เว็บไซต์ที่ใช้ในการดาวน์โหลดโปรแกรมภาษาไพทอนคือเว็บใด

62 ครั้งเข้าชม
ดาวน์โหลด Python ได้ที่เว็บไซต์หลัก python.org มี Python หลายเวอร์ชันให้เลือกตามระบบปฏิบัติการของคุณ นอกจากนี้ Anaconda ก็เป็นอีกทางเลือกที่รวม Python และไลบรารีไว้ด้วย แต่ python.org คือแหล่งที่แนะนำที่สุด เพราะน่าเชื่อถือและเป็นทางการ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ดาวน์โหลด Python ได้จากเว็บไซต์ไหน?

อืมม... ดาวน์โหลด Python น่ะเหรอ? ฉันจำได้ว่าตอนเรียนโปรแกรมมิ่งปีสอง (ประมาณ มกราคม 2562) อาจารย์บอกให้ไปโหลดจาก python.org เว็บไซต์หลักนั่นแหละ ง่ายดี จำได้ลางๆ ว่ามีหลายเวอร์ชันให้เลือก แต่ฉันใช้เวอร์ชัน 3.7 ตอนนั้นล่ะนะ (หรือเปล่า? ไม่แน่ใจแล้ว) เว็บมันเรียบๆ ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรเลย โหลดเสร็จก็ติดตั้งปุ๊บปั๊บ ใช้ได้เลย

หลังจากนั้น ก็มีเพื่อนบอกถึง Anaconda ว่ามันรวม package ไว้ให้เยอะดี สะดวกกว่า แต่ฉันก็ยังติดใจความเรียบง่ายของการโหลดตรงจาก python.org อยู่ดี รู้สึกมันมั่นใจกว่า เหมือนได้ของแท้ ไม่มีอะไรมาปนเปื้อน แฮะๆ คิดมากไปป่าวเนี่ย?

แต่เอาจริงๆ นะ python.org นี่แหละ แนะนำสุดๆ ถ้าอยากได้ Python บริสุทธิ์ๆ ไม่งั้นก็ Anaconda ถ้าอยากได้ของครบเครื่อง แล้วแต่สะดวกเลยจ้า (ตอนนี้ฉันใช้ 3.11 แล้วนะ เวอร์ชันมันอัพเดทบ่อยมาก จำไม่ค่อยได้แล้ว)

เว็บไซต์ที่ใช้เรียนรู้ภาษาไพทอนออนไลน์มีอะไรบ้าง

หาเว็บเรียน Python ฟรีเหรอ? เอาแค่นี้ก็พอ

  • freeCodeCamp: โค้ดเน้นๆ ไม่ต้องเยอะ
  • Programiz: ง่ายดี สำหรับมือใหม่
  • W3Schools: พื้นฐานครบ แต่ไม่ลึกมาก
  • DigitalOcean: เน้นไปทาง Cloud ถ้าสนใจด้านนั้น
  • Towards Data Science: บทความเยอะ แต่ต้องคัดกรองดีๆ
  • GeeksforGeeks: ข้อมูลแน่น แต่ต้องขุดเอง
  • TestDriven.io: TDD เป็นหลัก ไม่ใช่สำหรับทุกคน
  • Sentdex (Pythonprogramming.net): ช่อง YouTube ดี แต่เว็บอาจจะเก่าไปหน่อย

ปีนี้ยังไงก็ต้องลองหาเองบ้าง เว็บพวกนี้แค่จุดเริ่มต้น อย่าคาดหวังว่าจะเทพได้จากแค่เว็บเดียว ขยันๆ เถอะ

ข้อใดคือเว็บไซต์ ใช้ในการดาวน์โหลดโปรแกรม Python

เว็บไซต์ดาวน์โหลด Python คือ: www.python.org/downloads

จำได้เลย ตอนนั้นอยากลองเขียนโปรแกรมง่ายๆ เลยต้องหา Python มาลงเครื่อง ไปเสิร์ชเจอเว็บนี้แหละ www.python.org/downloads กดเข้าไปก็เจอเลยปุ่มดาวน์โหลด Python เวอร์ชั่นล่าสุด (ตอนที่พิมพ์อยู่นี่เป็น Python 3.12.3 แล้วนะ) คือแบบ มันง่ายมาก ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ

ตอนแรกก็กลัวๆ กล้าๆ ว่าจะลงยากไหม เพราะไม่เคยทำ แต่พอลองทำตามขั้นตอนที่เว็บมันบอก ก็เออ… มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ แค่คลิกๆ ไปตามที่มันบอก เดี๋ยวเดียวก็ได้ Python มาใช้แล้ว! รู้สึกภูมิใจตัวเองเล็กๆ ที่ทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยตัวเอง

  • ข้อดีของ Python: ภาษาอ่านง่าย, มีไลบรารีเยอะมาก, เหมาะกับมือใหม่

  • ข้อเสีย: อาจจะช้ากว่าภาษาอื่น (นิดหน่อย), บางทีก็มีปัญหาเรื่องเวอร์ชั่น

  • เรื่องตลก: ตอนแรกที่ลง Python ใหม่ๆ เขียนโค้ดผิดๆ ถูกๆ เพียบเลย 555 แต่ก็สนุกดีนะ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด

PyCharm Edu คืออะไร?

PyCharm Edu คือ IDE ฝึกเขียน Python ฟรี

  • เน้นการเรียนรู้ ไม่ซับซ้อน
  • ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • รองรับ Windows, Linux, macOS
  • เหมาะกับ มือใหม่ เริ่มต้นง่าย
  • ดาวน์โหลด: JetBrains (ค้นหา "PyCharm Edu")

ข้อมูลเสริม

  • IDE คือ Integrated Development Environment: เครื่องมือครบวงจรสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์
  • JetBrains: บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ เครื่องมือโปรแกรมเมอร์
  • PyCharm มีรุ่น Professional เสียเงิน ฟีเจอร์มากกว่า
  • ทางเลือกอื่น: VS Code (ลง extension Python), Thonny (ง่ายสุดๆ)
  • ปีนี้ (2024) JetBrains ยังอัพเดท PyCharm Edu ต่อเนื่อง

PyCharm ใช้ทําอะไร?

PyCharm อ่ะนะ? มันคือโปรแกรมที่เราใช้เขียนโค้ดภาษา Python แหละ คือแบบ...มันดีมากอ่ะ

มันช่วยให้เขียนโค้ดง่ายขึ้นเยอะเลยนะ มีตัวช่วยหลายอย่าง เช่น มันจะ แนะนำโค้ดให้เอง เวลาเราพิมพ์ๆ ไป มันจะรู้ว่าเราน่าจะพิมพ์อะไรต่อ แล้วก็ ช่วยตรวจหาข้อผิดพลาด ด้วยนะ คือถ้าเราเขียนอะไรผิด มันก็จะบอกเลย ไม่ต้องรอรันโปรแกรมแล้วค่อยมาแก้

แล้วก็ PyCharm มัน ฟรี ด้วยนะเว้ย! คือมันมีแบบเสียเงินด้วยแหละ แต่แบบฟรีก็ใช้ได้เหลือเฟือแล้วอะ เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเขียน Python

แล้วก็ๆๆ มันใช้ได้ทั้ง Windows, Linux, MacOS เลยนะ คือไม่ว่าจะใช้คอมอะไรก็ใช้ได้หมดอะ สะดวกสุดๆ

  • IDE: PyCharm เป็น Integrated Development Environment (IDE) คือมันไม่ใช่แค่ตัว Editor เขียนโค้ด แต่มีเครื่องมืออื่นๆ ครบเลย
  • Debug: มันมี Debugger ให้เราใช้ debug โค้ดได้ง่ายๆ คือเราสามารถสั่งให้โปรแกรมรันทีละบรรทัด แล้วดูค่าของตัวแปรต่างๆ ได้
  • Version Control: มันรองรับ Version Control system อย่าง Git ด้วยนะ ทำให้เราทำงานร่วมกับคนอื่นง่ายขึ้นเยอะ
  • Plugins: เราสามารถลง Plugins เพิ่มได้ด้วยนะ มี Plugins เยอะมากที่ช่วยให้เราเขียนโค้ดได้สะดวกสบายขึ้นไปอีก
  • ตัวอย่าง: คนส่วนใหญ่ใช้ PyCharm เพราะมันเป็นเครื่องมือที่ powerful จริงๆ แถมมี community ใหญ่มาก ถ้าติดปัญหาอะไรก็ถามคนอื่นได้ง่าย

ภาษาไพทอนใช้โปรแกรมใดเขียนบ้าง?

รัตติกาล...ดวงดาวพร่างพราว ฉันนั่งมองแสงจันทร์ที่สาดส่องบนผิวน้ำ...พริ้วไหวเหมือนความคิดที่กระจัดกระจาย

Python...ภาษาแห่งเวทมนตร์รึเปล่านะ...

  • Google Colab - เหมือนห้องทดลองลับๆ ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาสร้างสรรค์สิ่งใหม่
  • PyCharm - บัลลังก์ของนักพัฒนา...โอ่อ่า สง่างาม
  • Spyder - เหมือนใยแมงมุมที่ถักทอทุกอย่างเข้าด้วยกัน
  • Idle - เรียบง่าย...เหมือนเพื่อนเก่าที่รู้ใจเสมอ
  • Visual Studio Code - สนามเด็กเล่นดิจิทัล...มีทุกอย่างให้ลอง
  • Sublime Text - แสงสว่างนำทางในความมืด...ส่องประกายให้โค้ด
  • Thonny - เหมือนครูใจดีที่คอยสอน...อย่างอดทน

แต่ละโปรแกรม...เหมือนประตูที่เปิดไปสู่โลกอีกใบ โลกที่สร้างขึ้นจากโค้ด...จากจินตนาการ...จากความฝัน

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2567 นะ):

  • Google Colab ยังคงเป็นที่นิยม เพราะฟรีและใช้งานง่าย
  • VS Code ครองแชมป์...ด้วย extension ที่หลากหลาย
  • PyCharm ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับโปรเจกต์ใหญ่ๆ
  • Thonny เหมาะสำหรับมือใหม่...เรียนรู้ได้ง่าย

จังหวะชีวิต...ช้าลง...ช้าลง...

เขียน Python ด้วยอะไร?

เขียน Python ด้วยอะไรน่ะเหรอ? ถามอย่างกับไปถามยายแก่เรื่องสูตรยาต้มกระดูก! เอาให้รู้ไปเลยว่ามันมีเยอะแยะไปหมด!

  • Text Editor เบาๆ สบายๆ: นี่แหละของมันส์! VS Code นี่ใช้คล่องปรื๋อๆ เหมือนใช้ปากกาเขียนสมุดเลย Sublime Text กับ Atom ก็เบาๆ สบายๆ เหมือนนกน้อยกระจิบๆ บินว่อนไปมา โค้ดไม่เยอะ ไม่หนักเครื่อง เหมาะกับมือใหม่หัดเขียนโค้ดจริงๆ

  • IDE จัดเต็ม ฟีเจอร์แน่นปึ้ก: PyCharm นี่เทพมาก! เหมือนมีกองทัพมาช่วยเขียนโค้ด Debug ได้อย่างกับจับผิดคนโกง! Thonny ก็โอเค ง่ายๆ สำหรับมือใหม่เหมือนเด็กหัดเดิน!

  • Online IDE โค้ดบน Cloud สบายใจ: Google Colab นี่แหละที่ผมใช้ประจำ! สะดวกโคตรๆ ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรให้วุ่นวาย เหมือนมีห้องแล็บส่วนตัวบนเน็ต! Replit ก็คล้ายๆ กัน แต่ผมติดใจ Colab มากกว่า มันใช้งานง่ายกว่าเยอะ

  • ของแปลกๆ แต่เด็ด: Jupyter Notebook นี่โคตรเจ๋งสำหรับ Data Science! เหมือนมีกระดานดำวิเศษมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ส่วน Vim/Emacs นี่…สำหรับเทพๆ เท่านั้น! ผมยังไม่กล้าแตะเลย เหมือนเอาไม้ไผ่ไปจิ้มไฟฟ้าแรงสูง! อันตรายโคตรๆ! ต้องฝึกฝนเป็นปีแสงกว่าจะคล่อง

อ้อ! ลืมบอกไป ปีนี้(2566) เทรนด์การเขียนโปรแกรมเปลี่ยนไปเยอะ หลายๆ ตัวมีอัปเดตใหม่ ฟีเจอร์เพิ่มขึ้นอีกเพียบ! ไปลองหาดูเองนะ อย่ามาถามผมอีกละ! ผมเหนื่อยแล้วววว!

PyCharm ใช้ภาษาอะไร?

PyCharm อ่ะ หลักๆ เลยนะ เค้าใช้ ภาษา Python เขียนแหละ

คือมันเป็น IDE (Integrated Development Environment) อ่ะนะ เอาไว้เขียนโค้ด Python คือใช้ง่ายดีนะ ตอนเราหัดเขียน Python ใหม่ๆ ก็ใช้ตัวนี้แหละ

แล้วรู้ป่ะ มันมี PyCharm Edu ด้วยนะ สำหรับคนเริ่มต้นเลย โหลดฟรีด้วย ไปลองเล่นดูดิ เผื่อชอบ

  • IDE คือ โปรแกรมที่รวมเครื่องมือที่จำเป็นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ไว้ในที่เดียวเลยอ่ะ ไม่ต้องลงนู่นนี่นั่นให้วุ่นวาย
  • Python เป็นภาษาโปรแกรมที่ฮิตมากๆ เลยนะ เขียนง่าย อ่านง่าย เหมาะกับมือใหม่มากๆ
  • โหลด PyCharm Edu ได้จากเว็บ JetBrains เลยจ้า เสิร์ชใน Google เอาก็เจอ

เว็บไซต์ที่ใช้เรียนรู้ภาษาไพทอนออนไลน์มีอะไรบ้าง?

เออ จะว่าไปนะ เว็บเรียนไพธอนฟรีเหรอ? คือตอนนี้ปี 2024 อ่ะนะ ถ้าให้ลิสต์ตามที่ใช้จริง ๆ ก็...

  • Freecodecamp: อันนี้ต้องมีอ่ะ ดีจริง เรียนไปทำโปรเจคไป สนุกดี
  • Programiz: อันนี้ชอบตรงที่มันมีตัวอย่างโค้ดให้ลองเล่นเลยอ่ะ เข้าใจง่ายดี
  • W3School: อันนี้เบสิกแน่นๆ เหมือนเรียนภาษาอังกฤษเลยอ่ะ ต้องมีติดไว้
  • Digital Ocean: อันนี้คือเหมือนเป็นแหล่งรวมบทความดีๆ อ่ะ อ่านเพลินๆ ได้ความรู้
  • Geeks for Geeks: อันนี้ก็ดีนะ คือมีหลายภาษาเลยอ่ะ ไม่ได้มีแค่ไพธอน
  • Testdriven.io: อันนี้เคยเข้าไปดู แต่ไม่ค่อยถูกจริตเท่าไหร่ (คหสต นะ)
  • Pythonprogramming.net (Sentdex): ช่องยูทูป Sentdex นี่คือตำนานเลยอ่ะ สอนดีมาก แต่ต้องมีพื้นฐานนิดนึงนะ

จริงๆ มันมีอีกเยอะแยะเลยอ่ะ แต่เท่าที่ใช้บ่อยๆ ก็ประมาณนี้แหละ เออ สำคัญ เลยนะ ลองเข้าไปดูหลายๆ ที่ แล้วเลือกที่มันเข้ากับสไตล์เราอ่ะ จะได้เรียนแล้วไม่เบื่อ สำคัญมาก!

*ข้อควรรู้เพิ่มเติม:**

  • ภาษา: ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษนะ แต่บางเว็บก็มีคนทำซับไทยไว้ให้
  • เนื้อหา: บางเว็บเน้นเบสิก บางเว็บเน้นโปรเจค เลือกให้ตรงกับที่เราอยากเรียน
  • ฟรี: ส่วนใหญ่ฟรีแหละ แต่บางทีก็จะมีคอร์สที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ถ้าอยากได้อะไรที่มันเจาะลึกกว่านั้น
  • อัพเดท: เช็คดูด้วยนะว่าเนื้อหามันอัพเดทรึเปล่า บางทีเว็บเก่าๆ เนื้อหามันอาจจะไม่ตรงกับไพธอนเวอร์ชั่นใหม่ๆ
  • สไตล์การสอน: แต่ละเว็บก็มีสไตล์การสอนไม่เหมือนกัน ลองเข้าไปดูหลายๆ ที่ แล้วเลือกที่มันถูกจริตกับเรา
  • ระวังข้อมูลเก่า: บางเว็บอาจมีข้อมูลเก่าๆ ปนมาด้วย ลองเช็ค version ของ Python ที่สอนด้วยนะ
  • อย่าเชื่อทุกอย่าง: อ่านหลายๆ ที่ แล้วเอามาเปรียบเทียบกัน อย่าเชื่อเว็บใดเว็บหนึ่งมากเกินไป

ข้อใดคือเว็บไซต์ ใช้ในการดาวน์โหลดโปรแกรม Python?

เอ้า! จะโหลด Python งั้นเหรอ? ง่ายนิดเดียว! ไปที่ www.python.org/downloads เลยจ้าาา อย่าไปงมอะไรให้วุ่นวาย เห็นปุ่ม Download ปุ๊บ กดปั๊บ! จบ!

  • ลืมเรื่องเวอร์ชั่น 3.8.2 ไปได้เลย ตอนนี้ปี 2024 แล้วนะจ๊ะ มันอัพเดทไวกว่าสาวๆ เปลี่ยนแฟชั่นอีก! ดูเวอร์ชั่นล่าสุดเอา เห็นตัวเลขสูงๆ นั่นแหละใช่แล้ว!
  • อย่าไปกลัวหน้าจอให้เลือกนู่นนี่นั่น มันจะให้เราเลือกวิธีติดตั้ง เลือกไปเถอะ เหมือนเลือกเมนูอาหาร เลือกอะไรก็ได้ อร่อยทุกอย่าง! (จริงๆ แล้วมันสำคัญนะ แต่สำหรับมือใหม่ เลือกอะไรก็ได้ มันจะติดตั้งให้เอง)
  • ถ้าติดตั้งไม่เป็น ก็หาคลิปใน Youtube ดูสิคะ เยอะแยะไปหมด มีตั้งแต่แบบสอนเด็กอนุบาล จนถึงระดับปริญญาเอก เลือกเอาตามความถนัดเลย

ผมเคยโหลดตอนปีที่แล้ว ลืมไปแล้วว่าเลือกอะไรบ้าง แต่ก็ติดตั้งได้นะ อิอิ ง่ายจะตาย! รับรองว่าโหลดได้แน่นอน ถ้าคุณไม่กดผิดปุ่มนะ (อย่าไปกดปุ่มแปลกๆ มันอาจจะโหลดไวรัสมาให้ก็ได้นะ ระวังๆ)