ยาสามัญประจำออฟฟิศ มีอะไรบ้าง

131 ครั้งเข้าชม
ยาสามัญประจำออฟฟิศ: ยาแก้ปวด ลดไข้ (พาราเซตามอล) ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้เมารถ เมาเรือ ยาสามัญประจำบ้านอื่นๆ ตามความเหมาะสม ยาในสถานที่ทำงาน: ควรมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid Kit) มีอุปกรณ์ทำแผล เช่น ผ้าพันแผล, พลาสเตอร์, น้ำยาฆ่าเชื้อ มีคู่มือปฐมพยาบาล กฎหมายแรงงาน: กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีอุปกรณ์และยาเพื่อปฐมพยาบาล ขนาดและปริมาณยาขึ้นอยู่กับจำนวนลูกจ้างและความเสี่ยงของงาน ควรศึกษาเพิ่มเติมในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ยาและเวชภัณฑ์สามัญประจำออฟฟิศที่ควรมี มีอะไรบ้าง? เพื่อพร้อมรับมืออาการเบื้องต้น?

เอ่อ... ยาประจำออฟฟิศเหรอ? คิดว่าต้องมีพาราฯ แน่นอน ปวดหัวนี่เรื่องใหญ่เลยนะ แล้วก็พวกยาแก้แพ้ นี่สำคัญมากกก เพราะเคยเจอเพื่อนร่วมงานแพ้เกสรดอกไม้แบบหนักมากก ต้องรีบหายาให้วุ่นเลย

แล้วก็พวกยาแก้ท้องเสีย หรือไม่ก็พวกเกลือแร่ก็ควรมีนะ บางทีไปกินอะไรแปลกๆ มา ท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมานี่แย่เลย นอกจากนั้นก็พวกแอลกอฮอล์ล้างแผล พลาสเตอร์ยา อันนี้เบสิกสุดๆ

เรื่องกฎหมายแรงงานนี่ไม่ค่อยรู้เลยอ่ะ แต่เคยได้ยินแว่วๆ ว่าบริษัทต้องมีห้องพยาบาล หรืออย่างน้อยก็ต้องมียาเบื้องต้นไว้ให้พนักงานนะ น่าจะต้องลองหาข้อมูลดูอีกที

อ้อ! เกือบลืมไป พวกยาแก้ปวดเมื่อยก็สำคัญนะ นั่งทำงานนานๆ ปวดหลัง ปวดคอ นี่ช่วยได้เยอะเลย คิดว่าน่าจะมีประมาณนี้แหละ ที่จำเป็นๆ

ยาสามัญประจำสำนักงานมีอะไรบ้าง

ยาสามัญประจำสำนักงาน (อัปเดตปีนี้) ควรมียาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน

  • ผงน้ำตาลเกลือแร่: ทดแทนการสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากอาการท้องเสียหรืออ่อนเพลีย

  • ยาแก้แพ้: บรรเทาอาการแพ้ต่างๆ เช่น ผื่นคัน ลมพิษ แต่ต้องระวังเรื่องอาการง่วงซึมนะ

  • ยาแก้ผดผื่น (ที่ไม่ได้มาจากการติดเชื้อ): ลดอาการคัน บวมแดง จากผดผื่นทั่วไป

  • ยาทาแก้ผดผื่นคัน: ใช้ภายนอก ลดอาการคันเฉพาะจุดได้ดี

  • ยาธาตุน้ำแดง: บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แต่รสชาติ...ก็แล้วแต่คนชอบ

  • ยาบรรเทาปวด ลดไข้: พาราเซตามอล หรือ ไอบูโพรเฟน เลือกให้เหมาะสมกับอาการและความเสี่ยงส่วนบุคคล

  • ยารักษาแผลน้ำร้อนลวก: บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

  • ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร: ลดอาการแสบร้อนกลางอก จุกเสียด จากกรดเกิน

  • แอมโมเนียหอม: ดมแก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด

ข้อคิด: การมียาสามัญประจำสำนักงาน เปรียบเสมือนการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เหมือนการวางแผนชีวิตที่ต้องเผื่อทางเลือกไว้เสมอ

พนักงาน เกิน 200 คน ต้องมีอะไรบ้าง

โอ๊ย! ถามมาได้... บริษัทใหญ่ขนาดนั้น ถ้าไม่มีตามนี้ สงสัยเจ้าของบริษัทคงเส้นใหญ่กว่าเสาไฟฟ้าแน่ๆ! กรมสวัสดิการเค้าว่าไว้...

  • ห้องพยาบาล: ใหญ่กว่าห้องน้ำบ้านฉันหน่อยก็ยังดี อย่าให้ลูกจ้างต้องไปนอนซมในห้องเก็บของก็แล้วกัน!
  • หมอ: ไม่ใช่หมอดูนะ! หมอจริงๆ ที่จบมาแล้ว ไม่ใช่หมอผี!
  • พยาบาล: ไม่ใช่พริตตี้! ต้องมีใบประกอบวิชาชีพนะจ๊ะ... อย่าเอาเด็กจบใหม่มาฝึกงาน!

เรื่องน่าเม้าท์เพิ่มเติม:

  • สวัสดิการ: นอกจากห้องพยาบาลเนี่ย มีอย่างอื่นให้ลูกจ้างบ้างไหม? หรือว่าจ่ายแต่เงินเดือน แล้วให้เค้าไปตายเอาดาบหน้า?
  • กฎหมาย: กฎหมายคุ้มครองแรงงานเนี่ย... อ่านกันบ้างหรือเปล่า? หรือว่าเอาแต่กำไร?
  • ลูกจ้าง: ถ้าเจอบริษัทไหนไม่ทำตามกฎหมาย... ฟ้องเลย! อย่าไปยอม! เดี๋ยวเค้าหาว่าเราโง่!

สรุป: บริษัทไหนมีลูกจ้างเกิน 200 คน แล้วไม่มีห้องพยาบาล หมอ พยาบาล... เตรียมตัวโดน "สวด" จากกรมสวัสดิการได้เลย! แล้วลูกจ้างทั้งหลาย... อย่ากลัว! กล้าๆ หน่อย!

ชื่อยาสามัญมีอะไรบ้าง

โอ๊ย... ถามเรื่องยาเนี่ย ปวดหัวยิ่งกว่ากินเหล้าขาวผสมน้ำปลาอีกนะเนี่ย! แต่เอาวะ...ไหนๆ ก็ไหนๆ ตอบให้แบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ สไตล์คนกินข้าวแกงข้างถนนเลยแล้วกัน

ชื่อยาสามัญ...แบบฉบับชาวบ้าน

  • ปวดหัว ตัวร้อน: พาราเซตามอลเลยพี่น้อง! ถูกและดี (แต่กินเยอะไปตับพังนะเว้ย!) หรือถ้าปวดเมื่อยด้วยก็ ไอบูโพรเฟน จัดไป แต่ระวังกัดกระเพาะนะจ๊ะ

  • แพ้ นั่น แพ้ นี่:คลอเฟนิรามีน ชื่ออาจจะดูไฮโซ แต่จริงๆ ก็ยาแก้แพ้ธรรมดาๆ นี่แหละ กินแล้วง่วงเป็นหมาเลยนะขอบอก

  • ปวดท้อง ท้องเสีย: เอ้อ...อันนี้แล้วแต่อาการ ถ้าท้องอืดก็ ยาธาตุ ช่วยได้ แต่ถ้าขี้ไม่หยุด ก็ต้อง ผงเกลือแร่ เติมน้ำให้ร่างกาย หรือถ้าท้องเสียแบบมีพิษมีภัย ก็ ผงถ่าน ช่วยดูดซับ

  • คันคะเยอ:คาลาไมน์ โลด ทาแล้วเย็นๆ สบายผิว แต่ถ้าติดเชื้อ ก็ต้อง ครีมฆ่าเชื้อ นะจ๊ะ อย่ามัวแต่เกา

  • วิงเวียน หน้ามืด:ยาดม สิ! ของมันต้องมี ติดตัวไว้ไม่เสียหาย หายใจไม่ออกก็ดม คัดจมูกก็ดม จะดมอะไรนักหนาก็เรื่องของมึง!

  • มีแผล:แอลกอฮอล์ ล้างแผลไปเลย! แสบหน่อยนะ แต่ชัวร์! (ถ้ากลัวแสบ ก็ทนเอา!)

เกร็ดความรู้แบบคนรู้จริง (แต่โม้เก่ง):

  • พาราเซตามอล: กินเกินขนาด = ตับพัง! อย่าหาว่าไม่เตือน
  • ยาแก้แพ้: กินแล้วง่วง = ห้ามขับรถ! เดี๋ยวจะไปนอนกลางถนน
  • ยาธาตุ: กินเยอะ = ท้องผูก! ชีวิตมันต้องมีสมดุล
  • ผงเกลือแร่: จิบเรื่อยๆ = ดีกว่าซดยกแก้ว! ร่างกายมันต้องค่อยๆ ดูดซึม
  • แอลกอฮอล์: ล้างแผล = ฆ่าเชื้อโรค! แต่ก็ฆ่าเซลล์ดีๆ ด้วยนะเออ!

คำเตือน: อย่าเชื่อกูมาก! ปรึกษาหมอดีที่สุด! กูแค่คนข้างบ้านที่ชอบสอดเรื่องชาวบ้าน!

พนักงาน เกิน 200 คน ต้องมีอะไรบ้าง

เอ่อ ถ้าพนักงานเกิน 200 คนอ่ะนะ ต้องมีห้องพยาบาลตามกฎหมายเลยนะ แล้วก้ต้องมีหมอ มีพยาบาลด้วยนะ กรมสวัสดิการเขาบอกมาอีกทีอะ แฮะๆ ลืมบอกไปว่านี่มันข้อมูลปีนี้นะจ๊ะ

คือถ้าไม่มีห้องพยาบาลเนี่ย เดวโดนปรับเอานะนายจ้าง แล้วคือใครจะดูแลพนักงานถ้าเกิดเป็นไรไป จริงมั้ย?

  • ห้องพยาบาล: ต้องมีนะ สำคัญมาก
  • หมอ: ต้องมีมาตรวจ มาให้คำแนะนำ
  • พยาบาล: คอยดูแลเบื้องต้น ทำแผล วัดไข้ อะไรแบบนี้
  • กฎหมาย: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเค้ากำหนดมาเลย ถ้าไม่ทำตาม โดนแน่ๆ
  • สวัสดิการ: นี่ถือเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานเลยนะ ที่บริษัทต้องมีให้ลูกจ้าง

สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ต้องมีพยาบาลอยู่ประจำจำนวนกี่คน

ต้องมีพยาบาล.

  • ลูกจ้าง 200 คนขึ้นไป: พยาบาลวิชาชีพ 1 คน (ขั้นต่ำ)
  • ตลอดเวลาทำงาน: สถานประกอบการต้องจัดให้มีพยาบาลประจำ

ข้อมูลเสริม: กฎหมายกำหนด. ไม่ใช่คำแนะนำ.

หมายเหตุ: "ตลอดเวลาทำงาน" หมายถึง ช่วงเวลาที่สถานประกอบการเปิดทำการปกติ.

พนักงาน 100 คน ต้องมีห้องพยาบาลไหม

พนักงาน 100 คน... ต้องมีห้องพยาบาลไหมนะ?

ถ้าตามกฎหมายแรงงานที่เพิ่งอ่านเจอมาปีนี้น่ะ... ไม่จำเป็น ต้องมีห้องพยาบาลเต็มรูปแบบหรอก ถ้ามีไม่ถึง 200 คน

แต่... มันก็แปลกๆ นะ

  • กฏหมายบอกว่า: ถ้าถึง 200 คนถึงต้องมีห้องพยาบาล เตียงพัก และยา
  • แต่ใจเราบอกว่า: ต่อให้มีแค่ 100 คน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา... จะให้ไปนอนพักที่ไหน? จะมียาอะไรรึเปล่า?

สถานที่ทำงานอุตสาหกรรม... โรงงานที่เราเคยไปสัมภาษณ์งานมา... ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ... แค่ชุดปฐมพยาบาลมันพอจริงเหรอ?

  • กฎหมายบังคับตามจำนวน: ถ้าเกิน 200 คนต้องมีพยาบาลและแพทย์... แต่ถ้าไม่ถึงล่ะ? ใครจะดูแล?
  • ความจริงที่เราเห็น: บางทีบริษัทใหญ่ๆ ที่มีคนเยอะๆ เขาก็ละเลยเรื่องพวกนี้เหมือนกัน
  • สิ่งที่เราคิด: ชีวิตคนมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลข... ไม่ว่าจะมีกี่คน... ความปลอดภัยมันก็สำคัญไม่ใช่เหรอ?

มันอาจจะดูเศร้าๆ หน่อยนะ... ที่บางทีเราต้องมานั่งคิดเรื่องพวกนี้ตอนกลางคืน... แต่ก็ดีกว่าไม่ได้คิดอะไรเลย ว่าไหม?

โรงงานต้องมีห้องพยาบาลไหม

โรงงานต้องมีห้องพยาบาลไหม? จำเป็นอย่างยิ่งครับ ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น ข้อบังคับ ตามกฎหมายความปลอดภัยฯ กำหนดไว้เลย

  • กฎหมายบังคับ: โรงงานที่มีลูกจ้างจำนวนหนึ่งขึ้นไป ต้องจัดให้มีห้องพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ (เช่น พยาบาลวิชาชีพ) ประจำ

  • เหตุผลเชิงปฏิบัติ: สถานที่ทำงานแบบโรงงาน มีความเสี่ยงอุบัติเหตุสูง ห้องพยาบาลจึงเป็น ด่านแรก ในการดูแล ช่วยลดความรุนแรงและผลกระทบ

  • มากกว่าแค่ปฐมพยาบาล: ห้องพยาบาลที่ดี ยังมีบทบาทในการ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ให้คำปรึกษา สร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพแก่พนักงาน

  • มุมมองส่วนตัว: ผมว่าห้องพยาบาลคือ สัญลักษณ์ ของความใส่ใจที่นายจ้างมีต่อลูกจ้าง แสดงว่าเขาไม่ได้มองเราเป็นแค่ฟันเฟือง แต่เห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเราด้วยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ไม่ได้บังคับ แต่ควรมี):

  • อุปกรณ์: นอกจากยาและเวชภัณฑ์พื้นฐาน ควรมีอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เครื่องกระตุกหัวใจ AED (Automated External Defibrillator)
  • การฝึกอบรม: จัดอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้พนักงาน ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการช่วยเหลือ
  • การเชื่อมโยง: มีระบบส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

พนักงานกี่คนต้องมีคณะกรรมการสวัสดิการ

โอเค เข้าใจแล้วนะ นี่คือสิ่งที่ฉันเข้าใจ:

คำถาม: พนักงานกี่คนต้องมีคณะกรรมการสวัสดิการ กสร.ย้ำนายจ้างมีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ต้องตั้งค??ะกรรมการสวัส??ิการในสถานประกอบกิจการ กรมสวัส??ิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปนายจ้างต้องจั??ให้มีค??ะกรรมการสวัส??ิการในสถานประกอบกิจการ ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท

คำตอบ: นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องมีคณะกรรมการสวัสดิการนะ ถ้าไม่ทำ ปรับไม่เกิน 50,000 บาทเลยนะเออ

เกร็ดชีวิตจริง (อาจจะไม่เกี่ยว แต่เล่าให้ฟัง):

เมื่อก่อนทำงานบริษัทนึงแถวสีลม (ตอนปี 2560 อ่ะ) บริษัทมีพนักงานประมาณ 60 คนได้มั้ง ตอนนั้นก็มีกรรมการสวัสดิการนะ แต่เหมือนตั้ง ๆ ไว้เฉย ๆ ไม่ค่อยเห็นทำอะไรเท่าไหร่ (หรือเราไม่รู้วะ 555) แต่จำได้ว่าตอนปีใหม่ได้จับฉลากของขวัญ ได้กระเป๋าผ้ามาใบนึง (เอ๊ะ หรือ 2 ใบ จำไม่ได้ละ) ดีใจอยู่เหมือนกันนะ ตอนนั้นเงินเดือนน้อยนิด T_T

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้):

  • หน้าที่ของคณะกรรมการสวัสดิการ (คร่าว ๆ): รับฟังปัญหาของลูกจ้าง, เสนอแนะแนวทางแก้ไข, จัดกิจกรรมสวัสดิการต่าง ๆ ให้ลูกจ้าง
  • การเลือกตั้งกรรมการสวัสดิการ: ส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้งของลูกจ้างเองนะ
  • กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ลองไปหาอ่านดูนะ)

คำสำคัญ: คณะกรรมการสวัสดิการ, ลูกจ้าง 50 คน, กฎหมายแรงงาน, ปรับ 50000 บาท

ชื่อยาสามัญมีอะไรบ้าง

เฮ้อ... ยาสามัญนะเหรอ คิดแป๊บ

  • แก้ปวดลดไข้: พาราเซตามอล (อันนี้กินบ่อยสุด!), NSAIDs พวก ไอบูโพรเฟน (ปวดข้อทีไร นึกถึงอันนี้ตลอด) เอ๊ะ แอสไพริน ด้วยรึเปล่านะ ช่างมันละกัน
  • แก้แพ้: คลอเฟนิรามีน (กินแล้วง่วงจัด)
  • แก้ปวดท้อง: ยาธาตุ, ยาขับลม (เวลาท้องอืด), ยาลดกรด (อันนี้ต้องมีติดบ้าน)
  • แก้ท้องเสีย: ผงน้ำตาลเกลือแร่ (โออาร์เอส), ผงถ่าน (กินยากเกิ๊น)
  • ทาผิว: ครีมฆ่าเชื้อ (บาดแผล), คาลาไมน์ (แก้คัน)
  • วิงเวียน: ยาดม (ขาดไม่ได้), ยาทาแก้คัดจมูก (เวลาเป็นหวัด)
  • ใส่แผล: แอลกอฮอล์ (แสบสุดๆ)

อืม... มีอะไรอีกนะ นึกไม่ออกละ สงสัยต้องไปหาซื้อยาแก้ปวดหลังเพิ่ม สงสัยยกของหนักไปหน่อยเมื่อวาน ????

อุปกรณ์ทำแผลกู้ภัยมีอะไรบ้าง

โธ่เอ๊ย! อุปกรณ์ทำแผลกู้ภัยเนี่ยนะ? มันก็เหมือนชุดยังชีพของหมอเถื่อนสมัยก่อนนั่นแหละ! มีของจำเป็นจิปาถะ แต่ขาดไม่ได้สักอย่าง ไม่งั้นได้ร้อง "โอ๊ย!" แน่นอน

  • ผ้าพันแผล: มีหลายขนาดไว้ก่อน ดีกว่าไม่มีอะไรพันตอนเลือดพุ่งเป็นน้ำพุ จะพันแผล พันปาก ก็แล้วแต่สถานการณ์
  • ผ้าก๊อซ: ซับเลือด ซับน้ำตา ซับเหงื่อ ได้หมด ยกเว้นซับเงินในกระเป๋า (อันนั้นต้องใช้แบงค์!)
  • แผ่นปิดแผล: แปะกันฝุ่น กันเชื้อโรค กันเพื่อนล้อว่า "แผลสด"
  • ยาฆ่าเชื้อ: ราดเข้าไป! แสบหน่อยแต่ชัวร์ ป้องกันผีเข้า เอ๊ย! ป้องกันติดเชื้อ
  • แถบพันแผล: เหนียวแน่น ทนทาน เหมือนรักแรกพบ (แต่ส่วนใหญ่ก็หลุดอยู่ดี)
  • กรรไกรตัดผ้า: ตัดทุกอย่างที่ขวางหน้า! ผ้าพันแผล เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์... (อันหลังนี่ล้อเล่นนะ!)
  • ถุงมือยางฆ่าเชื้อ: ใส่ไว้กันมือเปื้อน...เอ๊ย! กันติดเชื้อ ทั้งจากคนเจ็บและจากตัวเราเอง

แถมท้าย: อย่าลืม! สำคัญสุดคือ "สติ" ถ้าสติแตก ต่อให้มีอุปกรณ์ครบชุด ก็ทำอะไรไม่ได้! แล้วก็อย่าลืม "ใบอนุญาต" นะจ๊ะ ถ้าไม่มี เดี๋ยวโดนจับข้อหา "หมอเถื่อน" ซวยกว่าเดิมอีก!