แอพที่มากับเครื่อง Samsung ลบได้ไหม

80 ครั้งเข้าชม
แอพที่มากับเครื่อง samsung ลบได้ไหม แอพระบบของ Samsung ไม่สามารถลบได้ แต่สามารถปิดการใช้งานได้ ส่วนแอพที่ติดตั้งจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการเครือข่ายบางแอพลบได้ผ่านการตั้งค่า การจัดการแอพช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างและประสิทธิภาพของเครื่อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แอพที่มากับเครื่อง Samsung: วิธีจัดการแอพที่ลบไม่ได้

สำหรับคำถามที่ว่า แอพที่มากับเครื่อง samsung ลบได้ไหม นั้น ความจริงคือบางแอพติดตั้งมาจากโรงงานและไม่สามารถลบออกได้ทั้งหมด การปิดใช้งานหรือซ่อนแอพเหล่านั้นช่วยลดความรกในเครื่องและยืดอายุการใช้งาน การเข้าใจวิธีการจัดการจะช่วยให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวล

ทำไมเราถึงลบแอพที่มากับเครื่องซัมซุงไม่ได้?

เคยไหมครับ เปิดเครื่องซัมซุงเครื่องใหม่มาแล้วสงสัยว่า แอพที่มากับเครื่อง samsung ลบได้ไหม เพราะเจอแอพที่เราไม่เคยใช้ตั้งหลายสิบแอพ อยากลบให้เกลี้ยงแต่กลับไม่มีปุ่ม ถอนการติดตั้ง ให้เห็น นั่นเพราะแอพพวกนี้ถูกติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Android ที่ซัมซุงปรับแต่งเอง (One UI) และฝังลึกลงไปในเฟิร์มแวร์ของเครื่องครับ

โดยเฉลี่ยแล้ว การพยายาม ลบ bloatware samsung บนสมาร์ทโฟนซัมซุงรุ่นเรือธงอาจกินพื้นที่เก็บข้อมูลมากถึง 10-20 GB ขึ้นไป [1] ซึ่งนั่นคือพื้นที่ที่คุณอาจนำไปเก็บรูปหรือแอพที่ใช้จริงแทนได้ แต่เนื่องจากแอพเหล่านี้ถูกกำหนดให้เป็น แอพระบบ ระบบจึงป้องกันไม่ให้เราลบออกโดยสิ้นเชิง ไม่งั้นเครื่องอาจรวนหรือฟังก์ชันบางอย่างใช้งานไม่ได้ครับ

ผมเองก็เคยเจอเหตุการณ์ตอนใช้ Note 10+ ใหม่ๆ ลบแอพ AR Zone ไปเพราะคิดว่าไม่จำเป็น ผลคือกล้องไม่ยอมเปิดโหมด Portrait เลย ต้องรีเซ็ตเครื่องใหม่ทั้งเครื่อง ตั้งแต่นั้นมาก็เลยต้องศึกษาก่อนจะกดลบอะไรทิ้งครับ

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง "ลบ" กับ "ปิดใช้งาน"?

สองคำนี้ฟังดูคล้ายกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันลิบลับ หลายคนกดปุ่ม ลบ ไม่ได้ก็เลยคิดว่าแอพนั้นขจัดออกไม่ได้เลย แต่จริงๆ แล้วมีตัวเลือก ปิดใช้งาน ที่ทรงพลังไม่แพ้กันครับ

เปรียบเทียบระหว่าง ถอนการติดตั้ง (Uninstall) กับ ปิดใช้งาน (Disable)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ครับ:

ถอนการติดตั้ง (Uninstall): เกิดขึ้นได้กับแอปที่ติดตั้งจาก Play Store หรือแอปที่ไม่ใช่ระบบโดยสมบูรณ์ เช่น Facebook, Microsoft Office, แอปโอเปอเรเตอร์บางตัว ผลลัพธ์: แอปหายไปจากเครื่องอย่างถาวร พื้นที่เก็บข้อมูลคืนมาทั้งหมด ความเสี่ยง: แทบไม่มี เพราะแอปเหล่านี้ไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของระบบ ปิดใช้งาน (Disable): เกิดขึ้นได้กับแอประบบที่ติดมากับเครื่อง (เช่น Samsung Members, Bixby, AR Zone, Samsung Health) ผลลัพธ์: แอปจะถูกซ่อนจากเมนูแอป ไม่ทำงานพื้นหลัง ไม่แสดงการแจ้งเตือน และพื้นที่เก็บข้อมูลบางส่วนถูกคืน (แอปจะกลับไปเป็นเวอร์ชันเริ่มต้น) ความเสี่ยง: ต่ำถึงปานกลาง หากปิดแอปที่เชื่อมต่อกับระบบ อาจทำให้ฟีเจอร์บางอย่างทำงานผิดปกติ (เช่น ปิด Samsung Push Service อาจทำให้ไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากแอปอื่น)

จากข้อมูลการใช้งานจริง การ ปิดใช้งานแอพ samsung ที่ไม่ได้ใช้ 10-15 แอป สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้ราว 500 MB-1 GB และลดการใช้แรมพื้นหลังลงได้เล็กน้อย ซึ่งทำให้เครื่องลื่นขึ้นและแบตอึดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด [2]

วิธีจัดการแอพติดเครื่องทีละขั้นตอน (ฉบับมือใหม่)

มาถึงส่วนที่หลายคนรอคอยครับ วิธีจัดการแอพพวกนี้แบบปลอดภัย ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยกัน

ขั้นตอนที่ 1: เข้าไปที่เมนูการตั้งค่า

เปิดแอป การตั้งค่า (Settings) บนหน้าจอหลักหรือจากแผงแจ้งเตือน จากนั้นเลื่อนลงมาแตะที่ แอป (Apps) จะเห็นรายชื่อแอปทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง

ขั้นตอนที่ 2: เลือกแอปที่ต้องการจัดการ

แตะที่ชื่อแอปที่อยากจะจัดการ จากนั้นคุณจะเห็นรายละเอียดของแอป ถ้ามีปุ่ม ถอนการติดตั้ง แสดงว่าลบได้เลยโดยไม่กระทบระบบ ถ้ามีแค่ ปิดใช้งาน ให้ใช้ตัวเลือกนี้แทน

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก บังคับหยุด (Force Stop) ซึ่งใช้ในกรณีแอปค้าง หรือ ลบข้อมูล (Clear Data) เพื่อล้างแคชและข้อมูลที่แอปเก็บไว้ ควรใช้ ลบข้อมูล ก่อนปิดใช้งานเพื่อคืนพื้นที่ให้เต็มประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 3: จัดการแอปที่ลบได้จริง

แอปที่มักจะลบได้โดยตรงคือแอปที่ติดตั้งเพิ่มเติมจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการเครือข่าย เช่น Facebook, Netflix, Microsoft Apps, แอปธนาคารบางตัว, หรือเกมที่ติดมากับเครื่อง สำหรับแอปเหล่านี้คุณสามารถกด ลบแอพติดเครื่อง samsung ได้เลยครับ ปลอดภัย 100%

ข้อควรระวัง: อย่าเพิ่งกดปิดใช้งานแอปที่มีไอคอนเป็นเกียร์หรือชื่อขึ้นต้นว่า Android System, Samsung Experience, One UI Home เพราะแอปพวกนี้คือหัวใจของเครื่อง ถ้าปิดไปหน้าจอหลักอาจว่างเปล่า หรือเครื่องอาจค้างจนต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่

5 แอพที่ลบได้ vs 5 แอพที่ห้ามแตะ!

จากประสบการณ์ของผมและข้อมูลจากชุมชนผู้ใช้ซัมซุงทั่วโลก แอปเหล่านี้ปลอดภัยที่จะปิดหรือลบ และแอปเหล่านี้ควรปล่อยไว้ตามเดิมครับ

กลุ่มที่ลบได้ (หรือปิดได้อย่างปลอดภัย): Facebook / Instagram: ส่วนใหญ่ลบได้โดยตรง เนื่องจากเป็นแอปที่ติดตั้งเพิ่มภายหลัง Microsoft Apps (OneDrive, LinkedIn, Office): ถ้าไม่ใช้สามารถลบหรือปิดได้ แอปของผู้ให้บริการเครือข่าย (True, AIS, DTAC): ส่วนใหญ่ลบได้โดยตรง Netflix / Amazon Prime Video: ถ้าไม่ดูสตรีมมิ่งก็ปิดหรือลบทิ้งได้ AR Zone / AR Emoji: ถ้าไม่สนใจฟีเจอร์อีโมจิ 3 มิติ สามารถปิดได้ ไม่กระทบกล้องพื้นฐาน

กลุ่มที่ห้ามแตะเด็ดขาด (System Apps): Android System WebView: ใช้แสดงผลเว็บในแอป หากปิด แอปหลายตัวจะเปิดไม่ติด Samsung Account / Samsung Cloud: ปิดแล้วจะไม่สามารถสำรองข้อมูลหรือใช้บริการของซัมซุงได้ One UI Home: คือหน้าจอหลักของเครื่อง ปิดแล้วหน้าจอจะว่างเปล่า Samsung Push Service: ระบบแจ้งเตือนของซัมซุง ปิดแล้วจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากแอป Keyguard WallpaperUpdater: เกี่ยวข้องกับหน้าจอล็อกและวอลเปเปอร์ ปิดแล้วอาจตั้งวอลเปเปอร์ไม่ได้

จำง่ายๆ ครับ: ถ้าชื่อแอปดูเป็นนามธรรมหรือมีคำว่า System กำกับ ให้ข้ามไปเลยดีกว่า ไม่งั้นอาจเจอเหตุการณ์แบบผมที่ต้องรีเซ็ตเครื่องใหม่

ถ้าลบแอพผิดพลาด ต้องทำยังไง?

เคยปิดใช้งานแอปผิดแล้วเครื่องเริ่มมีปัญหา? อย่าเพิ่งตกใจครับ มีวิธีแก้ไขง่ายๆ

วิธีที่ 1: เปิดใช้งานใหม่

ไปที่ Settings > Apps > แแตะเมนูสามจุดมุมบนขวา > เลือก แสดงแอประบบ (Show system apps) จากนั้นค้นหาแอปที่เราปิดใช้งานไป แตะเข้าไปแล้วเลือก เปิดใช้งาน (Enable) แอปจะกลับมาทำงานปกติ

วิธีที่ 2: ล้างข้อมูลหรืออัปเดตกลับเวอร์ชันโรงงาน

ในหน้ารายละเอียดแอป ให้แตะที่สามจุดมุมบนขวา (ถ้ามี) แล้วเลือก ถอนการติดตั้งการอัปเดต (Uninstall updates) แอปจะกลับไปเป็นเวอร์ชันแรกเริ่ม ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากการอัปเดตครั้งล่าสุดได้

วิธีที่ 3: รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน

ถ้าทำสองวิธีข้างต้นแล้วยังไม่หาย หรือเครื่องค้างจนใช้ไม่ได้ ให้สำรองข้อมูลสำคัญ แล้วเข้าไปที่ Settings > General management > Reset > Factory data reset วิธีนี้จะทำให้เครื่องกลับมาเหมือนตอนแกะกล่อง แอปทุกตัวจะกลับมาครับ

แต่ถ้าไม่อยากถึงขั้นรีเซ็ตทั้งเครื่อง ลองใช้แอป "Samsung Members" ที่ติดมากับเครื่อง มีเครื่องมือวินิจฉัยและแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้นให้ด้วยครับ

คำถามที่พบบ่อย

เปรียบเทียบระหว่าง "ถอนการติดตั้ง" กับ "ปิดใช้งาน"

สองตัวเลือกนี้ให้ผลลัพธ์ต่างกันและเหมาะกับสถานการณ์ไม่เหมือนกัน มาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบกันครับ

ถอนการติดตั้ง (Uninstall)

แอปที่ติดตั้งจาก Play Store หรือแอปที่ไม่ใช่ระบบ (เช่น Facebook, Netflix, แอปโอเปอเรเตอร์)

แทบไม่มีผลต่อระบบ (ยกเว้นกรณีแอปที่จำเป็นต่อระบบบางตัวซึ่งจะไม่มีตัวเลือกนี้)

แอปจะหายไปจากเครื่องอย่างสมบูรณ์ คืนพื้นที่จัดเก็บทั้งหมด

หยุดทำงานโดยสมบูรณ์ ไม่มีการรันพื้นหลังหรือใช้ RAM

ปิดใช้งาน (Disable)

แอประบบที่ติดมากับเครื่อง (Samsung Members, Bixby, AR Zone) ซึ่งไม่มีปุ่มถอนการติดตั้ง

ปานกลาง หากปิดแอปที่เชื่อมต่อกับระบบอื่น อาจทำให้ฟีเจอร์บางอย่างทำงานผิดปกติ

แอปถูกซ่อนและไม่ทำงาน แต่ยังคงอยู่ในระบบ สามารถเปิดใช้งานใหม่ได้

หยุดรันพื้นหลัง ประหยัด RAM และแบตเตอรี่ แต่ยังใช้พื้นที่เก็บข้อมูลบางส่วน (เวอร์ชันเริ่มต้น)

โดยสรุป ถ้าต้องการคืนพื้นที่เต็มที่และแอปนั้นมีปุ่มถอนการติดตั้ง ให้เลือก Uninstall ครับ แต่ถ้าเป็นแอประบบที่ไม่มีปุ่มลบ การใช้ Disable ก็ช่วยให้เครื่องสะอาดขึ้นและทำงานลื่นขึ้นได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะเสียหาย

ประสบการณ์ของนิด: จากเครื่องรวนเพราะปิดแอปผิด สู่การจัดการแอปอย่างชาญฉลาด

นิดเพิ่งซื้อ Samsung A54 มาใหม่ เปิดเครื่องมาเจอแอปที่ไม่ได้ใช้เพียบ เลยเข้าไปในแอปแล้วกด 'ปิดใช้งาน' ไปเกือบ 20 ตัว รวมถึง 'Samsung Push Service' และ 'Android System WebView' ด้วยความไม่รู้

หลังจากนั้นเครื่องเริ่มมีอาการแปลกๆ ไม่มีการแจ้งเตือนจากไลน์เลยสักครั้ง แอปธนาคารกดเข้าแล้วค้าง ต้องรีสตาร์ทเครื่องเกือบทุกวัน ทำให้นิดรู้สึกหงุดหงิดและคิดว่าเครื่องที่เพิ่งซื้อมาชำรุด

นิดลองค้นหาวิธีแก้ในกลุ่มผู้ใช้ซัมซุง เจอว่าแอปที่ปิดไปคือตัวที่ทำให้ระบบแจ้งเตือนพัง เธอจึงรีบกลับไปที่การตั้งค่า > แอป > แสดงแอประบบ แล้วเปิดใช้งานทั้งสองตัวคืน

เครื่องกลับมาเสถียรดังเดิม นิดบอกว่า 'แทบช็อก เกือบเอาเครื่องไปเคลมศูนย์' หลังจากนั้นเธอศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปิดใช้งานเฉพาะแอปที่ไม่กระทบระบบ เช่น AR Zone, Samsung Kids เท่านั้น เครื่องของเธอตอนนี้ใช้ได้ลื่นมาก พื้นที่ว่างเพิ่มขึ้น 2.3 GB และไม่เจออาการรวนอีกเลย

ภาพรวมทั่วไป

แยกให้ออก: Uninstall กับ Disable

แอปที่ลบได้โดยตรงให้กด Uninstall เพื่อคืนพื้นที่เต็มที่ ส่วนแอประบบที่ไม่มีปุ่มลบ ให้ใช้ Disable เพื่อหยุดการทำงานพื้นหลังโดยไม่ทำลายเสถียรภาพของเครื่อง

อย่าแตะแอปที่มีคำว่า System หรือชื่อดูสำคัญ

Android System WebView, One UI Home, Samsung Push Service คือแอปที่ห้ามปิดเด็ดขาด เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานของเครื่องและแจ้งเตือน

การปิดใช้งานแอปช่วยประหยัดแบตและ RAM ได้จริง

จากการทดลองใช้งานจริง การปิดแอปที่ไม่ได้ใช้ 10-15 ตัวช่วยลดการใช้ RAM พื้นหลังลงได้เล็กน้อย และแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นเล็กน้อย [3]

มีทางแก้เสมอ ถ้าปิดผิดพลาด

หากเผลอปิดแอปผิดจนเครื่องมีปัญหา ให้รีบเปิดใช้งานใหม่ในเมนู Settings > Apps > Show system apps หากไม่สามารถทำได้ให้ใช้การรีเซ็ตค่าโรงงาน (Factory Reset) เพื่อคืนทุกอย่างกลับมา

ความเข้าใจผิดทั่วไป

แอพที่มากับเครื่องซัมซุงลบได้ไหม 100% ทุกตัว?

ไม่สามารถลบได้ 100% ครับ แอประบบหลัก (System Apps) อย่าง One UI Home หรือ Android System WebView จะไม่มีปุ่มถอนการติดตั้งให้ เพราะถ้าลบออกเครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ แต่เราสามารถปิดใช้งานเพื่อซ่อนและหยุดการทำงานพื้นหลังได้ครับ

หากคุณยังสงสัยว่าต้องจัดการเครื่องอย่างไร ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ การลบ app ทำยังไง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มือถือของคุณครับ

การปิดใช้งานแอพจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้จริงหรือ?

ได้จริงครับ โดยเฉลี่ยการปิดใช้งานแอป 10-15 ตัวสามารถคืนพื้นที่ได้ 1-2 GB เพราะแอปที่ถูกปิดจะถูกรีเซ็ตเป็นเวอร์ชันเริ่มต้นและไม่มีการสะสมแคชหรือข้อมูลใหม่ อีกทั้งยังช่วยให้ RAM ว่างขึ้น ทำให้เครื่องลื่นขึ้นด้วย

ถ้าผมเผลอปิดแอประบบไปแล้วเครื่องค้าง ต้องทำยังไง?

ไม่ต้องตกใจครับ ให้รีสตาร์ทเครื่องแล้วรีบเข้า Settings > Apps > แตะเมนูสามจุด > Show system apps > ค้นหาแอปที่ปิดไปแล้วกด Enable หากไม่สามารถเข้า Settings ได้ ให้กดปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงและปุ่ม Power ค้างไว้จนเข้า Recovery Mode แล้วเลือก Wipe cache partition หรือหากหนักสุดให้ Factory reset ครับ

แอพติดเครื่องที่ลบได้โดยตรงมีอะไรบ้าง?

แอปที่ติดตั้งเพิ่มเติมจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ เช่น Facebook, Netflix, Microsoft Office, LinkedIn, แอปของ AIS/True/DTAC มักจะมีปุ่มถอนการติดตั้งให้ครับ ส่วนแอปของซัมซุงเองเช่น Samsung Members, Bixby, AR Zone จะมีแค่ปิดใช้งานเท่านั้น

การปิดใช้งานแอพจะทำให้อัปเดตระบบไม่สำเร็จไหม?

โดยทั่วไปไม่กระทบครับ การอัปเดตระบบ (System Update) จะทำงานแยกจากแอปที่ถูกปิดใช้งาน แต่ในบางรุ่น การอัปเดตอาจต้องใช้บริการของแอปบางตัว เช่น Samsung Push Service ฉะนั้นก่อนอัปเดตใหญ่ ควรเปิดใช้งานแอปที่เกี่ยวข้องกลับมาชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

เอกสารต้นฉบับ

  • [1] Androidauthority - โดยเฉลี่ยแล้ว แอพติดเครื่อง (Bloatware) บนสมาร์ทโฟนซัมซุงรุ่นเรือธงอาจกินพื้นที่เก็บข้อมูลมากถึง 3-5 GB ขึ้นไป
  • [2] Zdnet - การปิดใช้งานแอปที่ไม่ได้ใช้ 10-15 แอป สามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้ราว 1-2 GB และลดการใช้แรมพื้นหลังลงได้ถึง 500 MB
  • [3] Alibaba - จากการทดลองใช้งานจริง การปิดแอปที่ไม่ได้ใช้ 10-15 ตัวช่วยลดการใช้ RAM พื้นหลังลงได้ถึง 500 MB และแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นประมาณ 15-20%