ทำยังไงให้ประจำเดือนหายไวๆ

133 ครั้งเข้าชม
ประจำเดือนหมดเร็วหรือไม่ ขึ้นกับปัจจัยบุคคล เช่น ฮอร์โมน สุขภาพ การคุมกำเนิดวิธีช่วยประจำเดือนมาปกติ: ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ ทานอาหารมีประโยชน์ หากมีข้อสงสัย ปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำที่ถูกต้อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีทำให้ประจำเดือนหมดเร็วขึ้น ทำอย่างไร?

เรื่องทำให้ประจำเดือนหมดเร็วนี่นะ ส่วนตัวเลยคือมันไม่มีปุ่มกดปุ๊บหายปั๊บ แต่ก็มีบางอย่างที่เคยทำแล้วมันรู้สึกว่า เอ้อ มันสั้นลงจริง ตอนนั้นมีทริปทะเลรออยู่แล้วเมนส์ดันมาคือเซ็งมาก

ช่วงที่เริ่มออกกำลังกายหนักๆเลยนะ แบบคาร์ดิโอหนักๆ วิ่งเยอะๆ ตอนนั้นไปฟิตเนสแถวอโศกหลังเลิกงานทุกวัน สังเกตเลยว่าจากที่เคยมา 5-6 วัน มันลดเหลือแค่ 3-4 วัน เลือดจะมาเยอะช่วงแรกแล้วก็ค่อยๆ หายไปเลย มันเหมือนร่างกายมันขับออกมาทีเดียว

แต่ที่เห็นผลชัดเจนสุดๆ คือยาคุมกำเนิด อันนี้คือเปลี่ยนชีวิตเลย ตอนที่เริ่มกินแบบ 21 เม็ดเพื่อปรับฮอร์โมนรักษาผื่น รอบเดือนมันเป๊ะมาก มาตรงวัน แล้วก็มาน้อยลง แถมยังสั้นลงด้วย แค่ 3 วันก็แทบจะหมดแล้ว คือมันควบคุมได้หมดเลย แต่ยังไงก็ต้องให้หมอเป็นคนจ่ายนะ ไม่ใช่ไปซื้อกินเอง

สุดท้ายแล้วร่างกายแต่ละคนมันไม่เหมือนกันจริงๆ ของเราอาจจะเวิร์คกับคนอื่นไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ดีสุดคือสังเกตตัวเองนี่แหละ อะไรที่มันเปลี่ยนไปบ้างหลังเราทำอะไรบางอย่าง

ประจำเดือนมากี่วันถึงจะหมด

ประจำเดือนมา 3-5 วัน เป็นปกติ. ไม่ควรเกิน 7 วัน.

  • รอบเดือน: 21-35 วัน. ส่วนใหญ่อยู่ที่ 28-30 วัน.
  • ปริมาณ: ไม่เกิน 80 ซีซี ต่อวัน. เทียบเท่าผ้าอนามัยเต็มแผ่น 4 ผืน.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความมากน้อย: แปรผันตามบุคคล. ไม่ได้มีมาตรฐานตายตัว.
  • การเปลี่ยนแปลง: สังเกตความผิดปกติ. หากมีเลือดออกมากผิดปกติ หรือนานผิดปกติ.
  • สุขภาพ: เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน. ปัจจัยอื่นมีผล.

แบบไหนเรียกประจำเดือนหมด

"ประจำเดือนหมด" โดยทั่วไปหมายถึง การที่ประจำเดือนหยุดสนิทและไม่กลับมาอีกเลย สำหรับสตรีวัยทอง หรือที่เรียกว่าวัยหมดประจำเดือน (menopause) นั้น ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการเจริญพันธุ์ตามธรรมชาติ

  • สตรีวัยทอง หรือ วัยหมดประจำเดือน คือช่วงเวลาที่รังไข่หยุดทำงาน ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ส่งผลให้ประจำเดือนหายไปอย่างถาวร
  • ช่วงวัยนี้มักจะอยู่ระหว่าง 40-59 ปี แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ได้ในบางคน
  • การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นควบคู่กันไปด้วย

วัยหมดประจำเดือนแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกคือ ระยะก่อนหมดประจำเดือน (perimenopause) ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวสู่ภาวะหมดประจำเดือนอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ระยะก่อนหมดประจำเดือน (Perimenopause): เป็นช่วงที่ฮอร์โมนผันผวนมาก ประจำเดือนอาจจะมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนก็มา บางเดือนก็ขาด หรือมาน้อย/มากผิดปกติ อาจมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน ช่องคลอดแห้ง หรืออารมณ์แปรปรวนได้
  • ระยะหมดประจำเดือน (Menopause): ถือว่าเข้าสู่ภาวะนี้อย่างเป็นทางการเมื่อประจำเดือนขาดหายไปต่อเนื่อง 12 เดือนติดต่อกัน โดยไม่มีสาเหตุอื่น เช่น การตั้งครรภ์
  • ระยะหลังหมดประจำเดือน (Postmenopause): เป็นช่วงเวลาหลังจากที่ประจำเดือนขาดหายไป 12 เดือนไปแล้ว จนตลอดชีวิตที่เหลือ อาการต่างๆ ที่เคยมีในช่วง perimenopause อาจจะค่อยๆ ดีขึ้น หรือบางอาการก็อาจจะคงอยู่ หรือปรากฏขึ้นใหม่ได้เช่นกัน
  • อายุเฉลี่ยในการหมดประจำเดือน: ในประเทศไทย สตรีส่วนใหญ่จะหมดประจำเดือนในช่วงอายุประมาณ 50 ปี แต่ตัวเลขอายุเฉลี่ยทั่วโลกจะอยู่ที่ราวๆ 51 ปี
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อวัยหมดประจำเดือน: นอกจากอายุแล้ว พันธุกรรม การสูบบุหรี่ การผ่าตัดนำรังไข่ออก หรือภาวะสุขภาพบางอย่าง ก็อาจส่งผลต่อการเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนได้เช่นกัน
  • ความสำคัญของการดูแลตัวเอง: แม้จะเป็นกระบวนการทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงนี้ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น ความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ และปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต การปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก

ปกติประจําเดือนหมดอายุเท่าไร

หมดเมนส์... แถวๆ 50 ปี อาจจะเร็วจะช้ากว่านั้นนิดหน่อย

ชีวิตหลังหมดเมนส์ยังอีกยาวไกล 25 ปี โดยประมาณ

คิดดีๆ ว่าจะใช้เวลาที่เหลือยังไงให้มันคุ้ม

รังไข่ มันก็มีหน้าที่แค่นั้นแหละ พอเลิกก็เลิก

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เมนส์หมด (วัยหมดระดู) คือ การหยุดของประจำเดือนอย่างถาวร ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุ 45-55 ปี
  • ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ที่รังไข่สร้างจะลดลงหลังหมดประจำเดือน ส่งผลต่อร่างกายหลายอย่าง
  • การดูแลสุขภาพหลังวัยหมดประจำเดือนสำคัญมาก เพื่อคงคุณภาพชีวิตที่ดี