แอนดรอยด์ อัพเดทได้กี่ปี

108 ครั้งเข้าชม
ระยะเวลาอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android แตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ โดย Samsung และ Google เป็นผู้นำ เสนอการอัปเดต OS นานถึง 7 ปี รองลงมาคือ Huawei ที่ 6 ปี ขณะที่หลายแบรนด์ เช่น OnePlus, Xiaomi, OPPO ได้รับ 4 ปี และกลุ่ม 3 ปี ได้แก่ Motorola, realme, vivo, Honor, Redmi, POCO ส่วน Sony และ Asus จะอยู่ที่ 2 ปี.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มือถือแอนดรอยด์อัปเดตระบบปฏิบัติการได้นานสูงสุดกี่ปี?

โอ้โห เรื่องอัปเดต Android นี่มันก็มีเรื่องให้คิดเยอะนะ. อย่างของ Samsung เนี่ย ตอนแรกก็จำได้ลางๆ ว่านานอยู่ แต่ 7 ปีนี่ก็แอบเซอร์ไพรส์เหมือนกันนะ.

Google Pixel เองก็ให้ยาวถึง 7 ปีเหมือนกัน. เห็นแล้วก็รู้สึกว่าแบรนด์ใหญ่ๆ นี่เขาเริ่มจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นแล้ว.

ส่วน Huawei นี่ของเก่าหน่อยอาจจะ 6 ปี. แต่ว่าหลังๆ มานี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่แล้วว่าจะได้ถึงขนาดนั้นมั้ย.

Apple ก็ 6 ปีนะ. จริงๆ ถ้าเทียบกับ Android แล้ว Apple เขาจะอัปเดตนานกว่ามาตลอด.

OnePlus, Xiaomi, OPPO นี่รู้สึกว่าจะ 4 ปี. ก็ถือว่ากลางๆ นะ. ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ถึงกับที่สุด.

ที่เห็นแล้วแบบ... อื้อหือ... คือ Sony กับ Asus นี่ 2 ปีเอง. แอบสงสารคนใช้เลย.

realme, vivo, Honor, Redmi, POCO นี่ก็ 3 ปี. ก็พอรับได้แหละ.

นี่มันก็เป็นข้อมูลคร่าวๆ แหละนะ. ของจริงก็อาจจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาอีก. แต่เอาเป็นว่าถ้าอยากได้เครื่องที่ใช้ได้นานๆ ก็ลองดู Samsung กับ Pixel เป็นหลักก็ดี.

Vivo อัพเดทกี่ปี 2567

Vivo อัพเดทกี่ปี 2567?

ปี 2567 นี้ Vivo อัพเดทระบบปฏิบัติการเป็น Funtouch OS 15 บน Android 15 จ้า! มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่จะทำให้มือถือของคุณ "สด" กว่าเดิม เหมือนได้มือถือใหม่มาใช้เลยทีเดียว

  • Funtouch OS 15 อันนี้คือชื่อเรียกที่ Vivo ตั้งให้กับการอัปเดตเวอร์ชันใหม่บน Android 15 ของตัวเอง
  • Android 15 อันนี้เป็นระบบปฏิบัติการหลักที่ Google พัฒนาขึ้นมานั่นแหละ Funtouch OS 15 ก็เหมือนเอา Android 15 มาแต่งหน้าแต่งตาใหม่ในสไตล์ Vivo นั่นแหละ
  • วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 อันนี้คือวันที่ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่นะ ไม่ใช่วันที่อัปเดตจริงเสมอไปหรอก มือถือแต่ละรุ่นจะได้อัปเดตไม่พร้อมกันหรอกนะจ๊ะ

ขยายความให้แซ่บๆ:

คิดง่ายๆ Funtouch OS 15 ก็เหมือนเราเอาเสื้อผ้าแบรนด์เนมสุดหรู (Android 15) มาแต่งตัวใหม่ด้วยสไตล์ของตัวเอง (Funtouch OS) ให้ดูเป๊ะปัง อลังการกว่าเดิมไงล่ะ! Vivo เค้าก็พยายามจะทำให้มือถือของเค้าไม่เหมือนใคร ใส่ฟีเจอร์เจ๋งๆ ที่มีแต่ใน Funtouch OS เท่านั้น เข้าใจนะ!

  • ความปลอดภัยที่แน่นปึ้ก: Android 15 เนี่ยเรื่องความปลอดภัยมาเต็ม เหมือนมี รปภ. ส่วนตัวคอยเดินตรวจตรามือถือเราตลอดเวลา
  • ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล: คาดว่า Funtouch OS 15 จะทำให้มือถือเรารับส่งข้อมูลได้ไวขึ้น ประมวลผลต่างๆ ได้ฉิวขึ้น สมกับที่เป็นปี 2567 แล้วนะ!
  • ลูกเล่นใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร: Vivo ชอบใส่ลูกเล่นที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น หรือดูสนุกขึ้น อันนี้ก็ต้องรอลุ้นกันว่า Funtouch OS 15 จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราบ้าง
  • กินแบตน้อยลง (มั้ง?): อันนี้ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ จะได้ไม่ต้องคอยพะวงเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวันจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม!

Android 13 อยู่ได้กี่ปี

Android 13 นี่นะ อยู่ได้นานแค่ไหน? เอาจริงๆ เลยนะ 5 ปี หลังจากที่เขาเลิกอัปเดตให้อ่ะ ถึงจะยังรองรับแอปได้อยู่

แต่ถ้าถามฉันนะ 3-5 ปี นี่กำลังดีเลยแหละ จริงๆ มันอยู่ที่ตัวเราเองสองอย่าง

  1. ความรู้ของเรา: เรารู้เรื่องเทคนิคแค่ไหน ถ้าเรารู้เยอะหน่อย ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เราแก้เองได้ มันก็อยู่กับเราไปได้นาน
  2. ความเบื่อ: อันนี้สำคัญมาก! ถ้าเราเป็นคนเบื่ออะไรง่ายๆ พอไม่มีอัปเดตใหม่ๆ มาให้ตื่นเต้นสักพัก เราก็อาจจะอยากเปลี่ยนมือถือแล้ว

ตอนฉันใช้เครื่องเก่าที่มันไม่รองรับแล้วนะ รู้สึกเลยว่า เบื่อเร็วมาก พอไม่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาเลย มันก็เป็นตัวตัดสินจริงๆ ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นั้น

มือถือแอนดรอยด์ update ได้กี่ปี?

มือถือแอนดรอยด์อัปเดตได้กี่ปีน่ะเหรอ? 2 ปีน่ะมันอดีตไปแล้วเพื่อน! ตอนนี้เขาแข่งขันกันเรื่องอัปเดตกันดุเดือด อย่างกับจะแข่งว่าใครอยู่กับเรานานกว่าแฟนเก่าเราอีกนะ มือถือสมัยนี้อายุยืนกว่าที่คิดเยอะ!

เดี๋ยวนี้มือถือแอนดรอยด์ส่วนใหญ่จะได้ อัปเดต Android เวอร์ชันหลักอย่างน้อย 3-4 ปี ส่วนแพตช์ความปลอดภัยนี่ลากยาวไปถึง 5-7 ปีก็มีแล้วนะเธอ แบรนด์ไหนใจป๋าหน่อยก็ล่อไป 7 ปีเลยก็มี! มันขึ้นอยู่กับค่ายเลยนะ ไม่ใช่ว่าทุกเครื่องจะเท่ากันหมด

Sony เองก็ยังคงแนวเดิมๆ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ คืออัปเดตเวอร์ชันหลักประมาณ 2-3 ปี และความปลอดภัยสัก 3-4 ปีนะ อันนี้ก็ต้องทำใจนิดนึง เหมือนเขาอยากให้เราซื้อมือถือใหม่เรื่อยๆ มั้ง (แอบแซวเบาๆ)

มาดูว่าแบรนด์หลักๆ เขาสนับสนุนกันไปถึงไหนแล้ว:

  • Google Pixel: ตัวท็อปอย่าง Pixel 8 ซีรีส์นี่โคตรใจปล้ำ ให้ไปเลย 7 ปีเต็มๆ ทั้งอัปเดต OS, ความปลอดภัย, และฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่รู้จะอยู่ยาวกว่ามือถือยี่ห้ออื่นรวมกันกี่เครื่อง! คุ้มกว่านี้ไม่มีแล้วมั้ง
  • Samsung: เจ้านี้ก็ไม่ยอมน้อยหน้า รุ่นเรือธง (S Series, Z Series, Tab S) จัดไป 4 ปีสำหรับ OS และ 5 ปีสำหรับความปลอดภัย ส่วนรุ่นกลางๆ อย่าง A ซีรีส์ ก็ 3 ปี OS กับ 4 ปีความปลอดภัยนะ ถือว่าดูแลดีใช้ได้เลยแหละ ไม่ได้ลอยแพง่ายๆ
  • OnePlus และ Oppo: สองค่ายนี้เดินตามกันมาติดๆ รุ่นเรือธงหลายตัวก็การันตี 4 ปี OS และ 5 ปีความปลอดภัย คุ้มค่ากับการลงทุนอยู่ไม่น้อย ได้ใช้เครื่องยาวๆ สบายใจเฉิบ
  • Xiaomi และ Vivo: สองค่ายนี้ก็แล้วแต่รุ่นนะ บางรุ่นก็ 3 ปี OS, 4 ปีความปลอดภัย แต่บางรุ่นอาจจะแค่ 2 ปี OS ก็มี ต้องเช็คดีๆ เหมือนซื้อหวยเลยนะ! แนะนำให้อ่านสเปกดีๆ ก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน

โทรศัพท์แอนดรอยด์ใช้งานได้กี่ปี?

"มือถือเครื่องโปรดของฉัน... มีชีวิตได้นานเท่าไหร่กันนะ?"

จำได้เลย ตอนปี 2019 ฉันเพิ่งถอย Samsung Galaxy S10 มาใหม่เอี่ยม มันคือที่สุดของเทคโนโลยีตอนนั้นเลยนะ! จอ Dynamic AMOLED สีสันสดใส ถ่ายรูปสวยมากกก ใช้ไปไหนมาไหนก็มั่นใจ วันแรกๆ ที่ได้มานะ โอ้โห... เล่นเกมลื่นหัวแตก โหลดแอปเร็วปรื๋อ ตอบแชทก็ไวไปหมด ไม่เคยมีอาการหน่วงให้เห็นเลย

ช่วงปีแรกๆ นี่คือพีคสุดๆ ใช้หนักมาก! ทั้งเล่นโซเชียล ดู YouTube ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ลงสตอรี่ตลอดเวลา จนถึงประมาณปี 2021-2022 เริ่มรู้สึกได้ว่ามันอืดๆ ขึ้นนิดหน่อย เวลาเปิดแอปเยอะๆ หรือสลับแอปเร็วๆ มันมีแอบกระตุกบ้างนะ

แล้วพอปี 2023 ปลายๆ เนี่ยนะ... ตัวอัปเดต Android เวอร์ชั่นใหม่ๆ มันก็เริ่มไม่รองรับเต็มที่แล้วล่ะ บางทีก็มีแจ้งเตือนให้ปิดแอปบางตัวเพื่อประหยัดแรม หรือบางทีก็รู้สึกว่าแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเลย ขนาดชาร์จเต็ม 100% ตอนเช้า บ่ายๆ ก็เริ่มหงุดหงิดแล้ว

ตอนนี้ปี 2024 แล้ว S10 เครื่องนี้ก็อยู่กับฉันมา 5 ปีแล้ว ถือว่าอึดทนมากนะ! แต่ก็ต้องยอมรับว่าประสบการณ์การใช้งานมันไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะ บางทีก็คิดว่าถึงเวลาต้องบอกลาแล้วจริงๆ

  • Samsung Galaxy S10 ใช้งานตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน 2024 (รวม 5 ปี)

  • ปีแรกๆ (2019-2020):ใช้งานลื่นไหลมาก ไม่เคยมีปัญหา

  • ปีที่ 2-3 (2021-2022): เริ่ม สังเกตอาการอืด เล็กน้อยเมื่อเปิดหลายแอป

  • ปีที่ 4-5 (2023-2024):ซอฟต์แวร์เริ่มไม่รองรับ เต็มที่ แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าเดิม ประสิทธิภาพลดลงชัดเจน

  • ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งาน:

    • การใช้งานหนัก: เล่นเกม, เปิดแอปพร้อมกันเยอะๆ, ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงต่อเนื่อง
    • การดูแลรักษา: การทิ้งเครื่องตกหล่น, โดนน้ำ, การเก็บรักษาในที่ร้อนจัด
    • รุ่นของโทรศัพท์: รุ่นเรือธงมักได้รับการสนับสนุนซอฟต์แวร์นานกว่ารุ่นกลางๆ หรือรุ่นประหยัด
    • การอัปเดตซอฟต์แวร์: ผู้ผลิตที่ให้อัปเดตนาน ยืดอายุการใช้งานและความปลอดภัยได้
  • ประสบการณ์ส่วนตัว: แม้ฮาร์ดแวร์ S10 จะยังทำงานได้ แต่ ข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนจริงๆ

โดยรวมแล้ว สำหรับฉัน ประสบการณ์ที่ดีที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่ลดลงไปบ้าง

โทรศัพท์ Vivo อายุการใช้งานกี่ปี?

อายุการใช้งานโทรศัพท์ Vivo โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-4 ปี สำหรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัย

จริงๆ แล้ว อายุการใช้งานของสมาร์ทโฟนไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะ อย่างเช่น พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคนก็มีผลมาก ถ้าใช้งานแบบหนักหน่วง เล่นเกมกราฟิกโหดๆ ใช้แอปพลิเคชันที่กินทรัพยากรเครื่องเยอะๆ แบตเตอรี่ก็เสื่อมเร็ว ตัวเครื่องก็อาจจะร้อนและมีอายุสั้นลงกว่าปกติ

อีกอย่างคือ การดูแลรักษาเครื่อง ถ้าเราทำตกบ่อยๆ หรือไม่ระวังเรื่องน้ำ เรื่องฝุ่น ก็มีโอกาสที่เครื่องจะเสียหายและมีอายุการใช้งานสั้นลงได้เหมือนกัน สรุปง่ายๆ คือ Vivo, Sony, Nothing โดยทั่วไปก็ให้การสนับสนุนอัปเดตประมาณ 3-4 ปี แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย

  • การอัปเดตระบบปฏิบัติการ: โดยทั่วไปแล้ว ผู้ผลิตจะให้การอัปเดต Android เวอร์ชันใหม่ๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง
  • แพตช์ความปลอดภัย: อันนี้สำคัญมาก! เพื่อป้องกันช่องโหว่ต่างๆ ผู้ผลิตมักจะปล่อยอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องนานกว่านั้น อาจจะถึง 3-4 ปี หรือมากกว่านั้นในบางรุ่น
  • ปัจจัยการใช้งาน: การใช้งานหนักๆ ทำให้ส่วนประกอบต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • การดูแลรักษา: การรักษาเครื่องให้อยู่ในสภาพดี ช่วยยืดอายุการใช้งานได้

จริงๆ แล้วอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากนะ มันเหมือนกับชีวิตของเราที่ต้องมีการ "อัปเดต" และ "บำรุงรักษา" อยู่เสมอ เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่มือถือ แต่รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย การทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้ มันช่วยให้เราบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยนะ การที่เราใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้นานขึ้น ก็เท่ากับเราลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกทางหนึ่งเลย