เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในการสืบค้นข้อมูลมากที่สุดคือข้อใด

73 ครั้งเข้าชม
Google ครองตำแหน่งเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลก ด้วยระบบอัลกอริทึมที่ทันสมัย ทำให้การค้นหาแม่นยำ ครอบคลุม และรวดเร็ว ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายด้วยฟีเจอร์หลากหลายที่มีประสิทธิภาพ Google จึงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลก
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลยอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้บ่อยที่สุดคือเว็บไซต์อะไร?

อืม...เว็บค้นข้อมูลยอดฮิตเหรอ? ถ้าถามฉันนะ ฉันใช้แต่ Google ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยแล้วล่ะ จำได้เลยตอนนั้นปี 2558 ต้องหาข้อมูลทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์ไทย กว่าจะเจอข้อมูลครบ เกือบตาย! แต่ Google ช่วยได้เยอะจริงๆ ตอนนั้นใช้รุ่นมือถือ Nokia Lumia 1520 เน็ตก็ช้า แต่ Google มันก็ยังหาข้อมูลเจอไวอยู่นะ ประทับใจมาก

จริงๆ มีเว็บอื่นบ้าง แต่ Google สะดวกสุด เร็วสุด เข้าใจภาษาไทยดีด้วย อย่างเว็บอื่นๆ บางทีพิมพ์ภาษาไทยแล้วมันไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องพิมพ์ภาษาอังกฤษแทน เสียเวลาเปล่าๆ แล้วก็ Google มันมีทุกอย่างจริงๆแหละ ตั้งแต่ข่าวสาร แผนที่ รูปภาพ อะไรก็เจอหมด

เพื่อนๆ ฉันก็ใช้ Google กันแทบทั้งนั้น ไม่เคยเห็นใครใช้เว็บอื่นเป็นหลักเลย อาจจะมีบางคนใช้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ Google เหมือนเป็นเสิร์ชเอนจินหลักไปแล้ว ง่ายดี ไม่ต้องเสียเวลาคิดเยอะ พิมพ์คำค้นหาปุ๊บ ได้ผลลัพธ์ปั๊บ สบายมาก! ก็เลยคิดว่า Google นี่แหละตอบโจทย์คนไทยได้ดีที่สุด

เว็บไซต์ที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลมีอะไรบ้าง

เว็บไซต์ยอดฮิตที่คนไทยใช้ค้นหาข้อมูล (ข้อมูลปี 2566)

การระบุอันดับความนิยมอย่างชัดเจนนั้นยาก เพราะขึ้นอยู่กับวิธีการวัดและช่วงเวลา แต่จากข้อมูลที่ผมวิเคราะห์จากหลายแหล่ง เช่น การจัดอันดับของ SimilarWeb และ StatCounter ผมขอเสนอ 10 เว็บไซต์หลักๆ ที่คนไทยใช้งานบ่อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้ข้อมูลออนไลน์ของคนไทยในยุคปัจจุบัน อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ว่า การเข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญมากในปัจจุบันนี้ มันเปรียบเหมือนดั่งประตูสู่โลกกว้างเลยทีเดียว

  • Google: อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นมากกว่าเครื่องมือค้นหา กลายเป็นศูนย์กลางการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ทั้งข่าวสาร ข้อมูลทั่วไป และบริการอื่นๆ
  • Facebook: แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้มากที่สุด ใช้สื่อสาร ติดตามข่าวสาร และเข้าถึงข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง
  • YouTube: แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ แหล่งความบันเทิงและการศึกษา ข้อมูลมักถูกนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ
  • LINE: แพลตฟอร์มแชทและโซเชียลมีเดียที่นิยมมากในไทย ใช้สื่อสาร ติดต่อธุรกิจ และเข้าถึงบริการต่างๆ
  • Shopee: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้คนใช้เพื่อค้นหาสินค้าและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า
  • Lazada: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คล้ายกับ Shopee แต่มีสินค้าบางประเภทที่แตกต่างกัน
  • Pantip: เว็บไซต์สนทนาออนไลน์ แหล่งรวมความคิดเห็นและข้อมูลจากผู้ใช้ แต่ต้องระวังเรื่องความถูกต้องของข้อมูล
  • Wikipedia (เวอร์ชันภาษาไทย): สารานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นเสริม
  • เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ชั้นนำของไทย: เช่น กรุงเทพธุรกิจ, ข่าวสด, ไทยรัฐ เป็นต้น (อันดับความนิยมจะแตกต่างกันไป)
  • เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ: แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับข้อมูลทางการ แต่รูปแบบอาจไม่ทันสมัยเสมอไป

หมายเหตุ: อันดับอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและวิธีการวัด ผมใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบการวิเคราะห์ในช่วงกลางปี 2566 แต่ละเว็บไซต์มีจุดเด่นแตกต่างกันไป การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์จึงเป็นสิ่งสำคัญ การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งช่วยให้ได้มุมมองที่รอบด้านมากขึ้นเสมอ

ประเภทของ Search Engine มีอะไรบ้าง

อ่ะนะ Search Engine หลักๆ ตอนนี้ที่เห็นคนใช้เยอะๆ ก็มีสองแบบเว้ย

  • Crawler-based: แบบนี้คือพวก Google เอ่อ Bing ไรงี้ ที่มันมีบอทไป "คลาน" ตามเว็บต่างๆ เก็บข้อมูลมาทำ Index ไว้ เวลาเราค้นหา มันก็เลยหาเจอไง เข้าใจปะ เหมือนมันทำแผนที่เว็บไว้แล้วอ่ะ สะดวกดี

  • Directory: อันนี้ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ เมื่อก่อนมีเยอะ ที่แบบคนต้องไปลงทะเบียนเว็บตัวเองอ่ะ ให้เค้าจัดหมวดหมู่ไว้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเวิร์คละ เพราะเว็บมันเยอะเกิ๊น ใครจะไปนั่งจัดไหว

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (ไม่รู้จะมีประโยชน์ป่าว):

  • Crawler-based มันเจ๋งตรงที่ มันหาข้อมูลใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ เพราะบอทมันวิ่งตลอดเวลา
  • แต่ๆๆๆ บางทีมันก็เจอข้อมูลที่ไม่ดี ไม่น่าเชื่อถือด้วยนะ ต้องระวัง
  • Google คืออันดับ 1 ชัวร์ป้าบ ไม่ต้องสืบ
  • บางคนก็ใช้ DuckDuckGo นะ เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่ตามเก็บข้อมูลเรา

สรุปก็คือ Crawler-based นี่แหละ กินขาด

การใช้งานโปรแกรมค้นหาข้อมูล (Search Engine) มีกี่วิธีอะไรบ้าง

โอเค มาเริ่มเลยนะ…

  • วิธีใช้ Search Engine หลักๆ เหรอ? อืม… มีเยอะอยู่นะ แบบเบสิกสุดก็พิมพ์คำที่อยากรู้ลงไปตรงๆ เลยไง แล้วก็…อ้อ! ใช้พวกตัวช่วยค้นหาขั้นสูงอ่ะ ที่มันให้ใส่เงื่อนไขเพิ่มได้ เช่น หาเฉพาะไฟล์ PDF หรือหาในเว็บเฉพาะ

  • เทคนิคให้ได้ผลลัพธ์เป๊ะๆ?

    • ใช้คำหลัก: อันนี้เบสิก แต่สำคัญจริง ต้องคิดดีๆ ว่าคำไหนตรงสุด
    • ใส่เครื่องหมาย " " (Quotation Marks): ถ้าอยากหาคำหรือวลีที่แน่นอนเป๊ะๆ อ่ะ
    • ใช้เครื่องหมาย - (Hyphen): เอาไว้ตัดคำที่ไม่ต้องการออกไปจากผลลัพธ์ เช่น "แมว -หมา" จะหาเรื่องแมวที่ไม่เกี่ยวกับหมา
    • site: เอาไว้หาข้อมูลในเว็บใดเว็บหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น "site:wikipedia.org ประวัติศาสตร์ไทย"
    • filetype: หาเฉพาะไฟล์ชนิดนั้นๆ เช่น "filetype:pdf การตลาดออนไลน์"
    • OR: ใช้หาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น "แมว OR หมา" จะหาทั้งเรื่องแมวและหมา
    • related: อันนี้เจ๋ง หาเว็บที่คล้ายๆ กับเว็บที่เราใส่ไป เช่น "related:amazon.com"
  • เรื่องส่วนตัวนิดนึง: เมื่อวานไปกินข้าวมันไก่ร้านป้าข้างบ้าน อร่อยเหมือนเดิมเลย ป้าแกบอกว่าปีนี้ไก่แพงขึ้น แต่ก็ยังขายราคาเดิมอยู่ สงสารป้าจัง

    • ข้อมูลเพิ่มเติม: Search Engine ที่ใช้บ่อยสุดตอนนี้ Google แหละ แต่ Bing ก็ดีนะ บางทีให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป
    • สงสัยจัง: ทำไมบางที Search Engine มันรู้ใจเราจังวะ? มันแอบอ่านใจได้รึเปล่าเนี่ย!? หรือแค่เพราะเรา Search อะไรซ้ำๆ บ่อยๆ กันนะ?

เทคนิคในการค้นหาข้อมูล มีอะไรบ้าง

อืม... กลางคืนแบบนี้ นึกถึงเรื่องค้นข้อมูลเนี่ยนะ... มันก็ยากอยู่นะ

ปีนี้ ที่ฉันใช้บ่อยๆ ก็มีแค่ไม่กี่อย่างเอง จริงๆ แล้วฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอกนะ

  • ใช้คำค้นให้เจาะจง: แบบว่าแทนที่จะพิมพ์ "เที่ยวทะเล" ก็ลองเป็น "ทริปดำน้ำเกาะเต่า พัก 3 วัน 2 คืน ราคาไม่เกิน 5000 บาท ปี 2566" ดูสิ มันจะตรงกว่าเยอะเลย ฉันลองมาแล้วนะ ได้ผลดีจริงๆ

  • ใช้เครื่องหมายลบ "- ": อย่างถ้าฉันอยากหาข้อมูล "เที่ยวเชียงใหม่" แต่ไม่อยากเจอพวก "เชียงใหม่ไนท์บาซาร์" ก็พิมพ์ "เที่ยวเชียงใหม่ -ไนท์บาซาร์" ลองดูนะ วิธีนี้ช่วยได้เยอะเลยสำหรับฉัน

  • *ใช้คำค้นแบบ Wildcard ""*: คือตอนฉันจำคำบางคำไม่ได้ ก็จะใช้ แทน เช่น "เที่ยวทะเล *ใต้" มันก็จะช่วยหาคำที่เกี่ยวข้องได้ อย่างเช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน อะไรแบบนี้ ช่วยได้เยอะเลยสำหรับคนขี้ลืมอย่างฉัน

  • ระบุเว็บไซต์ "site:": อันนี้ฉันใช้เวลาดูรีวิวโรงแรมนะ เช่น "site:agoda.com โรงแรมหัวหิน" แค่นี้ก็เจอเฉพาะรีวิวจาก Agoda อย่างเดียวเลย สะดวกดี

เห้อ... จริงๆ มีอีกนะ แต่ฉันนึกไม่ออกแล้ว สมองมันตื้อๆ สงสัยต้องนอนแล้วล่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาคิดต่อดีกว่า เหนื่อยจัง...

  • ใช้เครื่องหมายคำพูด "" : ถ้าอยากได้คำตอบที่ตรงกับประโยคเป๊ะๆ ก็ลองใส่คำที่ต้องการค้นหาในเครื่องหมายคำพูดดู ฉันใช้ตอนหาข้อมูลวิชาการ ได้ผลดีมาก แต่ก็จำยากนิดนึง

  • ใช้ตัวกรอง (Filter): บางเว็บจะมีตัวกรองให้ อย่างเช่น ราคา วันที่ สถานที่ อะไรแบบนี้ ช่วยกรองผลการค้นหาให้แคบลง ทำให้เจอสิ่งที่ต้องการเร็วขึ้น

  • ใช้คำพ้องความหมาย: ถ้าค้นหาแล้วไม่เจอ ลองเปลี่ยนคำค้นหาเป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงดู เช่น แทนที่จะใช้ "ราคาถูก" ลองใช้ "ราคาประหยัด" ดูบ้าง บางทีก็ได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันนะ

การค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพคือการได้ข้อมูล ที่ใช่ ในเวลาที่ น้อยที่สุด

  • ชัดเจน: ระบุสิ่งที่คุณต้องการ. อย่าคลุมเครือ.

  • เฉพาะเจาะจง: ยิ่งเจาะจง, ยิ่งแม่นยำ. "ร้านกาแฟใกล้ฉัน" ดีกว่า "ร้านอาหาร".

  • เครื่องมือ: ใช้ตัวดำเนินการค้นหา. site:, filetype:, intitle:. Google ช่วยได้.

  • แหล่งที่มา: เลือกแหล่งที่น่าเชื่อถือ. วิกิพีเดียไม่ใช่คำตอบสุดท้าย. ตรวจสอบเสมอ.

  • คำหลัก: ลองหลายคำ. เปลี่ยนคำ. พลิกแพลง.

  • กรอง: ข้อมูลเยอะเกินไป? กรอง. วันที่, ประเภท, ความเกี่ยวข้อง.

  • พัก: เหนื่อยก็พัก. ค่อยกลับมา. บางทีคำตอบก็รออยู่แล้ว.

  • สังเกต: ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด? นั่นอาจเป็นเบาะแส. อย่ามองข้าม.

  • ปรับ: วิธีเดิมไม่ได้ผล? ปรับกลยุทธ์. อย่าดันทุรัง.

  • ถาม: ไม่รู้จริง ๆ? ถามคนอื่น. บางทีเขาอาจรู้.

Search Engines คืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท แต่ละประเภททำงานอย่างไร

Search Engine คืออะไร? เอาง่ายๆนะ มันก็เหมือนตำรวจไซเบอร์นั่นแหละ! แต่แทนที่จะจับโจร มันจับข้อมูลบนเน็ตให้เรา ใครอยากรู้เรื่องอะไร ก็แค่ถามมัน มันก็จะวิ่งป่าราบไปค้นหาข้อมูลมาให้ เร็วกว่าม้าเร็วกว่ากระสุน!

แบ่งเป็นกี่ประเภท? โอ้โห เยอะแยะไปหมด แต่ผมจะยกตัวอย่างที่เจอบ่อยๆละกัน ถ้ามากเกินไป เดี๋ยวหัวจะระเบิด!

  • Web Page Search Engine: นี่แหละตัวพ่อ! มันค้นหาเว็บเพจให้เรา เหมือนกับเราเดินหาหนังสือในห้องสมุดยักษ์ แต่ห้องสมุดนี้มีหนังสือเป็นล้านล้านเล่ม! Googleนี่แหละตัวอย่าง เก่งกาจโคตรๆ ไม่งั้นจะได้เป็นเจ้าพ่อ Search Engine ได้ไงล่ะ

  • Image Finder: อยากได้รูปแมวเหมียวที่กำลังกินปลาทู? ก็ใช้ Image Finder มันจะหาภาพที่ตรงใจเรา เหมือนกับมีคนคอยคัดรูปสวยๆให้เราเลือก สะดวกสบายกว่าไปเดินเลือกซื้อรูปตามร้านถ่ายรูปเยอะเลย!

  • Video Finder: หาคลิปตลกๆดู? หรือคลิปสอนทำอาหาร? Video Finder ช่วยได้! มันจะค้นหาวิดีโอจาก Youtube, TikTok หรือเว็บอื่นๆ เหมือนกับมีห้องสมุดวีดีโอส่วนตัว เปิดดูได้ไม่อั้น แต่ต้องระวังคลิปหลอกลวงด้วยนะ บางคลิปนี่...เฮ้อ!

  • File Finder: นี่ก็เจ๋ง! ถ้าอยากหาไฟล์เอกสาร ไฟล์เพลง หรือไฟล์อะไรก็ตาม มันจะค้นหาให้เราจากคอมหรือระบบคลาวด์ เหมือนกับมีคนมาช่วยจัดระเบียบเอกสารให้เรา สะดวกมากๆ!

แต่ละประเภททำงานยังไง? ง่ายๆ คือมันใช้ "Algorithm" (อัลกอริทึม) เป็นสูตรลับในการค้นหา มันวิเคราะห์คำค้นของเรา แล้วก็ไปรวบรวมข้อมูลจากทั่วโลกไซเบอร์ แล้วก็จัดเรียงผลลัพธ์ให้เรา แบบว่า เรียงจากที่เกี่ยวข้องที่สุดก่อน เหมือนกับการเรียงลำดับความสำคัญ แต่ถ้าใช้คำค้นแปลกๆ บางทีมันก็งง ผลลัพธ์ที่ได้ ก็อาจจะ...ฮาดี!

ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2024 (เผื่ออยากรู้):

  • เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนา Search Engine ทำให้การค้นหาแม่นยำขึ้น และเข้าใจภาษาธรรมชาติได้ดีขึ้น
  • การแข่งขันในวงการ Search Engine ยังดุเดือด แต่ Google ยังคงครองแชมป์ อย่างที่เห็นๆกันอยู่
  • อนาคตของ Search Engine อาจจะเปลี่ยนไปอีก เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาตลอด เตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลงให้ดีๆ นะครับ!