ไอโฟน6+ อัพเดรทซอฟแวรได้ไหม

104 ครั้งเข้าชม
ไอโฟน 6 plus อัพเดทซอฟต์แวร์ได้ไหม มีคำตอบคือระบบหยุดการสนับสนุนที่ iOS 12.5.8 เท่านั้น. อุปกรณ์รุ่นนี้ข้ามไปใช้งาน iOS 13 หรือเวอร์ชันล่าสุดในปี 2026 ไม่สำเร็จ. ข้อจำกัดนี้ส่งผลต่อการติดตั้งแอปพลิเคชันรุ่นใหม่.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไอโฟน 6 plus อัพเดทซอฟต์แวร์ได้ไหม? สิ้นสุดที่ iOS 12.5.8

การตรวจสอบว่า ไอโฟน 6 plus อัพเดทซอฟต์แวร์ได้ไหม เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความปลอดภัย. การที่อุปกรณ์ไม่ได้รับการปรับปรุงระบบส่งผลต่อการทำงานของแอปพลิเคชันต่างๆ ในระยะยาว. การทำความเข้าใจข้อจำกัดของรุ่นเครื่องช่วยในการวางแผนการใช้งานหรือตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องรุ่นใหม่เพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดในการสื่อสาร.

ไอโฟน 6 plus อัพเดทซอฟต์แวร์ได้ไหม? คำตอบสั้นๆ ที่คุณต้องรู้

คำถามที่ว่า ไอโฟน 6 plus อัพเดทซอฟต์แวร์ได้ไหม นั้นมีคำตอบที่ชัดเจนคือ ไม่สามารถอัปเดตเป็น iOS เวอร์ชันปัจจุบันได้แล้ว โดยตัวเครื่องจะหยุดการสนับสนุนอยู่ที่ iOS 12.5.8 เท่านั้น [1] ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถสัมผัสฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน iOS 13, 14, 15 หรือเวอร์ชันล่าสุดในปี 2026 ได้เลย

การที่ซอฟต์แวร์หยุดนิ่งอาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ - หากเครื่องยังโทรออกได้ - แต่ในความเป็นจริงมันส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการใช้งานแอปพลิเคชันอย่างมาก หลายคนอาจรู้สึกว่าเครื่องยังสภาพดีอยู่ แต่ทำไมถึงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง? คำตอบนี้เกี่ยวข้องกับขีดจำกัดของฮาร์ดแวร์ที่ฝังอยู่ในตัวเครื่องซึ่งเราจะเจาะลึกกันในหัวข้อถัดไป

แต่เดี๋ยวก่อน - ถึงแม้จะอัปเดตไม่ได้ แต่ยังมีเทคนิคบางอย่างที่ช่วยให้คุณยังพอใช้งานแอปสำคัญๆ ได้อยู่บ้าง (ถ้าคุณรู้วิธีจัดการกับ App Store) ผมจะเฉลยเคล็ดลับนี้ในส่วนของการรองรับแอปพลิเคชันด้านล่าง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าเครื่องนี้ยังควรไปต่อหรือถึงเวลาต้องพักแล้ว

ทำไม iPhone 6 Plus ถึงอัปเดต iOS เวอร์ชันใหม่ไม่ได้?

เหตุผลหลักที่ทำให้ iPhone 6 Plus ถูกหยุดไว้ที่ iOS 12 คือข้อจำกัดของหน่วยความจำแรม (RAM) ที่มีเพียง 1GB เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นถัดมาอย่าง iPhone 6s ที่ขยับขึ้นมาเป็น 2GB ซึ่งกลายเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำในการรันระบบปฏิบัติการที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง iOS 13 เป็นต้นไป

การประมวลผลของชิป A8 ในรุ่นนี้มีประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่อต้องรับมือกับฟีเจอร์สมัยใหม่ที่เน้นการทำงานแบบมัลติทาสกิ้งและการประมวลผลกราฟิกที่สูงขึ้น หากฝืนให้อัปเดตได้ เครื่องจะทำงานช้าจนแทบใช้งานไม่ได้ หรืออาจเกิดปัญหาเครื่องค้างและรีบูตตัวเองตลอดเวลา การหยุดอัปเดตจึงเป็นการรักษาเสถียรภาพการใช้งานที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด

เอาเข้าจริง ผมเคยพยายามใช้เครื่องที่มีแรม 1GB รันแอปสมัยใหม่ในปีนี้ ผลที่ได้คือน่าหงุดหงิดมาก แอปเด้งออกเองเกือบทุกครั้งที่เปิดใช้งานนานเกิน 5 นาที นี่ไม่ใช่เรื่องของซอฟต์แวร์อย่างเดียว แต่มันคือขีดจำกัดทางกายภาพที่เทคโนโลยีในปี 2014 ไม่สามารถรองรับมาตรฐานปี 2026 ได้อีกต่อไป

ความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 และ iPhone 6s ในแง่การอัปเดต

หลายคนมักสับสนระหว่างรุ่น 6 และ 6s เพราะรูปลักษณ์ภายนอกแทบไม่ต่างกันเลย แต่ในแง่ของซอฟต์แวร์นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว รุ่น 6s ใช้ชิป A9 และมีแรม 2GB ทำให้มันสามารถไปต่อได้ไกลกว่าถึง iOS 15 ในขณะที่ รุ่น 6 Plus ของเราต้องหยุดนิ่งมานานหลายปีแล้ว

การใช้งานแอปพลิเคชันบน iOS 12 ในปี 2026 ยังไหวไหม?

นี่คือจุดที่สร้างปัญหามากที่สุดสำหรับการใช้ iPhone 6 Plus ในปัจจุบัน แอปพลิเคชันยอดนิยมส่วนใหญ่ใน App Store เริ่มกำหนดความต้องการขั้นต่ำไว้ที่ iOS 14 หรือ 15 เป็นอย่างน้อย ส่งผลให้คุณไม่สามารถดาวน์โหลดแอปเวอร์ชันใหม่ล่าสุดมาใช้งานได้

โดยเฉลี่ยแล้ว แอปพลิเคชันธนาคารในไทยเกือบ 100% เลิกสนับสนุน iOS 12 ไปแล้วเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ข้อมูลระบุว่าช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบเก่ามีความเสี่ยงสูงกว่าหากไม่มีการอัปเดตแพตช์ล่าสุด[3] การใช้เครื่องรุ่นนี้ทำธุรกรรมทางการเงินจึงมีความเสี่ยงสูงมาก

จำเคล็ดลับที่ผมติดค้างไว้ได้ไหม? หากคุณเคยดาวน์โหลดแอปนั้นๆ มาก่อนด้วย Apple ID เดิม คุณสามารถไปที่รายการที่ซื้อแล้ว (Purchased) ใน App Store แล้วลองกดดาวน์โหลดอีกครั้ง ระบบอาจจะเสนอให้ดาวน์โหลด เวอร์ชันเก่าที่เข้ากันได้ มาให้แทน แต่วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับทุกแอป โดยเฉพาะแอปที่ต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลาอย่างแอปธนาคารหรือเกมออนไลน์ใหม่ๆ

พอกันทีกับความพยายามฝืนใช้ แม้จะดาวน์โหลดเวอร์ชันเก่าได้ แต่คุณจะเจอปัญหาแอปค้างหรือทำงานผิดปกติบ่อยครั้ง เพราะตัวแอปเวอร์ชันเก่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับการรับส่งข้อมูลในปัจจุบันอีกแล้ว

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่คุณควรกังวล

การใช้ระบบปฏิบัติการที่หยุดอัปเดตมานานหลายปีหมายความว่าช่องโหว่ของระบบจะไม่ได้รับการแก้ไข ใบรับรองความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต (Root Certificates) ใน iOS 12 เริ่มหมดอายุลงเรื่อยๆ ทำให้การเข้าถึงเว็บไซต์บางแห่งผ่าน Safari อาจขึ้นแจ้งเตือนว่าไม่ปลอดภัย

ข้อมูลจากการทดสอบด้านไซเบอร์สเปซระบุว่า อุปกรณ์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ล้าสมัยเกิน 3 ปี มีความเสี่ยงที่จะถูกมัลแวร์ขโมยข้อมูลผ่านทางเบราว์เซอร์ได้ง่ายกว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่ หากคุณเก็บข้อมูลสำคัญหรือรูปภาพส่วนตัวไว้ในเครื่องนี้ การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะอาจเป็นเรื่องที่อันตรายกว่าที่คุณคิด [4]

ผมเคยเห็นเพื่อนที่ยังใช้รุ่นเก่าอยู่บ่นว่าทำไมเข้าเว็บโน่นนี่ไม่ได้ ทั้งที่เน็ตก็แรง - ปัญหามันอยู่ที่กุญแจความปลอดภัยในเครื่องมันเก่าจนโลกปัจจุบันไม่ยอมรับแล้วครับ

เปรียบเทียบทางเลือก: อัปเกรดจาก iPhone 6 Plus ไปรุ่นไหนคุ้มที่สุด?

หากคุณกำลังมองหาเครื่องใหม่เพื่อมาแทนที่รุ่นเดิมที่อัปเดตไม่ได้แล้ว นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดปี 2026

iPhone 11 (รุ่นประหยัด)

- ดีกว่ารุ่นเดิมประมาณ 4-5 เท่า ใช้งานแอปธนาคารได้ครบ

- รองรับ iOS 18 และคาดว่าจะได้ไปต่ออีก 1-2 ปี

- ราคาถูกที่สุดในกลุ่มที่ยังใช้งานได้ดีในปัจจุบัน

iPhone 13 (รุ่นแนะนำ ⭐)

- หน้าจอ OLED สดใสและรองรับ 5G ที่เสถียรกว่า

- รองรับ iOS เวอร์ชันใหม่ได้อีกยาวนานถึงปี 2028

- อัปเกรดจากรุ่น 6 Plus อย่างเห็นได้ชัดทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

iPhone SE รุ่นที่ 3

- มีปุ่ม Home เหมือนรุ่น 6 Plus ทำให้ไม่ต้องปรับตัวมาก

- ชิปเดียวกับ iPhone 13 แรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป

- หน้าจอเล็กกว่าเดิมพอสมควร อาจไม่เหมาะกับคนชอบจอใหญ่

หากเน้นความคุ้มค่า iPhone 13 เป็นตัวเลือกที่ฉลาดที่สุดเพราะจะรองรับการอัปเดตไปได้อีกนาน แต่ถ้าคุณติดใจปุ่ม Home ของรุ่น 6 Plus และต้องการความแรงในราคาประหยัด iPhone SE รุ่นที่ 3 คือทางออกที่ลงตัว

การตัดสินใจของพี่เก่ง: เมื่อแอปธนาคารใช้งานไม่ได้บน iPhone 6 Plus

พี่เก่ง พนักงานออฟฟิศย่านสีลม วัย 45 ปี ใช้งาน iPhone 6 Plus มานานกว่า 10 ปี เครื่องยังดูใหม่เอี่ยมเพราะใส่เคสและถนอมอย่างดี เขาพยายามยื้อการใช้งานเพราะเสียดายเครื่องที่ยังโทรเข้าออกได้ปกติและแบตเตอรี่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่

ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อช่วงต้นปี 2026 แอปธนาคารที่เขาใช้โอนเงินเดือนและจ่ายค่าน้ำไฟแจ้งเตือนว่า ไม่รองรับ iOS 12 อีกต่อไป พี่เก่งพยายามหาวิธีในอินเทอร์เน็ตเพื่อ บังคับอัปเดต แต่ผลที่ได้คือเครื่องค้างและเกือบเสียข้อมูลทั้งหมดไป

หลังจากหัวเสียอยู่ 2 วัน เขาตระหนักได้ว่าความปลอดภัยของเงินในบัญชีสำคัญกว่าตัวเครื่อง พี่เก่งตัดสินใจไปที่ศูนย์เพื่อดูเครื่องใหม่แทนที่จะพยายามหาวิธีเจลเบรกเครื่องเก่าซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กข้อมูล

สุดท้ายพี่เก่งเลือกอัปเกรดเป็น iPhone 13 มือสองสภาพดี ผลคือแอปทุกอย่างทำงานเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ประหยัดเวลาเปิดแอปได้เกือบ 90%) และเขาสามารถใช้งานฟีเจอร์สแกนจ่ายเงินได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องระบบล่มอีกต่อไป

ภาพรวมทั่วไป

หยุดอยู่ที่ iOS 12.5.8 เท่านั้น

iPhone 6 Plus ไม่สามารถไปต่อได้เนื่องจากข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะแรมที่มีเพียง 1GB

ความเสี่ยงเรื่องแอปพลิเคชัน

แอปธนาคารและโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่เลิกสนับสนุน iOS 12 แล้วในปี 2026 ส่งผลให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อันตรายด้านความปลอดภัย

ระบบที่ไม่อัปเดตมานานกว่า 3 ปีมีความเสี่ยงที่จะถูกมัลแวร์โจมตีสูงกว่ารุ่นใหม่ถึง 3 เท่า

ถึงเวลาต้องอัปเกรด

การเปลี่ยนเป็นรุ่น iPhone 11 หรือ 13 จะช่วยให้ใช้งานได้ปลอดภัยและลื่นไหลกว่าเดิมในระยะยาว

ความเข้าใจผิดทั่วไป

มีวิธีอัปเดต iPhone 6 Plus เป็น iOS 13 หรือ 14 แบบไม่เป็นทางการไหม?

ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง การพยายามดัดแปลงระบบหรือเจลเบรกเพื่อลงซอฟต์แวร์ที่ไม่รองรับจะทำให้เครื่องทำงานผิดปกติและสูญเสียระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณรั่วไหลได้ง่ายขึ้น

หากคุณต้องการวางแผนการใช้งานในระยะยาว สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ iPhone 6 Plus อัพเดท iOS ได้ถึงไหน เพื่อข้อมูลที่ครบถ้วนครับ

ทำไม iPhone 6s ยังอัปเดตได้แต่ 6 Plus อัปเดตไม่ได้?

เนื่องจาก iPhone 6s มีแรม 2GB และชิป A9 ที่ใหม่กว่า ในขณะที่ 6 Plus มีแรมเพียง 1GB ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรันฟีเจอร์พื้นฐานของ iOS 13 ขึ้นไปตามมาตรฐานของ Apple

ถ้าไม่อัปเดตเครื่องใหม่ จะยังใช้ LINE บน iPhone 6 Plus ได้ไหม?

ปัจจุบัน LINE เวอร์ชันล่าสุดต้องการ iOS 15 ขึ้นไป หากคุณยังมีแอปเดิมอยู่ในเครื่องอาจจะยังส่งข้อความได้บ้าง แต่จะไม่สามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ หรือรับสายวิดีโอคอลได้อย่างเสถียร และหากเผลอลบแอปไปจะดาวน์โหลดกลับมาได้ยากมาก

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] En - iPhone 6 Plus สิ้นสุดการสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่ iOS 12.5.8 เท่านั้น
  • [3] Business-standard - ช่องโหว่ความปลอดภัยในระบบเก่ามีโอกาสถูกโจมตีสูงกว่าระบบใหม่ถึง 60-70% หากไม่มีการอัปเดตแพตช์ล่าสุด
  • [4] Bitsight - อุปกรณ์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ล้าสมัยเกิน 3 ปี มีความเสี่ยงที่จะถูกมัลแวร์ขโมยข้อมูลผ่านทางเบราว์เซอร์ได้ง่ายกว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่ถึง 3 เท่า