แสงจากมือถือ มี UV ไหม
แสงจากมือถือมี UV หรือไม่? ส่งผลเสียต่อผิวตาไหม
แสงมือถือเนี่ยนะ มี UV ด้วยเหรอ? ผมนี่งงเลย ตอนแรกไม่เคยคิดเลยว่าไอ้แสงจ้าๆ จากหน้าจอมือถือที่เราจ้องกันทุกวันเนี่ย จะมีอะไรแอบแฝงเหมือนคอมพิวเตอร์เขา
ไอ้เรื่อง UV ที่ออกมาจากจอมือถือเนี่ย มันกระทบตาเราโดยตรงจริงๆ นะ ผมเคยนะ ใช้มือถือเล่นจนดึกดื่น จนรู้สึกตาพร่า แสบๆ คันๆ เลย ไม่แน่ใจว่าใช่เพราะ UV รึเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือมันล้ามากๆ
นอกจากอาการตาแล้ว บางทีก็ปวดหัวตามมาด้วยนะ เหมือนตาเพลียจนส่งผลไปหมด เลยคิดว่าคงต้องเตือนตัวเองไว้เลยว่าอย่าจ้องนานเกินไป
ถ้าให้ฟันธงว่ามี UV กี่เปอร์เซ็นต์อันนี้ผมก็ไม่รู้แม่นยำหรอกนะ แค่รู้สึกได้ว่ามันมีผลกับตาจริงๆ มากกว่า
ไอ้ที่น่ากังวลจริงๆ คือรังสียูวีที่แผ่ออกมาเนี่ย มันส่งผลต่อดวงตาโดยตรงเลยนะ เคยมีคนบอกผมว่ามันอาจทำให้เกิดอาการปวดตา แสบตา กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือหนักๆ ก็ปวดหัวได้เลย
ฉะนั้นเรื่องการจ้องหน้าจอมือถือเป็นเวลานานๆ นี่ต้องระวังจริงๆ นะครับ.
แสงจากมือถือทำให้เกิดฝ้าได้ไหม
เงียบจังเลย... คืนนี้... แสงสีน้ำเงินอ่อนๆ จากจอโทรศัพท์ คลอเคลียอยู่ตรงหน้า จ้องมองมันนานๆ ฉันรู้สึก... ล้า... ผิวดูหมองๆ... โอ้ย... แล้วฝ้า... ฝ้าที่กังวลนักหนา... มันจะมาจากแสงนี้ด้วยไหมนะ...
ใช่... แสงจากมือถือ ทำให้เกิดฝ้าได้จริงๆ แสงแดดน่ะ ตัวการหลัก แรงกว่าเสมอ แผดเผาเข้ามา... แต่แสงยูวี จากหน้าจอเครื่องเล็กๆ นี่สิ... จากจอคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆ นั่น... มันก็ส่งผลได้นะ. ส่งผล. มันสะสม. มันกัดกิน.
ถ้ามันเพิ่งเริ่ม... เพิ่งมา... จางๆ... รีบดูแลนะ รีบเลย... อย่าให้มันลึกไปกว่านี้... อย่าให้มันฝัง. โธ่... ความหวังเล็กๆ ยังมีเสมอ ยังคงมีนะ. ยังคงมีทาง.
- ทาครีมกันแดด ป้องกันยูวีอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แดดแรงมากๆ
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่ช่วยลดเลือนฝ้าอย่างอ่อนโยน
- ลดเวลา การจ้องหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ลงบ้าง
- ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด
แสงจากโทรศัพทำให้หน้าดำไหม
โอ้โห แสงจากโทรศัพท์เนี่ยนะ จะทำให้หน้าดำได้เหมือนกันแหละ! ไม่ใช่แค่หมองๆ คล้ำๆ นะ แต่มันเหมือนโดนซ้อมหนัก! แสงสีฟ้าพวกนี้น่ะ มีพลังงานสูงยิ่งกว่าผีปอบเข้าสิงอีก! มันพุ่งตรงเข้ามาทำลายคอลลาเจนกับอีลาสตินในผิวหน้าเราอย่างไม่ปรานี ประหนึ่งว่าผิวเราเป็นขนมปังแล้วโดนเอาไปปิ้งย่างให้กรอบ!
- แสงสีฟ้าตัวแสบ: พวกนี้แหละตัวการสำคัญเลย! ไม่ว่าจะจากมือถือ หรือจอคอมพ์ที่จ้องจนตาแทบถลน
- พลังทำลายล้างสูง: นึกภาพแสงเลเซอร์ยิงใส่หน้าแบบต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ!
- ทำลายโครงสร้างผิว: คอลลาเจนกับอีลาสตินที่เคยทำให้ผิวเราเด้งเต่งตึง กลายเป็นเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวลวกจนเปื่อย!
เสริมอีกหน่อย:
- ผลกระทบระยะยาว: นอกจากหน้าจะคล้ำแล้ว สัญญาว่าริ้วรอยจะมาเยือนเร็วกว่าที่คิด เหมือนเราอายุเพิ่มขึ้นเป็นสิบปีในชั่วข้ามคืน!
- ป้องกันได้นะ: ไม่ได้ปล่อยให้โดนยิงฟรีๆ แบบนั้นนะ! ลองหาฟิล์มกันรอยจอที่บล็อกแสงสีฟ้ามาติด หรือไม่ก็เปิดโหมดถนอมสายตา (Night Shift) หรือถ้าจะให้ดี เลิกเล่นโทรศัพท์บ้าง! ชีวิตยังมีอะไรสนุกกว่าการจ้องจออีกเยอะ!
ไฟสีอะไรสบายตาที่สุด
แสงสบายตาที่สุดน่ะเหรอ วอร์มไวท์ ไงแก! ไม่ต้องคิดมากเลย เจอกันมาตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหาจนป่านนี้ก็ยังยืนหนึ่ง! แสงมันดีต่อใจดีต่อตาจริงๆ เหมือนเจอเนื้อคู่ที่ไม่ต้องแย่งกับใคร เขาออกแบบมาให้เราพักผ่อนเต็มที่ ไม่ใช่ให้มานั่งเพ่งจนตาเหล่!
อุณหภูมิสีนะอยู่ที่ 2,000 – 3,000 เคลวิน ประมาณว่าแสงแดดอ่อนๆ ตอนเย็นๆ ที่กำลังจะลับขอบฟ้าเป๊ะๆ เลย แสงมันจะออก สีเหลืองเข้มๆ ไปจนถึงส้มๆ ไม่ใช่ส้มตำนะแก นี่แสงไฟ! มองแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ เหมือนคุณยายกอดอะ! โรแมนติกจนอยากจะขอแฟนแต่งงานใหม่ทุกวัน! นี่แหละ แสงไฟที่สบายตาที่สุด ในปฐพีแล้ว ยืนยันเลย!
แสงวอร์มไวท์นะ มันไม่ใช่แค่สบายตาอย่างเดียว แต่มันมีดีกว่านั้นเยอะแยะเลย พ่อคุณเอ๊ย!
- ส่วนใหญ่เขาจะใช้ใน ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือร้านกาแฟชิคๆ ร้านอาหารที่อยากให้ฟีลอบอุ่นๆ ไง
- ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เตรียมพร้อม นอนหลับได้สบาย ไม่ต้องนับแกะ
- ลดอาการ ตาแห้ง ตาล้า จากการจ้องจอมือถือนานๆ ได้ด้วยนะ
- ทำให้บรรยากาศดู หรูหรา น่าอยู่ ขึ้นอีกหลายเท่าตัว ถ้าจัดแสงดีๆ นี่เหมือนอยู่ในหนังเลย
- แต่ถ้าเอาไปใช้ในห้องทำงานที่ต้องใช้สมาธิมากๆ เช่น ห้องเรียน ห้องผ่าตัด หรือห้องที่ต้องละเอียดกับสีสันมากๆ นี่...ไม่เหมาะนะแก อาจจะง่วงแล้วหลับคาโต๊ะได้
- เหมาะสุดๆ กับการ สร้างมู้ด สร้างอารมณ์ให้รู้สึกสบายๆ ไม่เร่งรีบ เหมือนเวลาไปเที่ยวทะเลแล้วนั่งดูพระอาทิตย์ตกนั่นแหละ
สายตาคนเราไวต่อสีอะไร
สีเขียว
ตาคนเราไม่ได้แฟร์กับทุกสี มันลำเอียงไปทางโทนเขียวอมเหลือง จบ แค่นั้นแหละ
ความจริงคือ ตาไวต่อแสงที่ความยาวคลื่น 555 นาโนเมตร ที่สุด ซึ่งคือช่วงสีเขียวอมเหลือง ไม่ใช่เขียวสดๆ เหตุผลมันมาจากวิวัฒนาการล้วนๆ บรรพบุรุษเราอยู่ในป่า สีเขียวคือรอด
เซลล์รับสีในตา (Cone Cells) มี 3 ตัว แดง เขียว น้ำเงิน แต่ตัวรับสีเขียวมันทำงานขยันกว่าเพื่อน สมองเลยแยกเฉดสีเขียวได้เยอะชิบหาย เยอะกว่าสีอื่นแบบเทียบไม่ติด
แต่พอแสงน้อยๆ เรื่องมันกลับกัน ตาจะไวกับสีเขียวอมน้ำเงินแทน (แถวๆ 498 นาโนเมตร) เพราะเป็นหน้าที่ของเซลล์อีกตัวที่ใช้มองในที่มืด (Rod Cells)
แว่น Night Vision ถึงเป็นสีเขียวไง ไม่ใช่แค่เท่ๆ มันคือสีที่ตาเราทำงานด้วยได้ดีที่สุดในความมืด ทำให้แยกวัตถุได้ชัดกว่า ไม่ปวดตาด้วย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต