ลาป่วยด้วยโรคอะไรดี

47 ครั้งเข้าชม
แนะนำเหตุผลการลาป่วย (เน้นความน่าเชื่อถือ): ไมเกรนกำเริบ: ปวดหัวข้างเดียวรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสง ไข้หวัดใหญ่: ไข้สูง ไอแห้ง เจ็บคอ ปวดเมื่อยมาก (อาการหนัก) ข้อควรจำ: หลีกเลี่ยงการอ้างอาการป่วยซ้ำกับผู้อื่น เน้นอาการหนักที่ต้องพักรักษาตัวจริงจัง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ลาป่วยแบบไหนดี? เลือกโรคอะไรให้เหมาะสมกับการลาป่วยและไม่ผิดกฎ?

เอาจริงนะ เรื่องลาป่วยนี่โคตรเซ้นซิทีฟเลย เคยลองลาป่วยแบบบอกแค่ "ไม่สบาย" เจ้านายก็ทำหน้าแบบ...ไม่ค่อยเชื่ออะ ครั้งนั้นจำได้เลย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ปวดหัวตุ๊บๆ เหมือนจะแตก เลยบอกไปว่าไมเกรนกำเริบ หนักมาก ปวดข้างเดียวด้วย แสงก็แสบตา คลื่นไส้จะอ้วกตลอด ถึงได้หยุดงานไปได้ทั้งวัน

แต่ถ้าเป็นไข้หวัดธรรมดา บอกไปว่าเป็นหวัด ก็ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เจ้านายอาจจะคิดว่าแค่จามๆ น้ำมูกไหลหน่อย ก็ยังทำงานได้อยู่ ส่วนตัวคิดว่า ถ้าจะลาป่วย เลือกโรคที่แสดงอาการหนักๆ หน่อย อย่างไวรัสทางเดินหายใจนี่แหละ ไข้สูง ไอแห้ง เจ็บคอ ปวดตัว บอกไปเลย ให้เห็นภาพชัดๆ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยนะ อย่าให้มันดูเว่อร์เกินไป เพราะถ้าเจ้านายไม่เชื่อ เดี๋ยวจะหาว่าเราโกหก

สำหรับฉัน ไมเกรนรุนแรงนี่ใช้ได้ผลดีสุดแล้ว เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราทำงานไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าจะให้ดี ควรเตรียมหลักฐานไว้บ้าง อย่างรูปยา หรือใบรับรองแพทย์ เผื่อเจ้านายขอ อันนี้สำคัญมาก เพื่อความน่าเชื่อถือ และก็อย่าลืมพักผ่อนให้เต็มที่ด้วยนะ อย่าเพิ่งไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมหนักๆ เพราะเดี๋ยวจะไม่หาย เสียทั้งงานเสียทั้งสุขภาพ ไม่คุ้ม!

ลาป่วย พูดยังไง

อุ๊ยตาย! ป่วยซะแล้วสิ! จะลาป่วยยังไงให้ดูดีมีชาติตระกูล (แต่ไม่ต้องถึงกับแต่งชุดไทยไปโรงพยาบาลนะ) ลองแบบนี้ดูมั้ย?

  • ถ้าป่วยแบบเบาๆ (ไข้หวัดธรรมดา): "ขออนุญาตลาป่วยนะคะ/ครับ เนื่องจากมีอาการไข้หวัดเล็กน้อย ขอโทษสำหรับความไม่สะดวกด้วยค่ะ/ครับ จะรีบหายแล้วกลับไปทำงานอย่างเต็มที่เลยค่ะ/ครับ" (เสริม: ถ้าอยากให้ดูน่ารัก อาจแอบบอกว่า "จะพยายามดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ/ครับ!")

  • ถ้าป่วยหนักหน่อย (ปวดหัวตัวร้อนเป็นไฟ): "ขออนุญาตลาป่วยค่ะ/ครับ อาการไม่ค่อยดีเลย เหมือนจะโดนรถบรรทุกชน (ล้อเล่นนะ!) ต้องพักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนค่ะ/ครับ จะแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ/ครับ" (ฮาๆ แต่ก็แสดงความจริงใจนะ)

  • ถ้าป่วยแบบต้องไปหาหมอ (อุบัติเหตุเล็กน้อย): "ขออนุญาตลาป่วยค่ะ/ครับ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย (เช่น ลื่นล้ม ชนกับเสาไฟฟ้า... แหม! เรื่องจริง!) ต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล จะกลับมาทำงานโดยเร็วที่สุดค่ะ/ครับ" (ถ้าอุบัติเหตุหนักกว่านี้ควรแจ้งตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนะ)

ปีนี้เจอไวรัสอะไรแปลกๆ เยอะจัง เพื่อนผมคนนึงก็เพิ่งไปตรวจสุขภาพมา หมอบอกว่าเป็นโรคแพ้กาแฟ หมอบอกให้เลิกดื่มกาแฟ มันบอก "นี่มันฆ่าผมช้าๆ เลยนะเนี่ย!" ผมก็เลยบอกมันว่า "ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ลาป่วยไปเลยสิวะ! 5555"

เพิ่มเติม: อย่าลืมแจ้งหัวหน้างานล่วงหน้า และแจ้งเหตุผลการลาอย่างชัดเจน การป่วยเป็นเรื่องปกติ แต่การสื่อสารที่ดีสำคัญกว่า อย่าให้เป็นภาระของเพื่อนร่วมงาน และสำคัญที่สุด ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ/ครับ!

ลาป่วย มีอาการอะไรบ้าง

ลาป่วยเนี่ยนะ? อาการเพียบเลย! เหมือนสวนสนุกแห่งโรคเลยทีเดียว!

  • ท้องเสีย: นี่คือการเปิดตัวที่อลังการ! เหมือนน้ำตกไนแองการาเลยครับพี่น้อง ท้องร้องจ๊อกๆๆ แบบว่า... ขอโทษห้องน้ำด้วยครับ!

  • ปวดหัว: หนักหน่วงเหมือนโดนช้างกระทืบหัว! อยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้หายปวด แต่กลัวกำแพงจะร้าวซะก่อน

  • อาหารเป็นพิษ: นี่ไม่ใช่แค่ปวดท้องธรรมดา มันคือสงครามในกระเพาะ! เหมือนมีมังกรไฟอาศัยอยู่ในท้อง เผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า

  • เป็นไข้: ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด! ร้อนเหมือนนั่งอยู่ในเตาอบ ขนาดพัดลมแรงยังสู้ความร้อนนี้ไม่ได้ ตัวร้อนเหมือนจะลุกเป็นไฟ!

  • ติดโควิด: ปีนี้โควิดยังระบาดอยู่นะครับ! อย่าลืมตรวจ ATK ด้วยล่ะ อาการคือเหนื่อยง่าย ไอจาม และหายใจลำบาก เหมือนวิ่งมาราธอนแล้วโดนต่อยด้วย!

  • ปวดไมเกรน: ปวดแบบแสบจี๊ด! เหมือนมีใครเอาเหล็กมาเจาะหัว แสงก็แพ้ เสียงก็แพ้ โลกทั้งใบมืดมน อยากจะหลบอยู่ในห้องมืดๆ

  • ปวดท้องประจำเดือน: นี่คือความเจ็บปวดที่ผู้หญิงเข้าใจดี ปวดแบบทรมาน เหมือนโดนหมีควายถีบเข้าที่ท้อง อยากจะนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงทั้งวัน

  • เป็นหวัด: จมูกน้ำมูกไหลไม่หยุด เหมือนเปิดก๊อกน้ำไว้ทั้งวัน ไอหนักๆ เสียงแหบพร่า เหมือนร้องเพลงมาทั้งคืน!

ข้อมูลเพิ่มเติม ปี 2566 (เพิ่มเติมจากข้อความข้างต้น): สำหรับปีนี้ โควิดแม้จะไม่รุนแรงเท่าช่วงแรก แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องระวัง ควรตรวจ ATK และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด อย่าลืมพกเจลแอลกอฮอล์ติดตัวด้วยนะครับ

เหตุผลในการลากิจ มีอะไรบ้าง

ลากิจอ่ะเนอะ หลายอย่างเลย ขึ้นอยู่กับที่ทำงานด้วยแหละ แต่ที่ฉันเคยเจอๆ ก็มีพวกนี้

  • ไปติดต่อราชการ แบบไปจดทะเบียนสมรส ขอเอกสารอะไรพวกนี้ ต้องใช้เวลาทั้งวันเลยแหละ บางทีก็ต้องเอาใบเสร็จมาให้ที่ทำงานดูด้วยนะ จำได้ว่าปีนี้เพื่อนฉันไปขอใบเปลี่ยนชื่อ ลาไปทั้งวันเลย

  • งานศพนี่สำคัญมาก พ่อแม่พี่น้อง สามีภรรยา ลูก ลาได้แน่นอน ต้องมีใบมรณบัตรมั้ยนะ ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆคือลาได้ ที่ทำงานฉันเข้าใจเรื่องนี้

  • เรื่องสอบนี่ ถ้าเรียนโท สอบวันทำงาน ลาได้ แต่ต้องบอกล่วงหน้า อาจารย์ฉันก็บอกให้นักเรียนลาได้ ถ้าสอบสำคัญจริงๆ อย่างฉันเอง ปีนี้ก็ลาไปสอบโท ครั้งนึง

  • งานรับปริญญาตัวเอง อันนี้ก็สำคัญ ต้องบอกล่วงหน้า เตรียมตัวตั้งนาน ต้องลาไปถ่ายรูป ร่วมงาน จัดการเรื่องต่างๆด้วย

  • พาคนในครอบครัวไปหาหมอ อันนี้ก็ลาได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องแนบใบรับรองแพทย์ แบบตรวจสุขภาพประจำปี หรือใบนัดหมอ ปีนี้แม่ฉันป่วย ฉันก็ลาไปพาไปหาหมอ

    ง่ายๆแค่นี้แหละ แต่ก็ขึ้นกับนโยบายแต่ละที่ทำงานด้วยนะ บางที่อาจจะเข้มงวดกว่านี้ก็ได้

ธุระกับครอบครัว มีอะไรบ้าง

ครอบครัว? ธุระก็เรื่องของมันดิ

  • ทำบัตร ปชช. ปีนี้ไปทำที่อำเภอ ต่อคิวโคตรนาน เสียเวลาชิบหาย
  • ใบขับขี่ หมดอายุ ต้องไปต่อ เรื่องเล็กๆ แต่ก็วุ่นวาย
  • แต่งงาน งานแต่งน้องปีที่แล้ว เหนื่อยโคตร จัดการกับญาติๆ ปวดหัว
  • งานศพ ปู่เสียไปเมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องใหญ่ เหนื่อยทั้งกายใจ
  • บวช พี่ชายบวชเมื่อต้นปี งานใหญ่ แต่ก็ภูมิใจ

จำเป็นมั้ย? ขึ้นอยู่กับมุมมอง แต่สำหรับกู ก็จำเป็น แหละวะ เรื่องครอบครัว มันต้องจัดการ

มีวิธีลางานอย่างไรให้เนียน

อืมมมม... ลางานเนียนๆเหรอ ยากนะเนี่ย แต่ลองดูวิธีนี้สิ เอ๊ะ หรือจะใช้แบบนี้ดี คิดหนักจัง

  • ไม่สบายจริงก็ลาป่วยไปเลย! ไข้ขึ้นนี่หนักมาก เมื่อวานนี้ไข้ขึ้น 39 องศา แบบว่าไปไหนไม่ได้เลย ลางานทั้งวัน ใช้ใบรับรองแพทย์ด้วยนะ ปีนี้ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วด้วยนะ ดีๆๆ
  • ด่วนจริงก็ต้องบอก! แม่ป่วยหนักต้องไปดูแลที่โรงพยาบาล แบบนี้ใครจะทำงานได้ นี่แหละเหตุผลเร่งด่วน แต่ก็ต้องแจ้งล่วงหน้า อย่าลืมบอกเจ้านายก่อนนะ!
  • สั้น กระชับ ชัดเจน! "ขอลาป่วย 1 วันครับ/ค่ะ เนื่องจาก..." จบ! ไม่ต้องบรรยายเยอะ เสียเวลาเปล่าๆ พูดตรงประเด็นดีที่สุด ฉันเคยลองแบบละเอียดแล้ว เปลืองเวลาทั้งตัวเองทั้งเขา
  • วางแผนงานก่อนลา! นี่สำคัญมาก! ถ้าไม่วางแผน งานจะล้น ฉันเคยลาไปแล้วงานค้างเยอะมาก แบบนั้นไม่โอเคเลย ต้องมอบหมายงานให้คนอื่น หรือจัดการให้เรียบร้อยก่อนลา
  • โซเชียลมีเดีย? ปิดไว้เถอะ! อย่าไปอัพเดตว่าไปเที่ยว เดี๋ยวเจ้านายรู้ เดือดร้อนเปล่าๆ ปีที่แล้วฉันเคยไปทะเล แล้วอัพรูป เจ้านายเห็น ฉันโดนดุเลย ฮือๆๆ
  • รับผิดชอบงานก่อน! งานตัวเองต้องเสร็จ ก่อนที่จะลา ไม่งั้นจะรู้สึกผิด และงานก็จะคั่งค้าง งานของฉันต้องเสร็จก่อนเสมอ ถึงจะลางานได้อย่างสบายใจ
  • ขอบคุณเจ้านายด้วย! พูดขอบคุณเจ้านายที่อนุญาตให้ลางาน แสดงความขอบคุณเล็กๆน้อยๆ จะได้ดูดี น่ารักขึ้นมาหน่อย ฉันเคยทำแบบนี้ เจ้านายชมด้วยนะ
  • อย่าลาบ่อย! นี่สำคัญที่สุด! ลาบ่อยเกินไป เจ้านายจะมองไม่ดี ต้องมีเหตุผลจริงๆ ถึงจะลาได้ ปีนี้ฉันลางานแค่ 2 ครั้งเอง ภูมิใจมาก!

จะเนียนแค่ไหนก็ต้องดูที่ความเหมาะสมด้วยนะ อย่าลืมเรื่องจริยธรรมในการทำงานด้วยล่ะ ถ้าไม่สบายจริงๆก็ลาไปเถอะ อย่าฝืนตัวเอง สุขภาพสำคัญกว่า คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆ

Personal Leave กับ Business Leave ต่างกันอย่างไร

Personal Leave กับ Business Leave นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ มองในมุมหนึ่ง มันคือเรื่องของ "หัวใจ" ที่เราใช้ในการทำงานด้วยซ้ำ

  • Personal Leave (ลากิจส่วนตัว): คือการลาหยุดพักผ่อน ทำธุระส่วนตัว ดูแลครอบครัว หรือจัดการเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง มองลึกลงไปอีก อาจเป็นช่วงเวลาที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูสมดุลชีวิต เพื่อกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Business Leave (ลากิจเพื่อธุรกิจ/ราชการ): คือการลาเพื่อไปทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง เช่น การประชุม สัมมนา อบรม การไปติดต่อธุรกิจ หรือปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากบริษัท ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเองและสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร

ความต่างที่เห็นได้ชัด:

  • วัตถุประสงค์: Personal Leave เน้นเรื่องส่วนตัว, Business Leave เน้นเรื่องงาน
  • ผู้รับผลประโยชน์: Personal Leave เน้นที่ตัวพนักงาน, Business Leave เน้นที่องค์กร
  • ผลกระทบ: Personal Leave อาจกระทบต่องานบ้าง แต่ Business Leave ควรส่งผลดีต่อการทำงาน

Sick Leave (ลาป่วย): อันนี้ชัดเจน คือการลาเมื่อเจ็บป่วย ไม่สามารถมาทำงานได้ ซึ่งแตกต่างจาก Personal Leave ที่อาจไม่ได้มีเหตุผลเรื่องสุขภาพเสมอไป

รวมประโยค "ลากิจ" ภาษาอังกฤษ ที่พบบ่อย (แบบสั้นๆ):

  • "I'd like to request a personal leave." (ฉันต้องการขอลากิจส่วนตัว)
  • "I need to take a business trip." (ฉันต้องเดินทางไปทำธุระ)
  • "I'm calling in sick today." (วันนี้ฉันลาป่วย)
  • "Request for Leave of Absence" (คำร้องขอลาหยุด)

เกร็ดน่ารู้: บางครั้งการลาหยุดก็เป็นเรื่องของ "ศิลปะ" การสื่อสารด้วยนะครับ การอธิบายเหตุผลอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา จะช่วยให้ได้รับการอนุมัติได้ง่ายขึ้น (จากประสบการณ์ส่วนตัวนะ)

ลากิจฉุกเฉินคืออะไร

ลากิจฉุกเฉิน... มันเหมือนวันที่ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาพร้อมกัน

  • ลากิจปกติ: เตรียมตัวมาแล้ว บอกล่วงหน้า วางแผนชีวิตไว้แล้ว

  • ลากิจฉุกเฉิน: ฟ้าผ่าลงมากลางวัน ไม่มีใครอยากให้เกิด

มันคือวันที่เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย... วันที่ชีวิตมันบอกว่า "แกต้องพัก" ทั้งๆ ที่เราไม่อยากพักเลยสักนิด

บางทีก็คิดนะ ว่าถ้าเราเป็นซุปเปอร์แมนได้ก็คงดี ไม่ต้องลากิจ ไม่ต้องป่วย ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น... แต่ก็นั่นแหละ ชีวิตมันก็แบบนี้

เดือนนึงควรลากี่ครั้ง

สองวันต่อเดือน? น้อยไปไหมวะ? กฎหมายไม่บังคับ แต่กูแนะนำว่า อย่าไปยอมง่ายๆ

  • ตรวจสอบสัญญาจ้างงาน มันระบุชัดเจนแค่ไหน
  • กฎหมายแรงงาน ศึกษาให้ดี อย่าให้มันเอาเปรียบ
  • คุยกับฝ่ายบุคคล แต่ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่กูว่า ก็หาที่ใหม่เถอะ ชีวิตกูมีค่ากว่านั้น

ปีนี้กูลาไปเที่ยวทะเลมาแล้ว สบายกว่าทำงานเยอะ แนะนำให้คิดถึงตัวเองบ้าง