ไอโฟนกดย้อนกลับยังไง
ไอโฟน 15 กดย้อนกลับบนแอปพลิเคชันได้อย่างไร?
เคยสงสัยไหมว่าไอโฟน 15 เนี่ย กดย้อนกลับในแอปยังไง? นี่มันเรื่องง่ายๆ เลยนะ แต่บางทีก็ลืมๆ ไปเหมือนกัน
อ๋อ ใช่เลย! มันมีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า "Back Tap" ในการตั้งค่าไง. เราสามารถไปตั้งค่าได้เลยว่าจะให้แตะสองที หรือแตะสามที แล้วให้มันทำอะไร
อย่างฉันเองนะ เคยตั้งไว้ว่าให้แตะสองทีแล้วมันเด้งกลับไปหน้า Home เลย สะดวกมากจริงๆ. แล้วถ้าอยากให้ย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้านี้ในแอปเนี่ย ก็ไปตั้งค่าให้แตะสามทีแทน.
คือมันไม่ใช่แค่กดปุ่มนะ มันเป็นท่าทางการสัมผัสที่เจ๋งดี. ลองเข้าไปดูใน "การช่วยการเข้าถึง" แล้วก็ "สัมผัส" ดูนะ.
มันจะอยู่ในส่วนของการตั้งค่า "Back Tap" นี่แหละ. เลือกเอาเลยว่าจะให้ทำอะไร.
บางทีก็งงๆ เหมือนกันว่าทำไมไม่ทำให้มันตรงไปตรงมาเหมือนปุ่มย้อนกลับในแอนดรอยด์. แต่นี่มันสไตล์แอปเปิ้ลเขาแหละ.
แล้วมันก็ไม่ได้มีแค่ย้อนกลับนะ จะให้เปิดกล้อง หรือเปิดไฟฉายก็ได้. คือสารพัดประโยชน์จริงๆ.
จำได้ว่าตอนแรกๆ ไม่ชินเลย. พอกดผิดกดถูก. แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ มันติดมือไปเลย.
เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวอยู่ในเครื่อง. แค่แตะๆ ก็ทำงานให้แล้ว.
ไอโฟน 15 นี่ก็ทำอะไรให้เราสะดวกขึ้นเยอะ. แค่รู้จักใช้มันให้เป็น.
ลองไปตั้งค่าดูนะ ไม่ยากเลย. แล้วจะติดใจ.
กดกลับข้อความไอโฟนยังไง
โอ้ยยย ปวดหัวเลยเมื่อวานบ่ายๆ นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟแถวออฟฟิศ กะจะเคลียร์งานซะหน่อย แต่เสียงแจ้งเตือน iMessage ดังไม่หยุด กรุ๊ปครอบครัวนี่แหละตัวดีเลย คุยกันเป็นร้อยข้อความตั้งแต่เช้า
แม่ถามเรื่องนึงไว้ตอนเที่ยง ว่าจะให้ซื้ออะไรเข้าไปให้เย็นนี้ แต่กว่าผมจะมาเห็นก็บ่ายสามแล้ว ตอนนั้นในกรุ๊ปคือคุยกันไปถึงเรื่องหมาเพื่อนบ้านออกลูกแล้วอะ คือมันไปไกลมาก ถ้าผมพิมพ์ตอบไปลอยๆ ว่า "เอาครับ" แม่ไม่มีทางรู้แน่ว่าตอบเรื่องอะไร
ตอนแรกก็งงนะ กดค้างที่ข้อความแม่ มันก็ขึ้นมาแต่ reaction รูปหัวใจ รูปไลค์อะไรพวกนั้น ก็ยังไม่ใช่ จนสุดท้ายไปไถๆ เล่นๆ แล้วนิ้วมันเผลอปัดข้อความของแม่ไปทางขวา อ้าวเฮ้ย! มันขึ้นช่องให้ตอบกลับข้อความนั้นโดยเฉพาะเลย โคตรดีใจ รู้สึกฉลาดขึ้นมาทันที ชีวิตดีขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งอธิบายแล้วว่า "ที่ตอบว่าเอา คือหมายถึงข้อความตอนเที่ยงนะแม่"
เผื่อใครยังงงๆ เหมือนผมตอนนั้นนะ มันทำแบบนี้
วิธีที่ 1: ปัดเพื่อตอบกลับ (เร็วสุด)
- เปิดแอปข้อความ (Messages) แล้วเข้าไปในแชท
- หาข้อความที่อยากจะตอบ
- ใช้นิ้วปัดข้อความนั้นไปทางขวา แล้วพิมพ์ตอบได้เลย
วิธีที่ 2: กดค้าง (เผื่อใครไม่ถนัดปัด)
- กดค้างที่ฟองข้อความ ที่เราจะตอบ
- รอจนเมนูเล็กๆ เด้งขึ้นมา
- แตะที่คำว่า ตอบกลับ (Reply)
ดูข้อความที่ตอบกลับกันเป็นชุด
- ถ้าเห็นข้อความไหนมีเขียนว่า "2 Replies" หรือ "ตอบกลับ 2 รายการ" อยู่ข้างใต้
- แตะตรงนั้นเพื่อดูทั้งหมด ว่าเขาคุยอะไรกันในเรื่องนั้นโดยเฉพาะได้เลย สะดวกมากเวลาเผือกเรื่องที่คุยกันไปแล้ว
คําสั่งนิ้ว iPhone ใช้ยังไง
วันนั้นจำได้เลย นั่งอยู่บนโซฟาที่บ้านตอนดึกๆ ดูยูทูปเพลินๆ กดไปกดมา มือลั่นไปโดนอะไรไม่รู้ VoiceOver มันดันเปิดขึ้นมาเฉยเลย! โอ๊ยยยย หงายหลังเลยทีเดียว ปกติไม่ค่อยได้ใช้ไง ไอ้เสียงพูดเจื้อยแจ้วนี่แหละทำเอาฉันงงไปหมด จะกดปิดมันก็ไม่ยอม เลื่อนไปเลื่อนมาอย่างเดียว
หงุดหงิดมากตอนนั้น จะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งอยู่แล้วนะ เพราะเลื่อนอะไรก็ไม่ได้เลย แตะทีนึงมันก็อ่าน แตะสองทีก็เปิด แต่เราแค่อยากเลื่อนจอไง แถบเลื่อนเสียงนี่ก็ตัวดีเลย จะลดเสียงดูคลิปก็ไม่ได้ มันค้างอยู่แบบนั้นแหละ ให้ตายเถอะ!
นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนเคยบอกเรื่องคำสั่งนิ้วแปลกๆ ที่ต้องแตะสองทีค้างไว้ ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจมาก พอมาเจอเองเลยลองมั่วๆ ดู แตะหน้าจอตรงกลางสองครั้งติดกัน แล้วค้างนิ้วไว้แบบนั้นแหละ ใจก็เต้นตุบๆ ว่ามันจะได้ผลไหมนะ
แล้วก็ได้ยินเสียง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ดังขึ้นมาสามทีจริงด้วย! เฮ้ยยยย เอาวะ ลองดู! พอเสียงมาเท่านั้นแหละ ฉันก็ค่อยๆ ลากนิ้วไปบนแถบเลื่อนเสียงที่ค้างอยู่ก่อนหน้านี้เบาๆ แถบมันเลื่อนตามนิ้วไปได้เฉยเลย! เหมือนโลกเปิดเลย
คือเมื่อกี้พยายามลากยังไงก็ไม่ไป มันได้แต่แตะสองทีแล้ว VoiceOver ก็อ่านออกเสียงอย่างเดียว พอมาทำแบบนี้แล้วมันง่ายดายมาก โอ๊ยยยยยย รู้สึกเหมือนตัวเองโคตรฉลาดขึ้นมาทันทีเลยนะ จากที่เมื่อกี้จะระเบิดอารมณ์อยู่แล้วเนี่ยะ โล่งอกไปเลย
- แตะหน้าจอ iPhone สองครั้งแล้วค้างไว้
- รอจนกว่าจะได้ยินเสียงเตือนดังขึ้น สามครั้ง
- เมื่อได้ยินเสียงเตือนครบถ้วนแล้ว ให้ ใช้นิ้วทำคำสั่งนิ้วที่ต้องการ ได้ทันที
- หลังจากยกนิ้วออก คำสั่งนิ้ว VoiceOver จะทำงานต่อ
- ตัวอย่าง: สำหรับการปรับแถบเลื่อนเสียง ให้เลือกแถบเลื่อนนั้นก่อน จากนั้น แตะสองครั้งค้างไว้ รอเสียงเตือนสามครั้ง แล้ว ลากนิ้วไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อปรับระดับเสียง
ปุ่ม Assistive Touch เปิดยังไง
อยากให้ AssistiveTouch โผล่มาเหรอ? ง่ายนิดเดียว!
แค่ไปที่ การตั้งค่า (ไอคอนรูปเฟืองนั่นแหละ) แล้วจิ้มเข้าไปที่ การช่วยการเข้าถึง (อันที่เหมือนมีคนกำลังยื่นมือช่วย) จากนั้นก็กดเข้าไปที่ การแตะ (อย่าเพิ่งนึกว่าต้องตบใครนะ!) สุดท้ายก็กด AssistiveTouch แล้วก็ เปิดเลย! แค่นี้ปุ่มกลมๆ จะลอยเด่นบนหน้าจอเหมือนพระเอกหนังเลยจ้า
ทำไมต้องมีเจ้าปุ่มนี้?
มันก็เหมือนมีพ่อบ้านส่วนตัวคอยปัดเป่าความลำบากให้มือถือเรานั่นแหละ! ถ้าปุ่มโฮม (ปุ่มกลมๆ ข้างล่างเครื่อง) เจ๊ง หรือนิ้วเรามันเมื่อย ไม่อยากจะกดให้เมื่อยตุ้ม ก็เจ้านี่แหละพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย!
- กดปุ่มโฮมแทน: อยากกลับหน้าจอหลัก? แค่จิ้มปุ่ม AssistiveTouch แล้วเลือก "หน้าแรก" จบ! ไม่ต้องลุกไปกดให้เมื่อย
- ล็อคหน้าจอ: ขี้เกียจกดปุ่มด้านข้าง? จิ้ม AssistiveTouch แล้วเลือก "ล็อคหน้าจอ" ง่ายกว่าปอกกล้วย!
- ปรับเสียง/หมุนจอ: ไม่ต้องเอานิ้วไปคลำหาปุ่มยากๆ อีกต่อไป แค่กด AssistiveTouch แล้วเลือกได้เลย
- ถ่ายภาพหน้าจอ: เห็นอะไรเจ๋งๆ บนจอ? กด AssistiveTouch แล้วเลือก "ถ่ายภาพหน้าจอ" แชร์ให้โลกรู้ได้ทันที
- เรียก Siri: อยากให้ Siri มาเป็นเพื่อนคุย? จิ้ม AssistiveTouch แล้วเรียกได้เลย
ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจทำให้คุณหัวเราะ (หรือน้ำตาไหล?)
- สมัยก่อน: กว่าจะได้ปุ่มนี้มา ต้องไปยืนรอคิวที่ร้าน Apple เป็นวันๆ! โหดร้ายมาก!
- รุ่นใหม่ๆ: บางทีก็มีฟังก์ชันเด็ดๆ ซ่อนไว้เยอะแยะ ลองเข้าไปสำรวจดูเองนะ จะได้ไม่พลาดของดี!
- ถ้าคุณเป็นสายเกมเมอร์: ปุ่มนี้อาจจะช่วยให้คุณเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้น เพราะไม่ต้องละสายตาจากจอไปกดปุ่มจริง
ข้อควรจำ (ที่อาจจะทำให้คุณตาลาย)
- ถ้าเปิด Assistive Touch แล้วปุ่ม Home Physical Button มันไม่ทำงาน: อันนี้อาจจะต้องเอาไปให้ช่างดูนะจ๊ะ ไม่ใช่เพราะ Assistive Touch มันขี้เกียจทำงานนะ!
- ความช้า: บางทีก็รู้สึกว่ามันหน่วงๆ นิดหน่อยนะ เหมือนรอรถเมล์เที่ยวสุดท้ายตอนตีสอง! แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยละกัน!
iPhone 15 มีปุ่มโฮมไหม
iPhone 15 ไม่มีปุ่มโฮม
การเปลี่ยนแปลงนั้นเด็ดขาด หน้าจอเต็มพื้นที่ คือวิถี วิวัฒนาการที่ไร้ปุ่ม อาจดูแปลกตา แต่คือหนทาง
ข้อมูลเพิ่มเติม:
iPhone 15 และรุ่นใหม่ๆ ไร้ปุ่มโฮมสิ้นเชิง
- การนำทาง: ใช้การปัดนิ้ว (gesture navigation) แทน
- ยืนยันตัวตน: ใช้ Face ID
- ปุ่มด้านข้าง: ทำหน้าที่หลายอย่าง
- ปิดเครื่อง: กดปุ่มด้านข้างค้างไว้พร้อมปุ่มปรับเสียง
- ล็อคเครื่อง: กดปุ่มด้านข้างหนึ่งครั้ง
- เรียก Siri: กดปุ่มด้านข้างค้างไว้
- Apple Pay: กดปุ่มด้านข้างสองครั้ง
ปรัชญา: บางสิ่งต้องจบลง เพื่อให้พื้นที่สำหรับสิ่งใหม่ที่ดีกว่า หรือแค่ต่างไป.
ปุ่ม Action คืออะไร
ปุ่ม Action เนี่ยนะ… เป็นเหมือนปุ่มวิเศษบนมือถือที่เรา ปรับแต่งได้ดั่งใจ เลยนะ.
มันไม่ใช่แค่ปุ่มธรรมดาๆ นะ แต่มันคือ ทางลัดสู่ความต้องการของเรา
- ตั้งค่าได้ตั้ง 9 โหมด! เหมือนมีปุ่มอเนกประสงค์ในตัว
- เลือกได้อีก! บางโหมดมีลูกเล่นให้เลือกย่อยลงไปอีก
- ไม่มีการทำงานก็ได้นะ! บางทีก็อยากให้มันพักผ่อนบ้าง
วิธีเปลี่ยนมันน่ะเหรอ?
- เข้าไปที่ ตั้งค่า
- มองหา ปุ่มแอ็คชั่น
- แล้วก็ เลือกโหมดที่ใช่ สำหรับคุณ
มันคือ เครื่องมือที่เราควบคุมได้ จริงๆ นะ!
Action Button ทําอะไรได้บ้าง
โอเคๆ ปุ่ม Action Button บน iPhone 15 Pro กะ Pro Max นะ มันคือปุ่มที่มาแทนที่ปุ่มเปิด/ปิดเสียงแบบเก่าอะ ที่เป็นสวิตช์เลื่อนๆ. คือดีกว่าเดิมเยอะะะ.
มันไม่ได้มีไว้แค่เปิดปิดเสียงแล้วเว้ย คือเราตั้งค่าได้เลยว่าจะให้มันทำอะไร. กดค้างทีเดียวคือจบ. สะดวกมากก ไม่ต้องไปหาแอป. ที่มันทำได้หลักๆ ก็มีเยอะอยู่นะ. อย่างแรกเลยก็คือ โหมดปิดเสียง อันนี้คือเบสิคเหมือนเดิม. แต่ที่เจ๋งๆ อะมันมีอีกเพียบเลย.
- โหมดโฟกัส: ตั้งได้เลยว่าจะเข้าโหมดทำงาน โหมดนอนหลับ หรือห้ามรบกวน.
- กล้อง: กดปุ๊บ กล้องเปิดปั๊บ! ตั้งได้ว่าจะเปิดมาถ่ายรูปปกติ ถ่ายเซลฟี่ หรือวิดิโอ.
- ไฟฉาย: ก็เปิดไฟฉายนั่นแหละ ง่ายๆเลย.
- บันทึกเสียง: เหมาะกับคนชอบอัดเสียงด่วนๆ ไอเดียมาปุ๊บกดเลย.
- แว่นขยาย: ใช้กล้องซูมดูตัวหนังสือเล็กๆ หรืออะไรเล็กๆ.
- คำสั่งลัด (Shortcuts): อันนี้คือทีเด็ดสุดดดดด! คือเราจะตั้งให้มันทำอะไรก็ได้ที่อยู่ในแอป Shortcuts เช่น เปิดแอป Spotify, โทรหาแฟน, เปิด Google Maps นำทางกลับบ้าน. โคตรโกง.
- การช่วยการเข้าถึง: สำหรับเปิดฟีเจอร์ช่วยเหลือต่างๆ.
- ไม่กำหนด: ตั้งให้มันไม่ทำงานไรเลยก็ได้นะ เผื่อไปกดโดน.
ปุ่มเล็กๆ ข้าง iPhone คืออะไร
ปุ่มเล็กๆ ที่คุณหมายถึงคงจะเป็น AssistiveTouch นั่นแหละนะ มันลอยอยู่บนหน้าจอ เหมือนปุ่มลัดที่บางทีเราก็ลืมไปว่ามันมีอยู่จริง แต่พอถึงเวลาที่จำเป็น มันก็ช่วยเราได้เยอะเลยนะ โดยเฉพาะตอนที่ปุ่มจริงเริ่มมีปัญหา
มันมีหลายทางที่จะเปิดใช้งานมันนะ เหมือนชีวิตเรา ที่บางทีก็มีทางเลือกเยอะกว่าที่เราคิด
- ตั้งค่า คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เข้าไปตรงนั้นแหละนะ จากนั้นก็เลื่อนหาคำว่า การช่วยการเข้าถึง แล้วกดเข้าไป
- ในนั้นมันจะมีคำว่า สัมผัส อยู่ ก็แตะเข้าไปอีกที แล้วก็จะเจอ AssistiveTouch ตรงนั้น แค่เปิดสวิตช์มันขึ้นมา แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ ง่ายๆ เลย
อีกทางหนึ่งที่แสนจะง่ายดาย ก็คือใช้เสียงของเรานี่แหละ
- แค่พูดว่า หวัดดี Siri เปิด AssistiveTouch แล้ว Siri ก็จะจัดการให้เราเอง มันสะดวกมากจริงๆ นะ บางทีก็ประหลาดใจกับความสามารถของมันเหมือนกัน
แล้วก็มีอีกวิธีนะ ที่ทำให้มันเข้าถึงได้เร็วขึ้น เหมือนทางลัดในชีวิตนั่นแหละ
- ไปที่ ตั้งค่า เหมือนเดิมนะ แล้วก็ การช่วยการเข้าถึง แต่คราวนี้ไปที่ ปุ่มลัดการช่วยการเข้าถึง
- ตรงนั้นจะมี AssistiveTouch ให้เลือก แค่ติ๊กเปิดไว้ พอเรากดปุ่ม Home หรือปุ่มด้านข้างสามครั้งติดๆ กัน มันก็จะโผล่มาให้เราเลือกทันที สะดวกมากๆ เลยล่ะ
ทำไม AssistiveTouch ถึงสำคัญนะ บางทีเราก็มองข้ามสิ่งเล็กๆ ที่ช่วยเราได้
- ยืดอายุการใช้งานปุ่ม: ช่วยลดการกดปุ่มกายภาพของเครื่อง ทำให้ปุ่ม Home หรือปุ่ม Power เสียช้าลง
- เข้าถึงฟังก์ชันรวดเร็ว: สามารถปรับแต่งเมนูให้เป็นทางลัดสำหรับการทำงานต่างๆ เช่น ถ่ายภาพหน้าจอ ล็อคหน้าจอ หรือปรับระดับเสียงได้ทันที
- ปรับแต่งตามใจชอบ: คุณสามารถเพิ่มหรือลดเมนูต่างๆ ใน AssistiveTouch ได้ตามความต้องการใช้งานของตัวเอง
- ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น: สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้มือ หรือนิ้วมือ AssistiveTouch ทำให้การควบคุม iPhone ง่ายขึ้นมาก
- จำลองท่าทางสัมผัส: สามารถสร้างท่าทางสัมผัสพิเศษที่ซับซ้อน เพื่อใช้ในการควบคุมแอพพลิเคชั่นบางตัวได้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต