เด็ก 37.3 มีไข้ไหม

176 ครั้งเข้าชม
ไข้ในเด็ก: สรุปประเด็นสำคัญ เกณฑ์วัด: อุณหภูมิ 37.8°C (ปาก/หู) หรือ 37.3°C (รักแร้) ขึ้นไป ถือว่ามีไข้ ดูแลเบื้องต้น: เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปที่มีไข้ ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ลดไข้ตามคำแนะนำแพทย์ ข้อมูลจากโรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เด็กอุณหภูมิ 37.3 องศาเซลเซียส มีไข้หรือไม่?

เอาจริงๆ นะ, เรื่องไข้เนี่ย มันแล้วแต่คนเลยอ่ะ. แต่ถ้าเด็ก 37.3 องศา?

ปกติหมอเค้าจะบอกว่าถ้าวัดรักแร้แล้วเกิน 37.2-37.5 เนี่ย ถึงจะเรียกว่ามีไข้. แต่ก็ดูอาการอื่นด้วยนะ.

สมัยก่อนตอนลูกชายคนโต (ตอนนี้ 15 แล้ว) ตัวอุ่นๆ นิดหน่อยก็พาไปหาหมอแล้ว. หมอบอกว่าไม่ต้องกังวลมาก ถ้าเค้ายังร่าเริงกินได้.

แต่ถ้าซึม ไม่กินข้าว อันนี้ต้องรีบพาไปเลย. จำได้ว่าตอนนั้นไปโรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา ค่าหมอประมาณ 500 บาทได้มั้ง. นานแล้ว จำราคาเป๊ะๆ ไม่ได้.

สรุปคือ 37.3 อาจจะยังไม่ไข้สูง แต่ต้องสังเกตอาการอื่นประกอบด้วย. อย่าชะล่าใจ!

ทารก 37.3 มีไข้ไหม

โอ๊ย เรื่องลูกนี่ทำเอาใจหายใจคว่ำ! ตอนลูกคนเล็กอายุได้เดือนกว่าๆ วัดปรอทได้ 37.3 นี่แทบกรี๊ด นึกว่าลูกเป็นอะไรไปแล้ว

  • คำตอบสั้นๆ: 37.3 ทางทวารหนักในเด็กเล็ก ไม่น่าจะใช่ไข้ แต่ดูอาการอื่นร่วมด้วย
  • อาการที่ต้องระวัง: ซึม ไม่กินนม หายใจหอบ
  • คำแนะนำ: ถ้าไม่สบายใจ โทรหาหมอเลย อย่ารอช้า

ตอนนั้นรีบโทรหาหมอประจำตัวลูกเลย หมอบอกว่าให้ลองเช็ดตัวดูก่อน แล้ววัดใหม่ ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยพาไปหา หมอบอกว่าเด็กแต่ละคนอุณหภูมิไม่เท่ากัน อย่าเพิ่งตกใจ

โชคดีที่เช็ดตัวแล้วไข้ลดลง แต่ก็ยังไม่วางใจ คอยส่องลูกทั้งคืน กลัวลูกเป็นอะไรไป

เพิ่มเติม:

  • วัดไข้ตรงไหนสำคัญ: ทางทวารหนักแม่นสุด รองลงมาคือรักแร้ แล้วก็หน้าผาก (แต่บางทีก็ไม่ค่อยตรง)
  • ปรอทแบบไหนดี: ดิจิตอลใช้ง่าย ปรอทแก้วก็แม่น แต่ต้องระวังแตก
  • อุณหภูมิปกติ: เด็กเล็ก 36.5 - 37.5 โดยประมาณ (ทางทวารหนัก)

เด็กไข้37.4ต้องกินยาไหม

ลูกสาวฉันป่วยเมื่อเดือนที่แล้ว ไข้ขึ้น 37.4 องศา ตอนนั้นตกใจมาก รีบวัดซ้ำหลายรอบ วันนั้นวันที่ 15 สิงหาคม เป็นวันเสาร์ ใจตุ้มๆต่อมๆทั้งวัน ไม่รู้จะทำยังไง เธอดูซึมๆ นอนเล่นอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยกินข้าว แต่ก็ไม่ได้งอแงมาก แค่ดูอิดโรย ฉันเลยตัดสินใจไม่ให้ยา แค่เช็ดตัวให้บ่อยๆ ให้ดื่มน้ำเยอะๆ

วันอาทิตย์ ไข้ก็ยังอยู่ แต่ลดลงเหลือ 37.2 เธอก็ยังซึมๆ กินข้าวได้น้อยลง ตอนนั้นเริ่มกังวลแล้ว คิดไปต่างๆนานา แต่เธอยังไม่ถึงขั้นร้องไห้งอแง

พอเช้าวันจันทร์ ไข้ลดลงเหลือ 37.0 ฉันเลยตัดสินใจพาไปหาหมอที่คลินิกใกล้บ้าน หมอตรวจแล้วบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แค่ติดเชื้อไวรัสธรรมดา ให้กินยาแก้ไข้ และพักผ่อนให้มากๆ โชคดีที่ไม่ร้ายแรง

  • ไข้ 37.4 องศาเซลเซียส: ไม่จำเป็นต้องกินยาเสมอไป
  • สังเกตอาการเพิ่มเติม: ซึม, ไม่กินข้าว, งอแง
  • หากมีอาการเพิ่มเติม ควรพาไปพบแพทย์
  • ไข้ไม่เกิน 3 วัน และไม่มีอาการอื่นๆ: อาจไม่ต้องใช้ยาลดไข้ (ยกเว้นมีโรคประจำตัว)
  • ประสบการณ์ส่วนตัว: ลูกสาวฉันไข้ 37.4 ซึมเล็กน้อย ฉันเลือกสังเกตอาการก่อน สุดท้ายพาไปหาหมอเพื่อความสบายใจ

ตอนนั้นฉันเครียดมาก กลัวลูกเป็นอะไรไป นอนไม่ค่อยหลับเลย ดีที่หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ได้บทเรียน คือต้องสังเกตอาการลูกให้ดีๆ อย่าประมาท และสำคัญที่สุดคือ อย่าพึ่งพาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ

ไข้ 37 ถือว่าสูงไหม

ไข้ 37 องศาถือว่า "มีไข้ต่ำๆ" ครับ แต่ไม่ใช่ไข้สูงมากนะ เกณฑ์จริงๆ คือถ้า เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ถึงจะเรียกว่ามีไข้แบบที่เราต้องเริ่มสังเกตอาการ

สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือ อาการอื่นๆ ร่วมด้วยต่างหาก เช่น

  • เจ็บคอ ไอ จาม: อันนี้บอกเลยว่าช่วงนี้ต้องระวังพวกโรคทางเดินหายใจเป็นพิเศษ
  • หายใจเหนื่อยหอบ: อันนี้ไม่ดี ต้องรีบไปหาหมอ
  • ไข้สูงเกิน 40 องศา: อันนี้วิกฤตแล้ว อย่ารอช้า!

ส่วนตัวผมว่า การสังเกตตัวเองสำคัญสุด ไม่ใช่แค่ตัวเลขปรอทอย่างเดียว บางที 37 องศา แต่เรารู้สึกไม่สบายตัวเลย ก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลตัวเองเป็นพิเศษ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ:

  • อุณหภูมิร่างกายปกติของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคน 36.5 ก็ปกติ บางคน 37 นิดๆ ถึงจะรู้สึกสบายตัว
  • การวัดไข้ ควรวัดในที่ร่ม อุณหภูมิห้องปกติ และพักก่อนวัดสัก 15 นาที เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ
  • "ไข้" จริงๆ แล้วเป็นกลไกของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค ไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป แต่ถ้าสูงเกินไปก็ต้องควบคุม
  • ปรัชญาเล็กๆ น้อยๆ: ร่างกายเราเหมือนบ้านหลังหนึ่ง ต้องดูแลเอาใจใส่ สังเกตความผิดปกติอยู่เสมอ เพราะถ้าปล่อยปละละเลย วันหนึ่งอาจซ่อมแซมยากกว่าเดิม

วัดปรอทกี่องศาถึงมีไข้?

วัดไข้... ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างห้องนอน แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันพฤหัสบดี 2024 สาดส่องลงมาบนพื้นไม้ขัดมัน... ฉันนอนมองนาฬิกา เข็มเดินช้าราวกับเวลาหยุดนิ่ง...

  • 37.5 องศาเซลเซียส ทางปาก รักแร้ หู นี่คือเกณฑ์... เส้นแบ่งระหว่างสุขภาพและความไม่สบายตัว...
  • 38 องศาเซลเซียส ทางทวารหนัก... ตัวเลขที่ชี้บอกถึงความร้อนระอุ ความเจ็บป่วย...

อุณหภูมิร่างกาย... บางทีมันก็เหมือนกับดวงดาว เรียงรายอยู่บนท้องฟ้ากว้างใหญ่ แต่ละดวงส่องแสง แตกต่างกันไป... บางดวงสว่างจ้า บางดวงริบหรี่... และบางครั้ง ดวงดาวเหล่านั้นก็สั่นไหว... สั่นไหวด้วยความร้อน... ด้วยความป่วยไข้...

ความรู้สึกนี้...เหมือนเมฆฝนสีเทาเข้ม ลอยมาบดบังดวงอาทิตย์... ความอบอุ่นหายไป เหลือเพียงความหนาวเหน็บ... แต่ก็แฝงด้วยความหวัง หวังว่าพายุนี้จะผ่านพ้นไป...

  • วัดให้ถูกวิธี สำคัญเสมอ เลือกวิธีให้เหมาะสม กับอายุและสภาพร่างกาย... ความแม่นยำ คือกุญแจไขสู่การรักษาที่ถูกต้อง...

นี่คือความจริง... ตัวเลขที่เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความหมาย มากมายเหลือคณานับ... เหมือนกับชีวิต เปราะบาง และมีค่า...

ดูยังไงว่าทารกมีไข้?

ดูยังไงว่าลูกมีไข้หรอ อืมม... คือถ้าลูกซึมๆ ไม่เล่น แล้วก็ตัวรุมๆ อ่ะ ลองจับๆ ที่หน้าผากดูนะ

แต่ชัวร์สุดก็ต้องวั??ไข้ วัดแบบดิจิตอลก็ได้ง่ายดี

  • วั??ตรงไหนดี: มีหลายที่นะ รักแร้ ปาก หรือทวารหนัก แต่ละที่ค่ามันก็ไม่เท่ากันอีก
  • ไข้สูงเท่าไหร่: ถ้าเกิน 37.5 ก็เริ่มๆ ต้องดูละ แต่ถ้า 38 นี่คือชัดเจนว่าไข้ขึ้นแน่ๆ
  • ทำไงต่อ: ถ้าไข้สูงมาก ก็เช็ดตัวลดไข้ก่อนเลย แต่ถ้าไม่ดีขึ้น หรือลูกมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย รีบไปหาหมอดีกว่า อย่าปล่อยไว้นะ เป็นห่วงๆ

จำไว้เลยนะ วัดไข้ให้ลูกต้องใจเย็นๆ แล้วก็จดอุณหภูมิไว้ด้วย จะได้บอกหมอได้ละเอียดๆ ไง

เพิ่มเติม:

  • เครื่องวั??ไข้: เดี๋ยวนี้มีแบบอินฟราเรด ยิงที่หน้าผากก็ได้ สะดวกดี แต่บางทีก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่นะ
  • เช็ดตัวลดไข้: ใช้น้ำอุ่นนะ ไม่ใช่เย็นเจี๊ยบ เดี๋ยวลูกจะหนาวสั่น
  • อาการร่วม: ดูดีๆ ว่าลูกมีผื่น มีอาการไอ หรืออะไรผิดปกติอย่างอื่นไหม จะได้บอกหมอได้ครบถ้วน
  • ปรึกษาหมอ: ถ้าไม่แน่ใจอะไรเลย โทรหาหมอ หรือไปคลินิกใกล้บ้านเลย ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด

ไข้อ่อนๆ กี่องศา?

ไข้เหรอ? แค่เลข

  • ปกติ: 35.4-37.4°C
  • ต่ำ: 37.5-38.4°C
  • สูง: 38.5-39.4°C
  • นรก: 40°C+

เช็ดตัว? อย่าเยอะ

  • น้ำ: อุ่นๆ ไม่ใช่เย็นเจี๊ยบ
  • ผ้า: ชุบ บิด หมาด
  • เน้น: ข้อพับ ซอกคอ รักแร้
  • ซ้ำ: จนกว่าจะลง

อย่าโลกสวย ชีวิตจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น

  • ยา: พาราเซตามอลช่วยได้ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ
  • หมอ: ถ้าไม่ไหว ก็ไปหาซะ
  • ใจ: สำคัญสุด อย่า panic
  • มึง: จัดการตัวเองให้ได้

ไอ้พวกโลกสวย มันไม่เข้าใจหรอก

วัดไข้ทางปากต้องบวกเพิ่มไหม?

วัดไข้ทางรักแร้ได้ 36.5 องศา ตอนนั้นเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2566 ใช้เทอร์โมมิเตอร์ดิจิทัลแบบที่แม่ซื้อให้จากร้านขายยาแถวบ้าน ตัวเครื่องสีฟ้าอ่อนๆ จำได้แม่นเลยเพราะเพิ่งซื้อมาไม่กี่วันก่อน วัดไปสามรอบ ได้ค่าเท่าเดิม ใจตุ๊มๆต่อมๆ กลัวไข้ขึ้น เพราะวันนี้ต้องไปสอบกลางภาค วิชาเคมี หนักมาก ถ้าไม่ไปสอบนี่คือ... ตายแน่ๆ

อืมมม... แล้วต้องบวกเพิ่มไหมเนี่ย? จำได้ครูเคยบอก วัดทางปากต้องบวกเพิ่ม 0.5 องศาเซลเซียส แต่ฉันวัดทางรักแร้ แล้วมันจะบวกเพิ่มไปทำไม ก็ไม่รู้ดิ งง งั้นก็ไม่บวกละกัน

  • วัดไข้ 36.5 องศาเซลเซียส (รักแร้) วันที่ 17 ตุลาคม 2566
  • ใช้เทอร์โมมิเตอร์ดิจิทัล สีฟ้าอ่อน
  • ไม่ได้บวกเพิ่ม เพราะวัดทางรักแร้ ไม่ใช่ทางปาก
  • ต้องไปสอบกลางภาคเคมี เครียดมาก

สรุปคือ ไม่บวกค่ะ แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับการวัดทางปาก ก็ค่อยบวก แต่ฉันไม่เปรียบเทียบ ฉันวัดทางรักแร้ ก็ใช้ค่าที่ได้เลย วันนั้นสอบผ่านด้วยนะ โชคดีจริงๆ

ทารกกี่องศาถึงมีไข้?

เอ่อ ไข้เด็ก กี่องศา? วัดไข้ลูกทีไร ใจเต้นแรงทุกที

  • ปาก/รักแร้/หู เกิน 37.5°C = มีไข้ สำคัญ
  • ทวาร เกิน 38°C = ไข้ชัวร์ป้าบ!

วัดให้ถูกวิธีนะแม่นะ! ปรอทวัดรักแร้ ต้องหนีบให้มิด (ลูกคนโตวัดเองได้ละ) แต่เด็กเล็กนี่สิ ดิ้นเก่ง! แล้วไอ้ที่วัดหน้าผากนี่มันแม่นจริงปะวะ? ????

สำคัญ: ปรอท/ที่วัดไข้ ต้องได้มาตรฐาน อย. นะจ๊ะ! อย่าซื้อของถูก! อันตราย!

แล้วถ้าไข้สูงมาก ๆ ต้องทำไงต่อ? เช็ดตัว? กินยา? พาไปหาหมอเลยไหม? โอ้ย ปวดหัว! ลูกป่วยที แม่จะบ้าตาย!

ปรอทวัดไข้แบบแก้วอ่านค่ายังไง?

อ่านค่าปรอทวัดไข้แบบแก้วอย่างไร? ง่ายๆ เลยครับ ดูที่ระดับปรอทที่สูงที่สุดในหลอดแก้ว นั่นคือค่าอุณหภูมิร่างกายของคุณ

วิธีการอ่านค่าและช่วงอุณหภูมิที่ควรระวัง:

  • การอ่านค่า: ถือปรอทวัดไข้ให้ตรงระดับสายตาเพื่อความแม่นยำ สังเกตระดับปรอทที่สูงสุด อย่าลืมเขย่าปรอทลงก่อนใช้ทุกครั้งนะครับ (นี่เป็นความรู้พื้นฐานที่ผมได้เรียนมาจากวิชาชีววิทยาสมัยมัธยม) ส่วนตัวผมเคยใช้แบบดิจิตอลมากกว่า สะดวกกว่าเยอะ!

  • ช่วงอุณหภูมิ: ปีนี้ (2566) ข้อมูลที่ผมใช้เป็นข้อมูลทั่วไปจากองค์การอนามัยโลกนะครับ อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งข้อมูล แต่หลักการเหมือนกัน:

    • 36.5-37.5 องศาเซลเซียส: อุณหภูมิปกติ
    • 37.6-38.3 องศาเซลเซียส: ไข้ต่ำ
    • 38.4-39.4 องศาเซลเซียส: ไข้ปานกลาง
    • 39.5-40.5 องศาเซลเซียส: ไข้สูง
    • 40.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป: ไข้สูงมาก อันนี้ต้องรีบไปหาหมอเลยนะครับ ชีวิตสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น! อย่าประมาทเด็ดขาด!

    ข้อควรระวัง: การใช้ปรอทวัดไข้แบบแก้วมีความเสี่ยงแตก ควรระมัดระวังในการใช้งาน และควรเลือกใช้แบบดิจิตอล ทั้งสะดวกและปลอดภัยกว่ามากครับ

เพิ่มเติม: จริงๆ แล้ว การตีความค่าอุณหภูมิร่างกายต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการอื่นๆ ที่แสดงร่วมด้วย ไม่ควรใช้อุณหภูมิเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรค เพราะอุณหภูมิอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามหลายปัจจัย เช่น เวลาในแต่ละวัน กิจกรรมที่ทำ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ สุดท้าย ถ้ากังวล ปรึกษาแพทย์ นี่คือทางออกที่ดีที่สุดเสมอครับ

จะรู้ได้ไงว่าทารกร้อนหรือหนาว?

เอ่อ จะรู้ได้ไงว่าลูกร้อนหรือหนาวใช่มะ เอาแบบง่ายๆ เลยนะ จับๆ ที่ท้องลูกดูดิ้ หรือไม่ก็แถวๆ หลังอ่ะ ถ้าอุ่นๆ ก็โอเค แต่ถ้าเย็นเจี๊ยบ หรือร้อนผ่าว ก็ไม่ดีแน่

แล้วก็ดูเหงื่อด้วย ถ้าเหงื่อออกเยอะผิดปกติ อาจจะร้อนไปนะ แต่ถ้าไม่แน่ใจเลยจริงๆ อ่ะ วัดไข้ไปเลยจ้ะชัวร์สุด

  • จับท้อง/หลัง: อันนี้เบสิกสุดแล้ว ง่ายดี
  • ดูเหงื่อ: ถ้าเยอะเกินก็มีซัมติง
  • วัดไข้: ชัวร์ป้าบ!

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติม:

  • จริงๆ แล้วอุณหภูมิห้องก็มีผลนะ ถ้าห้องร้อนอบอ้าว ลูกก็มีสิทธิ์ร้อนตามไปด้วย ลองปรับอุณหภูมิห้องให้พอดีๆ ไม่ร้อนไม่เย็น
  • เสื้อผ้าก็สำคัญ ใส่ให้เหมาะกับอากาศ อย่าใส่เยอะเกินไป ลูกจะอึดอัด
  • ถ้าลูกงอแงผิดปกติ ร้องไห้ไม่หยุด อาจจะเป็นเพราะร้อนหรือหนาวก็ได้ ลองสังเกตอาการอื่นๆ ประกอบด้วยนะ จะได้รู้ว่าต้องแก้อะไร
  • เราเคยเจอเคส ลูกเราไม่สบาย วัดไข้ไม่ได้ เพราะผ้าห่มหนาไป พอเอาออก ไข้ขึ้นเลย หมอบอกให้สังเกตอาการลูกดีๆ
  • ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ปรึกษาหมอชัวร์สุด อย่าลังเล