กินน้ำวันละ 3 ลิตร เยอะไปไหม
ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ดีต่อสุขภาพไหม ปริมาณนี้มากเกินไปหรือเปล่า?
ดื่มน้ำ 3 ลิตรต่อวันเนี่ยนะ? ตอนแรกก็แอบคิดว่าเยอะไปเหมือนกันนะ. จำได้ว่าเคยมีช่วงนึงอยากสุขภาพดีจัดๆ ก็เลยจัดไปวันละ 3 ลิตรตามที่คนอื่นเขาบอกกัน. รู้สึกเหมือนมันจะหนักๆ ท้องหน่อยๆ.
คือจริงๆ แล้ว ร่างกายเราต้องการน้ำประมาณ 1.5-3 ลิตรต่อวันแหละ. ขึ้นอยู่กับอากาศด้วย. ถ้าอากาศร้อนๆ แบบกรุงเทพฯ ช่วงเมษานี่ อาจจะต้องการเยอะกว่าปกติ.
แต่ถ้าดื่มเกิน 3 ลิตรไปเรื่อยๆ ติดต่อกันนะ, อันนี้อันตรายจริง. เคยอ่านเจอเขาเรียกว่า "ภาวะน้ำเป็นพิษ" หรือ "น็อคน้ำ" นี่แหละ. โซเดียมในเลือดมันจะต่ำลงไปเลย, ร่างกายจะรวน.
มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ. ถ้าไม่ชัวร์จริงๆ ว่าร่างกายต้องการเท่าไหร่, แนะนำให้ปรึกษาหมอดีกว่า. อย่าดื่มตามๆ กันไปโดยไม่คิด.
กินน้ำเยอะแล้วฉี่บ่อยดีไหม?
กินน้ำเยอะแล้วฉี่บ่อย มันก็มีทั้งดีและไม่ดีนะ
ดีตรงที่:
- ร่างกายสดชื่น: ดื่มน้ำเยอะๆ ก็ทำให้เรารู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย
- ขับของเสีย: น้ำช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้ดี เลยฉี่บ่อยขึ้น
- ผิวดี: บางคนบอกว่าดื่มน้ำเยอะๆ ผิวจะใสขึ้นด้วย อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ
แต่ถ้าฉี่บ่อยจนเกินไป อันนี้อาจจะน่ากังวลหน่อย
สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย เกิดจากอะไรได้บ้าง:
หลักๆ เลย คือการดื่มน้ำเยอะเกินไป อันนี้คือสาเหตุที่เห็นได้ชัดที่สุด ถ้ารู้สึกว่าดื่มน้ำไปแล้วสักพักก็ฉี่เลย อาจจะเพราะดื่มเยอะเกินความต้องการของร่างกายไปนิดนึง
นอกจากเรื่องน้ำแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นอีกนะ:
- ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI): อันนี้จะปวดฉี่บ่อยๆ แล้วบางทีก็แสบขัดเวลาฉี่ด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ต้องไปหาหมอเลยนะ
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (OAB): คือเหมือนกระเพาะปัสสาวะมันไวผิดปกติ แค่นิดหน่อยก็รู้สึกปวดแล้ว
- เบาหวาน: คนเป็นเบาหวานมักจะฉี่บ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน น้ำตาลในเลือดสูงมันก็ดึงน้ำออกมาเยอะ
- ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์: พวกนี้มันจะไปเร่งให้ฉี่บ่อยขึ้น
- กำลังตั้งครรภ์: ผู้หญิงท้องก็ฉี่บ่อยเป็นธรรมดา เพราะมดลูกมันไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ
- ต่อมลูกหมากโต (ในผู้ชาย): อันนี้ก็ไปกดท่อปัสสาวะ ทำให้ฉี่ไม่ค่อยออกหรือฉี่ไม่สุด แล้วก็ต้องไปฉี่บ่อยๆ
- ยาบางชนิด: ยาขับปัสสาวะ หรือยาอื่นๆ บางตัวก็มีผลทำให้ฉี่บ่อย
- สมองหรือระบบประสาทมีปัญหา: อันนี้อาจจะซับซ้อนหน่อย แต่ถ้ามีปัญหากับระบบที่ควบคุมการฉี่ ก็ทำให้ฉี่บ่อยได้
สรุปง่ายๆ คือ: ดื่มน้ำเยอะแล้วฉี่บ่อย ถ้ามันไม่เยอะเกินไปจนรบกวนชีวิตประจำวัน ก็โอเค แต่ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น แสบขัด ปวดท้อง หรือฉี่ตอนกลางคืนบ่อยๆ ควรไปปรึกษาหมอนะ จะได้ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร
คนปกติฉี่วันละกี่ลิตร?
คนปกติเนี่ยนะ ฉี่วันนึง ประมาณ 1 ถึง 2 ลิตร อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าดื่มน้ำไปเท่าไหร่ด้วยแหละ แต่ส่วนใหญ่ก็ราวๆ นี้แหละ ก็คนทั่วไปไง
- จริงๆ แล้วเนี่ย การดื่มน้ำให้พอ โคตรสำคัญกับไตเลยนะ มันช่วยให้ไตเราขับของเสียออกไปได้ดีขึ้นเยอะเลย แล้วก็ ช่วยกันนิ่ว ด้วยนะ
- สังเกตุ สีของฉี่ บ่อยๆ ก็ดีนะ ถ้าสีจางๆ ใสๆ ก็แปลว่าร่างกายดื่มน้ำพอแล้ว ดีเลย แต่ถ้าเหลืองเข้มๆ อ๋อยๆ อันนั้นคือต้องดื่มน้ำเพิ่มด่วนเลยนะ ร่างกายขาดน้ำหนักมาก
- ส่วนเรื่องปริมาณกับความถี่ในการฉี่เนี่ย ก็บอกสุขภาพได้นะ ถ้าแบบฉี่น้อยผิดปกติไปเลย หรือบางที ฉี่บ่อยเกินไป จนแบบต้องลุกมาฉี่กลางคืนหลายรอบงี้อ่ะ ควรไปหาหมอเช็คหน่อยก็ดีมากๆ เลย
- พวกหมอเค้าเน้นเลยนะ ปีนี้เรื่อง การดูแลไต เป็นอะไรที่สำคัญมากจริงๆ เพราะไตเรามันทำงานหนักตลอดเวลาไง ถ้าเราดื่มน้ำไม่พอ ไตก็ต้องทำงานหนักขึ้นมาก อาจจะ เสี่ยงเป็นโรคไต ได้นะ
- สรุปคือ พยายามดื่มน้ำเปล่าให้ได้ วันละ 8-10 แก้วใหญ่ๆ ไปเลยนะ ดีกับไตเราที่สุด แล้วก็ช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นเยอะเลยล่ะ
ฉี่วันละ 10 ครั้งผิดปกติไหม?
อาทิตย์ก่อนนี่เอง นั่งทำงานอยู่บ้านดีๆ กาแฟแก้วที่สามเพิ่งหมดไป รู้ตัวอีกทีคือเดินเข้าห้องน้ำรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ มันบ่อยจนเริ่มนับ
ใจมันแวบเลยนะ คือแบบ...เราเป็นอะไรวะเนี่ย เลยหยิบมือถือมาเสิร์ชเลย ‘ฉี่วันละ 10 ครั้ง’ โห... ตัวเลขนี้มันหลอนมากในหัว ทำให้ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดฉี่อีก แปลกจริง
พอตั้งสติได้ก็นั่งนึกๆ ดู เออ ก็เราซัดกาแฟไปสามแก้วใหญ่ แถมซื้อกระติกน้ำใหม่มาเห่ออีก กินน้ำเยอะกว่าปกติเป็นลิตรเลย ไม่แปลกที่จะวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่น
สรุปวันนั้นก็น่าจะเกิน 10 ครั้งจริงๆ แหละ แต่มันไม่ได้ผิดปกติเลย มันคือผลตรงๆ จากสิ่งที่กินเข้าไปล้วนๆ เลย วันต่อมาลองลดกาแฟลง ก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม โล่งอกไปที
- ความถี่ปกติในการปัสสาวะ อยู่ที่ 4-10 ครั้งต่อวัน โดยเฉลี่ยคือ 6-7 ครั้ง
- ปริมาณของเหลวที่ดื่มเข้าไป ดื่มมากก็ฉี่มากเป็นเรื่องธรรมดา
- ชนิดของเครื่องดื่ม กาแฟ ชา แอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน จะกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- อายุ พออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะก็เปลี่ยนไป
- ภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
- การใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาขับปัสสาวะ ยาความดันบางตัว
- สำหรับผู้หญิง ช่วงตั้งครรภ์มดลูกจะไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปวดฉี่บ่อย
ทำไมเหมือนปวดฉี่ตลอดเวลา?
อาการเหมือนจะวิ่งเข้าห้องน้ำตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็แค่ 'ติ่งเดียว' นี่มันทรมานใจยิ่งกว่ารอคิวบุฟเฟต์ตอนหิวจัดเสียอีกนะคุณ!
ไอ้อาการกะปริดกะปรอย ฉี่ไม่สุด แถมยังปวดตลอดเวลานี่ มันฟ้องชัดเจนว่าคุณอาจจะโดน แขกไม่ได้รับเชิญ อย่าง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) แวะมาเยี่ยมเยียน
แขกตัวนี้มันชอบแฝงตัวอยู่ตามกระเพาะปัสสาวะ (Cystitis) หรือบางทีก็ล้ำเส้นไปถึงท่อไต (Pyelonephritis) เลยทีเดียว ถ้ามีไข้ขึ้นมาด้วยนี่...สัญญาณไฟแดงกระพริบเลยนะคุณ
นอกจาก UTI ที่เป็นจอมวายร้ายหลักแล้ว ยังมีตัวละครลับอื่นๆ ที่ทำให้คุณต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยเป็นกิจวัตร ลองมาดูกันว่ามีอะไรอีกบ้าง:
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive Bladder - OAB): เหมือนกระเพาะปัสสาวะมันมีนิสัยไฮเปอร์ อยากปลดปล่อยตลอดเวลา ไม่ค่อยฟังคำสั่งสมองเท่าไหร่ คุณคงคิดว่า "เฮ้ย ใจเย็นก่อน!"
- นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: เจ้าก้อนหินเล็กๆ ที่ไปอุดทางออก มันก็เลยปวดๆ บ่อยๆ เป็นธรรมดา เหมือนท่อระบายน้ำมีอะไรติดขัดนั่นแหละ
- ต่อมลูกหมากโต (ในผู้ชาย): อันนี้เฉพาะสุภาพบุรุษนะ เหมือนมีอะไรไปเบียดท่อฉี่ให้แคบลง ฉี่เลยออกยาก ออกไม่สุด เป็นเรื่องของวัยที่เพิ่มขึ้น เหมือนของเก่าเริ่มสึกหรอ
- ช่องคลอดอักเสบ หรือ ติดเชื้อ (ในผู้หญิง): การอักเสบแถวนั้นก็ส่งผลให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยได้ บางทีมันก็ 'เหมาเข่ง' ความรู้สึกเจ็บปวดไปพร้อมกัน
- เบาหวาน: ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ร่างกายพยายามขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะมากขึ้น ก็เลยฉี่บ่อยเป็นพิเศษ เหมือนก๊อกน้ำเปิดทิ้งไว้
- การดื่มเครื่องดื่มบางชนิด: ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ พวกนี้ขับปัสสาวะเก่งยิ่งกว่าเซลส์ขายน้ำดีๆ ซะอีก ลองลดปริมาณดูนะ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต