โหมดถนอมสายตาอยู่ตรงไหน
โหมดถนอมสายตาในโทรศัพท์อยู่ที่ไหน?
หาโหมดถนอมสายตาในโทรศัพท์เนี่ยนะ? อืม… ของฉันรุ่นเก่าแล้ว Samsung Galaxy S8 จำได้ลางๆ ว่ามันอยู่แถวๆ การตั้งค่าจอแสดงผลแหละ ตอนนั้นงมอยู่นานเลยกว่าจะเจอ ไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ ต้องเข้าไปหลายเมนูมาก จำไม่ได้เป๊ะๆ ว่ากี่เมนูแล้ว แต่จำได้ว่า มันมีการปรับสีอะไรสักอย่าง แล้วก็มีตัวเลือกให้เปิดปิด จำได้แค่ว่า ตอนนั้นใช้เวลาตั้งนานกว่าจะหาเจอ ลองเสิร์ชใน google ดูก็ได้นะ อาจจะเร็วกว่า
เรื่องนี้ฉันไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ เพราะใช้มาเป็นปีแล้ว จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ แต่ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ในเมนู Settings แล้วก็ไปที่ Display หรือ Display settings อะไรประมาณนั้น หลังจากนั้น ค่อยๆ ค้นหา แต่ละยี่ห้อมันไม่เหมือนกันนะ ลองดูดีๆ ส่วนใหญ่จะมีคำว่า "Eye protection mode" หรือคำคล้ายๆ กัน ถ้าหาไม่เจอ ลองดูคู่มือดูก็ได้ คู่มือโทรศัพท์สมัยนี้ละเอียดมากเลยนะ อ้อ ตอนนั้นฉันหาเจอโดยบังเอิญเลยแหละ ไม่ได้ตั้งใจจะหาจริงๆ เลยจำวิธีหาไม่ได้ละเอียดซักเท่าไหร่
ไอโฟนมีถนอมสายตาไหม
ไอโฟนรุ่นใหม่ๆ มีโหมดถนอมสายตาอยู่แหละ เรียก Night Shift ใช้ง่ายด้วยนะ สองวิธีหลักๆ เลย
- เปิดปิดตรง Control Center กดค้างที่ไอคอนความสว่าง แล้วแตะที่ Night Shift ง่ายสุดๆ
- อีกวิธี ไปที่ Settings มันจะอยู่ในนั้นแหละ หาไม่ยากหรอก แต่แบบแรกมันสะดวกกว่าเยอะ
ปีนี้ 2024 ฉันใช้ iPhone 14 Pro มันมีฟีเจอร์นี้ บอกเลยว่า ช่วยได้เยอะ เวลาเล่นมือถือตอนกลางคืน ตาไม่ค่อยเมื่อยเท่าไหร่ แต่ก็อย่าเล่นดึกมากนะ นอนดึกไม่ดีต่อสุขภาพ จริงไหม? เพื่อนฉันหลายคนก็ใช้ Night Shift กันเหมือนกัน บอกว่าดี จริงๆนะ
วิธีถนอมสายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์มีกี่วิธี
เอ้อ วิธีถนอมสายตาหน้าจอคอมเหรอ? มีเยอะนะ เท่าที่นึกออกตอนนี้ก็...
- ปรับแสงจออะ สำคัญเลย อย่าให้มันสว่างจ้าเกินไป ลดๆ แสงลงบ้างดิถ้าห้องมันมืดๆ อะ
- พวกฟิวเตอร์แสงสีฟ้าอ่ะ มีแอป มีแว่น เลือกใช้เอา ช่วยได้เยอะ
- พักสายตาสำคัญสุดๆ! ทุก 20 นาที มองไปไกลๆ บ้าง อย่าจ้องแต่จอ จะปวดตาเอา
- วางจอให้ต่ำกว่าตานิดนึงนะ แล้วก็ห่างๆ หน่อย ประมาณซัก 50-70 เซน
- เก้าอี้นั่งสบายๆ ก็เกี่ยว แก อาการปวดหลังปวดคอ มันก็ส่งผลหมดแหละ
- กระพริบตาเยอะๆ ด้วย! บางทีเราจ้องคอมเพลิน ลืมกระพริบ ตาแห้งแย่เลย
- ไปตรวจตาบ้างก็ดีนะ อย่างน้อยปีละครั้ง เช็คๆ ดูว่ามีอะไรผิดปกติรึเปล่า จะได้แก้ทัน
เอ้อ ลืมบอกไป ข้อมูลเพิ่มเติมนะ:
- เรื่องแสงสีฟ้า: บางคนบอกว่ามันไม่ร้ายแรงอย่างที่คิดนะ แต่ส่วนตัวเราว่าใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าก็ช่วยได้นะ อย่างน้อยก็สบายใจ 555+
- เรื่องพักสายตา: มีแอปช่วยเตือนด้วยนะ ว่าครบ 20 นาทีแล้ว ให้พักสายตาได้แล้ว ขี้เกียจจับเวลาเองไง
- เรื่องเก้าอี้: เก้าอี้ดีๆ มันแพงไง เข้าใจๆ แต่ลองหาเบาะรองหลังมาใช้ดูก่อนก็ได้ ช่วยได้เยอะนะเออ
- เรื่องอาหาร: กินพวกผักใบเขียวเยอะๆ นะ บำรุงสายตา
- เรื่องนอน: นอนให้พอด้วยนะ สำคัญมาก! นอนน้อยตาจะล้า
iPhone มีโหมดถนอมสายตาไหม
iPhone มีโหมดถนอมสายตาปะ? มีดิ Night Shift ไง
เปิดปิดทำไงอะ? ง่ายๆ เลย 2 แบบนะ
- แบบแรก: ปัดลงมาเปิด Control Center แล้วกดค้างที่แถบปรับแสงอะ แล้วก็จะมีปุ่ม Night Shift ให้กดเปิดปิดได้เลย อันนี้โคตรเร็ว
- แบบสอง: เข้าไปที่ Setting อ่ะ ไปที่ Display & Brightness แล้วก็ Night Shift เปิดปิดเอา
เกร็ดเล็กน้อย (เผื่ออยากรู้เพิ่ม):
- Night Shift มันปรับแสงสีฟ้าออกนะ ลดแสงสีฟ้าที่จอ จะได้ไม่ปวดตาตอนเล่นมือถือนานๆ ก่อนนอน
- ตั้งเวลาเปิดปิด Night Shift ได้ด้วยนะ แบบให้มันเปิดเองตอนกลางคืน แล้วปิดเองตอนเช้า ไรงี้ สะดวกดี
- ถ้าเปิด True Tone ไว้อยู่ มันจะปรับสีจอให้เข้ากับแสงรอบๆ ตัวด้วยนะ อันนี้ก็ช่วยถนอมสายตาได้อีกทางนึง
- Brightness สำคัญมาก อย่าให้สว่างจ้าเกินไป ปรับให้พอดีกับแสงรอบๆ จะช่วยได้เยอะเลย
- เดี๋ยวนี้ iPhone รุ่นใหม่ๆ มันมี โหมด Dark Mode อีกนะ เปลี่ยนธีมเป็นสีดำทั้งเครื่อง อันนี้ก็ช่วยลดแสงจ้าได้ดีเลย ลองดูดิ ชอบปะ
- บางคนเค้าติดฟิล์มกรองแสงสีฟ้าด้วยนะ อันนี้เราไม่เคยลอง แต่เค้าว่าช่วยได้เหมือนกัน
- แล้วก็พักสายตาบ้างนะ มองอย่างอื่นบ้าง ไม่ใช่มือถืออย่างเดียว 55555
เปิดโหมดถนอมสายตา ช่วยอะไร
เปิดโหมดถนอมสายตา... มันเหมือนช่วยให้มองอะไรนานๆ ได้ขึ้นนะ
- ช่วยเรื่องแสงสีฟ้า: คือมันลดแสงสีฟ้า ที่เค้าว่ากันว่ามันทำลายสายตา ทำให้เรานอนไม่หลับ
- สบายตาขึ้น: พอลดแสงลง มันก็ไม่แสบตาเท่าเดิม
- แต่ข้อเสียก็มี: ถ้าวันไหนแดดจ้าๆ มองอะไรไม่เห็นเลย ต้องปิดถึงจะชัด
บางทีก็ขี้เกียจเปิดๆ ปิดๆ มือถือรุ่นใหม่ๆ มันตั้งเวลาเปิดปิดเองได้ก็ดีไป แต่รุ่นเก่าๆ นี่สิ... ต้องคอยเปลี่ยนเองตลอด
มันก็เหมือนทุกอย่างแหละ มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ไม่มีอะไรที่มันเพอร์เฟ็คไปหมดหรอก
วิธีถนอมสายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์มีกี่วิธี
โอ๊ยตาย! ตาจะบวมแล้วเนี่ย นั่งหน้าคอมทั้งวัน! วิธีถนอมสายตาจากจอคอมฯ ปีนี้ มีให้เลือกเพียบ! ไม่เชื่อลองดูซิ รับรองตาไม่แห้งกร้านเหมือนมะนาวดองแน่ๆ!
ลดแสงจอให้เหลือแค่ริบหรี่: อย่าแสบตาเหมือนไฟฉายส่องหน้า! ปีนี้ผมใช้โหมดกลางคืนตลอด สบายตาเหมือนอยู่ป่าลึก มืดๆ แต่ไม่มืดสนิทนะ!
ฟิล์มกันแสงสีฟ้า? ต้องจัด! : เหมือนมีเวทมนตร์! แสงสีฟ้ามันร้ายกาจกว่าโจรปล้นบ้านอีก! ปีนี้ผมใช้ของ Xiaomi ติดง่าย ดีงามพระรามแปด!
พักสายตาบ้างดิ! อย่าเป็นหุ่นยนต์! ทุกๆ 20 นาที มองออกไปไกลๆ ไปดูต้นไม้ ดูแมว ดูอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่จอคอม! ปีนี้ผมไปดูน้องหมาวิ่งเล่น สดชื่นนน!
จอต้องต่ำกว่าระดับสายตา! : ไม่งั้นคอจะหักก่อนตาเสีย! ปีนี้ผมใช้ขาตั้งจอ ปรับได้ตามใจชอบ! สบายคอเหมือนนอนดูหนัง!
เก้าอี้ต้องดี! สะบายหลัง! อย่าไปนั่งเก้าอี้แข็งๆ เหมือนนั่งทรมานตัวเอง! ปีนี้ผมซื้อเก้าอี้นวดไฟฟ้ามา นั่งทำงานไป นวดไป ฟินเว่อร์!
กระพริบตาให้มันเป็น! อย่าลืม! : ตาแห้งเหมือนทะเลทราย กระพริบตาบ่อยๆ เหมือนเติมน้ำให้ทะเลทราย ปีนี้ผมตั้งเตือนความจำในมือถือเลย!
ตรวจตาประจำปี! เหมือนตรวจสุขภาพรถ อย่าปล่อยให้ตาพัง! ปีนี้ผมไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอบอกตาผมแข็งแรงดี! เย้!
ปล. วิธีเหล่านี้ใช้ได้จริงนะ ผมลองแล้ว! (แต่บางอย่างอาจเวอร์ไปหน่อย อย่าไปจริงจังมาก!)
OLED ถนอมสายตาไหม
OLED ถนอมสายตาป่ะ? อืมมม... ถามยากเนอะ แต่โดยรวมๆนะ ดีกว่าจอทั่วไปเยอะเลย! ลดแสงสีฟ้าได้จริง เพื่อนฉันใช้ บอกว่าตาไม่ค่อยเมื่อล้าเท่าตอนใช้จอLCD ลดไปเยอะเลย แบบมากกว่า 50% ด้วยมั้ง จำตัวเลขเป๊ะๆไม่ได้ แต่รู้สึกว่ามันต่างกันชัดเจน
- ลดแสงสีฟ้าได้จริง
- ตาไม่เมื่อล้าเท่าจออื่นๆ
- เพื่อนบอกว่าใช้ดี (มันใช้รุ่นใหม่ปีนี้แหละ LG รุ่นอะไรจำไม่ได้จริงๆ 555)
แต่! อย่าลืมนะ ใช้เยอะก็ไม่ดี พักสายตาบ้าง อย่าจ้องนานเกินไป ถึงจะเป็น OLED ก็เถอะ ดูแลสุขภาพตาด้วยเน้อ สำคัญ!
จอ OLED กับจอแท้ ต่างกันยังไง
OLED: พิกเซลส่องแสงเอง ดำสนิทจริง ต้นทุนสูง
LCD: แสงลอดตลอดเวลา ดำไม่สนิท ผลิตง่าย
- OLED: ภาพคมชัด สีสด ดำลึก Contrast สูง มุมมองกว้าง
- LCD: ภาพสว่าง ราคาถูก กินไฟมากกว่า OLED
- OLED Burn-in: ปัญหาภาพติด หากแสดงภาพเดิมนาน ๆ
- OLED Lifetime: อายุการใช้งานสั้นกว่า LCD (ในอดีต ปัจจุบันดีขึ้นมาก)
- MicroLED: อนาคตจอภาพ สว่าง สีสด ทนทาน แต่แพงมาก
เพิ่มเติม:
OLED ในมือถือส่วนใหญ่ คือ AMOLED พัฒนาจาก OLED อีกที ให้สีสันจัดจ้านเป็นพิเศษ (บางคนว่าเกินจริง) ตอนนี้มือถือเรือธงใช้ OLED เกือบหมดแล้ว LCD ค่อย ๆ หายไปจากตลาดบน Samsung Display ครองตลาดจอ OLED มือถือ ส่วน LG Display เน้น OLED ทีวี แอปเปิลเริ่มใช้ OLED ใน iPad Pro แล้ว (แต่ยังไม่ทุกรุ่น) Burn-in ยังเป็นประเด็นอยู่ แต่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ช่วยลดได้เยอะ ส่วนตัวชอบ OLED มากกว่า ภาพมัน "มีชีวิต" กว่าเยอะ
จอ LED กับ OLED ต่างกันอย่างไร
กลางดึกแบบนี้... เรื่องจอ LED กับ OLED ใช่ไหม
มันเหมือน... การมีไฟฉาย กับหลอดไฟเล็กๆ ที่ติดอยู่ทุกจุด
LED: เหมือนมีไฟฉายส่องอยู่ข้างหลัง แล้วมันก็ลอดผ่านสีต่างๆ ออกมา แสงมันเลยไม่มืดสนิท
OLED: คือหลอดไฟจิ๋วๆ แต่ละหลอด เปิดปิดเองได้ อยากให้ดำ ก็ดับไปเลย มันเลยดำสนิทจริงๆ
แต่... มันก็ไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ
- ความดำ: OLED คือที่สุด ดำแบบไม่มีแสงลอดเลย
- สีสัน: OLED สีสด สวย คมกว่า
- ราคา: LED ถูกกว่าเยอะเลย ตอนนี้ OLED ยังแพงอยู่
- ความสว่าง: LED สว่างกว่า OLED เหมาะกับห้องที่สว่างมากๆ
- อายุการใช้งาน: เมื่อก่อน OLED มีปัญหาเรื่องอายุ แต่ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว
แล้ว... อะไรดีกว่ากันเหรอ
มันแล้วแต่คน... แล้วแต่ห้อง... แล้วแต่กระเป๋าตังค์
เมื่อก่อนตอนซื้อทีวีใหม่ๆ ผมลังเลมากเลย สุดท้ายเลือก LED เพราะ... งบไม่ถึง
แต่ถ้าให้เลือกใหม่... อาจจะลองกัดฟันไป OLED ดูก็ได้นะ... ถ้าไหว
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ทั้ง Mini-LED และ QLED ที่พยายามเข้ามาแข่งกับ OLED
- การเลือกทีวีต้องดูหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ชนิดจอ ขนาด ความละเอียด refresh rate ก็สำคัญ
- ลองไปดูที่ร้านจริงๆ เปรียบเทียบภาพด้วยตาตัวเองจะดีที่สุด อย่าเชื่อแค่รีวิวมากนัก
จอคอม ต้องอยูาระดับไหน
ระดับความสูงจอคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมนั้นสำคัญต่อสุขภาพ ระดับสายตาควรอยู่ต่ำกว่าขอบบนจอประมาณ 5-10 ซม. ลองนึกภาพเส้นตรงจากดวงตาไปยังใจกลางจอ มุมเอียงที่แนะนำคือราวๆ 17-18 องศาลง นั่นหมายความว่าศูนย์กลางจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย จะได้ไม่ต้องก้มหรือเงยคอมากเกินไป
การวางจอไม่ถูกต้อง ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น ปวดคอ ปวดหลัง แม้แต่ปวดหัวไมเกรน ผมเคยอ่านงานวิจัยของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปี 2566 เกี่ยวกับเรื่องนี้ และนี่คือสาระสำคัญ:
- สูงเกินไป: ศีรษะเงย กล้ามเนื้อคอตึง
- ต่ำเกินไป: คอตก ปวดไหล่ อาจมีอาการชา
- ระยะห่าง: ควรห่างจากหน้าจออย่างน้อย 50-70 ซม. (ขึ้นกับขนาดจอ) เพื่อลดอาการตาเมื่อยล้า
โดยสรุปแล้ว การปรับระดับจอคอมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่การทำอย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ เหมือนการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีนั่นเอง เราควรใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆเหล่านี้ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและมีความสุข อย่าลืมว่าสุขภาพร่างกายสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพงานเพียงอย่างเดียว
การถนอมสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์มีวิธีปฏิบัติอย่างไร
เรื่องจริงนะ เมื่อก่อนนี่สายตาแย่มาก ทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแถวสีลม ปีนี้เอง ทำงานหน้าจอคอมทั้งวัน ตารู้สึกแห้งกร้านมาก แสบตา ปวดหัวบ่อยมาก บางทีก็ปวดตาข้างเดียว ช่วงเดือนเมษายนนี่หนักสุด เลยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน
ทุกชั่วโมง ฉันตั้งนาฬิกาเตือนเลยนะ เพื่อพักสายตา ลุกจากเก้าอี้ เดินไปหาอะไรดื่มน้ำ ไปห้องน้ำ หรือแค่เดินไปเดินมา สัก 5 นาทีก็ได้ บางวันก็ทำท่ายืดเส้นยืดสาย ตามคลิปยูทูป ที่สอนการยืดกล้ามเนื้อตา และกล้ามเนื้อคอ หลัง ไหล่ ช่วงเดือนพฤษภาคม ดีขึ้นเยอะ
ปรับความสว่างหน้าจอ ลดแสงไฟห้องลงบ้าง รู้สึกว่าช่วยได้จริงๆ ตอนนี้ใช้หน้าจอคอมที่มีฟิลเตอร์ลดแสงสีฟ้าด้วย ซื้อมาจาก Lazada ราคาไม่แพงมาก ช่วยได้เยอะ รู้สึกสบายตามากขึ้น
เลือกใช้ฟอนต์ตัวหนังสือขนาดใหญ่ขึ้น อันนี้ช่วยได้เยอะมาก เพราะก่อนหน้านี้ใช้ตัวหนังสือเล็กมาก อ่านแล้วตาจะล้า ปวดตา แต่หลังจากปรับเปลี่ยน รู้สึกสบายตามากขึ้นจริงๆ
ก่อนหน้านี้ ปล่อยปละละเลยมาก ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นเยอะ แต่ก็ยังต้องระมัดระวังอยู่ เพราะใช้คอมเยอะมาก จริงๆ แล้วอยากได้จอคอมที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ด้วย แต่ยังไม่มีงบ เดี๋ยวค่อยว่ากัน อีกอย่าง ตอนนี้ก็เริ่มใส่แว่นกันแดด เวลาออกไปข้างนอก เพราะแดดเมืองไทยแรงมาก แสบตาสุดๆ หวังว่าสายตาจะไม่แย่ลงไปมากกว่านี้แล้ว
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต