อ้วกเสร็จควรทําอะไร

64 ครั้งเข้าชม
หลังอาเจียน ควร: พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารเหลว/อ่อน ย่อยง่าย จิบน้ำขิง/เกลือแร่ ช่วยบรรเทา เลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว/กรด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อ้วกเสร็จ ควรทำอย่างไรเพื่อดูแลสุขภาพ?

เอ่อ... อ้วกเสร็จนะ? โอ๊ย ไม่อยากจะนึกภาพ คือตอนนั้นแบบ...แย่สุดๆ ไปเลย

จำได้เลย ตอนเด็กๆ เคยกินขนมเค้กเยอะไปหน่อย วันเกิดเพื่อนที่บ้าน (น่าจะ...15 พฤษภาคม มั้ง?) สุดท้ายก็วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน!

เอาจริงๆ นะ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ นอน! นอนพักให้เต็มที่ ร่างกายมันเพลียมากกก

แล้วก็...กินอะไรง่ายๆ อะ พวกโจ๊กอ่อนๆ หรือข้าวต้ม อะไรที่มันไม่หนักท้องมาก

น้ำขิงก็ช่วยนะ! รสชาติอาจจะไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แต่กินแล้วมันสบายท้องขึ้นเยอะเลยจริงๆ

ที่สำคัญ! เลี่ยงพวกน้ำส้ม น้ำมะนาวไปก่อนเลย เปรี้ยวๆ นี่แหละตัวดี แสบท้องสุดๆ

อ้วกแล้วดีขึ้นไหม

อ้วกแล้วดีขึ้นไหม? โห ถามใจเลยนะ! ตอนนั้นกินส้มตำร้านป้าข้างออฟฟิศเมื่อวันศุกร์ที่แล้วอ่ะ (17 พฤษภาคม 2567) เผ็ดแบบ…โอ้โห น้ำหูน้ำตาไหล พอกลับถึงบ้านตอนเย็น เริ่มปวดท้องบิด ๆ แล้วก็…วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันเลย อ้วกออกมาหมดไส้หมดพุง! รู้สึกแย่มากตอนนั้น แต่พอมันออกมาหมดนะ คือโล่งเลย! เหมือนยกภูเขาออกจากอก หายใจหายคอคล่องขึ้นเยอะมาก

จริง ๆ คืออ้วกมันเหมือนร่างกายพยายามจะบอกอะไรเราซักอย่างแหละ อย่างคราวนั้นคือ เตือนว่า "เฮ้ย! เผ็ดไปแล้วนะเว้ย! กินอะไรเข้าไปเนี่ย!!" ???? ก็ดีนะ ที่ร่างกายมันรีบจัดการ ไม่งั้นคงทรมานกว่านี้อีกเยอะ

  • ส้มตำร้านป้า: รสจัดจ้านมาก เผ็ดจนลืมโลก แต่ก็อร่อย! (ถ้าไม่เยอะเกินไป)
  • อาการ: ปวดท้องบิด, คลื่นไส้, อาเจียน
  • ความรู้สึกหลังอ้วก: โล่ง, สบายตัวขึ้น, หายใจคล่อง
  • บทเรียน: กินเผ็ดแต่พอดี, ฟังเสียงร่างกายตัวเอง
  • วันที่: 17 พฤษภาคม 2567

สำคัญ: อาเจียนบ่อย ๆ หรืออาเจียนรุนแรง ควรรีบไปหาหมอนะ! อย่าปล่อยทิ้งไว้

กินอิ่มแล้วจะอ้วกทำไง

แดกเยอะไป? ควบคุมตัวเองบ้าง

  • เดิน: ย่อยแม่ง
  • ขิง: ช่วยได้นะ
  • เลี่ยง: ของมันจัด
  • ยา: ถ้าไม่ไหวจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • กินช้าๆ: เคี้ยวให้ละเอียด ไม่ใช่หมา
  • น้ำ: จิบนิดหน่อย ไม่ใช่ซด
  • อากาศ: ถ่ายเทบ้าง ไม่ใช่ห้องอบ
  • โรค: ถ้าเป็นบ่อย ไปหาหมอเหอะ

ทำยังไงให้หยุดอ้วก

อ้วกหนัก? หยุดมันซะ

  • นอนราบ อย่าขยับมาก เงียบๆไว้
  • น้ำเปล่าทีละน้อย น้ำขิงก็ได้ อย่าดื่มเยอะ
  • งดอาหารหนัก รอให้หายก่อนค่อยกิน
  • หายใจลึกๆ ช้าๆ ช่วยได้นะ
  • ยา? ไปหาหมอ อย่ามั่วกินเอง
  • ประคบเย็น หน้าผากหรือคอ เย็นๆช่วยได้
  • กลิ่นมะนาว เปปเปอร์มินต์ ช่วยได้บ้าง
  • ขิง ชาหรือลูกอมก็ได้ ลองดู
  • อาหารอ่อนๆ โจ๊ก ข้าวต้ม พอหายแล้วค่อยกินอย่างอื่น

ปีนี้ (2566) ข้อมูลจาก รพ.ศิริราช พบผู้ป่วยอาการคลื่นไส้อาเจียน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากโรคไวรัส และอาหารเป็นพิษ

ทําไมถึงกินอะไรก็อ้วกออกมา?

กินแล้วอ้วก? ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

  • กินมากเกินไป? กระเพาะรับไม่ไหว
  • แพ้อาหาร? ร่างกายต่อต้าน
  • อาหารเป็นพิษ? ของเสียต้องออก
  • ติดเชื้อ? ไวรัส บุกรุก
  • กรดไหลย้อน? แสบร้อน คลื่นไส้
  • ลำไส้แปรปรวน? ควบคุมไม่ได้
  • ถุงน้ำดี? ปัญหาภายใน
  • ความเครียด? จิตใจส่งผล

สาเหตุที่ควรทราบ:

  • การกินมากเกินไป: กระเพาะอาหารขยายตัวเร็วเกินไป ทำให้เกิดแรงดันและกระตุ้นการอาเจียน
  • การแพ้อาหาร: ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อโปรตีนในอาหารบางชนิด ก่อให้เกิดอาการต่างๆ รวมถึงคลื่นไส้ อาเจียน
  • ภาวะอาหารเป็นพิษ: แบคทีเรียหรือไวรัสในอาหารทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร
  • การติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย: การติดเชื้อในกระเพาะอาหารและลำไส้ (gastroenteritis) มักมาพร้อมอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • ภาวะกรดไหลย้อน: กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก และอาจกระตุ้นการอาเจียน
  • โรคลำไส้แปรปรวน (IBS): กลุ่มอาการที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก และคลื่นไส้
  • โรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี: นิ่วในถุงน้ำดีหรือการอักเสบของถุงน้ำดี อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • ความเครียด: ความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะทางจิตใจอื่นๆ สามารถส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร และกระตุ้นอาการคลื่นไส้ อาเจียน

คำแนะนำ: สังเกตอาการ. ปรึกษาแพทย์. ไม่ใช่ทุกอย่างแก้ไขได้ด้วยตัวเอง.

มีวิธีแก้อาการแน่นท้องและคลื่นไส้อย่างไรบ้าง?

วิธีแก้อาการแน่นท้องคลื่นไส้? เข้าใจเลย มันทรมาน! ลองดูวิธีเหล่านี้ อาจช่วยได้:

  • จิบน้ำบ่อยๆ: ดื่มน้ำสำคัญมาก อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เดี๋ยวอาการจะแย่ลง

  • เน้นผักผลไม้ฉ่ำน้ำ: แตงโม แตงกวา อะไรพวกนี้ ช่วยได้เยอะเลย

  • กินมื้อเล็กๆ: อย่าจัดหนักทีเดียว ลองแบ่งเป็นหลายมื้อย่อยๆ ดูสิ

  • โพรไบโอติกส์: พวกนี้ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ อาจทำให้อาการดีขึ้นนะ

  • ขยับร่างกาย: เดินเล่นเบาๆ ก็ยังดีกว่านั่งเฉยๆ ทั้งวัน

  • เลี่ยงไขมันและคาเฟอีน: ของมันๆ กับกาแฟ อาจกระตุ้นอาการได้

เกร็ดเล็กน้อย: เคยได้ยินว่าขิงช่วยได้เหมือนกันนะ ลองหาชาขิงมาจิบดูสิ! อีกอย่าง การนั่งสมาธิก็อาจช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการได้เหมือนกัน

หมายเหตุ: ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์นะ อย่าปล่อยไว้นาน

อ้วกแล้วกินอะไรได้บ้าง?

หลังอาเจียน สิ่งที่ควรใส่ใจคือการ รักษาสมดุลอิเล็กโทรไลต์ และ ฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร ที่บอบบาง อาหารที่เลือกจึงควรเป็นอะไรที่อ่อนโยน ไม่กระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของกระเพาะมากเกินไป

  • จิบน้ำใส: น้ำเปล่า, น้ำข้าว, หรือน้ำซุปใส คือตัวเลือกแรกที่ดีเสมอ ค่อยๆ จิบทีละน้อยเพื่อป้องกันการอาเจียนซ้ำ
  • อิเล็กโทรไลต์ทดแทน: ORS (Oral Rehydration Solution) หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ ช่วยชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการอาเจียน แต่ระวังปริมาณน้ำตาล หากมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้
  • อาหารอ่อน: ข้าวต้ม โจ๊ก หรือซุปไก่ใส เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ให้พลังงาน และไม่ทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนัก
  • ขิง: น้ำขิงอุ่นๆ ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ดี แต่บางคนอาจไม่ชอบรสชาติฉุนของขิง
  • หลีกเลี่ยง: อาหารมัน, อาหารรสจัด, นม, กาแฟ, และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดไปก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการไม่สบายท้อง

ข้อคิด: จริงๆ แล้วร่างกายคนเราฉลาดนะ เวลาไม่สบายมักจะอยากกินอะไรที่มัน "ใช่" เองโดยธรรมชาติ สังเกตความต้องการของร่างกายตัวเองบ้างก็ดีเหมือนกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สารละลายน้ำตาลเกลือ (ORS) มีสูตรมาตรฐานตาม WHO (องค์การอนามัยโลก) หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
  • โพรไบโอติก บางชนิดอาจช่วยฟื้นฟูสมดุลแบคทีเรียในลำไส้หลังจากการเจ็บป่วย แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
  • หากอาการอาเจียนไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรรีบไปพบแพทย์