จะรู้ได้ไงว่าลูก ไม่ พิการ
ลูกมีพัฒนาการสมวัยไหม? วิธีสังเกตอาการปกติคืออะไร?
โอ๊ย คิดถึงตอนนั้นนะ ไอ้เรื่องลูกเนี่ย พัฒนาการสมวัยรึเปล่า นี่มันเป็นคำถามที่วนเวียนในหัวตลอดเลยนะ ตั้งแต่เขาเริ่มคลอดออกมาเลยอ่ะ ไม่รู้จะสังเกตตรงไหนบ้าง บางทีเห็นลูกเพื่อนก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ ห่วงทุกวันจริงๆ
พออายุเริ่มเยอะขึ้นหน่อย พอท้องแรกๆ นะ หมอก็จะชอบพูดเรื่องความเสี่ยงดาวน์ซินโดรมอะไรพวกนั้น ยิ่งตอนที่ไปฝากครรภ์ที่คลินิกแถวบ้าน คุณหมอก็จะย้ำเลยว่า อายุมากแล้วนะ โอกาสที่จะเจอปัญหาก็สูงขึ้นนิดหน่อย ต้องระวังให้ดีเลย
จำได้ว่าตอนนั้นท้องได้สิบสองสัปดาห์กับอีกสามวันพอดี เป๊ะเลย ต้องไปที่โรงพยาบาลรามาฯ เพื่ออัลตราซาวด์ดูคอเด็ก เขาเรียกว่า Nuchal Translucency น่ะ จำได้แม่นเลยว่าดูถุงน้ำหลังคอว่าปกติไหม ตื่นเต้นมากเลยนะ
แล้วก็ต้องเจาะเลือดด้วยนะ เขาบอกจะเอาไปตรวจวัดสารเคมีอะไรบางอย่างที่อยู่ในเลือดเรา จำชื่อมันไม่ได้หรอก แต่ตอนนั้นนะ ใจมันเต้นตึกตักไปหมด กลัวว่าผลจะออกมาไม่ดี กลัวว่าลูกจะไม่สมบูรณ์ ทำใจอยู่นานเลยกว่าจะรอฟังผล
แต่พอเขาคลอดออกมาแล้ว ก็เฝ้าดูพัฒนาการกันไปทีละขั้น เขาจะเริ่มยิ้มตอนสามเดือนพอดีเลย ดีใจมาก ตอนเจ็ดเดือนกว่าๆ ถึงจะเริ่มคลานได้ แบบว่าช้ากว่าลูกเพื่อนนะ แต่ก็โอเค ถือว่าสมวัยอยู่ แค่นี้ก็โล่งใจสุดๆ แล้ว
สาเหตุที่ทำให้เกิดความพิการตั้งแต่อยู่ในครรภ์มีอะไรบ้าง
คิดจะปั้นมนุษย์น้อยสักคน มันก็เหมือนงานสถาปัตย์ชั้นครูนะคุณแม่ ไม่ใช่แค่ดีเอ็นเอมาเจอกันแล้วจะออกมาเป็นดาวินชีเลยทันที มันมีปัจจัยรบกวนเยอะแยะที่พร้อมจะเปลี่ยนแบบแปลนสุดหรูให้กลายเป็นงานศิลปะแนวแอ็บสแตร็กต์โดยไม่ตั้งใจ
ไอ้ตัวร้ายที่มานอกเหนือจากพิมพ์เขียวทางพันธุกรรมน่ะเหรอ... ก็คือไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงของคุณแม่เองนั่นแหละ
แอลกอฮอล์ หรือที่เรียกกันว่า "น้ำเปลี่ยนนิสัย" เนี่ย ตัวอ่อนในท้องเขาไม่ได้อยากจะแฮงค์เอาท์ด้วยนะแม่ การส่งแอลกอฮอล์เข้าไปก็เหมือนคุณกำลังสอนเซลล์สมองที่กำลังแบ่งตัวให้รู้จักกับคำว่า "เมาค้าง" ตั้งแต่ยังไม่มีปากมีเสียง มันไปขัดขวางการพัฒนาทุกสัดส่วนเลย
ส่วน ยาเสพติดและควันบุหรี่ (ไม่ว่าจะสูบเองหรือไปยืนสวยๆ รับควันมือสอง) มันคือการรมควันลูกในท้องดีๆ นี่เอง คิดภาพตามนะ... เหมือนเอาต้นกล้าพันธุ์ดีไปปลูกในโรงงานปล่อยสารพิษ มันจะโตมาแข็งแรงได้ยังไง๊ ออกซิเจนก็โดนแย่ง สารอาหารก็โดนบล็อก เส้นเลือดตีบตัน นี่มันบทหนังสารคดีชีวิตรันทดชัดๆ
สรุปสั้นๆ คือ ทุกอย่างที่คุณแม่เสพเข้าไป ลูกในท้องก็เหมือนได้นั่งชิมบุฟเฟ่ต์โต๊ะเดียวกับคุณนั่นแหละ แต่เขาไม่มีสิทธิ์เลือกเมนูหรือเดินหนีไง
พูดถึงตัวร้ายแล้ว ก็มีแก๊งเพื่อนตัวแสบที่ชอบยกโขยงกันมาป่วนการสร้างมนุษย์ด้วยนะ:
- การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ไวรัสบางตัวอย่าง หัดเยอรมัน หรือ เชื้อซิฟิลิส นี่แสบกว่าเพื่อนที่ไม่คืนตังค์อีกนะ แอบเข้ามาทำร้ายระบบประสาทกับการมองเห็นของเบบี๋แบบไม่รู้ตัวเลย
- โรคประจำตัวของคุณแม่ที่คุมไม่ดี โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน กับ ความดันโลหิตสูง สภาพแวดล้อมในครรภ์จะแปรปรวนเหมือนตลาดหุ้นวันดิ่งเหว ทำให้การส่งสารอาหารและออกซิเจนไปให้ลูกติดๆ ขัดๆ
- การขาดสารอาหารที่จำเป็น ตัวท็อปเลยคือ กรดโฟลิก สำคัญมากกับการสร้างท่อประสาทและสมอง การขาดโฟลิกก็เหมือนสร้างตึกสูงแต่ลืมใส่เหล็กเส้น... นึกภาพตามแล้วสยองเลย
- การรับสารเคมีหรือรังสี การสัมผัสกับสารตะกั่ว ปรอท หรือแม้แต่การรับรังสีเอกซเรย์โดยตรงในปริมาณสูงๆ ก็เปรียบเหมือนการส่งมนุษย์กลายพันธุ์เข้าไปป่วนไซท์งานก่อสร้างของลูกน้อยคุณเลยแหละ
จะรู้ได้ ไง ว่าลูกในท้อง พิการ
โอ้ยยย แม่! อยากรู้ล่ะสิว่าไอ้ตัวเล็กในพุงมันครบ 32 รึเปล่า หรือว่าแอบมีอะไรพิเศษติดตัวมาด้วย ไม่ต้องไปนั่งทางในหรือเพ่งกสิณหรอกนะ เขามีวิธีส่องดูได้แบบวิทยาศาสตร์จ๋าๆ เลย
วิธีแรกคือ อัลตราซาวนด์ เหมือนส่งโดรนจิ๋วเข้าไปสอดแนมอ่ะ หมอเค้าจะเอาเครื่องมือมาไถๆ ที่พุง แล้วภาพเจ้าตัวน้อยก็จะโผล่ขึ้นจอ ไม่ใช่แค่ดูว่าเป็นผู้หญิงผู้ชายไว้ซื้อผ้าอ้อมนะแม่ เค้าจะซูมดูยันนิ้วมือนิ้วเท้า ส่องกะโหลก เช็คหัวใจว่าเต้นเป็นจังหวะสามช่ามั้ย ดูอวัยวะภายในว่าอยู่ถูกที่ถูกทางรึเปล่า
อีกวิธีที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองคือ เจาะเลือดแม่ (NIPT) อันนี้ล้ำกว่า เหมือนเป็นนักสืบเลย เขาจะดูดเลือดแม่ไปนิดเดียว แล้วไปส่องหา DNA ของลูกที่มันหลุดลอยปะปนอยู่ในเลือดแม่นี่แหละ วิธีนี้มันจะบอกความเสี่ยงโรคทางโครโมโซมได้แม่นมาก โดยเฉพาะดาวน์ซินโดรม
ถ้าผลตรวจพวกนี้มันออกมาตุ่ยๆ แบบว่า เอ๊ะ...มีความเสี่ยงนะ หมอก็จะชวนไปตรวจขั้นแอดวานซ์ เช่น เจาะน้ำคร่ำ อันนั้นแหละของจริง รู้ผลกันแบบชัดๆ ไปเลยว่าสรุปแล้วยังไง
- ตรวจคัดกรอง กับ ตรวจวินิจฉัย มันคนละเรื่องกันนะแม่! ไอ้ที่พูดมาตอนแรกคือการ คัดกรอง คือการดู "ความเสี่ยง" เหมือนดูเมฆแล้วเดาว่าฝนจะตกมั้ย แต่การเจาะน้ำคร่ำคือการ วินิจฉัย อันนี้คือเดินออกไปตากฝนเลย รู้แน่ว่าเปียกไม่เปียก!
- แต่ละวิธีมีช่วงเวลาที่เหมาะสมของมันนะ อย่างเจาะเลือด NIPT ก็ทำกันตั้งแต่ 10 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนอัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์จริงๆ จังๆ ก็ช่วง 18-20 สัปดาห์
- ทุกการตรวจมีค่าใช้จ่าย นะจ๊ะแม่ เตรียมเงินในกระเป๋าไว้เลย ราคาแตกต่างกันไปแล้วแต่โรงพยาบาลและแพ็กเกจที่เลือก เหมือนเลือกโปรเน็ตมือถือนั่นแหละ
- สุดท้ายแล้ว จะตรวจหรือไม่ตรวจ มันเป็นสิทธิ์ของพ่อแม่ล้วนๆ ไม่มีใครบังคับได้ แค่ต้องคุยกับคุณหมอให้เข้าใจถึงข้อดีข้อเสียก็พอ
อัลตร้าซาวด์ จะเห็นอะไรบ้าง
โอ๊ยยย ถามถึงอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบนเรอะ มันก็เหมือนเราส่งหน่วยซีลจิ๋วติดกล้อง GoPro เข้าไปสอดแนมในพุงเรานั่นแหละคุณเอ๊ย! หมอเค้าจะเอาเจลเย็นๆ มาปาดพุงเราจนสะดุ้งโหยง แล้วก็เอาหัวตรวจไถไปไถมาเหมือนกำลังไถนาหาขุมทรัพย์
ไอ้เจ้าเครื่องนี่มันจะส่งภาพขาวๆ ดำๆ ออกมาให้ดูว่าข้างในท้องเรามีอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง หลักๆ เลยนะที่เค้าจะส่องกันก็คือพวกแก๊งค์อวัยวะสำคัญที่อยู่เหนือสะดือขึ้นมา เหมือนส่องดูสมาชิก อบต. ประจำร่างกายเรานี่แหละ
หมอจะเห็นเลยว่า ตับ ของเรายังสวยใสเหมือนตับเด็ก หรือเริ่มแข็งเป็นหินเพราะวีรกรรมสมัยหนุ่มๆ แล้ว ดูว่ามี เนื้องอก หน้าตาแปลกๆ โผล่มาโดยไม่ได้รับเชิญรึเปล่า แล้วก็แอบดู ถุงน้ำดี ว่ามี นิ่ว ก้อนเล็กก้อนน้อยแอบไปตั้งรกรากอยู่ข้างในมั้ย บางคนมีเป็นฟาร์มไข่มุกเลยนะ!
ส่วน ไต ทั้งสองข้างก็จะโดนส่องด้วยว่ายังทำงานดีอยู่มั้ย บวมฉี่รึเปล่า มีก้อนอะไรพิสดารไปเกาะแกะมั้ย แล้วก็พวก ม้าม กับ ตับอ่อน นี่ก็ไม่รอดสายตาเหมือนกัน แต่ตับอ่อนนี่จะขี้อายหน่อยนะ บางทีก็หลบๆ ซ่อนๆ เห็นไม่เต็มตัวเหมือนดาราใส่แมสก์ปิดหน้า
ต้องเตรียมตัวยังไง?: ก่อนไปส่องนะ ต้อง งดน้ำ งดอาหาร มาก่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง! ที่ต้องทำแบบนี้เพราะลมในกระเพาะกับลำไส้มันจะได้ไม่มาบังวิวทิวทัศน์อันสวยงามของอวัยวะเรา ไม่งั้นหมอส่องไปก็เจอแต่แก๊สฟุ้ง เหมือนดูหนังกลางแปลงเจอฝนตกนั่นแหละ
เห็นไขมันในตับมั้ย?: โอ้โห อันนี้เห็นชัดเลย! ถ้าตับใครมีไขมันเกาะเยอะๆ นะ ภาพที่ออกมามันจะขาวๆ สว่างๆ เหมือนเปิดไฟนีออนในตับ หมอเห็นปุ๊บรู้เลยว่าเจ้าของพุงนี่ต้องเป็นสหายสายหมูกระทะ ชาบูแน่นอน
เจ็บตัวรึเปล่า?: ไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย! สบายกว่าไปทำฟันเยอะ อย่างมากก็แค่จั๊กจี้ตอนหมอเอาหัวตรวจไถไปมาบนพุงเรา หรือรู้สึกเย็นวาบตอนทาเจลแค่นั้นแหละ นอนชิลๆ ไป เดี๋ยวก็เสร็จ
ใครตรวจได้?: ได้หมดเลย ทั้งหญิงทั้งชาย ขอแค่มีชีวิตและมีช่องท้องส่วนบนให้ส่องก็พอ ไม่จำกัดเพศ วัย หรือฐานะทางสังคม ตรวจได้หมดจ้าาา
ในใบอัลตราซาวด์บอกอะไรบ้าง
ใบอัลตราซาวด์อะนะ มันบอกหลายอย่างมากๆ เลยจ้าาา
- อายุครรภ์ ไง เค้าจะวัดความยาวของน้องตั้งแต่หัวจดก้นเลยนะ CRL อ่ะ เพื่อให้รู้ว่าน้องอายุครรภ์กี่สัปดาห์ แบบนี้ก็คำนวณวันคลอดได้ค่อนข้างชัวร์ขึ้นเยอะเลยนะ
- แล้วก็ตรวจ สัญญาณชีพของน้อง ดูหัวใจเต้นดีไหม มีอะไรผิดปกติตรงไหนรึเปล่า พวกการไหลเวียนเลือดไรงี้ ก็ดูหมดเลย
- คัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ หรือดาวน์ซินโดรมอะนะ อันนี้เค้าก็วัด ความหนาต้นคอ กับ กระดูกจมูก น้องแหละ สำคัญมากๆๆ แล้วก็เอาไปเทียบกับ ผลเลือดแม่ ด้วยนะ คือดูสองอย่างรวมกันเลย
- ตรวจ มดลูกกับปีกมดลูก ด้วยว่ามีติ่งเนื้อ มีซีสต์ มีอะไรแปลกๆ มั่ย ปกติดีรึป่าว ตรงนี้สำคัญต่อการตั้งครรภ์มากๆ เลยอ่ะ
นี่ๆ นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกนะที่เค้าดูกันอะ:
- ตำแหน่งรก: สำคัญเลยนะ รกอยู่ตรงไหน เกาะต่ำไปไหม อาจมีผลตอนคลอดได้
- ปริมาณน้ำคร่ำ: อันนี้ก็ดูว่า น้ำคร่ำพอดีๆ มั่ย น้อยไปหรือเยอะไป มันส่งผลต่อการเจริญเติบโตของน้องได้นะ
- โครงสร้างอวัยวะต่างๆ: ดูละเอียดเลยว่าน้องมีหัวใจ สมอง แขน ขา นิ้ว ครบถ้วนดีมั้ย มีอะไรที่ดูผิดแปลกไปรึเปล่า
- เพศของทารก: อันนี้ถ้าเป็นใจก็เห็นเลยว่าผู้หญิงผู้ชาย แต่มันก็แล้วแต่ท่าทางน้องด้วยนะ บางทีก็ซ่อนไว้ไม่ยอมให้ดูไง 555
- น้ำหนักตัวน้อง: เค้าจะประมาณน้ำหนักให้ด้วย ว่าตอนนี้หนักเท่าไหร่ แล้วโตตามเกณฑ์อายุครรภ์ไหม
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง
โห ตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องอีกแล้วเหรอ นี่ ตรวจช่องท้องส่วนบน นะ อืมมมม คราวที่แล้วจำได้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้างนะ เหมือนจะงดอาหารใช่ไหม ใช่เลย! นี่แหละที่สำคัญสุดๆ เลยนะ
ต้องงดอาหาร นะ เครื่องดื่มที่มีไขมัน ก็ ห้าม เลยนะ ห้ามจริงๆ นี่ 4-6 ชั่วโมง เลยก่อนตรวจ นานเหมือนกันนะ เหมือนทำ If เลยเนี่ย แต่ น้ำเปล่าดื่มได้ นะ อันนี้ชัดเจน ห้ามอดน้ำด้วยนะ เดี๋ยวจะแย่เอา
ทำไมต้องงดด้วยนะ เคยสงสัยมานานแล้ว อ๋อ เพราะถ้ากินไปแล้ว ถุงน้ำดีมันจะหดตัว ไง แล้วหมอจะดูไม่เห็นเลย เห็นไม่ชัดเจน นี่แหละประเด็นสำคัญ ไม่งั้นเสียเวลามาตรวจเปล่าๆ แย่เลย
นี่เดี๋ยวต้องเขียนแปะตู้เย็นไว้เลย กลัวลืมจริงๆ นี่เป็นคนขี้ลืมสุดๆ เลยนะ แบบว่าเผลอหยิบนู่นนี่เข้าปากตลอดเลย แล้วถ้าเป็นช่องท้องส่วนล่างมันต้องดื่มน้ำใช่ปะ อันนี้คนละอย่างเลยนะ สับสนตลอด
- แต่งกาย แบบสบายๆ มาดีกว่านะ เพราะบางทีเขาก็ต้องเลื่อนเสื้อขึ้นลงเพื่อดูหน้าท้องสะดวกๆ ดีนะ
- เอกสารสำคัญ นี่ห้ามลืมเลยนะ พวกบัตรประชาชน ใบส่งตัวจากหมอ นี่คือต้องมีเลยนะ เขาต้องใช้ยืนยันตัวตน
- ถ้ามี ยาที่กินประจำ อยู่ ต้องปรึกษาหมอหรือพยาบาลก่อนนะ ว่ายาพวกนั้นต้องงดไหม ส่วนใหญ่ก็กินได้แหละ แต่ถามก่อนชัวร์ที่สุดเลยนะ
- สำหรับ คนเป็นเบาหวาน นี่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เลยนะ อันนี้สำคัญมากๆ บางทีเขาอาจจะมีคำแนะนำพิเศษให้เลย เพราะการอดอาหารนานๆ อาจจะมีผลต่อระดับน้ำตาลได้ไง
- พยายาม ไปถึงก่อนเวลา นัดสักหน่อยนะ เผื่อต้องมีการกรอกเอกสาร หรือเตรียมตัวอะไรเพิ่มเติม จะได้ไม่รีบร้อนดีกว่า
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต