เป็นภูมิแพ้อากาศมีลูกได้ไหม

54 ครั้งเข้าชม
ภูมิแพ้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้: ลูกมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงขึ้น (50-80%) หากพ่อแม่เป็นภูมิแพ้ แม่ตั้งครรภ์เป็นภูมิแพ้: ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพ ป้องกันอาการกำเริบระหว่างตั้งครรภ์ และลดความเสี่ยงต่อลูก การดูแล: ควบคุมอาการภูมิแพ้ ลดปัจจัยกระตุ้น และใช้ยาที่ปลอดภัยภายใต้คำแนะนำของแพทย์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เป็นภูมิแพ้อากาศ อยากมีลูกต้องเตรียมตัวอย่างไร? มีผลต่อการตั้งครรภ์และลูกในครรภ์ไหม?

เป็นภูมิแพ้อากาศ อยากมีลูกต้องเตรียมตัวอย่างไร? มีผลต่อการตั้งครรภ์และลูกในครรภ์ไหม?

หมอวราลีบอกว่าภูมิแพ้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้นะ! ลูกมีสิทธิ์เป็นภูมิแพ้สูงถึง 50-80% ถ้าพ่อแม่เป็น (เทียบกับเด็กทั่วไปที่ไม่มีประวัติครอบครัว) แล้วถ้าแม่ท้องดันเป็นภูมิแพ้...จะทำไงดี?

เอาจริงๆ ตอนรู้ว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้แล้วอยากมีลูกก็แอบเครียดเหมือนกันนะเนี่ย. แบบว่ามันจะมีผลต่อลูกมั้ย? ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง? คือแบบ…กังวลไปหมด!

ตอนนั้นก็เลยไปปรึกษาคุณหมอที่ รพ. [ชื่อโรงพยาบาล] เลย คุณหมอบอกว่า…(เดี๋ยวมาเล่าต่อนะ ไปกินข้าวก่อน หิวมาก!).

ภูมิแพ้ กับแพ้อากาศ ต่างกันอย่างไร

ภูมิแพ้ กับ แพ้อากาศ ต่างกันยังไงนะ?

เอ๊ะ หรือมันคืออันเดียวกัน? ???? แต่จำได้ว่าหมอบอก...

  • ภูมิแพ้: ร่างกายมันเวอร์ไป! เจอสารอะไรนิดหน่อยก็โวยวาย สร้างฮีสตามีนออกมาซะงั้น แล้วฮีสตามีนนี่แหละตัวดี ทำให้คันยุบยิบๆ จามไม่หยุด น้ำมูกไหลเป็นก๊อกเลย (แบบว่าเกสรดอกไม้ ขนแมว อาหารบางอย่างก็ตัวการ)

  • แพ้อากาศ: อันนี้เน้นที่ "อากาศ" เลย! สารก่อภูมิแพ้ลอยมาในอากาศไง แล้วเราสูดเข้าไปเต็มปอด บรื๋อ! ก็จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก...อารมณ์แบบเกสรดอกไม้เยอะๆช่วง...ช่วงนี้แหละมีนาคม เมษายน ที่บ้านนอกบ้านป้าเนี่ยเหลืองอร่ามเลย (แต่แพ้ฝุ่น PM 2.5 ด้วยไหมนะ? อันนั้นมันคนละเรื่องปะ?)

ข้อมูลเพิ่มเติม (รึเปล่า?)

  • ฮีสตามีน: สารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อเจอกับสารก่อภูมิแพ้ ตัวการทำให้เกิดอาการแพ้ต่างๆ
  • สารก่อภูมิแพ้: สารที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ (แต่ละคนแพ้ไม่เหมือนกันนะ! อย่างเพื่อนฉันแพ้กุ้ง ฉันไม่แพ้...แต่ฉันแพ้ใจเธอ กรี๊ด!)
  • ไรฝุ่น: ตัวเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ในฝุ่นบ้านเรานี่แหละ ชอบที่อับชื้น
  • สปอร์รา: หน่วยสืบพันธุ์ของเชื้อรา ลอยในอากาศได้ เจอความชื้นก็งอก (สยอง)
  • PM 2.5: ฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋ว อันตรายต่อสุขภาพ หายใจเข้าไปแล้วไม่ดีต่อปอดแน่ๆ
  • อาการ: คัน, จาม, น้ำมูกไหล, คัดจมูก, ตาแดง, ผื่นขึ้น (แล้วแต่คนจะเจออะไรบ้าง)

คำถามคาใจ:

  • แล้วทำไมบางคนเป็นภูมิแพ้ บางคนไม่เป็น? กรรมพันธุ์? สิ่งแวดล้อม? (หรือเพราะชาติที่แล้วทำกรรมร่วมกันมา?)
  • แพ้อากาศกับภูมิแพ้ มันรักษายังไง? กินยาแก้แพ้? ฉีดวัคซีน? (ทำไมหมอไม่บอกฉันสักที!)

ป.ล. บันทึกนี้อาจจะมั่วๆหน่อยนะ เขียนตอนง่วงๆ แต่หวังว่าคงพอมีประโยชน์บ้าง! ถ้าไม่เข้าใจก็...ไปถามหมอเองนะ! (ฮา)

ฉันจะตรวจภูมิแพ้ได้อย่างไร

ตรวจภูมิแพ้ได้ไงนะ? อืมมม... คิดหนักเลย ลืมไปหมดแล้วว่าหมอบอกยังไงบ้าง

  • ทดสอบทางผิวหนังนี่แหละจำได้! แต่มีกี่วิธีวะ? หลายวิธีมากกก คือแบบ...

  • สะกิดผิวหนัง อันนี้เจ็บนิดหน่อย แต่เร็วดี

  • ฉีดยาเข้าผิวหนัง อันนี้จำได้ว่าเจ็บกว่าสะกิดเยอะ แต่แม่นกว่ารึเปล่าไม่แน่ใจ

  • แปะสารก่อภูมิแพ้ที่ผิวหนัง วิธีนี้เป็นไงนะ ลืมแล้ว

  • เจาะเลือด! อันนี้จำได้ ตรวจหา IgE ใช่ป่ะ? หมอบอกว่า IgE เนี่ยมันบ่งบอกว่าร่างกายแพ้สารอะไร แต่ละตัวมีค่าต่างกันด้วย ปีนี้ไปตรวจมาค่า IgE สูงมากกกกก แพ้อะไรเยอะแยะเลย เหนื่อยใจจริงๆ

แล้วก็มีอะไรอีกนะ? อ้อ! จำได้แล้ว ไปหาหมอเฉพาะทางดีกว่า อย่ามั่วตรวจเอง ปีนี้ไปตรวจกับหมออัลเลอร์จี้ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เขาละเอียดดี อธิบายชัดเจน แต่แพงไปหน่อย T_T

จำได้แค่นี้แหละ สมองล้าแล้ว ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาคิดต่อ

วิธีทดสอบภูมิแพ้

ทดสอบภูมิแพ้? เรื่องง่ายๆใครก็ทำได้ แต่ผลลัพธ์แม่งสำคัญกว่า

  1. เช็ดแอลกอฮอล์ รอแห้ง ห้ามซับ
  2. ปากกาเมจิก วงๆไป จุดไหนสารอะไรว่าไป
  3. น้ำยาทดสอบ หยดให้ครบ อย่าขี้เหนียว
  4. เข็มเล็กๆ จิ้มเบาๆ พอหนังเปิด อย่าแทงควาย
  5. รอ 15-20 นาที ดูตุ่มแดง คันยิบๆ ตรงไหนขึ้นคือใช่

สำคัญ: อย่าเกา แรง เดี๋ยวเจ็บ

เพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):

  • ทำไมต้องสะกิด: ผิวหนังชั้นบนสุด (หนังกำพร้า) แม่งหนา น้ำยาซึมยาก ต้องเปิดทาง
  • ทำไมต้องรอ: ร่างกายมันต้องใช้เวลาตอบสนองหน่อย ไม่ใช่สั่งปุ๊บได้ปั๊บ
  • ทำไมต้องวง: กันลืมไงไอ้ควาย ว่าตรงไหนทดสอบอะไร
  • ทำไมต้องรู้ว่าแพ้อะไร: จะได้หลีกเลี่ยง ไม่ใช่แดกเข้าไปทุกอย่างแล้วมาโอดโอย

ถ้าขี้เกียจไปคลินิก กูไม่รู้ แต่ไปหาหมอดีกว่า