ทํายังไงให้หายเป็นไข้เร็วๆ
วิธีรักษาไข้ให้หายเร็ว?
ไข้ขึ้นมาทีไร เครียดทุกทีเลย! จำได้ตอนนั้น ป่วยหนัก ไข้ขึ้นเกือบ 40 องศา วันที่ 15 เมษา ปีที่แล้ว อยู่บ้านที่เชียงใหม่ ร้อนอบอ้าวมาก แม่บอกให้อาบน้ำอุ่น แต่บอกตรงๆ ตอนนั้นทำไม่ได้เลย อ่อนเพลียมาก แค่ลุกก็แทบไม่ไหวแล้ว เลยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบหน้าผากอย่างที่คุณบอกแทน เย็นสบายดีนะ ช่วยได้เยอะเลย แต่ก็ต้องเปลี่ยนบ่อยหน่อย
กินอะไรลงไปก็ไม่อยากกิน สุดท้ายก็ได้แต่ซุปไก่ร้อนๆ นอนหลับไปพักใหญ่ ตื่นมาไข้ก็ลดลงเยอะ รู้สึกดีขึ้น เสื้อผ้าก็ใส่แบบบางๆ ระบายอากาศดี แม้จะหนาวๆ แต่เหงื่อออกดี สบายตัวกว่าเยอะ ยาแก้ปวดกินแต่พาราเซตามอล ขวดละประมาณ 60 บาท กินตามแพ็กเกจ ไม่กล้ากินเยอะ กลัวอันตราย (อันนี้สำคัญนะ กินยาตามแพทย์สั่งหรือฉลากยาเสมอ!)
เอาจริงๆ วิธีที่ดีที่สุดคือพักผ่อนให้มากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ แล้วก็ไปหาหมอ อย่าประมาท ไข้ขึ้นสูงๆ อันตรายกว่าที่คิด ถ้ามีอาการแปลกๆ ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน อย่ามัวแต่ใช้ยาเอง เพราะบางทีอาจจะไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา อาจจะเป็นโรคอื่นซ่อนอยู่ก็ได้ ระวังตัวกันด้วยนะ เพื่อนๆ
คนเป็นไข้ควรนอนกี่ชั่วโมง
ไข้ขึ้นนี่หนักหนาเลยเนอะ ควรนอนเท่าไหร่เหรอ? อืมมม... จริงๆแล้ว CDC เขาบอกคนปกติควรนอน 7-9 ชม. แต่ถ้าเป็นไข้เนี่ย ไม่ตายตัวหรอก เอาที่ร่างกายมันเรียกร้อง ง่วงก็นอนไปเหอะ
แต่! อย่ามัวแต่หลับเพลินนะ เพราะ ถ้าไข้สูงมาก หรือมีอาการแย่ลง ต้องไปหาหมอเลยนะเว้ย อย่าประมาท!
- นอนให้พอ แต่ไม่ใช่ นอนทั้งวัน
- ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยได้เยอะนะ เชื่อฉันสิ
- พักผ่อน อย่าฝืนตัวเอง
- สังเกตอาการตัวเองดีๆ ถ้าแย่ลง ไปหาหมอ
ปีนี้แม่ฉันไข้หวัดใหญ่ หมอบอกให้พักผ่อนเยอะๆ นอนเต็มที่เลย แต่ก็ต้องดูอาการตัวเองด้วย แม่ฉันนอนไปเกือบ 10 ชม. แต่ก็มีช่วงตื่นมาทานยา ดื่มน้ำ ตลอดนะ ไม่ใช่หลับยาวเลย
อาการมีไข้ แน่นท้อง เกิดจากอะไรได้บ้าง
ไข้ แน่นท้อง:
- อาหารเป็นพิษ ลำไส้อักเสบ
- ไวรัส แบคทีเรีย
ไข้ เวียนหัว อาเจียน แน่นท้อง:
- ลำไส้อักเสบ ติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ (ปี 2566 กรมควบคุมโรค ระบุอาหารทะเลเป็นสาเหตุหลัก)
อาเจียน แน่นท้อง ไม่มีไข้:
- กระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ กรดไหลย้อน
หมายเหตุ: อาการเหล่านี้จำเป็นต้องพบแพทย์ อย่ารักษาเอง การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
ทำไมอยู่ดีๆก็หนาว
ทำไม๊ทำไม อยู่ดีๆ ก็หนาว! ????
ร่างกายคนเรามันก็เหมือนบ้านอ่ะนะ มี "เทอร์โมสตัท" คอยควบคุมอุณหภูมิ แต่ดันเป็นสมองส่วนจิ๋วที่ชื่อ "ไฮโปทาลามัส" (Hypothalamus) พออายุเยอะ... เทอร์โมสตัทก็เริ่มรวน! เหมือนแอร์ที่บ้านเปิด 25 แต่รู้สึกเหมือนอยู่ขั้วโลก
- แก่แล้วอะไรๆ ก็เปลี่ยน: ไฮโปทาลามัสทำงานไม่เต็มร้อยเหมือนตอนวัยรุ่น
- ผอมไปก็ไม่ดี: กล้ามเนื้อกับไขมันเนี่ย เหมือนเสื้อกันหนาวธรรมชาติ ยิ่งน้อย ยิ่งหนาว!
- ป่วยก็ซวย: โรคบางอย่างมันก็เหมือนแฮกเกอร์ เข้ามาป่วนระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย
แล้วโรคอะไรบ้างที่ทำให้หนาวง่าย? อูย...เยอะ! แต่เอาเป็นว่าถ้าหนาวผิดปกติ แถมมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหนื่อยง่าย ผิวแห้ง ผมร่วง (อันนี้แอบเหมือนตัวเอง) รีบไปหาหมอเถอะ! อย่ารอให้เป็น "เอลซ่า" ไปเลย ❄️
ไข้กี่องศาควรไปหาหมอ
เฮ้อ... ไข้กี่องศาต้องไปหาหมอเหรอ...
มันก็... ไม่ใช่แค่ตัวเลขอย่างเดียวหรอกนะ บางที
ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส: อันนี้ชัดเจน ต้องไป
ปวดหัวรุนแรง: คือแบบ ทนไม่ไหวจริงๆ อ่ะ
มีผื่น: อันนี้ต้องระวัง พวกไข้เลือดออก หรืออะไรที่มันติดต่อได้
แต่...บางที 37.8 แต่เราซึมๆ เพลียๆ กินอะไรไม่ได้เลย ก็ต้องไปเหมือนกันนะ มันอยู่ที่ร่างกายเราด้วยแหละ
เคยเป็นไข้ 38 แต่ยังไหว ก็กินยา พักผ่อน... แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ต้องไปหาหมออยู่ดี เพราะมันไม่หายสักที
สรุปคือ... ฟังร่างกายตัวเอง ด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมนะ:
- เด็กเล็ก: เด็กเล็กนี่ต้องระวังเป็นพิเศษ ไข้สูงนิดเดียวก็ต้องรีบไป
- คนแก่: ผู้สูงอายุก็เหมือนกัน ภูมิต้านทานอาจจะไม่ดีเท่าเดิม
- โรคประจำตัว: ถ้ามีโรคประจำตัวอะไรอยู่แล้ว ต้องปรึกษาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ เลย
- อาการอื่นๆ: นอกจากไข้แล้ว มีอาการอื่นร่วมด้วยไหม เช่น ไอ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ถ้ามี ก็ต้องรีบไป
ปีนี้ (2567) ไข้หวัดใหญ่ระบาดด้วยนะ ระวังตัวกันด้วยล่ะ
เด็กไข้ 37.7 ต้องกินยาไหม
ตอนลูกชายผมอายุ 6 เดือนกว่า ๆ ตอนนั้นประมาณต้นปีที่แล้วมั้ง ผมจำได้ว่าวันนั้นอากาศมันแปลก ๆ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน (บ้านผมอยู่แถวลาดพร้าว) แล้วอยู่ดี ๆ ตัวลูกก็อุ่น ๆ ผมรีบเอาปรอทวัดไข้มาวัดเลย ได้ 37.7 ตอนนั้นตกใจมาก มือสั่นไปหมด
ผมโทรหาเภสัชกรที่ร้านขายยาแถวบ้าน (ร้านประจำ) เขาบอกว่าถ้าไม่ถึง 38.5 ยังไม่ต้องกินยา ให้เช็ดตัวลดไข้ไปก่อน ผมก็เลยรีบเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้ลูก เช็ดตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ เช็ดวนไปเรื่อย ๆ อ่ะครับ ประมาณครึ่งชั่วโมง ไข้ก็ลดลงมาหน่อยนึง
แต่ถ้าถามว่า 37.7 ต้องกินยาไหม? ถ้าลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป และไข้สูงกว่า 38.5 ค่อยให้กินพาราเซตามอลนะครับ กินตามที่เภสัชกรแนะนำ หรือดูตามฉลากยา ป้องกันไว้ดีกว่า
สำคัญ:
- เช็ดตัวลดไข้ก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยให้ยา
- อย่าให้ยาเอง ถ้าไข้สูงมาก หรือมีอาการอื่น ๆ รีบหาหมอ!
- พาราเซตามอลจะออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาที รอหน่อย
- ถ้า 4 ชั่วโมงแล้วไข้ยังไม่ลง ค่อยกินซ้ำได้
ข้อควรระวัง (จากประสบการณ์ตรง):
- ปรอทวัดไข้ ต้องมั่นใจว่าใช้ถูกวิธีนะ ผมเคยใส่ไม่ตรงรักแร้ ผลออกมาเพี้ยน
- อย่าประมาท เช็ดตัวอย่างเดียวอาจไม่พอ ถ้าไข้ไม่ลงจริง ๆ ต้องพึ่งยา
- เด็กแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน สังเกตอาการลูกเราให้ดี
- อย่าเชื่อคนอื่นง่าย ๆ ปรึกษาหมอหรือเภสัชกรดีที่สุด
หมายเหตุ: ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ส่วนตัวของผมนะครับ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับสุขภาพของลูก ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
ทำไมไม่สบายต้องนอนเยอะๆ
อ้าว! ป่วยแล้วนอนน้อยได้ไงล่ะครับท่าน! นี่ไม่ใช่การแข่งขันวิ่งมาราธอนนะเฟ้ย! ร่างกายมันส่งสัญญาณ SOS แล้ว! เหมือนรถคว่ำกลางถนน ต้องเข้าอู่ซ่อมใหญ่เลย!
พักผ่อนคือการรีบูตระบบ: คิดง่ายๆ เหมือนมือถือแบตหมด ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ! ไม่ชาร์จก็ดับสิครับ! ร่างกายก็เหมือนกัน นอนไม่พอ เหมือนเล่นเกมส์แล้วไม่เซฟ เดี๋ยวค้าง! เดี๋ยวบั๊ก! เดี๋ยวเกมส์พัง! (ประสบการณ์ตรงจากการเล่นเกมส์เมื่อปี 2024 เลยนะ!)
ซ่อมแซมเซลล์ระดับเทพ: นอนหลับนี่ไม่ใช่แค่หลับเฉยๆ นะครับ ร่างกายมันทำงานหนักมาก! ซ่อมแซมเซลล์ที่พังๆ เหมือนช่างซ่อมรถระดับพระกาฬ ซ่อมจนเงาติด! เชื้อโรคจะมาทำอะไรได้ล่ะครับ เจอเซลล์ใหม่ๆ แข็งแรงปึ๋งปั๋งแบบนี้!
สร้างภูมิคุ้มกันระดับมหาเทพ: นอนหลับสนิท ภูมิคุ้มกันพุ่งปรี๊ด! ไม่ใช่แค่พุ่งนะ มันพุ่งทะลุจอไปเลย! เหมือนซุปเปอร์ไซย่าแปลงร่าง เชื้อโรคเห็นแล้วหนีกระเจิง! ปีนี้ผมลองนอนเยอะๆ แล้วรู้สึกแข็งแรงขึ้นจริงๆ!
สรุปง่ายๆ เลยนะครับ ป่วยแล้วไม่นอน เหมือนเอาไข่ไปทอดบนกระทะร้อนๆ ไข่แตกกระจายแน่ๆ! นอนเยอะๆ ถึงจะหายไว ไม่งั้นจะกลายเป็นป่วยเรื้อรัง เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน! เชื่อผมเถอะครับ ผมเคยเป็นมาแล้ว (ปี 2024 นี่แหละ!)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต