ไอโฟนควรมีแอพอะไรบ้าง
ไอโฟนต้องมีแอปอะไรบ้าง? แอปดีๆ ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น
โอ้โห เรื่องแอปไอโฟนเนี่ยนะ. ถ้าถามฉันเลยนะ. ต้องมีอะไรบ้างที่มันใช้แล้วชีวิตดีขึ้นจริง ๆ.
อย่างแรกเลยนะ. แอปบันทึกเสียง. ไม่ใช่ธรรมดานะ. แบบตัดเสียงรบกวนเก่ง ๆ อ่ะ. จำได้เลย ตอนไปงานสัมมนาวุ่นวายมาก. แต่พออัดเสียงด้วยแอปดี ๆ อ่ะ. กลับมาฟังชัดแจ๋วเลย. โคตรมีประโยชน์.
แล้วก็เรื่องเงิน. ใคร ๆ ก็อยากรู้ว่าเงินไปไหนใช่ป่ะ. มีแอปจัดการเงินส่วนตัวสักตัวนี่สิ. เชื่อมทุกอย่างได้เลย. ธนาคาร บัตรเครดิต. ดูรวม ๆ แล้วรู้เลย. รายรับรายจ่าย. มีแจ้งเตือนให้ด้วย. เจ๋งป่ะ.
เวลาต้องสแกนเอกสารเนี่ย. บางทีก็ขี้เกียจเดินไปร้านใช่ป่ะ. แอปสแกนเอกสารดี ๆ นี่แหละ. ถ่ายปุ๊บเป็น PDF เลย. แถมปรับแสงเงาได้ด้วย. เหมือนสแกนจริง ๆ เลยแหละ.
สำหรับใครที่วุ่นวาย. เครียดง่าย. แอปฝึกสมาธิก็ดีนะ. อันนี้แปลกหน่อย. มันปรับตามอารมณ์เราได้. รู้สึกเซ็ง ๆ ก็มีแบบนึง. อยากมีสมาธิก็อีกแบบ. เหมือนมีเพื่อนคอยบอก.
สุดท้ายนะ. ถ้าใครชอบพวกบ้านอัจฉริยะ. ต้องมีแอปเดียวจบ. รวมทุกยี่ห้อเลย. สมาร์ทโฮมทั้งหลาย. ควบคุมได้หมด. เปิดปิดไฟ แอร์. สะดวกสบายไปอีก.
แอพที่มากับไอโฟนมีอะไรบ้าง
แอพที่มากับไอโฟนเหรอ เยอะอยู่แหละ แบบว่า... บางอันเราก็ใช้บ่อยๆ อะ บางอันก็ก็ไม่ค่อยได้เปิดเลย 555 อ้อ ไอที่เขาเขียนมาเนี่ยก็ถูกนะ เดี๋ยวเราเขียนเพิ่มให้อีกนิดนะ
ก็มี Apple TV ไง เอาไว้ดูหนังดูซีรีส์เลย คือแบบดีมากกกก ส่วน Apple Music ก็เอาไว้ฟังเพลงแหละ ก็ปกติเลยนะ ส่วนเรื่องสุขภาพก็มี ฟิตเนส แอปนี้ก็ดีนะ เอาไว้ดูว่าเราเดินไปเท่าไหร่ไรเงี้ย ถ้าชอบเล่นเกมก็มี Apple Arcade อันนี้ต้องสมัครเพิ่มนะ แต่เกมก็เยอะดีงามมม แล้วก็มีพวกแอปพื้นฐานแบบ รูปภาพ ไง ไว้เก็บรูปเราไง แล้วก็ FaceTime อันนี้ก็คุยกับเพื่อนที่ใช้ไอโฟนอะ ส่วนผู้ช่วยส่วนตัวก็ต้อง Siri เลย พูดอะไรไปก็ตอบหมด และที่สำคัญมากก็คือ iCloud อันนี้เอาไว้แบ็คอัพข้อมูลเราทุกอย่างเลยนะ แบบถ้าโทรศัพท์หายก็ไม่ต้องกลัวเลย
นอกนั้นก็ยังมีแอปอื่นๆ อีกนะ ที่ติดมากับเครื่องเลย แบบเยอะมากกกก ลองดูๆ นะ
- Safari ก็เว็บเบราว์เซอร์ไง อันนี้ใช้บ่อยสุดๆ เลย
- เมล (Mail) ไว้เช็คอีเมลอะนะ เวลาต้องส่งงานอะไรไรงี้
- ข้อความ (Messages) อันนี้ก็ iMessage นั่นแหละ คุยกับเพื่อนง่ายๆ สะดวกดี
- ปฏิทิน (Calendar) ไว้บันทึกนัดสำคัญๆ หรือวันเกิดเพื่อนก็ได้นะ
- แผนที่ (Maps) เวลาไปไหนก็ใช้หาทาง หาที่กินงี้
- นาฬิกา (Clock) ตั้งปลุก ตั้งเวลา นับถอยหลัง ครบเลยยย
- ร้าน App Store อันนี้ต้องมีอยู่แล้วป่ะ ไว้โหลดแอปเพิ่มไง อยากได้อะไรก็มาโหลดตรงนี้
- ตั้งค่า (Settings) ปรับนู่นนี่ในเครื่องอะ เช่น เปลี่ยนภาพพื้นหลัง หรือตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
- กล้อง (Camera) แอปถ่ายรูปไง สำคัญมากนะอันนี้ ชอบถ่ายรูปอยู่แล้วอะ
- สภาพอากาศ (Weather) ดูพยากรณ์อากาศ แบบวันต่อวันเลย จะได้เตรียมร่มถูก
- เครื่องคิดเลข (Calculator) เอาไว้คิดเลขง่ายๆ เวลาไปซื้อของก็ใช้บ่อยๆ
- โน้ต (Notes) ไว้จดอะไรเร็วๆ บางทีก็จดเบอร์โทรศัพท์ไรงี้ หรือลิสต์รายการของที่ต้องซื้อ
แอปอะไรควรมีติดเครื่อง
แอปแต่งรูปฟรี 2025?
- Snapseed: แต่งได้ละเอียดเหมือนโปร ไม่ต้องเสียเงิน.
- VSCO: ฟิลเตอร์สวยๆ เพียบ.
- Adobe Lightroom Mobile: คุมโทนได้โหด.
- Canva: ทำกราฟิก แต่งรูปจบในแอปเดียว.
เสริม:
- Picsart: ลูกเล่นเยอะ.
- Remini: ชุบชีวิตรูปเก่าให้ชัด.
- Fotor: ง่ายๆ แต่ผลลัพธ์ดี.
แอพอะไรที่ควรมี
แอพเรียนรู้ที่ควรมีติดเครื่องเหรอ? โถ...สมัยนี้ใครๆ ก็รู้ว่าการอยู่เฉยๆ เท่ากับถอยหลังเข้าคลอง (หรือตกยุคไปเลยจ้า) ปีนี้ก็ยังเป็นปีแห่งการขวนขวายเหมือนเดิม พวกแอพที่ช่วยเปิดกะโหลกให้เรานั้นมันมีสารพัดประโยชน์พอๆ กับความพยายามจะไดเอทตอนกลางคืนเลยแหละ
หลักๆ เลยนะ แอพเรียนภาษา นี่คือเบสิกที่ต้องมี ถ้าไม่อยากคุยกับฝรั่งรู้เรื่องแค่คำว่า 'Hello' กับ 'Thank you' ไปตลอดชีวิต ลองพวก Duolingo หรือ Memrise ดูสิ เขาสอนแบบสนุกสนานจนบางทีลืมไปเลยว่ากำลังโดนบังคับเรียนนะ
ถัดมาคือ แพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์ ใหญ่ๆ อย่าง Coursera, edX, Udemy นี่มันเหมือนตลาดวิชาขนาดใหญ่ที่คณาจารย์จากทั่วโลกมาเปิดแผงขายความรู้ เราแค่เดินเลือกวิชาที่อยาก 'โดน' ไม่ต้องมีใบปริญญาหรือผ่อนดาวน์อะไรเลย จ่ายนิดหน่อยก็ได้ความรู้แพงๆ ไปอวดเพื่อนแล้ว
แอพเพิ่มพูนความรู้ทั่วไป นี่ก็ขาดไม่ได้นะ เช่น Khan Academy หรือ Wikipedia (เวอร์ชันที่เชื่อถือได้นะ ไม่ใช่ไปอ่านบทความที่เพื่อนสมัยประถมเขียน) พวกนี้เหมือนสารานุกรมเดินได้ จะสงสัยเรื่องอะไรก็จิ้มๆ เอา เหมือนมี Google ส่วนตัวที่กรองข้อมูลมาให้ระดับหนึ่งแล้ว
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด แอพจัดการการเรียนรู้ หรือที่เรียกว่า 'แอพจัดระเบียบชีวิต(ที่เละเทะ)ของเรา' พวก Notion, Evernote นี่ช่วยให้เราไม่ลืมว่าเมื่อวานเรียนอะไรไป หรือเมื่อไหร่ต้องส่งงาน คือมันช่วยลดภาระสมองลงไปได้เยอะ พอๆ กับการจดโพยตอนสอบนั่นแหละ (แต่ใช้ในทางสร้างสรรค์นะ!) ส่วน แอพอ่านหนังสือ/ฟัง Audiobooks ก็เหมือนเรามีห้องสมุดเคลื่อนที่ ไม่ต้องพกตำราหนักๆ ให้ไหล่ทรุด แค่กดฟังหรืออ่านบนมือถือก็ฉลาดขึ้นทันที...หรืออย่างน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองฉลาดขึ้นแล้วหนึ่ง
ส่วนเรื่องทำไมต้องมีแอพพวกนี้ติดเครื่องนะ ก็เพราะว่าชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะรอให้ใครมาสอน หรือจ่ายค่าเทอมแพงๆ ทุกครั้งที่อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติมไง! ลองคิดดูนะ:
- ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย: แทนที่จะเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเข้าคอร์สแพงๆ ที่อาจจะไกลบ้าน แอพเหล่านี้เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ในราคาที่จับต้องได้ หรือบางทีก็ฟรี! เหมือนซื้อบุฟเฟต์ความรู้ จ่ายครั้งเดียวอิ่มไปนาน
- เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา: ไม่ว่าคุณจะนั่งอึอยู่ในห้องน้ำ (ฮ่าๆ), รอรถเมล์ติดแหง็กบนถนน หรือพักเที่ยง แอพพวกนี้ทำให้คุณเปลี่ยน 'เวลาว่าง' ให้เป็น 'เวลาทอง' ได้ทันที ไม่ต้องรอคลาส ไม่ต้องกลัวสาย แค่ปลายนิ้ว
- เนื้อหาหลากหลาย ไม่จำกัด: อยากเรียนทำอาหาร เรียนเขียนโค้ด เรียนประวัติศาสตร์ดึกดำบรรพ์ หรือแม้แต่เรียนภาษาเอเลี่ยน (อันหลังนี่อาจจะยังไม่มีนะ) แอพพวกนี้มีคลังความรู้ที่กว้างขวางเกินกว่าจะจินตนาการ ครอบคลุมทุกความอยากรู้ของคุณ
- ปรับการเรียนรู้ตามสไตล์คุณ: บางแอพฉลาดพอที่จะรู้ว่าคุณอ่อนตรงไหน เก่งตรงไหน แล้วก็ปรับบทเรียนให้เข้ากับจริตคุณได้ เหมือนมีติวเตอร์ส่วนตัวที่เข้าใจทุกอย่าง ไม่ต้องกลัวว่าจะตามไม่ทัน หรือเบื่อเพราะมันง่ายเกินไป
- ทบทวนง่าย ไม่ลืมเร็ว: แอพหลายตัวมีฟีเจอร์ช่วยทบทวน มีเกม หรือแบบฝึกหัดสนุกๆ ทำให้ความรู้ที่เราอุตส่าห์ไปขวนขวายมานั้นมันไม่ระเหยหายไปกับสายลมง่ายๆ เหมือนมีคนคอยสะกิดเตือนว่า 'อย่าลืมนะแก!' อยู่ตลอดเวลา
แอพ Beauty Plus ฟรีไหม
โหลดฟรีจ้าาา เหมือนได้ชิมหมูปิ้งฟรีก่อนตัดสินใจซื้อยกแผงนั่นแหละ คือให้ลองของก่อน แต่ถ้าจะเอาแบบติดใจจนต้องซื้อกลับบ้านก็อีกเรื่องนึง
พูดง่ายๆ คือมันเป็นโมเดล "ฟรีเมียม" (Freemium) ที่ย่อมาจาก Free + Premium นั่นเอง ให้ใช้ฟังก์ชันพื้นฐานพอให้ใจสั่นเล่นๆ แต่ถ้าอยากสวยสะบัด สวยแบบตะโกน สวยจนเพื่อนทักว่าไปทำหน้าที่ไหนมา... ฟีเจอร์เด็ดๆ ส่วนใหญ่มันถูกล็อกไว้หลังกำแพงแห่งการจ่ายเงิน
อยากหน้าเนียนกริ๊บแบบ Full HD ไม่มีลายน้ำมาเกะกะสายตาเหมือนเป็นตราประทับประจำตระกูล? ควักกระเป๋าจ้ะ อยากแปลงร่างเป็นอวตาร AI สุดปังที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง? ใช่แล้ว... เงินเท่านั้นที่ knock everything
สรุปแบบคนไม่มีเวลาอ่านยาวๆ
- ดาวน์โหลดและใช้งานพื้นฐาน: ฟรีจริงไม่จกตา แต่งรูปเบสิกๆ ลบสิวเม็ดสองเม็ดพอได้อยู่
- ฟีเจอร์ขั้นเทพ (Premium): นี่แหละคือหัวใจของแอป ทั้ง AI Avatar สุดฮิต, ฟิลเตอร์ใหม่ล่าสุด, ลบวัตถุเนียนกริ๊บ, แต่งหน้าแบบจัดเต็ม, และที่สำคัญ การลบลายน้ำ! ทั้งหมดนี้ต้องสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปีเท่านั้น
- ค่าเสียหาย: ราคาจะแตกต่างกันไปตามโปรโมชั่นและระบบปฏิบัติการ (iOS/Android) แต่เตรียมใจไว้เลยว่ามีจ่ายแน่นอน มันคือโมเดลธุรกิจ ไม่ใช่มูลนิธิเพื่อความงามแห่งชาติ
คนใช้แอปอะไรมากสุด
เฮ้อ ชีวิตฉันนี่ถ้าไม่มี Google Maps นะ จบเลยจริงๆ ล่าสุดนะ ตอนตีห้าครึ่งเมื่อต้นปีนี้เอง ฉันต้องไปประชุมที่อยุธยา ขับรถไปเองด้วย โห ใจเต้นตุ๊บๆ เลยนะ พอเลี้ยวผิดเข้าซอยแคบๆ แค่นั้นแหละ อ้าว ตายแล้ว! หลงหนักมาก ต้องรีบเปิด Maps ทันที มันเหมือนเป็นเครื่องช่วยชีวิตจริงๆ นะตอนนั้น บอกทางเป๊ะๆ ไม่กี่นาทีก็กลับมาทางหลักได้ โล่งใจไปเยอะเลย
คือคนเรามันติด Maps ขนาดนี้แหละ ฉันเข้าใจเลยว่าทำไม Google Maps ถึงมีคนใช้มากถึง 54% มันไม่ใช่แค่บอกทาง แต่มันคือการนำทางชีวิตประจำวันเราเลยนะ จะหาอะไรกิน ร้านกาแฟใหม่ๆ หรือแค่เช็คว่าถึงบ้านเพื่อนต้องไปทางไหนดี ให้ไว มันเป็นไปโดยอัตโนมัติอะ ไม่มีไม่ได้เลยจริงๆ
ส่วน Facebook นี่นะ ฉันยอมรับเลยว่าติดหนัก ยิ่งตอนกลางคืนนะ ดึกๆ พอนอนไม่หลับ เปิดมาไถฟีดเรื่อยๆ นี่แหละ ความสุขเล็กๆ ของคนอดนอน คืนวันพุธที่แล้ว ตีหนึ่งกว่าๆ ฉันเห็นโพสต์เพื่อนเก่าที่ไม่ได้คุยกันนาน โห ตกใจเลยนะ ดีใจด้วยที่เขามีความสุข ตอนนั้นรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยกลับไปตอนมหาลัยอีกครั้งเลยจริงๆ
ก็แบบนี้แหละคนถึงใช้ Facebook กันเยอะ มันอยู่ที่ 44% นะตอนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อนฝูงอย่างเดียว บางทีฉันก็เข้าไปดูเพจข่าว ดูไลฟ์สดคอนเสิร์ตที่ชอบนะ หรือไม่ก็ไปหาของใน Marketplace อะ หาเก้าอี้วินเทจอยู่พักนึงนะ หาเจอจริงๆ ในนั้น คุ้มค่าที่ไถดูบ่อยๆ เลย
YouTube นี่สิ สำหรับฉันมันคือคลังความรู้ คลังบันเทิงเคลื่อนที่เลยนะ อย่างเมื่อเย็นวันอาทิตย์ก่อน ฉันกำลังทำอาหารอยู่ อยากลองทำแกงส้มแบบแม่แต่จำสูตรไม่ได้ เปิด YouTube ทันทีเลย เจอช่องที่สอนละเอียดมาก ทำตามได้เป๊ะๆ คือดีงามสุดๆ อะ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมีเชฟส่วนตัวมาสอนข้างๆ เตาเลยนะ
ไม่แปลกใจเลยที่ YouTube มีคนใช้ถึง 35% มันเป็นมากกว่าแค่ดูวิดีโออะ ฉันใช้ฟังเพลงเวลานั่งทำงานนะ เปิดเพลย์ลิสต์ยาวๆ ไม่ต้องคิดมากเลย หรือบางทีก็ดูสารคดีสัตว์โลก ดูรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้ออะไรแบบนั้นน่ะ มันตอบโจทย์ทุกอย่างจริงๆ สำหรับฉันตอนนี้
- Google Maps: แพลตฟอร์มนำทาง ใช้งาน 54%.
- Facebook: แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย ใช้งาน 44%.
- YouTube: แพลตฟอร์มวิดีโอ ใช้งาน 35%.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต