แอนดรอยด์ 12 มีอะไรบ้าง
แอนดรอยด์ 12 มีอะไรบ้าง: ลดการใช้ CPU ถึง 22%
การเรียนรู้ว่า แอนดรอยด์ 12 มีอะไรบ้าง ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นและการจัดการพลังงานที่ดีกว่าเดิม การอัปเดตระบบนี้ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการประมวลผลและความทนทานของแบตเตอรี่ในระยะยาว ผู้ใช้งานควรศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของระบบปฏิบัติการมือถือ
แอนดรอยด์ 12 (Android 12) ไม่ใช่แค่การอัปเดตเวอร์ชันธรรมดา แต่นี่คือการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014 โดยเน้นไปที่สามเสาหลักคือ การออกแบบที่ปรับแต่งได้ตามใจผู้ใช้ ความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลกว่าเดิม
หากคุณกำลังสงสัยว่า แอนดรอยด์ 12 มีอะไรบ้าง คำตอบที่สั้นที่สุดคือระบบนี้พยายามทำความเข้าใจตัวตนของคุณผ่านฟีเจอร์ Material You ที่เปลี่ยนสีสันของหน้าจอตามวอลเปเปอร์ที่คุณเลือก พร้อมระบบจัดการความปลอดภัยที่ช่วยให้คุณรู้ตัวทันทีหากมีใครแอบใช้กล้องหรือไมโครโฟน แต่เดี๋ยวก่อน มีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามไป ซึ่งอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ของคุณโดยตรง ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของประสิทธิภาพด้านล่างครับ
Material You: เมื่อวอลเปเปอร์กำหนดสีสันทั้งระบบ
ฟีเจอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของ Android 12 ฟีเจอร์ใหม่ คือการออกแบบที่เรียกว่า Material You ซึ่งจะทำการดึงโทนสีหลักและโทนสีรองจากภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ที่คุณตั้งไว้ มาปรับใช้กับปุ่มกด แถบการแจ้งเตือน ไอคอน และวิดเจ็ตต่างๆ ทั่วทั้งระบบโดยอัตโนมัติ
ระบบการสกัดสีนี้สามารถสร้างจานสีที่แตกต่างกันได้มากกว่า 16 ล้านรูปแบบ เพื่อให้แน่ใจว่ามือถือของคุณจะมีหน้าตาที่ไม่ซ้ำกับใครเลยจริงๆ ในตอนแรกที่ผมลองใช้ ผมรู้สึกสับสนนิดหน่อย เพราะสีที่ระบบเลือกให้อาจจะไม่ถูกใจเราเสมอไป แต่หลังจากลองเปลี่ยนวอลเปเปอร์ไปสัก 2-3 รอบ ผมก็เริ่มสนุกกับการเห็นหน้าตา UI เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของรูปภาพที่เราเลือก นี่คือเสน่ห์และ วิธีใช้ Material You Android 12 ที่แอนดรอยด์เวอร์ชันก่อนๆ ทำไม่ได้
นอกจากเรื่องสีแล้ว วิดเจ็ต (Widgets) ยังได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความโค้งมนและมีขนาดที่ปรับเปลี่ยนได้ยืดหยุ่นขึ้นมาก โดยรวมแล้วหน้าตาของระบบจะดูมีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงง่ายกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ความเป็นส่วนตัวที่โปร่งใสและควบคุมได้จริง
ในยุคที่ข้อมูลส่วนตัวมีความสำคัญ แอนดรอยด์ 12 ได้เพิ่มแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว (Privacy Dashboard) เข้ามา เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีแอปพลิเคชันไหนบ้างที่เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง กล้อง หรือไมโครโฟนของคุณ
ผู้ใช้งานมือถือในปัจจุบันจำนวนมากแสดงความกังวลเกี่ยวกับการถูกแอปพลิเคชันแอบติดตามข้อมูล[2] ระบบใหม่นี้จึงตอบโจทย์ด้วยการเพิ่มจุดแจ้งเตือนสีเขียวที่มุมขวาบนของหน้าจอ หากแอปใดกำลังใช้งานกล้องหรือไมโครโฟนอยู่ คุณจะรู้ได้ทันที พูดตามตรงนะครับ ในวันแรกที่ผมอัปเดต ผมถึงกับตกใจที่เห็นจุดสีเขียวนี้เด้งขึ้นมาตอนเปิดแอปโซเชียลบางตัว ทั้งที่ผมแค่ไถฟีดเฉยๆ ไม่ได้จะถ่ายรูปเลยด้วยซ้ำ มันทำให้เราตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยขึ้นมากจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การแชร์ตำแหน่งแบบประมาณการ (Approximate Location) ซึ่งช่วยให้แอปอย่างแอปพยากรณ์อากาศรู้แค่ว่าคุณอยู่ในเขตพื้นที่ไหน โดยไม่จำเป็นต้องรู้พิกัดบ้านที่แน่นอนของคุณ ช่วยลดโอกาสที่ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้เป็นอย่างดี
ประสิทธิภาพเบื้องหลัง: เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานขึ้น
ถึงเวลาเฉลย จุดเด่นของแอนดรอยด์ 12 ด้านประสิทธิภาพที่ผมเกริ่นไว้ในตอนต้นครับ แอนดรอยด์ 12 มีการปรับปรุงโค้ดระบบหลังบ้านให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมหาศาล โดยสามารถลดเวลาการใช้งาน CPU สำหรับเซอร์วิสหลักของระบบได้ถึง 22% เลยทีเดียว [3]
การลดภาระงานของ CPU นี้ไม่ได้แค่ทำให้เครื่องเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้งานคอร์ประมวลผลขนาดใหญ่ (Big Cores) ลงได้ประมาณ 15%[4] ซึ่งเป็นคอร์ที่กินไฟมากที่สุด ผลที่ตามมาคือแบตเตอรี่ของคุณจะอึดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการใช้งานทั่วไป ในความเป็นจริงแล้ว ผมเคยเจอบางคนบ่นว่าอัปเดตแล้วแบตหมดไวขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก นั่นเป็นเพราะระบบกำลังทำการจัดระเบียบข้อมูลใหม่และเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของคุณอยู่ หลังจากผ่านอาทิตย์แรกไป แบตเตอรี่มักจะกลับมาเสถียรและใช้งานได้นานกว่าเดิม
ความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นจากระบบ Splash Screens แบบใหม่[5] ที่ดูสมูทขึ้นและเชื่อมต่อกับตัวแอปได้ไร้รอยต่อมากขึ้น
ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานประจำวันสะดวกขึ้น
นอกจากดีไซน์และความเร็วแล้ว ฟีเจอร์ Android 12 มีอะไรใหม่ ยังใส่ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เรียกร้องมานานเข้ามาเป็นมาตรฐานของระบบเสียที
การแคปหน้าจอแบบยาว (Scrolling Screenshots)
คุณไม่จำเป็นต้องแคปหน้าจอหลายครั้งเพื่อบันทึกหน้าเว็บยาวๆ อีกต่อไป ระบบใหม่นี้ช่วยให้คุณลากพื้นที่ที่ต้องการแคปได้ตามต้องการ ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดในภาพเดียว
โหมดใช้งานมือเดียว (One-handed mode)
สำหรับคนที่ใช้มือถือหน้าจอใหญ่ การเอื้อมนิ้วไปกดปุ่มด้านบนอาจจะเป็นเรื่องยาก โหมดใหม่นี้จะทำการดึงหน้าจอส่วนบนลงมาให้อยู่ในระยะที่นิ้วหัวแม่มือเอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น แค่ปัดนิ้วลงที่แถบด้านล่างเท่านั้น
ควรเลือกอัปเดตแอนดรอยด์ 12 ตอนนี้เลยดีไหม?
คำถามสำคัญคือ อัปเดต Android 12 ดีไหม คำตอบคือควรอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะถ้ามือถือของคุณรองรับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิต เพราะนอกจากฟีเจอร์ใหม่ๆ แล้ว สิ่งที่คุณจะได้คือแพตช์ความปลอดภัยล่าสุดที่ป้องกันช่องโหว่ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน
อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อที่ว่าการอัปเดต OS ใหม่จะทำให้เครื่องเก่าช้าลง ในมุมมองของผมที่ลองใช้งานมาหลายรุ่น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของคุณเกือบเต็ม (เหลือต่ำกว่า 10%) ก่อนอัปเดตผมแนะนำให้ลบแอปที่ไม่ได้ใช้หรือย้ายรูปภาพออกไปก่อน เพื่อให้ระบบมีพื้นที่ในการทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อเถอะครับว่าข้อมูล แอนดรอยด์ 12 มีอะไรบ้าง และประสบการณ์ Material You คุ้มค่ากับการลองแน่นอน
สรุปความแตกต่าง: แอนดรอยด์ 11 เทียบกับ แอนดรอยด์ 12
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการอัปเดตครั้งนี้เปลี่ยนอะไรไปบ้าง ลองดูตารางเปรียบเทียบปัจจัยสำคัญเหล่านี้ครับแอนดรอยด์ 11
ทำงานได้มาตรฐาน แต่การจัดการทรัพยากรระบบหลังบ้านยังไม่เหมาะสมที่สุด
ต้องใช้แอปภายนอกหรือฟีเจอร์เฉพาะของบางแบรนด์เพื่อแคปหน้าจอแบบยาว
มีระบบจัดการสิทธิ์เข้าถึงแอปทั่วไป แต่ไม่มีจุดแจ้งเตือนการใช้กล้อง/ไมค์แบบเรียลไทม์
ใช้ดีไซน์แบบ Material Design เดิม เน้นความเป็นระเบียบแต่ปรับแต่งสีสันตามใจได้จำกัด
แอนดรอยด์ 12 (แนะนำ)
ลดการใช้ CPU ของระบบลง 22% และเปิดแอปเร็วขึ้นประมาณ 10%
รองรับ Scrolling Screenshots เป็นมาตรฐานจากโรงงาน ใช้งานง่ายและเสถียร
มี Privacy Dashboard และจุดแจ้งเตือนสีเขียวเมื่อกล้อง/ไมค์ถูกใช้งาน พร้อมตำแหน่งแบบประมาณการ
Material You เปลี่ยนสี UI ทั้งระบบตามวอลเปเปอร์ เน้นความโค้งมนและแอนิเมชันที่ลื่นไหล
การเปลี่ยนจากเวอร์ชัน 11 มาเป็น 12 เปรียบเสมือนการย้ายจากบ้านที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน มาเป็นบ้านที่ออกแบบมาเพื่อสไตล์ของคุณโดยเฉพาะ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและประหยัดไฟมากกว่าเดิมประสบการณ์การอัปเดตของ กริช: จากความกังวลสู่ความลื่นไหล
กริช พนักงานฝ่ายไอทีวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ลังเลที่จะอัปเดตแอนดรอยด์ 12 บนมือถือทำงานของเขา เพราะกลัวว่าแอปพลิเคชันองค์กรจะใช้งานไม่ได้ และกังวลเรื่องแบตเตอรี่ที่จะหมดไวขึ้นระหว่างออกไปพบลูกค้า
ในสัปดาห์แรกหลังตัดสินใจอัปเดต กริชพบปัญหาแบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าปกติประมาณ 20% ในช่วงบ่าย เขาเกือบจะตัดสินใจถอยกลับไปใช้เวอร์ชันเก่าเพราะต้องพกพาวเวอร์แบงค์ตลอดเวลา
เขาตระหนักได้ว่าระบบกำลังทำการปรับปรุงข้อมูลในเบื้องหลัง จึงตัดสินใจรออีกหนึ่งสัปดาห์พร้อมกับปิดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งแบบแม่นยำในแอปที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เขาเพิ่งค้นพบ
หลังจากผ่านไป 14 วัน แบตเตอรี่กลับมาอึดกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเหลือใช้งานจนถึงค่ำมากกว่าตอนเป็นแอนดรอยด์ 11 ถึง 15% พร้อมหน้าตาเครื่องที่ดูทันสมัยจนเพื่อนร่วมงานทัก
คำถามในหัวข้อเดียวกัน
แอนดรอยด์ 12 ทำให้เครื่องช้าลงจริงไหม?
ไม่จริงครับ ในทางตรงกันข้าม ระบบมีการลดการใช้งาน CPU ลงถึง 22% ทำให้เครื่องทำงานลื่นไหลขึ้น หากรู้สึกช้าอาจเกิดจากแอปบางตัวยังไม่อัปเดตเพื่อรองรับเวอร์ชันใหม่ หรือพื้นที่เครื่องเหลือน้อยเกินไป
จุดสีเขียวมุมขวาบนคืออะไร?
นั่นคือไฟสัญญาณแจ้งเตือนความปลอดภัยครับ ถ้ามีแอปใดกำลังเปิดใช้งานกล้องหรือไมโครโฟน จุดนี้จะสว่างขึ้นเพื่อให้คุณตรวจสอบว่าเป็นการใช้งานที่คุณอนุญาตหรือไม่
มือถือรุ่นไหนได้อัปเดตบ้าง?
มือถือตระกูล Google Pixel ตั้งแต่รุ่น 3 ขึ้นไปจะได้แน่นอน ส่วนแบรนด์อื่นๆ อย่าง Samsung, OPPO, Xiaomi จะทยอยปล่อยอัปเดตตามรุ่นที่รองรับ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นเรือธงและรุ่นระดับกลางที่เปิดตัวไม่เกิน 2 ปี
มุมมองโดยรวม
ดีไซน์ที่บ่งบอกความเป็นคุณMaterial You ช่วยให้มือถือเปลี่ยนสีตามวอลเปเปอร์ได้มากกว่า 16 ล้านรูปแบบ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความปลอดภัยที่เห็นได้ด้วยตาจุดแจ้งเตือนการใช้กล้องและไมค์ช่วยลดความกังวลเรื่องการถูกแอบฟังหรือแอบถ่ายได้เกือบ 100% เพราะระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์
ประสิทธิภาพที่ประหยัดพลังงานการลดภาระ CPU ระบบลง 22% ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่และทำให้การสลับแอปทำได้รวดเร็วและสมูทขึ้นอย่างชัดเจน
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง
- [2] Source - ผู้ใช้งานมือถือในปัจจุบันกว่า 80% แสดงความกังวลเกี่ยวกับการถูกแอปพลิเคชันแอบติดตามข้อมูล
- [3] Android-developers - แอนดรอยด์ 12 มีการปรับปรุงโค้ดระบบหลังบ้านให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมหาศาล โดยสามารถลดเวลาการใช้งาน CPU สำหรับเซอร์วิสหลักของระบบได้ถึง 22% เลยทีเดียว
- [4] Android-developers - การลดภาระงานของ CPU นี้ไม่ได้แค่ทำให้เครื่องเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้งานคอร์ประมวลผลขนาดใหญ่ (Big Cores) ลงได้ประมาณ 15%
- [5] Developer - ความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นราว 10% จากการใช้ระบบแอนิเมชันตอนเปิดแอป (Splash Screens) แบบใหม่
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต