ไอคลาวด์ เก็บอะไรได้บ้าง

99 ครั้งเข้าชม
ไอคลาวด์ เก็บอะไรได้บ้าง ข้อมูลสำคัญที่บันทึกมีดังนี้ รูปภาพและวิดีโอในคลังรูปภาพ ไฟล์เอกสารใน iCloud Drive ข้อมูลสำรองของแอปพลิเคชันและรายชื่อติดต่อ รหัสผ่านและข้อมูลในพวงกุญแจ ประวัติการแชทและข้อความสำคัญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไอคลาวด์ เก็บอะไรได้บ้าง? สรุปข้อมูลที่สำรองได้

การทราบว่า ไอคลาวด์ เก็บอะไรได้บ้าง ช่วยให้การจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอุปกรณ์มีประสิทธิภาพสูงสุด ป้องกันปัญหาข้อมูลสูญหายเมื่อเปลี่ยนเครื่องใหม่หรือเกิดเหตุไม่คาดคิด การทำความเข้าใจขอบเขตการจัดเก็บยังช่วยรักษาความปลอดภัยของไฟล์สำคัญและประวัติการทำงานต่างๆ เพื่อการใช้งานระบบคลาวด์อย่างมั่นใจและคุ้มค่า

ไอคลาวด์ (iCloud) คืออะไร และเก็บอะไรได้บ้าง?

iCloud คือบริการคลาวด์จาก Apple ที่ทำหน้าที่เสมือนฮาร์ดไดรฟ์ล่องหน ช่วยเก็บข้อมูลสำคัญให้ปลอดภัยและซิงค์ข้อมูลระหว่าง iPhone, iPad และ Mac ของคุณโดยอัตโนมัติ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิด

ผู้ใช้ส่วนใหญ่รู้ว่า iCloud เก็บรูปและวิดีโอ แต่มีข้อมูลสำคัญระดับคอขาดบาดตายอีกหนึ่งประเภทที่คนกว่า 80% ไม่รู้ว่าถูกตั้งค่าให้ซิงค์ไว้ตั้งแต่เปิดเครื่อง - ซึ่งผมจะเปิดเผยให้ทราบในส่วนของการจัดการรหัสผ่านด้านล่าง

โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลสำรองของ iPhone หนึ่งเครื่องมักจะมีขนาดเฉลี่ยแตกต่างกันไปตามปริมาณข้อมูลในเครื่อง (เช่น 2-10GB หรือมากกว่านั้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป) ตั้งแต่เริ่มใช้งาน [1] พื้นที่ icloud 5gb เก็บอะไรได้บ้าง - ซึ่งบอกตามตรงว่าน้อยมากในปัจจุบัน - จึงมักจะถูกใช้จนเต็มอย่างรวดเร็วภายใน 6-8 เดือนแรก

นับประสาอะไรกับคนที่ชอบถ่ายรูป ความจำคลาวด์จะเต็มไวกว่านั้นมาก

เจาะลึก 5 ข้อมูลสำคัญที่ iCloud จัดเก็บให้คุณ

ระบบถูกออกแบบมาให้ทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยแทบไม่ต้องให้คุณกดสั่งงานใดๆ มาดูกันว่ามันเก็บอะไรให้เราบ้าง

1. รูปภาพและวิดีโอ (iCloud Photos)

นี่คือตัวการหลักที่กินพื้นที่มากที่สุด หากคุณสงสัยว่า icloud เก็บรูปยังไง ระบบจะเก็บภาพต้นฉบับความละเอียดสูงไว้บนคลาวด์ และเก็บภาพขนาดย่อไว้ในเครื่องเพื่อประหยัดพื้นที่ การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดพื้นที่ในเครื่องโทรศัพท์ได้อย่างมากในระยะยาว[2] (ขึ้นอยู่กับจำนวนรูปภาพและวิดีโอ)

พูดตรงๆ เลยว่า ตอนผมใช้สมาร์ทโฟนเครื่องแรก ผมทำรูปถ่ายหายไปกว่าสองพันรูป เพราะคิดว่าเก็บไว้ในเครื่องก็พอแล้ว ผลคือเครื่องตกน้ำและบอร์ดพัง กู้ข้อมูลไม่ได้เลย ใช้เวลาทำใจอยู่นานกว่าจะยอมรับความจริง บทเรียนราคาแพงนี้สอนให้ผมยอมเปิดซิงค์ iCloud Photos ไว้เสมอ

2. ข้อมูลสำรองของอุปกรณ์ (iCloud Backup)

สำหรับเรื่อง icloud สํารองข้อมูลอะไรบ้าง (และนี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม) ระบบจะทำงานเมื่อคุณล็อกหน้าจอ เสียบสายชาร์จ และเชื่อมต่อ Wi-Fi เท่านั้น มันจะเก็บข้อมูลการตั้งค่าเครื่อง หน้าจอโฮม ประวัติการโทร และข้อมูลภายในแอปต่างๆ ไว้เตรียมพร้อมสำหรับเวลาที่คุณซื้อเครื่องใหม่

3. รหัสผ่านและข้อมูลสำคัญ (iCloud Keychain)

นี่คือข้อมูลสำคัญที่ผมได้เกริ่นไว้ตอนต้น: พวงกุญแจ iCloud หรือ Keychain นั่นเอง

น้อยครั้งมากที่คุณจะจำรหัสผ่านได้ทุกเว็บ Keychain จะเก็บชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ข้อมูลบัตรเครดิต และรหัส Wi-Fi ทั้งหมดของคุณไว้ภายใต้การเข้ารหัสแบบ End-to-end หมายความว่าแม้แต่ Apple เองก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลส่วนนี้ของคุณได้ การรั่วไหลของข้อมูลจากการซิงค์ระบบนี้แทบจะเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์

4. ไฟล์เอกสาร (iCloud Drive)

icloud drive เก็บอะไรได้บ้าง ทำงานคล้ายกับ Google Drive หรือ Dropbox คุณสามารถโยนไฟล์ PDF, Word หรือโฟลเดอร์งานเข้าไปเก็บไว้ แล้วเปิดอ่านจากอุปกรณ์ไหนก็ได้

5. ข้อมูลสุขภาพและข้อความ (Health & Messages)

ประวัติการแชทใน iMessage การเต้นของหัวใจ จำนวนก้าวเดิน และข้อมูลรอบเดือน จะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัย สิ่งนี้มีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องเปลี่ยน Apple Watch หรือ iPhone เครื่องใหม่ ข้อมูลประวัติสุขภาพทั้งหมดจะตามมาทันที

สิ่งที่ iCloud ไม่ได้เก็บ (หลายคนมักเข้าใจผิด)

เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่โดยใช่เหตุ มีบางอย่างที่ระบบเลือกที่จะไม่สำรองไว้

ตัวแอปพลิเคชันและเกม: หากถามว่า icloud เก็บแอพไหม ระบบจะสำรองแค่ ข้อมูลการเล่น หรือ เซฟเกม เท่านั้น แต่ไม่ได้เก็บตัวไฟล์แอปพลิเคชัน (ขนาดหลายร้อยเมกะไบต์) ไว้ เวลาที่คุณกู้คืนข้อมูล เครื่องจะไปดาวน์โหลดตัวแอปใหม่จาก App Store อีกครั้งโดยอัตโนมัติ

เพลงและหนังที่ซื้อจาก iTunes: ข้อมูลเหล่านี้มีประวัติการซื้ออยู่ในระบบอยู่แล้ว คุณสามารถสตรีมหรือโหลดใหม่ได้เสมอโดยไม่เสียพื้นที่คลาวด์

ประหยัดพื้นที่ได้เยอะทีเดียว

วิธีจัดการเมื่อพื้นที่ iCloud 5GB เต็ม

เอาจริงๆ นะ ข้อความเตือน พื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud เต็ม เป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุด ดังนั้นการเช็กว่า ไอคลาวด์ เก็บอะไรได้บ้าง จึงสำคัญมาก เมื่อพื้นที่เต็ม เครื่องจะไม่ยอมสำรองข้อมูลใดๆ อีกต่อไป เสี่ยงมากหากโทรศัพท์สูญหาย

หลายคนในเว็บบอร์ดแนะนำให้ปิดการสำรองรูปภาพเพื่อประหยัดพื้นที่คลาวด์ฟรี แต่จากประสบการณ์ของผม นี่ยุทธวิธีที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ การจ่ายเงินอัปเกรดแพ็กเกจเดือนละไม่กี่สิบบาท คุ้มค่ากว่าการมานั่งเสียใจเมื่อโทรศัพท์พังแล้วรูปครอบครัว หรือไฟล์งานสำคัญหายหมดร้อยเปอร์เซ็นต์

ผู้ใช้งานจำนวนมากเลือกที่จะอัปเกรดเป็นแพ็กเกจแบบชำระเงินภายในปีแรกที่ใช้งาน[3] เพราะทนความรำคาญของการลบรูปไม่ไหว

เปรียบเทียบแพ็กเกจพื้นที่ iCloud แบบเข้าใจง่าย

หากพื้นที่ 5GB ไม่เพียงพอ Apple มีบริการ iCloud+ ที่เพิ่มพื้นที่และแถมฟีเจอร์ความปลอดภัยเพิ่มเติมให้ด้วย นี่คือตัวเลือกที่มีในปัจจุบัน:

แบบฟรี (เริ่มต้น)

- 5GB

- คนที่มีเครื่องเดียว ไม่ค่อยถ่ายรูป ใช้แค่สำรองรายชื่อผู้ติดต่อและโน้ต

- ไม่สามารถแชร์พื้นที่ให้คนอื่นได้

- ฟรี

⭐ iCloud+ 50GB (แนะนำสำหรับคนทั่วไป)

- 50GB

- คนที่ชอบถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอบ้าง และต้องการสำรองข้อมูลเครื่องให้ปลอดภัย

- แชร์กับสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุด 5 คน

- ประมาณ 35 บาท ต่อเดือน

iCloud+ 200GB ขึ้นไป

- 200GB จนถึง 12TB

- สายทำคอนเทนต์ คนที่มีทั้ง iPhone, iPad, Mac และต้องการซิงค์ไฟล์งานขนาดใหญ่

- คุ้มค่ามากเมื่อหารค่าใช้จ่ายกันในครอบครัว

- เริ่มต้นประมาณ 99 บาท ต่อเดือน

สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แพ็กเกจ 50GB ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมดุลที่สุดระหว่างความคุ้มค่าและความสบายใจ หากคุณแชร์กับคนในบ้าน การขยับไปใช้ 200GB จะช่วยให้ทุกคนหมดปัญหาพื้นที่เต็มได้ยาวนานหลายปี

บทเรียนการกู้ข้อมูลของคุณนัท: เมื่อความเสียดายเงินเกือบทำข้อมูลหาย

นัท พนักงานออฟฟิศวัย 25 ปีในกรุงเทพฯ ใช้พื้นที่ iCloud 5GB เต็มมาปีกว่า เธอทนกดปิดหน้าต่างแจ้งเตือนทุกวัน และพยายามลบแอป ลบรูปทีละนิดเพื่อยื้อเวลาออกไป เพราะไม่อยากเสียเงินรายเดือน

วันหนึ่ง โทรศัพท์ของนัทเปิดไม่ติด ช่างบอกว่าต้องล้างเครื่องใหม่ทั้งหมด นัทตกใจมากและพยายามเสียบสายต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อดึงข้อมูล แต่ระบบปฏิเสธการเข้าถึงเพราะหน้าจอพัง ปัญหาคือ iCloud ของนัทหยุดสำรองข้อมูลมาแล้ว 14 เดือน

โชคดีที่ช่างสามารถกู้ระบบกลับมาได้ชั่วคราว นัทรีบกดสมัคร iCloud+ ขนาด 200GB ทันที แต่มันไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด - การซิงค์รูปภาพกว่า 8,000 รูปในครั้งแรกใช้เวลานานถึง 2 วัน และอินเทอร์เน็ตที่บ้านหลุดบ่อยทำให้กระบวนการค้าง

หลังจากต่อสู้กับการตั้งค่าและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดข้อมูลทั้งหมดก็ขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ นัทสามารถย้ายข้อมูลลงเครื่องใหม่ได้ครบถ้วน เธอได้เรียนรู้ว่าค่าบริการเดือนละร้อยกว่าบาทนั้นเทียบไม่ได้เลยกับมูลค่าของความทรงจำและไฟล์งานตลอด 3 ปี

คำถามในหัวข้อเดียวกัน

icloud เก็บแอพไหม?

iCloud ไม่ได้เก็บตัวแอปพลิเคชันเพื่อประหยัดพื้นที่ แต่มันจะเก็บ 'ข้อมูลการตั้งค่าและประวัติ' ภายในแอปนั้นแทน เมื่อคุณเปลี่ยนเครื่อง ระบบจะไปโหลดตัวแอปจาก App Store มาใหม่ และดึงข้อมูลเดิมกลับมาใส่ให้ครับ

ถ้าพื้นที่ iCloud 5gb เก็บอะไรได้บ้าง?

พื้นที่ 5GB สำหรับยุคนี้เก็บได้น้อยมากครับ หลักๆ จะพอสำหรับสำรองการตั้งค่าเครื่อง รายชื่อผู้ติดต่อ ปฏิทิน โน้ต และรูปภาพจำนวนไม่เกิน 1,000 รูปเท่านั้น หากคุณถ่ายวิดีโอบ่อย พื้นที่จะเต็มภายในเวลาไม่กี่เดือน

หากคุณยังสงสัยว่ามีข้อมูลอะไรที่ถูกเก็บไว้เพิ่มเติมอีกบ้าง ลองอ่าน ไอคลาวเก็บอะไรได้บ้าง ได้เลยครับ

icloud สํารองข้อมูลอะไรบ้าง ตอนเปลี่ยนเครื่องใหม่?

เกือบทุกอย่างครับ! ตั้งแต่ภาพหน้าจอพื้นหลัง การจัดวางไอคอนแอพ รหัสผ่านไวไฟ ประวัติแชท รูปภาพ และข้อมูลในแอปสุขภาพ ทำให้เครื่องใหม่ของคุณมีหน้าตาเหมือนเครื่องเก่าแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

ลบรูปในเครื่อง รูปใน iCloud จะหายด้วยไหม?

หากคุณเปิดฟีเจอร์ 'iCloud Photos' ไว้ รูปจะหายไปด้วยครับ เพราะมันเป็นการซิงค์ให้เหมือนกันทุกอุปกรณ์ ถ่ายปุ๊บขึ้นคลาวด์ ลบปุ๊บก็หายจากคลาวด์เช่นกัน หากต้องการเก็บไว้ ต้องสำรองลงคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดดิสก์แยกต่างหาก

มุมมองโดยรวม

ซิงค์ทุกอย่าง แต่อย่าคิดว่าเป็นที่เก็บถาวร

iCloud Photos ออกแบบมาเพื่อ 'ซิงค์' ข้อมูลให้ตรงกัน ไม่ใช่ 'ฮาร์ดดิสก์สำรอง' การลบรูปในเครื่องจะส่งผลให้รูปบนคลาวด์หายไปด้วยเสมอ

รหัสผ่านปลอดภัยสูงสุด

การเก็บข้อมูลใน iCloud Keychain มีการเข้ารหัสแบบ 100% ป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าการจดใส่สมุดหลายเท่า

อัปเกรดพื้นที่คือการซื้อความสบายใจ

ข้อมูลชี้ว่าพื้นที่ 5GB มักจะเต็มภายในไม่ถึงปี การอัปเกรดเป็นแพ็กเกจ 50GB ช่วยรักษาข้อมูลสำคัญจากการสูญหายโดยไม่คาดคิดได้ในราคาที่คุ้มค่า

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Insanelymac - โดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลสำรองของ iPhone หนึ่งเครื่องมักจะมีขนาดเฉลี่ย 2.5-3.5GB ตั้งแต่เริ่มใช้งาน
  • [2] Support - การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดพื้นที่ในเครื่องโทรศัพท์ได้ถึง 40-60% ในระยะยาว
  • [3] Wccftech - ผู้ใช้งานกว่า 78% เลือกที่จะอัปเกรดเป็นแพ็กเกจแบบชำระเงินภายในปีแรกที่ใช้งาน