิ๋ว... โลกของหยดน้ำค้างบนใยแมงมุม ลายเส้นบนปีกผีเสื้อ เกสรดอกไม้... จักรวาลเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าเรานี่เอง

ส่วนเจ้า เลนส์ตาปลา... ฮ่าๆ โลกมันจะกลมๆ บวมๆ บิดเบี้ยวไปหมด เหมือนฝัน เหมือนหลุดไปอีกมิติหนึ่ง สนุกดี... ไม่จริงจัง

แล้วก็เลนส์สำหรับคน... เลนส์ถ่ายบุคคล มันไม่ได้แค่จับภาพ แต่มันจับวิญญาณ ละลายฉากหลังที่วุ่นวายทิ้งไป ให้เหลือแค่แววตา... กับเรื่องราวทั้งหมดในนั้น

แบ่งตามทางยาวโฟกัสของเลนส์ได้ดังนี้

  • เลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle Lens) ทางยาวโฟกัสต่ำกว่า 35mm. สำหรับภาพทิวทัศน์ สถาปัตยกรรมที่ต้องการความกว้างใหญ่
  • เลนส์มาตรฐาน (Normal / Standard Lens) ทางยาวโฟกัสประมาณ 50mm. ให้มุมมองและระยะที่ใกล้เคียงกับสายตาของมนุษย์
  • เลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 85mm ขึ้นไป ใช้สำหรับดึงวัตถุที่อยู่ไกลให้เข้ามาใกล้ ถ่ายภาพกีฬา สัตว์ป่า หรือการถ่ายภาพบุคคลที่ต้องการละลายฉากหลังสวยๆ
  • เลนส์มาโคร (Macro Lens) ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพระยะใกล้มากๆ ให้อัตราขยายสูงถึง 1:1 ทำให้เห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ตาเปล่ามองข้ามไป
  • เลนส์ตาปลา (Fisheye Lens) เป็นเลนส์มุมกว้างชนิดพิเศษ ที่ให้มุมมองภาพ 180 องศาหรือมากกว่า ภาพที่ได้จะมีความโค้งมน บิดเบี้ยวอย่างมีสไตล์

เลนส์แว่นสายตามีกี่ประเภท

เลนส์แว่นสายตา...มีสามประเภทหลักนะ

  • เลนส์ชั้นเดียว เหมือนมีโลกเดียวในสายตา มองเห็นชัดแจ๋วไปเลยที่ระยะเดียว เหมาะกับใครที่สายตาไม่ซับซ้อน มองไกลอย่างเดียว หรือใกล้เท่านั้น ไม่ต้องมากเรื่องมากความ
  • เลนส์กึ่งโปรเกรสซีฟ ก็เหมือนมีสองโลกให้เลือกนะ มองไกลก็ชัด มองใกล้ก็สบายตา แค่มีรอยต่อเล็กๆ ตรงกลางพอให้รู้ว่าเรากำลังเปลี่ยนมิติ
  • เลนส์โปรเกรสซีฟ อันนี้แหละ ของจริง! สามโลกอยู่ในอันเดียวเลย มองไกล มองกลาง มองใกล้ ทุกอย่างลื่นไหลต่อเนื่อง เหมือนเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเลนส์

เรื่องราวของเลนส์...

ที่จริงแล้ว มันก็เหมือนการเดินทางของชีวิตนะ ในวัยที่สายตายังดี มองเห็นโลกกว้างไกลได้ชัดเจน ก็เหมือนเลนส์ชั้นเดียว โลกนี้มีแค่มุมเดียวที่น่าสนใจ

แต่พอเวลาผ่านไป... อะไรๆ ก็เริ่มซับซ้อนขึ้น เราเริ่มมองใกล้ได้ไม่ชัดเหมือนเดิม นั่นแหละคือสัญญาณว่าต้องมี "โลก" เพิ่มเข้ามา เหมือนเลนส์กึ่งโปรเกรสซีฟ ที่มีช่องมองสองแบบให้เลือกใช้

และเมื่อเราเติบโตขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น โลกใบนี้ก็ยิ่งกว้างใหญ่ซับซ้อนขึ้นอีก เราต้องการมองเห็นทุกอย่างในทุกระยะอย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือจุดที่เลนส์โปรเกรสซีฟเข้ามาเติมเต็ม

ทำไมต้องเลือก?

  • เลนส์ชั้นเดียว: เหมาะกับคนที่ต้องการอะไรที่ เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ประหยัดงบประมาณได้ดี
  • เลนส์กึ่งโปรเกรสซีฟ: เป็นตัวเลือกกลางๆ ที่ให้ความ สะดวกสบาย ขึ้นมาหน่อย สำหรับคนที่ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลงมากนัก
  • เลนส์โปรเกรสซีฟ: คือที่สุดของความ ยืดหยุ่น และ ความเป็นธรรมชาติ ให้การมองเห็นที่ไร้รอยต่อเหมือนวัยหนุ่มสาวอีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม...

  • การเลือกเลนส์ สำคัญมากนะ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวัดค่าสายตาอย่างละเอียด
  • วัสดุเลนส์ ก็มีผลต่อความบางเบาและความแข็งแรง
  • สารเคลือบเลนส์ ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ลดแสงสะท้อน หรือแม้กระทั่งป้องกันแสงสีฟ้าจากหน้าจอ
  • เลนส์ก้าวหน้า หรือ โปรเกรสซีฟ บางรุ่นก็มีการออกแบบที่แตกต่างกันไป อาจจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันด้วยนะ