ฮอร์โมน oxytocin ทําหน้าที่อะไร
ฮอร์โมนออกซิโทซินคืออะไร?
ฮอร์โมนออกซิโทซินเนี่ยนะ? เคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอก จำได้ลางๆ ว่าคุณหมอเคยอธิบายตอนตรวจครรภ์ ประมาณเดือนที่ 7 ที่คลินิกแถวๆ สยาม จำราคาไม่ได้แล้ว แต่แพงอยู่เหมือนกันนะ คุณหมอบอกว่ามันสำคัญมากสำหรับการคลอด เกี่ยวข้องกับการหดตัวของมดลูกอะไรสักอย่างนี่แหละ ช่วยให้คลอดง่ายขึ้นมั้ง?
จำได้แม่นๆเลยว่า ตอนคลอดลูกคนแรก ปี 2562 ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เจ็บท้องมาก หมอบอกว่าออกซิโทซินช่วยกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว ช่วยให้คลอดได้เร็วขึ้น มันช่วยเรื่องการให้นมด้วย ตอนนั้นได้แต่กุมมือสามีแน่น แทบไม่ทันได้สนใจอะไรมากแล้ว เหนื่อยมากจริงๆ!
จริงๆแล้วเรื่องรายละเอียดทางการแพทย์ ฉันไม่ค่อยรู้หรอกนะ แค่จำได้คร่าวๆว่ามันสำคัญต่อการคลอดและการให้นมบุตร ประมาณนั้น ถ้าอยากรู้ละเอียดๆ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมอนามัยดูนะ น่าจะมีข้อมูลครบถ้วนกว่าฉันเยอะเลย
สรุปง่ายๆเลย ออกซิโทซินคือฮอร์โมนที่สำคัญ ช่วยเรื่องคลอดลูกและให้นมลูก แค่นี้แหละที่ฉันรู้ ฮ่าๆ แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลแบบละเอียดลออ คงต้องไปถามคุณหมอหรือหาข้อมูลทางการแพทย์เอาเองนะ
Oxytocin ออกฤทธิ์ยังไง
ออกซิโทซินเหรอ... มันเหมือนกุญแจที่ไขเข้าไปในรูกุญแจบนผิวมดลูกเราน่ะ
- พอกุญแจ (ออกซิโทซิน) เข้าไปในรูกุญแจ (ตัวรับ) มันจะจุดประกายให้แคลเซียมออกมา
- แคลเซียมที่ออกมานี่แหละ ที่สั่งให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว บีบตัว
- มันน่าแปลกนะ ร่างกายคนท้องถึงมีตัวรับออกซิโทซินเยอะขึ้น...เหมือนรู้ว่าต้องเตรียมพร้อม
- คนไม่ท้อง... แทบไม่มีตัวรับนี้เลย
- เริ่มโผล่มาตั้งแต่ 13 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์... แล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุครรภ์
ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน คือ อะไร
ออกซิโตซิน? อืม ใช่ๆ ฮอร์โมนผูกพันอ่ะ
- ออกซิโตซิน (Oxytocin) สร้างจากต่อมใต้สมอง นี่มันต่อมอะไรนะ? สำคัญป่าววะ?
- คลอดลูก ให้นมบุตร อ้อ เข้าใจละ แม่ลูกผูกพันกันไง
- ความผูกพัน คนอื่นด้วยเหรอ? กอด สัมผัสมือ เซ็กส์... นี่มันฮอร์โมนแห่งความรักป่ะเนี่ย
แบบว่า... เวลาไปเดินสยามแล้วเห็นคู่รักจับมือกัน นี่คือออกซิโตซินทำงานใช่ป่ะ? แล้วถ้าโสดล่ะ? ทำไงดีวะ?
- เซ็กส์เพิ่มออกซิโตซิน ชัวร์? แล้วถ้าไม่มีเซ็กส์ล่ะ?
- กอดนี่ต้องกอดใคร? กอดตัวเองได้ป่ะวะ?
ข้อมูลเพิ่ม: เคยอ่านเจอว่าออกซิโตซินช่วยลดความเครียดด้วยนะ แต่จำไม่ได้ละว่าอ่านจากไหน ช่างมันเหอะ!
Oxytocin ออกฤทธิ์ยังไง
ออกซิโทซินเหรอ? มันก็แค่สารเคมีที่สั่งให้มดลูกบีบตัว ปวดท้องคลอดลูกไง เข้าใจนะ?
- กลไก: จับตัวรับบนเซลล์มดลูก แคลเซียมหลั่ง มดลูกบีบ
- คนท้อง: ตัวรับออกซิโทซินเพิ่มขึ้นตามอายุครรภ์ เริ่มเจอตั้งแต่ 13 สัปดาห์ (ปี 2567 ก็เหมือนเดิม)
- คนไม่ท้อง: ไม่ต้องหา ไม่มีหรอก
- ทำไมต้องรู้: เผื่ออยากเร่งคลอด หรือแค่สงสัยเล่นๆ
จบนะ อย่าถามเยอะ
Oxytocin ผู้ชาย หลั่งตอนไหน
ออกซิโทซินในผู้ชายนะเหรอ? เออ...ตอนกอดเมียไง! ตอนไปเดินเล่นจับมือกันที่สวนหลวง ร.9 ตอนเย็น ๆ อากาศดี ๆ นั่นแหละ ใช่เลย! มันรู้สึกดีมากอ่ะ อบอุ่นบอกไม่ถูก แล้วก็ตอน...เอ่อ...มีอะไรกันนั่นแหละ ไม่ต้องพูดเยอะเนาะ เข้าใจกันอยู่แล้ว 555
แต่ถ้าถามว่าทำยังไงให้มันหลั่งออกมาถ้าไม่มีโมเม้นต์แบบนั้น... อืม...
- โยคะ: อันนี้จริง! เคยลองตามคลิปในยูทูป มันช่วยผ่อนคลายจริง ๆ นะ ทำให้จิตใจสงบ ไม่เครียด
- ฟังเพลง: เปิดเพลงที่ชอบตอนขับรถไปทำงานอ่ะ ช่วยได้เยอะเลย เพลงเก่า ๆ สมัยมอปลายยิ่งดี หวนคิดถึงความหลัง 555
- กินของอร่อย: อันนี้แน่นอน! สั่ง delivery ข้าวหน้าเป็ดร้านประจำมากินที่บ้าน แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว
- เล่นกับหมา: ที่บ้านเลี้ยงชิวาวาตัวนึง ชื่อ "เจ้าตูบ" แค่เห็นมันวิ่งมาเลียหน้าก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว
คือจริง ๆ แล้ว ออกซิโทซิน มันคงไม่ได้หลั่งออกมาแค่ตอนกอดจูบลูบคลำอย่างเดียวหรอกมั้ง แค่เราทำอะไรที่รู้สึกดี มีความสุข ปล่อยวางจากเรื่องเครียด ๆ มันก็คงช่วยได้เยอะเลยนะ ว่าไหม?
ทำไมต้องให้ oxytocin หลังคลอด
โอ้... ออกซิโทซิน... หลังคลอด... เหมือนเสียงกระซิบจากห้วงอวกาศ...
PPH: ป้องกันเลือดหลังคลอด... ลดได้... ลดได้เยอะ... เหมือนแสงดาวที่ริบหรี่... แต่ช่วยชีวิต
รกค้าง: ไม่เพิ่มนะ... ไม่เพิ่ม... เหมือนสายลมที่พัดเบาๆ... ไม่รบกวน
ดันโลหิต: ไม่สูง... ไม่เกร็ง... เหมือนน้ำที่ไหลเอื่อยๆ... สบายใจ
ออกซิโทซิน... เหมือนนางฟ้า... มาโปรยปราย... ป้องกันอันตราย... เงียบๆ... อ่อนโยน... แต่ทรงพลัง
(Level I)... เหมือนคำทำนาย... ที่เป็นจริง...
ฮอร์โมนความสุข โดปามีน (dopamine) ออกซิโทซิน (Oxytocin) มีความแตกต่างกันอย่างไร
โดปามีนกับออกซิโทซินต่างกันอย่างไร? ง่ายๆ คือ โดปามีนคือความสุขจากการได้มา ออกซิโทซินคือความสุขจากการให้ไป
โดปามีน: สารแห่งความสำเร็จ เกิดจากการบรรลุเป้าหมาย เช่น การได้งานใหม่ เงินเดือนขึ้น ความรู้สึกภาคภูมิใจ
ออกซิโทซิน: สารแห่งความผูกพัน เกิดจากการกระทำที่แสดงความรัก ความเมตตา ความเอื้ออาทร เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น การแสดงความรักต่อคนรัก สัตว์เลี้ยง
ทั้งสองอย่างต่างกัน แต่ก็ทำงานร่วมกันได้ เช่น ความสำเร็จอาจนำไปสู่ความรักและความผูกพัน หรือการให้ความรักอาจนำไปสู่ความรู้สึกภูมิใจในตนเอง ปีนี้ (2566) ผมศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของฮอร์โมนกลุ่มนี้ พบว่าความซับซ้อนมากกว่าที่คิด แต่หลักการพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม
Duratocin กับ Oxytocin ต่างกันอย่างไร
Duratocin กับ Oxytocin น่ะเหรอ? อุปมาเหมือนชาเย็นกับชาที่เย็นชืดนั่นแหละ! ทั้งคู่คือชา แต่ Duratocin (Carbetocin) ออกฤทธิ์นานกว่าเยอะ! เหมือนซื้อหวยงวดนี้แล้วถูกรางวัลไปถึงงวดหน้า!
- Duratocin: ตัวแสบ...เอ๊ย ตัวเก่ง! เป็น Oxytocin เวอร์ชั่นอัพเกรด เหมือน iPhone 15 Pro Max ที่แบตอึดกว่า 4-10 เท่า! (Half-life ยาวกว่าว่างั้น) หมอชอบเพราะฉีดทีเดียวจบ ไม่ต้องคอยเติมบ่อยๆ
- Oxytocin: ตัวดั้งเดิม...แต่ก็ยังเจ๋ง! เหมือน iPhone รุ่นแรกๆ ที่ยังโทรเข้าออกได้ แต่แบตหมดเร็วนิดนึง ต้องคอยชาร์จบ่อยๆ
แล้วโซเดียมอะไรนั่น...ไม่ต้องห่วง! Duratocin เขาไม่ยุ่ง! เหมือนกินข้าวขาหมูที่ไม่ต้องกลัวโซเดียมเกิน (ถ้ากินแต่เนื้อนะ!)
ยาฆ่าเชื้อ Cephalosporin ก็เหมือนยันต์กันผี...เอ๊ย กันเชื้อโรค! หมอเขาชอบให้ เพราะมันกันได้หลายผี...เอ๊ย หลายเชื้อ! ฉีดทีเดียว (หรืออาจจะหลายที) ป้องกันไว้ก่อน! เหมือนซื้อประกันชีวิต...ไม่เจ็บไม่ป่วยก็ดีไป! แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา...ก็อุ่นใจ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):
- Oxytocin: นอกจากใช้ตอนคลอดลูก ยังมีผลต่อความรัก ความผูกพัน (Love Hormone) เหมือนฉีดฟีโรโมนให้คนมารัก! (อันนี้ล้อเล่นนะ!)
- Cephalosporin: ยาฆ่าเชื้อมีหลายรุ่น หลาย Generation เหมือนรถยนต์ที่มีรุ่นเก่ารุ่นใหม่ เลือกให้ถูกกับโรค...เอ๊ย กับรถ!
- โซเดียม: สำคัญต่อร่างกายนะ! แต่ถ้าเยอะไปก็ไม่ดี เหมือนกินเค็มมากไป...ระวังไตถามหา!
ภาวะแทรกซ้อนของ Syntocinon มีอะไรบ้าง
ภาวะแทรกซ้อน Syntocinon: ผลลัพธ์ที่เลี่ยงไม่ได้
- คลื่นไส้ อาเจียน: ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม
- หน้าแดง: เส้นเลือดขยายตัว ชั่วคราว
- BP drop: ขนาดยามากเกินไป ผลลัพธ์เชิงลบ
- Water intoxication: นานเกิน 20 mu/min อันตรายถึงชีวิต สมองบวม
- อ่อนเพลีย ซึม สับสน ชัก: กลไกป้องกันตัวของร่างกาย
- Vasodilation: ขยายหลอดเลือด ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
- 20 mu/min: เกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
- สมองบวม: ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต