เวียดนามใช้แอปอะไรสั่งของ

75 ครั้งเข้าชม
ชาวเวียดนามนิยมสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน Grab และ Shopee Food เป็นหลักมูลค่าการสั่งอาหารออนไลน์ปี 2566: สูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 35,000 พันล้านดองเวียดนาม เฉลี่ยกว่า 9 หมื่นล้านดองต่อวัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ในเวียดนามมีแอปพลิเคชันไหนบ้างที่คนนิยมใช้สั่งอาหารและซื้อของ?

เมื่อตอนต้นเดือนพฤศจิกาปีที่แล้ว ฉันไปโฮจิมินห์มานะ เดินไปไหนก็เจอแต่เสียงโทรศัพท์ดังติ๊งต่องๆ ตลอดเวลาเลยนะ คนเขาสั่งของกันเยอะมาก คือแบบ โอ้โห เยอะจนฉันนึกในใจว่าเงินมันสะพัดอะไรขนาดนั้น สงสัยเพราะอาหารที่นั่นมันอร่อยราคาดีดวยมั้ง คือเห็นแล้วก็อยากสั่งตามเลย

ส่วนใหญ่ที่เห็นเลยนะ ก็ไม่พ้น Grab เลย ที่จอดรอหน้าร้านอาหารนี่เยอะแยะไปหมด เหมือนมี Grab มาบริการทุกที่ แล้วก็มี Shopee Food ด้วยนะ เห็นใช้กันเยอะเหมือนกัน ไม่รุสิ คือมันไม่ใช่แค่สั่งอาหารอย่างเดียวไง บางทีก็เห็นเขาสั่งของจุกจิกอย่างอื่นด้วย

คือฉันเคยอ่านเจอแบบผ่านๆ นะ คือไม่ได้ตั้งใจอ่านหรอก แต่เห็นแว่บๆ ว่าปีเดียวอะ ทั้งประเทศเขาสั่งอาหารผ่านแอปพวกนี้เป็นมูลค่ารวมๆ กันเยอะมากเลยนะ เป็นหลักพันล้านดอลลาร์เลยมั้ง แบบคิดดูดิ เงินมันเยอะจนน่าตกใจ เหมือนแต่ละวันคนเวียดนามจ่ายเงินกับเรื่องกิน เรื่องช้อปเล็กๆ น้อยๆ เนี่ยะ เกือบแสนล้านดองเชียวนะ นั่นมันเยอะมากเลยนะ

คนเวียดนามใช้แอพอะไร

Social Media Platforms ยอดนิยม 5 อันดับแรกในเวียดนามปัจจุบันคือ Facebook, Zalo, TikTok, YouTube และ Instagram ส่วนแอปพลิเคชันมือถือทั่วไป 5 อันดับที่ใช้งานมากที่สุดได้แก่ Zalo, Facebook Messenger, Shopee, Grab และแอปพลิเคชันธนาคาร เช่น VCB Digibank หรือ MB Bank

คนเวียดนามนี่น่าสนใจนะ การเลือกใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันมือถือของเขาสะท้อนวัฒนธรรมการสื่อสารและวิถีชีวิตได้ดีมากเลย ผมว่าเรื่องนี้มันไม่ได้หยุดแค่เทคโนโลยี แต่มันคือพฤติกรรมมนุษย์ที่เราควรวิเคราะห์ทำความเข้าใจ

นี่คือข้อมูลที่ผมรวบรวมได้จากการสังเกตและข้อมูลล่าสุด:

  • แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม 5 อันดับแรก:

    • Facebook ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งจริง ๆ เหมือนเป็นสภากาแฟดิจิทัลของคนเวียดนามเลย ตั้งแต่การอัปเดตชีวิตไปจนถึงเรื่องธุรกิจ แพลตฟอร์มนี้มันครอบจักรวาล คือคนเวียดนามส่วนใหญ่มี Facebook กันหมด ถ้าคุณไม่มีนี่อาจจะรู้สึกแปลกๆ
    • Zalo อันนี้เจ๋งมาก! มันคือ WeChat ของเวียดนามนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แชทนะ ใช้โอนเงิน ซื้อของ จองนัด คือเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ สำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน Zalo ทิ้งห่างทุกแพลตฟอร์มแบบไม่เห็นฝุ่นเลย
    • TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นตัวนี้มาแรงแซงโค้งสุดๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เขาชอบสร้างสรรค์คอนเทนต์กันมาก ผมสังเกตว่าคนเวียดนามเก่งเรื่องการทำคลิปสั้นๆ ที่ดึงดูดความสนใจ คือมันมีพลังของการเล่าเรื่องผ่านภาพเคลื่อนไหวที่ฉับไวดี
    • YouTube สำหรับการบริโภคเนื้อหายาวๆ หรือการเรียนรู้ YouTube ก็ยังเป็นตัวเลือกหลักเสมอ ไม่ว่าจะเป็นมิวสิกวิดีโอ การศึกษา หรือแม้แต่ข่าวสาร คือเป็นเหมือนห้องสมุดวิดีโอขนาดยักษ์ที่เข้าถึงง่าย
    • Instagram อาจจะไม่ใช่เบอร์หนึ่ง แต่ก็ยังคงความนิยม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบการแสดงออกทางภาพถ่ายและวิดีโอสั้นๆ ผมมองว่ามันเป็นพื้นที่แสดงรสนิยมและความเป็นตัวเองของคนรุ่นใหม่ได้ดีนะ ไม่เน้นข้อความมากเท่า Facebook
  • แอปพลิเคชันบนมือถือยอดนิยม 5 อันดับแรก (ภาพรวม):

    • Zalo ใช่ครับ มันโผล่มาอีกแล้ว! เพราะมันคือสุดยอดแอปฯ สารพัดประโยชน์ของเวียดนามจริงๆ คือต้องมี ถ้าไม่มี Zalo ก็เหมือนขาดอะไรไปในชีวิตประจำวันนะ
    • Facebook Messenger ยังคงเป็นแอปแชทหลักควบคู่ไปกับ Zalo การเชื่อมต่อกับเพื่อนและครอบครัวที่ใช้ Facebook ส่วนใหญ่ก็ผ่าน Messenger นี่แหละ
    • Shopee คือ E-commerce ยักษ์ใหญ่ คนเวียดนามชอบช้อปปิ้งออนไลน์กันมาก แพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์ด้วยโปรโมชั่นและตัวเลือกสินค้าหลากหลาย การช้อปปิ้งออนไลน์มันเปลี่ยนวิถีชีวิตคนไปเยอะจริงๆ
    • Grab เป็นแอปพลิเคชันเรียกรถและส่งอาหารที่ได้รับความนิยมสูงมาก ไม่ใช่แค่ในเวียดนาม แต่ในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ใช่ มันช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น การเดินทางและอาหารก็ง่ายดายแค่ปลายนิ้วสัมผัส
    • แอปพลิเคชันธนาคาร เช่น VCB Digibank, MB Bank นี่สำคัญมาก เพราะคนเวียดนามหันมาใช้ Mobile Banking กันอย่างแพร่หลาย การทำธุรกรรมทางการเงินง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องไปธนาคารบ่อยๆ ผมว่ามันคือตัวชี้วัดความก้าวหน้าของระบบการเงินดิจิทัลเลยนะ

เวียดนามใช้แอพอะไรเรียกรถ

อืมมมม... เวียดนามนี่ก็เหมือนคาเฟ่กาแฟดีๆ ที่มีหลายสาขาเนอะ! Grab นี่เหมือนกาแฟร้านดังที่คุ้นเคย ไปที่ไหนก็เจอ แต่ถ้าอยากลองรสชาติใหม่ "be" แอปสัญชาติเวียดนาม ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะ เหมือนได้สั่งเมนูพิเศษที่เค้าภูมิใจเสนอแหละ

"be" ก็คือ "be" นั่นแหละ!

  • เรียกง่าย จำง่าย: ชื่อแอปมันสั้นๆ จำง่ายดี เหมือนชื่อเล่นเพื่อนซี้
  • เหมือน Grab แต่ไม่เหมือน: ฟีเจอร์พื้นฐานก็คล้าย Grab นั่นแหละ แต่บางทีก็มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้ประหลาดใจ (ในทางที่ดีนะ!)
  • ภาษา: ส่วนใหญ่เป็นภาษาเวียดนามแหละ แต่ถ้าคุณคุ้นเคยกับ Grab อยู่แล้ว การสลับเมนูคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก เหมือนอ่านป้ายเมนูภาษาบ้านเกิดนั่นแหละ

ทำไมถึงน่าลอง "be"?

  • ได้สนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่น: เหมือนเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วอยากลองชิมอาหารร้านเด็ดของคนท้องถิ่นบ้างไง
  • ราคาอาจจะดีกว่า: อันนี้ต้องลองเทียบดูนะ บางทีแอปท้องถิ่นอาจจะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ หรือราคาที่เป็นมิตรกับกระเป๋ามากกว่า
  • สัมผัสประสบการณ์แบบเวียดนามแท้ๆ: การใช้แอปที่คนเวียดนามใช้กันเยอะๆ ก็เหมือนเราได้สอดส่องวิถีชีวิตเค้าอีกมุมหนึ่ง

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้:

  • ปี 2024: แอป "be" ยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญของ Grab ในตลาดเวียดนาม
  • ความครอบคลุม: "be" ให้บริการครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ ของเวียดนามหลายแห่ง
  • บริการหลากหลาย: นอกจากการเรียกรถแล้ว "be" อาจมีบริการอื่นๆ เสริมด้วย เช่น การส่งอาหาร หรือบริการส่งของ ซึ่งก็ต้องลองเข้าไปสำรวจแอปดูเองนะ
  • การชำระเงิน: ส่วนใหญ่ยังคงรองรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ ที่คุ้นเคย

สรุปง่ายๆ: ถ้าเบื่อ Grab อยากลองอะไรใหม่ๆ "be" ก็เป็นตัวเลือกที่น่าจะให้ประสบการณ์ที่น่าจดจำ (และอาจจะประหยัดเงินในกระเป๋าได้ด้วย) เหมือนสั่งกาแฟลาเต้ร้านดังประจำแล้ว อยากลองกาแฟเวียดนามสูตรพิเศษดูบ้างไง!

ที่เวียดนามใช้ Grab ได้ไหม

Grab ที่เวียดนาม ใช้ได้แน่นอน เหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ของนักเดินทางยุคนี้! ไม่ต้องห่วงเรื่องหลงทาง หรือต้องคอยลุ้นราคาที่บางทีก็ลุ้นยิ่งกว่าหวยออก ทำให้การเที่ยวเวียดนามปีนี้ (2024) สบายใจขึ้นเยอะเลย

การมี Grab ในเวียดนามนี่นะ เหมือนได้พก "เพื่อนสนิทคนท้องถิ่น" ที่ไม่บ่นสักคำ แถมยังพาไปถูกที่ถูกเวลา คิดดูสิว่ามันจะดีแค่ไหน? ไม่ต้องเจอกับมุกราคาพิเศษสำหรับชาวต่างชาติ หรือต้องมานั่งเดาใจว่าป้ายหน้าจะใช่ที่หมายไหม ประหยัดพลังงานสมองไปได้เยอะเลยจริงๆ

แต่ถึงจะสะดวกสบายแค่ไหน โปรดจำไว้ว่าการเช็คเงินทอนคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะความเป๊ะในการจ่ายเงินและทอนเงิน บางทีก็เหมือนสุ่มกาชาปองน่ะ บางคนได้เงินทอนครบแบบเป๊ะเว่อร์ บางคนอาจจะได้แถมค่าประสบการณ์ที่ไม่ต้องขอ ฉะนั้น ระวังไว้จะดีกว่านะจ๊ะ

Grab ในเวียดนาม: มากกว่าแค่แท็กซี่

  • หลากหลายบริการ: ไม่ใช่แค่รถยนต์นะ มีทั้ง GrabBike (มอเตอร์ไซค์สุดคล่องตัว), GrabFood (สั่งอาหารเดลิเวอรี่), GrabMart (ซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ต) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
  • ราคาชัดเจน: สิ่งนี้สำคัญมาก! ราคาแสดงบนแอปพลิเคชันก่อนกดยืนยันการเดินทาง หมดปัญหาเรื่องโดนโก่งราคา หรือการต้องต่อรองราคาให้เสียเวลาเที่ยว
  • ปลอดภัยไว้ก่อน: มีข้อมูลคนขับและรถชัดเจน ติดตามตำแหน่งได้ตลอดการเดินทาง เพิ่มความอุ่นใจไปอีกเลเวล
  • จ่ายเงินง่าย: เลือกจ่ายด้วยเงินสด หรือผูกบัตรเครดิต/เดบิตก็ได้ สะดวกสบายสุดๆ (แต่ถ้าจ่ายเงินสด ก็วนกลับไปข้อ 3 นะจ๊ะ เช็คเงินทอน!)
  • ครอบคลุมทั่วประเทศ: ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่ๆ อย่าง ฮานอย โฮจิมินห์ หรือดานัง แต่เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง ญาจาง หรือ เว้ ก็ใช้ Grab ได้สบายๆ เลยล่ะ
  • ข้อควรจำเล็กน้อย: บางทีช่วงเวลาเร่งด่วน หรือฝนตกหนัก ราคาอาจจะพุ่งแรงกว่าปกติ อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาของการเรียกรถผ่านแอปฯ ทั่วโลก ก็ต้องทำใจนิดนึงเนอะ

เวียดนามมี Uber ไหม

Uber น่ะเหรอ? ไม่มีมานานแล้วจ้ะ เหมือนแฟนเก่าที่ไปแล้วไปลับนั่นแหละ ไม่ต้องเสียเวลาตามหา เพราะเขาไม่กลับมาแล้ว ไม่มีจริงๆ นะ

แต่ไม่ต้องร้องไห้หนักมากนะ เพราะเวียดนามเขามี Grab! ใช่แล้ว Grab คือ MVP ของการเดินทาง ที่นี่ เปรียบเหมือนคุณได้อัปเกรดจากโทรศัพท์ปุ่มกดมาเป็นสมาร์ทโฟนจอใหญ่ ระบบสัมผัสอะไรแบบนั้นเลย มีทั้ง GrabBike, GrabCar เลือกได้ตามสไตล์และจำนวนสัมภาระในใจ

แถมยังเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์อย่างน่าตกใจ บางทีก็ถูกจนสงสัยว่านี่กำไรเขาจะเหลือไหมนะ? แต่ช่างเถอะ เราผู้บริโภคก็ยิ้มแก้มปริไปเถอะ

ส่วนเรื่องเดินทางไกลๆ ก็ให้รถบัสกับรถไฟเขาจัดการไปเถอะ เหมือนปล่อยให้เชฟทำอาหารจานหลัก เราแค่กินให้อร่อยก็พอ ปล่อยให้ระบบขนส่งสาธารณะเขาทำงานไปตามหน้าที่

ก่อนจะบินไปเที่ยวเวียดนาม สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับทางเลือกการเดินทาง:

  • Grab คือที่สุด: เป็นแอปที่ครอบคลุมบริการเยอะสุดๆ ไม่ใช่แค่รถยนต์ (GrabCar) หรือมอเตอร์ไซค์ (GrabBike) ยังมีส่งอาหาร (GrabFood) ส่งของ (GrabExpress) อีกด้วย จ่ายผ่านแอปได้เลยสะดวกโคตร
  • มีแอปอื่นๆ ให้เลือก: ใช่ว่าจะมีแค่ Grab นะ ยังมีคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Gojek (ที่เวียดนามจะใช้ชื่อ Gojek เลย) และ Be (แอปท้องถิ่น) ซึ่งมีบริการคล้ายๆ กัน ลองโหลดติดเครื่องไว้หลายๆ แอปก็ได้ เผื่อเจอราคาดีกว่าหรือคนขับว่างเร็วกว่า
  • แท็กซี่แบบดั้งเดิม: พวกนี้ยังคงมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เจอเยอะสุดก็ Vinasun กับ Mai Linh ถ้าเลือกคันที่มีมิเตอร์ก็โอเคอยู่นะ แต่ก็ต้องระวังนิดหน่อย บางทีก็คุยราคากันก่อนก็ดี
  • รถโดยสารสาธารณะ: ในเมืองใหญ่ๆ อย่างฮานอยหรือโฮจิมินห์มีรถเมล์วิ่งอยู่ทั่วถึง ราคาถูกมาก แต่ก็ต้องเตรียมใจเรื่องความแน่น และเส้นทางอาจจะดูซับซ้อนหน่อยนะ แต่ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งคนท้องถิ่นก็จัดไป
  • รถไฟและรถบัสข้ามเมือง: สำหรับการเดินทางระยะไกลระหว่างเมือง รถไฟ (เช่น Vietnam Railways) เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ได้ชมวิวสวยๆ ไปด้วย หรือถ้าอยากประหยัด รถบัสข้ามเมืองก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ มีบริษัทเดินรถเยอะแยะ ลองหาข้อมูลดู
  • เช่ามอเตอร์ไซค์ขับเอง: สำหรับสายลุย ถ้าคุณขับเป็นและใจถึงนะ เช่ามอเตอร์ไซค์ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น แต่ต้องแลกมาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเรื่องเอกสาร ใบขับขี่สากลต้องมีนะจ๊ะ ไม่ใช่แค่มีใจอย่างเดียว.