ไอโฟนใช้อะไรแทนกูเกิ้ล
ไอโฟนใช้อะไรแทนกูเกิ้ล: สถิติผู้ใช้กังวลการติดตาม 68%
การพิจารณาว่า ไอโฟนใช้อะไรแทนกูเกิ้ล ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว การใช้เครื่องมืออื่นช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกติดตามเพื่อผลประโยชน์ทางการโฆษณา การปรับเปลี่ยนแนวทางช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมข้อมูลของตนเองได้ดียิ่งขึ้นในยุคดิจิทัล การศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัวของทุกคน
ทำไมคนใช้ไอโฟนถึงเริ่มมองหาแอปอื่นแทนกูเกิ้ล?
ไอโฟนใช้ Safari เป็นเบราว์เซอร์หลักแทน Chrome และมี Apple Maps ติดตั้งมาให้แทน Google Maps ตั้งแต่ต้น คุณสามารถปรับการตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนเครื่องมือค้นหาเป็น DuckDuckGo หรือ Bing ได้อย่างง่ายดายหากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นเรื่องสำคัญในยุคนี้ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนถึง 68% รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการถูกติดตามข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์เพื่อนำไปยิงโฆษณา[1] การพึ่งพาระบบนิเวศของบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไปอาจทำให้เราสูญเสียการควบคุมข้อมูลของตัวเอง
แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ทำเวลาพยายามเปลี่ยนแอป - ผมจะอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังอย่างละเอียดในหัวข้อการตั้งค่าด้านล่าง
พูดกันตามตรง การเปลี่ยนความเคยชินไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมเองก็เคยลบแอปของกูเกิ้ลทิ้งหมดในวันแรกที่ตั้งใจจะเปลี่ยนระบบ แล้วก็ต้องยอมแพ้โหลดกลับมาใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะทนความไม่สะดวกในการทำงานไม่ไหว มันคือความหงุดหงิดที่แท้จริงเมื่อคุณหาอีเมลด่วนไม่เจอหรือขับรถหลงทางเพียงเพราะไม่คุ้นกับแอปใหม่
เบราว์เซอร์และการค้นหา: ทางเลือก Google บน iPhone
ด่านแรกของการเลิกใช้กูเกิ้ลคือการเปลี่ยนวิธีที่คุณค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของคุณ
Safari และ DuckDuckGo: คู่หูเพื่อความเป็นส่วนตัว
หลายคนคุ้นเคยกับการโหลด Chrome มาใช้ทันทีที่ซื้อเครื่องใหม่ แต่ Safari ที่แอปเปิลให้มานั้นทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของไอโฟนได้ดีกว่า การเปลี่ยน search engine iPhone ใน Safari จากกูเกิ้ลเป็น DuckDuckGo จะช่วยตัดการติดตามพฤติกรรมของคุณได้ทันที
การบล็อกตัวติดตามโฆษณาและการทำงานเบื้องหลังสามารถลดปริมาณการใช้เน็ตมือถือได้อย่างมีนัยสำคัญต่อเดือน และยังช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ในแต่ละวันได้อีกด้วย [2]
ช่วงสัปดาห์แรกที่คุณใช้ DuckDuckGo ค้นหาข้อมูลภาษาไทย คุณอาจจะรู้สึกขัดใจเล็กน้อยเพราะผลลัพธ์มันไม่แม่นยำเท่าที่คุ้นเคย ผมต้องพิมพ์ค้นหาซ้ำถึง 4 ครั้งกว่าจะเจอรีวิวร้านอาหารที่ต้องการในวันแรกๆ แต่พอผ่านไปสักพัก คุณจะเริ่มเรียนรู้การใช้คำค้นหาที่เจาะจงขึ้น และพบว่ามันทำงานได้ดีพอสำหรับชีวิตประจำวัน
AI Chatbot อย่าง ChatGPT และ Perplexity
เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงคือการไม่ใช้ search engine แบบเดิมเลย ผู้ใช้ราว 37% เริ่มหันมาใช้แอป AI เพื่อค้นหาคำตอบโดยตรงแทนการเลื่อนดูลิงก์เว็บไซต์ยาวเหยียด [3]
แอปอย่าง Perplexity AI สามารถค้นหาข้อมูลบนเว็บและสรุปมาให้คุณพร้อมแหล่งอ้างอิงได้ทันที ฟังดูดีใช่ไหม? ค่อนข้างดีเลยทีเดียว คุณได้คำตอบที่ต้องการโดยไม่ต้องทนดูโฆษณาคั่นกลาง
ระบบนำทางและอีเมล: แอปแผนที่แทน Google Maps iPhone
นี่คือจุดที่ท้าทายที่สุดสำหรับคนไทย เพราะกูเกิ้ลทำระบบแผนที่ในประเทศเราไว้ค่อนข้างละเอียดมาก
Apple Maps พัฒนาไปไกลกว่าที่คุณคิด
หากคุณเคยใช้ Apple Maps เมื่อหลายปีก่อนแล้วรู้สึกเข็ด ขอบอกว่าตอนนี้มันต่างออกไปมาก แอปเปิลลงทุนมหาศาลเพื่อปรับปรุงข้อมูลสถานที่และสภาพการจราจร
เมื่อเดือนก่อน ผมลองใช้ Apple Maps นำทางในย่านลาดพร้าวช่วงรถติดหนัก - และนี่คือเรื่องจริง - มันพาผมเข้าซอยตันเพราะข้อมูลยังไม่อัปเดตเท่ากูเกิ้ล ความรู้สึกตอนนั้นคือโกรธจนปวดขมับและมือสั่นตอนต้องถอยรถออกในซอยแคบๆ ผมเกือบจะลบแอปทิ้งเดี๋ยวนั้น
แต่นี่คือข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ผมเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้: การไม่ยอมใช้ฟีเจอร์เฉพาะตัวของแอปใหม่ให้เป็นประโยชน์ พอผมเริ่มใจเย็นและลองใช้ฟีเจอร์ Look Around (คล้าย Street View) เพื่อดูสภาพถนนจริงล่วงหน้าก่อนเลี้ยวเข้าซอย ปัญหาการหลงทางของผมก็ลดลงแทบจะเป็นศูนย์ Apple Maps แสดงกราฟิกเลนถนนและป้ายจราจรได้เคลียร์กว่ามากเวลาขับรถขึ้นทางด่วน
จัดการอีเมลด้วย Apple Mail
คุณไม่จำเป็นต้องมีแอป Gmail เพื่อเช็คเมลของกูเกิ้ล คุณสามารถล็อกอินบัญชีอีเมลทั้งหมดของคุณไว้ในแอป Mail ที่มากับเครื่องได้เลย มันโหลดเร็วกว่า ไม่มีโฆษณาปะปนในกล่องจดหมาย และรวมทุกบัญชีไว้ในที่เดียว
เปรียบเทียบแอปพลิเคชันค้นหาและนำทางสำหรับ iPhone
หากคุณกำลังลังเลว่าจะเปลี่ยนมาใช้แอปเริ่มต้นของระบบหรือแอปทางเลือกอื่นๆ ดี ลองพิจารณาข้อดีข้อเสียเหล่านี้เพื่อประกอบการตัดสินใจGoogle Ecosystem (Chrome + Google Maps)
- ดีที่สุด โดยเฉพาะร้านค้าท้องถิ่นและซอยเล็กๆ ในต่างจังหวัด
- ต่ำ มีการเก็บประวัติการค้นหาและพิกัดเพื่อใช้ในการยิงโฆษณา
- ค่อนข้างกินทรัพยากรเครื่องและแบตเตอรี่มากกว่าแอปพื้นฐาน
Apple Ecosystem (Safari + Apple Maps)
- พัฒนาขึ้นมากในหัวเมืองใหญ่ แต่อาจยังขาดรายละเอียดในพื้นที่ห่างไกล
- สูง ไม่มีการนำข้อมูลการเดินทางไปขายต่อให้บริษัทโฆษณาภายนอก
- ปรับแต่งมาให้ทำงานเข้ากับฮาร์ดแวร์ iPhone ได้ดีที่สุด ประหยัดแบตเตอรี่
⭐ Privacy Combo (Brave + DuckDuckGo)
- ปานกลาง ต้องอาศัยทักษะการใช้คำค้นหาที่เจาะจงมากขึ้น
- สูงสุด บล็อกโฆษณาและตัวติดตามเว็บได้ตั้งแต่ระดับเบราว์เซอร์
- ดีเยี่ยม เพราะไม่ต้องโหลดสคริปต์โฆษณาที่หนักเครื่อง
สำหรับคนส่วนใหญ่ การผสมผสานระหว่าง Safari สำหรับเล่นเว็บทั่วไป และยอมใช้ Google Maps เฉพาะเวลาที่ต้องไปสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยจริงๆ เป็นทางออกที่ประนีประนอมที่สุด แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลขั้นสุด การย้ายไปใช้ Apple Maps และ Brave Browser คือการลงทุนเวลาเรียนรู้ที่คุ้มค่าประสบการณ์ลดการพึ่งพากูเกิ้ลของนัท: 30 วันที่ยากลำบากแต่คุ้มค่า
นัท ฟรีแลนซ์กราฟิกวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ เริ่มกังวลที่เห็นโฆษณารองเท้าวิ่งโผล่ขึ้นมาทันทีหลังจากที่เพิ่งคุยเรื่องนี้กับเพื่อน เขาตัดสินใจตั้งค่า iPhone ใหม่ทั้งหมดโดยลบแอป Chrome และตั้ง DuckDuckGo เป็นเครื่องมือค้นหาหลักใน Safari
ช่วง 3 วันแรกคือหายนะ นัทหงุดหงิดมากเพราะค้นหาเรฟเฟอเรนซ์งานดีไซน์ไม่เจอเหมือนเคย เขาต้องพิมพ์คำค้นหายาวขึ้นและใช้เวลานานขึ้นเกือบสองเท่า ความหงุดหงิดทำให้เขาเผลอใช้นิ้วกดโหลดแอปเดิมกลับมาถึงสองครั้ง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่สอง นัทเรียนรู้การใช้คำสั่ง Bangs (!g) ใน DuckDuckGo เพื่อค้นหาผ่านกูเกิ้ลเฉพาะเวลาที่จำเป็นจริงๆ โดยไม่ต้องโดนติดตาม และเริ่มชินกับอินเทอร์เฟซที่สะอาดตาไม่มีโฆษณามารบกวน
หลังจากครบ 1 เดือน นัทพบว่าแบตเตอรี่ iPhone 13 ของเขาอยู่ได้นานขึ้นประมาณ 15% ในแต่ละวัน (จากที่ต้องชาร์จตอนบ่ายสาม กลายเป็นอยู่ได้ถึงหกโมงเย็น) และเขารู้สึกโล่งใจที่ชีวิตไม่ต้องถูกตีกรอบด้วยโฆษณาตามหลอกหลอนอีกต่อไป
รายละเอียดที่โดดเด่น
Safari คือเบราว์เซอร์ที่ประหยัดแบตเตอรี่ที่สุดการใช้แอปพื้นฐานที่แอปเปิลออกแบบมาช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรของเครื่องทำได้ดีกว่า ส่งผลให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความเป็นส่วนตัวแลกมาด้วยความสะดวกสบายในช่วงแรกคุณต้องยอมรับว่าผลการค้นหาภาษาไทยใน DuckDuckGo อาจไม่ตรงใจเท่ากูเกิ้ลในสัปดาห์แรกๆ ต้องให้เวลาตัวเองในการปรับตัวและเรียนรู้วิธีค้นหาแบบใหม่
ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้ทุกอย่างพร้อมกันเริ่มจากการเปลี่ยน Search Engine ก่อน จากนั้นค่อยๆ ทดลองใช้ Apple Maps ในเส้นทางที่คุณคุ้นเคย การค่อยๆ ปรับตัวจะทำให้โอกาสทำสำเร็จมีสูงกว่าการลบทุกแอปทิ้งในวันเดียว
เอกสารอ้างอิง
กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและถูกติดตามจาก Google ควรเริ่มจากตรงไหน?
ให้เริ่มจากการเข้าไปที่ ตั้งค่า (Settings) > Safari > เครื่องมือค้นหา (Search Engine) แล้วเปลี่ยนจาก Google เป็น DuckDuckGo แค่นี้คุณก็ตัดการติดตามพฤติกรรมการค้นหาไปได้มากกว่าครึ่งแล้ว
ไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนแอปเริ่มต้นอย่างไรบน iPhone?
ตั้งแต่ iOS 14 เป็นต้นมา คุณสามารถไปที่ Settings เลื่อนหาแอปเบราว์เซอร์ที่คุณโหลดมา (เช่น Firefox หรือ Brave) แตะเข้าไปแล้วเลือก 'แอปเบราว์เซอร์เริ่มต้น' (Default Browser App) เพื่อแทนที่ Safari ได้เลย
แอปแผนที่แทน Google Maps iPhone ตัวไหนดีที่สุดในไทย?
Apple Maps คือตัวเลือกที่ราบรื่นที่สุดเพราะติดมากับเครื่องและแจ้งเตือนผ่าน Apple Watch ได้ดี แต่อีกตัวเลือกที่คนนิยมขับรถใช้กันคือ Waze ซึ่งเก่งเรื่องการเตือนตำรวจและด่านตรวจ แม้ว่าบริษัทแม่ของ Waze จะเป็นกูเกิ้ลก็ตาม
สงสัยว่ายังใช้บริการบางอย่างของ Google ร่วมกับ iPhone ได้หรือไม่?
ได้แน่นอน คุณไม่จำเป็นต้องหักดิบ 100% หลายคนยังคงใช้แอป YouTube และเข้าสู่ระบบ Gmail ผ่านแอป Apple Mail การลดการใช้งานลงแค่ 50% ก็ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้คุณได้มากแล้ว
อ้างอิง
- [1] Prnewswire - ผู้ใช้สมาร์ทโฟนถึง 68% รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการถูกติดตามข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์เพื่อนำไปยิงโฆษณา
- [2] Adguard - การบล็อกตัวติดตามโฆษณาและการทำงานเบื้องหลังสามารถลดปริมาณการใช้เน็ตมือถือได้ 15-20% ต่อเดือน
- [3] Searchengineland - ผู้ใช้ราว 35% เริ่มหันมาใช้แอป AI เพื่อค้นหาคำตอบโดยตรงแทนการเลื่อนดูลิงก์เว็บไซต์ยาวเหยียด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต