เมื่อทารกอายุครบ 48 ชั่วโมงจะได้รับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาอะไร

43 ครั้งเข้าชม
เมื่อทารกอายุ 48 ชั่วโมง จะได้รับการเจาะเลือดที่ส้นเท้าเพื่อตรวจหาภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่องตั้งแต่แรกเกิดการตรวจคัดกรองนี้มีความสำคัญ เนื่องจากหากพบภาวะผิดปกติและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยป้องกันภาวะปัญญาอ่อนในเด็กได้ โดยผลตรวจจะทราบภายใน 1-2 สัปดาห์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ตรวจเลือดทารกแรกเกิด 48 ชม. ตรวจอะไรบ้าง?

จำได้แม่นเลย! ลูกสาวคนเล็กของฉัน เกิดวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตอนนั้นหมอนัดตรวจเลือดส้นเท้าลูกภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอด เค้าบอกว่าเพื่อตรวจหาภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ เป็นหลักเลยแหละ ยังมีตรวจหาโรคอื่นๆ อีกด้วยนะ แต่จำไม่ได้ละเอียดแล้ว รู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมาก กลัวลูกมีปัญหาสุขภาพ รอผลตรวจแทบไม่ไหวเลย สองอาทิตย์ผ่านไปช้ามากๆ

ค่าใช้จ่ายตอนนั้นจำไม่ได้แน่ชัด น่าจะรวมอยู่ในค่าคลอดแล้วมั้ง หรือไม่ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนิดหน่อย ไม่กี่ร้อยบาท ไม่เกิน 500 บาท อะไรประมาณนั้นแหละ ตอนนั้นฉันเครียดกับค่าใช้จ่ายเรื่องอื่นๆมากกว่า เลยไม่ได้จดรายละเอียดเรื่องนี้ไว้ แต่ที่แน่ๆ การตรวจเลือดนี้สำคัญมากๆ ช่วยป้องกันปัญญาอ่อนได้ ดีใจที่ลูกสาวแข็งแรงดี

ฉันว่านะ การตรวจเลือดทารกแรกเกิดนี่มันสำคัญจริงๆ ช่วยคัดกรองโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งรักษาได้เร็ว เหมือนซื้อประกันชีวิตให้ลูกเลยอะ แม้ว่าจะต้องรอนานหน่อยกว่าจะรู้ผล แต่ก็คุ้มค่ากับความสบายใจ ที่รู้ว่าลูกปลอดภัย

ลูกอายุ 48 ชั่วโมงขึ้นไปจะได้รับการเจาะเลือดตรวจอะไรบ้าง

ลูก 48 ชม. เจาะเลือด? อืม เจาะส้นเท้าอะ คัดกรองโรค บางทีก็เจาะหลังมือด้วยนะ แล้วแต่หมอสะดวกมั้ง กระดาษกรองพิเศษ? ใช่ๆๆ ต้องตรวจเลย ไม่งั้น...เอ่อ ไม่งั้นมันไม่ดี

  • คัดกรองโรคสำคัญ: พวกไทรอยด์ พีเคยู (PKU) อะไรพวกนี้ จำได้ว่าตอนลูกคนแรก หมอบอกมีหลายโรคอะ
  • ทำไมต้องเจาะส้นเท้า? สงสัยเพราะมันเจ็บน้อยสุด? แล้วเด็กตัวเล็ก เส้นเลือดมันเล็ก หายาก ด้วยมั้ง
  • กระดาษกรองคืออะไร? เหมือนกระดาษซับมัน? แต่เอาไว้ซับเลือด? แล้วเอาไปตรวจ?
  • 72 ชั่วโมง? ทำไมต้อง 48-72 ชั่วโมง? ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดหรอ? หรือแค่ สะดวกหมอ?
  • ผลตรวจนานไหม? จำไม่ได้แฮะ น่าจะอาทิตย์นึง? หรือเร็วกว่านั้น? แล้วแต่โรงพยาบาลมั้ง
  • ตรวจฟรีไหม? น่าจะฟรีนะ ถ้าคลอดโรงพยาบาลรัฐ
  • สำคัญมาก: ต้องตรวจนะ อย่าลืม!

ถ้าผลผิดปกติ? ต้องทำไงต่อ? ต้องไปหาหมอเฉพาะทาง? แล้วต้องรักษายังไง? คิดแล้วเครียดแทนพ่อแม่เลยอะ

ทารกแรกเกิดควรตรวจอะไรบ้าง

ลูกฉันเกิดวันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ที่ รพ.กรุงเทพ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก มือไม้สั่นไปหมด จำได้ว่าหมอตรวจเยอะมากเลย ตัวเหลืองนี่ก็เช็คละเอียด ต้องเจาะเลือดด้วย ตอนนั้นใจหายใจคว่ำเลย กลัวเขาร้องไห้ แต่ลูกฉันนิ่งมาก แปลกดี ผลตรวจทุกอย่างปกติ โล่งอกไปที ได้ยินเสียงลูกชัดเจนด้วย ตรวจการได้ยินผ่านฉลุย ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคกับตับอักเสบบีด้วย เข็มเล็กๆแต่ฉันก็ยังใจไม่ดีอยู่ดี

หลังจากนั้นก็พาไปตามนัดตลอด เดือนแรกๆนี่ไปบ่อยมาก หมอนัดตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง แต่ละครั้งก็ลุ้น กลัวลูกฉันจะตัวเล็กไปหรือโตช้ากว่าเด็กคนอื่น โชคดีที่เขาแข็งแรงดี พัฒนาการก็ตามเกณฑ์ ได้วัคซีนตามกำหนดครบทุกโดส ถึงตอนนี้ลูกฉันอายุ 5 เดือนแล้ว แข็งแรงสมบูรณ์ กินเก่ง นอนหลับสบาย เป็นความสุขที่สุดของชีวิตฉันจริงๆ

  • ตรวจวัดตัวเหลือง (ในช่วง 7 วันแรก)
  • เจาะเลือดตรวจคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (ในช่วง 7 วันแรก)
  • ตรวจการได้ยิน (ในช่วง 7 วันแรก)
  • วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) (ในช่วง 7 วันแรก)
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HepB) (ในช่วง 7 วันแรก)
  • ติดตามการเจริญเติบโต (ไม่เกิน 6 เดือน)
  • เสริมสร้างพัฒนาการ (ไม่เกิน 6 เดือน)
  • วัคซีนตามวัย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ปีนี้ไปตรวจที่ รพ.กรุงเทพนะ จำได้แม่นเลย เพราะค่าใช้จ่ายก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่เพื่อลูกก็ยอม ยังดีที่ประกันช่วยเหลือส่วนหนึ่ง ตอนนี้ก็โล่งใจแล้ว สุขภาพลูกแข็งแรงดี เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน สู้ๆ นะคะ

เด็กเกิดใหม่ ตรวจอะไรบ้าง

เด็กแรกเกิดควรได้รับการตรวจอะไรบ้าง? ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลแต่หลักๆ มีดังนี้

  • ภาวะตัวเหลือง (Jaundice): การประเมินระดับ Bilirubin ในเลือด สำคัญมากในช่วง 7 วันแรก เพราะอาจบ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนได้ หากสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาจต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม

  • การตรวจคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Congenital Hypothyroidism): ตรวจจากเลือด พบได้บ่อยกว่าที่คิด ถ้าไม่ตรวจอาจมีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองในระยะยาว จำเป็นต้องแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ

  • การตรวจการได้ยิน (Hearing Screening): สำคัญมากสำหรับพัฒนาการด้านภาษา ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจที่รวดเร็วและแม่นยำ ไม่ควรมองข้าม

  • วัคซีน: วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) และไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นวัคซีนสำคัญในช่วงแรกเกิด ช่วยป้องกันโรคร้ายแรงได้ ส่วนตัวคิดว่าการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะช่วยลดภาระทางสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก

สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 เดือน:

  • ติดตามการเจริญเติบโต: วัดน้ำหนัก ส่วนสูง เส้นรอบวงศีรษะ เพื่อประเมินพัฒนาการ การเจริญเติบโตที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์อาจบ่งบอกปัญหาสุขภาพได้

  • เสริมสร้างพัฒนาการ: กระตุ้นพัฒนาการด้านต่างๆ ตามวัย เช่น การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การพูดคุย แต่ละเด็กมีพัฒนาการไม่เท่ากัน อย่าเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น

  • วัคซีน: จะได้รับวัคซีนตามตารางการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับความต้องการของลูกน้อย อย่าลืม การป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอ

(ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล)

ทารกแรกเกิดต้องตรวจอะไรบ้าง

อืม...คิดหนักเหมือนกันนะ กลางดึกแบบนี้ เรื่องตรวจสุขภาพลูกแรกเกิดเนี่ย...

แรกเกิดเลยนะ เจ็ดวันแรกนี่สำคัญมาก จำได้แม่นเลย ลูกฉันตอนนั้นตรวจเยอะมาก

  • ตัวเหลือง ต้องเช็กเลย อันนี้สำคัญมาก
  • เจาะเลือด ตรวจไทรอยด์ด้วย จำได้ว่าหมอบอกว่าต้องตรวจ เพราะมีผลกับพัฒนาการ
  • ตรวจการได้ยิน จำได้ว่าตอนนั้นเครียดมาก กลัวลูกมีปัญหา
  • วัคซีน วัณโรคกับบี จำได้ว่าวันนั้นลูกฉันร้องไห้หนักมากเลย

หลังจากเจ็ดวันแล้วก็ ก่อนหกเดือน ก็ยังต้องมีการตรวจอีกนะ

  • ติดตามการเจริญเติบโต อันนี้สำคัญมาก เราต้องคอยสังเกตลูกตลอดเลย
  • เสริมสร้างพัฒนาการ ต้องกระตุ้นพัฒนาการลูกด้วยนะ เราต้องทำการบ้านเยอะเลย
  • วัคซีน ตามตารางที่หมอจัดให้ อันนี้พลาดไม่ได้เลย เราต้องคอยจดจำตารางวัคซีน ต้องพาลูกไปตามนัดทุกครั้ง

ปีนี้ 2566 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้นะ ต้องไปเช็กกับโรงพยาบาลอีกที แต่จำได้คร่าวๆแบบนี้แหละ เหนื่อยเหมือนกันนะ เป็นพ่อแม่เนี่ย...

การประเมินทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง

แสงแดดอุ่นๆ สาดผ่านม่านหน้าต่างห้องคลอด เวลาเช้าตรู่ อากาศยังฉ่ำด้วยกลิ่นยาและความหวานอ่อนๆ ของนมแม่

  • ศีรษะน้อยๆ กลมกลึง นุ่มนิ่ม เหมือนผลแอปเปิ้ล จุดอ่อนเล็กๆ บนกระหม่อม เต้นระรัวเบาๆ ราวกับจังหวะกลองแห่งชีวิตใหม่ กระดูกไหปลาร้าเล็กๆ ยังอ่อนนุ่ม เหมือนปีกนกที่กำลังจะโบยบิน

  • ใบหน้า ดวงตาปิดสนิท ยังไม่ทันได้เห็นโลกกว้าง แก้มยุ้ยๆ นุ่มนิ่ม เหมือนขนมหวาน จมูกเล็กๆ น่าทะนุถนอม เหมือนดอกไม้บานสะพรั่ง

  • ปากเล็กๆ ปิดแน่น รอคอยการดูดนม ลิ้นเล็กๆ บอบบาง เพดานปากโค้งมน เหมือนท้องฟ้า อันกว้างใหญ่ไพศาล

  • เสียงหายใจ แผ่วเบา เหมือนเสียงกระซิบของเทพนิยาย จังหวะการหายใจสม่ำเสมอ เป็นจังหวะที่สงบ เยือกเย็น เหมือนสายน้ำไหลริน

ปีนี้ (2566) การตรวจสุขภาพทารกแรกเกิด ที่โรงพยาบาลเด็กแห่งชาติ ยังคงเน้นความละเอียดถี่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของชีวิตน้อยๆ การประเมินทุกอย่างล้วนสำคัญ เป็นเสมือนการบันทึกช่วงเวลาอันแสนพิเศษ การเริ่มต้นของชีวิตใหม่

  • การตรวจสอบความสมบูรณ์ของอวัยวะสำคัญต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ

  • การวัดน้ำหนัก ความสูง และตรวจวัดรอบศีรษะ เพื่อประเมินการเจริญเติบโต

  • การตรวจสอบสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และอุณหภูมิร่างกาย

  • การประเมินพัฒนาการ เช่น การตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ การดูดนม และการเคลื่อนไหวของร่างกาย

แสงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดคืบคลานเข้ามา แต่ในห้องนี้ ยังคงอบอุ่นด้วยความรัก และความหวัง ชีวิตใหม่กำลังเริ่มต้น

ทารกแรกเกิด ต้องตรวจ อะไรบ้าง

เฮ้อ...ลูกน้อยมาแล้วววว! งานนี้พ่อแม่มือใหม่แบบผมนี่ถึงกับตาลาย ตรวจนู่นตรวจนี่สารพัด! แต่เอาเถอะ เพื่อลูก สู้ตาย! มาดูกันว่า 7 วันแรกชีวิตน้อยๆ ต้องเจออะไรบ้าง

  • ภาวะตัวเหลือง (Jaundice): อันนี้สำคัญมาก! เหมือนเจ้าตัวเล็กโดนอาบแสงอาทิตย์จัดๆ จนผิวเหลืองอร่าม หมอจะประเมินความรุนแรง บางทีอาจต้องเจาะเลือดตรวจเพิ่มเติม (เรื่องจริงนะ ไม่ได้ขำๆ)

  • พร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Congenital Hypothyroidism): ชื่อยาว แต่ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ย? ก็เลยต้องตรวจ! มันคือการตรวจคัดกรอง เพื่อเช็คความสมบูรณ์ของต่อมไทรอยด์ ของลูกน้อย สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตนะ

  • การได้ยิน (Hearing Screening): ตรวจเช็คว่าเจ้าตัวเล็กได้ยินเสียงเราหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ยินตั้งแต่เกิด ก็ต้องรีบแก้ไข เพราะส่งผลต่อพัฒนาการอย่างมาก

  • วัคซีน: นี่แหละคือประกันชีวิตให้ลูกน้อย! วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) และไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นวัคซีนสำคัญที่ควรได้รับ เพื่อป้องกันโรคร้ายแรง (ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ทีหลัง เชื่อผม)

เพิ่มเติมนิดนึง ปีนี้ (2566) โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังคงเน้นการตรวจคัดกรองเหล่านี้ในเด็กแรกเกิด แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามนโยบายของแต่ละที่ ควรสอบถามแพทย์ผู้ดูแลเด็ก เพื่อความชัวร์ อย่าลืมถามหมอให้ชัดเจนทุกข้อสงสัยนะ อย่าอาย! เพราะเป็นเรื่องของลูกเรา สำคัญที่สุด! (ผมเคยถามหมอจนหมอจำหน้าได้เลยนะ ฮ่าๆ)

Newborn screening test มีอะไรบ้าง

แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านม่านโปร่ง ทารกน้อย... ดวงตาปิดสนิท โลกใบใหม่ยังงดงามเกินบรรยาย

  • การตรวจคัดกรองแรกเกิด ปี 2566 ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ลูกฉันเองก็ได้รับการตรวจ จำได้แม่น ตื่นเต้นจนมือสั่น

  • กลุ่มโรคที่ตรวจ เยอะมาก ไม่ใช่แค่สองสามอย่าง แต่เป็นกลุ่ม กลุ่มใหญ่ๆ จำได้แค่บางส่วน เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย hypothyroidism PKU

ลมพัดแผ่วเบา เหมือนเสียงกระซิบของความรัก ความห่วงใย ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

  • การตรวจ รวดเร็ว แต่สำคัญมาก ผลตรวจเร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล แต่ของฉัน รวดเร็วทันใจ

  • สำคัญสุด การดูแลอย่างใกล้ชิด ความอบอุ่น ความรัก สัมผัสที่อ่อนโยน สำคัญกว่าคำพูดใดๆ

น้ำตาคลอเบาๆ คิดถึงวันที่ลูกฉันเกิด วันที่มีความสุขที่สุด โลกทั้งใบ หมุนรอบตัวเล็กๆ คนเดียว

  • จำเป็นต้องเฝ้าระวัง ติดตามอาการ อย่างใกล้ชิด ในช่วงแรกเกิด เพื่อการเติบโตที่สมบูรณ์ แข็งแรง

แสงเริ่มจางลง ความมืดคืบคลานเข้ามา แต่ความรัก ยังคงส่องสว่าง อยู่ตลอดไป

  • การตรวจคัดกรองแรกเกิด เป็นสิ่งจำเป็น เพื่ออนาคตที่ดี ของเด็กทารกทุกคน

(ข้อมูลเพิ่มเติม: ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำ ที่ถูกต้องและเหมาะสม สำหรับลูกน้อยของคุณ)

วิธีวัดความยาวของทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง

วัดความยาวทารกแรกเกิด? ง่ายๆ เหมือนวัดปลาทู...แต่นิ่มกว่า!

  • ยืดเส้นยืดสาย: จับน้องหนูเหยียดเบาๆ (เหมือนกำลังเล่นโยคะให้ลูก) จากหัวถึงก้นกบ...อย่าไปวัดถึงนิ้วโป้งเท้า เดี๋ยวจะยาวเกินจริง!
  • สายวัดผู้พิชิต: ใช้สายวัดแบบนิ่มๆ นะ อย่าเอาตลับเมตรช่างไม้มาวัด เดี๋ยวลูกตกใจคิดว่ากำลังสร้างบ้าน
  • ท่ายาก: ถ้าลูกดิ้นเก่ง...ก็วัดตอนหลับสิครับ! ง่ายกว่านี้มีอีกไหม? (แต่ระวังอย่าให้สายวัดไปจิ้มลูกนะ!)
  • ทำไมต้องวัด?: หมอบอกว่าเอาไว้ดูพัฒนาการ...แต่จริงๆ แล้วพ่อแม่อยากรู้ว่าลูกใครยาวกว่ากันมากกว่า (ล้อเล่นนะ!)

เกร็ดความรู้แบบขำๆ:

  • เคยได้ยินไหม? "เด็กยิ่งยาว...ยิ่งโตมาเป็นใหญ่!" (อันนี้ไม่จริงนะ...อย่าเชื่อ!)
  • บางทีการวัดความยาวลูก...ก็เหมือนการวัดความอดทนของพ่อแม่...ใครอดทนกว่าคนนั้นชนะ!
  • แต่ที่แน่ๆ วัดไปก็เท่านั้น...ลูกคุณน่ารักที่สุดอยู่ดี! (อันนี้เรื่องจริง...ไม่ได้โม้!)

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบ (ไม่)ลับ:

  • ความยาวทารกแรกเกิดเฉลี่ย (ปี 2567) อยู่ที่ประมาณ 48-53 เซนติเมตร...แต่ไม่ต้องซีเรียส ถ้าลูกคุณยาวหรือสั้นกว่านี้หน่อย...ทุกคนไม่เหมือนกันอยู่แล้ว!
  • การวัดความยาวช่วยหมอประเมินอายุครรภ์ได้...แต่ถ้าอยากรู้จริงๆ...ถามแม่เขาดีกว่า! (แม่นกว่าหมออีก!)