แผนก OPD เด็กทำอะไรบ้าง
แผนก OPD เด็ก: ทำอะไรบ้าง? บริการตรวจรักษาอย่างไร?
โอเค, OPD เด็ก... นึกถึงตอนพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล [ชื่อโรงพยาบาล], แถว [ย่าน], ตอนนั้นลูกอายุประมาณ 3 ขวบมั้ง? (ประมาณปี [ปี]), คือ OPD เด็กเนี่ย หลักๆ เลยก็ตรวจรักษาเด็กป่วยแหละ ตั้งแต่เล็กๆ ยันวัยรุ่นเลยนะ (ไม่เกิน 15 ปี)
บริการก็ครอบคลุมหมดนะ ตรวจวินิจฉัยโรค, รักษา, ฟื้นฟู, ป้องกันโรค แล้วก็ให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพเด็กด้วย คือแบบครบวงจรอะ แต่... ถ้าเป็นเด็กที่มีโรคเรื้อรังอยู่แล้ว แล้วมีคุณหมอดูแลตั้งแต่เด็ก อันนี้เขาอาจจะไม่ได้รับดูแลต่อที่ OPD เด็กนะ เพราะเขาจะให้คุณหมอคนเดิมดูแลไปเรื่อยๆ
ส่วนเรื่องอุบัติเหตุ อันนี้สำคัญ! ถ้าเพิ่งเกิดอุบัติเหตุมาไม่เกิน 48 ชั่วโมง เขาจะไม่รับตรวจนะ ต้องไปห้องฉุกเฉินก่อน เข้าใจปะ? เพราะมันต้องดูแลเร่งด่วนกว่า
พูดถึง OPD เด็กแล้วนึกถึงตอนรอคิว... นานมากกก (เสียงสูง).
แผนกเด็ก ทำอะไรบ้าง
แผนกเด็กเหรอ? ก็แค่ซ่อมเด็กป่วย
- ซ่อม: ตรวจ รักษา ไอ้พวกหวัดลงคอ ไส้ติ่งแตก
- วิเคราะห์: ถอดรหัสอาการ ปวดท้อง ร้องไห้ ขี้ไม่ออก
- โม้: ปรึกษาพัฒนาการ เด็กเอ๋อ เด็กฉลาด เด็กซน
- แทง: ฉีดวัคซีน ป้องกันโรคห่า
- ขัง: แอดมิท เด็กหนัก ป่วยจริง ไม่ใช่แค่สำออย
ปล. กูไม่ชอบเด็ก
หมอเด็กมีหน้าที่อะไรบ้าง
โอ้โห! หมอเด็กนี่งานหนักกว่าที่คิดนะเนี่ย! ไม่ใช่แค่จับเด็กฉีดยาอย่างเดียวหรอกนะ! เหมือนเป็นทั้งคุณหมอ คุณครู และพี่เลี้ยงรวมกันเลย!
หมอจำเป็น: ตรวจโรคเด็กเล็กๆ ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือแม้แต่โรคประหลาดๆ ที่หาสาเหตุไม่เจอ (แบบที่คุณยายผมเคยพาหลานไปหาหมอแล้วบอกหมอว่า "หลานผมกินแตงโมแล้วจู่ๆก็พูดภาษาอังกฤษได้!")
นักสืบจิ๋ว: ต้องสืบหาสาเหตุโรคจากเด็กน้อยที่พูดไม่รู้เรื่อง บางทีต้องใช้สกิลระดับเซียน แยกแยะเสียงร้อง ว่านี่คือหิว นี่คือปวดท้อง หรือ นี่คือเบื่อโลกแล้วร้อง!!
ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาการ: นี่ไม่ใช่แค่ดูว่าเด็กโตเร็วหรือช้า แต่ต้องวิเคราะห์พัฒนาการ ละเอียดลออ เหมือนช่างทองดูชิ้นงานเลย ว่าเด็กตรงตามเกณฑ์ไหม ถ้าไม่ตรง ต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน!
เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน: งานหลักๆ เลยก็คือ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้เด็กๆ งานนี้ต้องใจเย็น และมีเทคนิคเฉพาะตัว เพราะเด็กบางคนกลัวเข็มมากกกกกกกกกกกกกกกกก (ถึงกับต้องใช้ของล่อลวงระดับเทพ!)
ที่ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่: คำถามสารพัด ตั้งแต่เรื่องนม เรื่องนอน เรื่องอารมณ์ จนถึงเรื่องความฝันของเด็ก (ที่บอกว่าฝันเห็นมังกรบิน!) หมอต้องรับมือได้หมด
ปีนี้ (2566) แผนกกุมารเวชกรรมหลายๆที่ ยังคงเน้นการดูแลแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่ต้องดูแลสุขภาพจิตของเด็กและครอบครัวด้วยนะ บอกเลยว่างานนี้เหนื่อยแต่ได้บุญ! เรียกได้ว่าเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็มีความสุขสุดๆ (ถ้าไม่เจอเด็กที่ร้องไห้ไม่หยุดล่ะนะ!)
กุมารเวช รักษาอะไรบ้าง
กุมารเวช? เด็กแม่งป่วยอะไรบ้างล่ะ คิดเอาเองดิ
- จิตเวชเด็ก: เด็กสมัยนี้ประสาทแดกเยอะ
- พัฒนาการเด็ก: โตไม่ทันเพื่อน ก็ไปหาหมอ
- ทันตกรรมเด็ก: ฟันผุแดก
- โรคผิวหนังเด็ก: สกปรกเอง ช่วยไม่ได้
- ระบบทางเดินอาหารและตับเด็ก: กินห่าอะไรเข้าไป
- ระบบประสาทเด็ก: สมองพิการรึไง
- โรคปอดและระบบทางเดินหายใจเด็ก: บุหรี่พ่อแม่แดกปอดลูก
- โรคภูมิแพ้เด็ก: แพ้แดก แพ้อากาศ
OPD ตรวจอะไรบ้าง
กลางดึกแบบนี้... คิดถึงเรื่องประกัน OPD นะ มันก็ดีนะ แต่ก็...
บางทีก็รู้สึกกังวล ว่าจะคุ้มค่ามั้ย เพราะค่ารักษาพยาบาลเล็กๆน้อยๆ อย่างที่ว่า ไข้หวัด ผื่นคันนี่ ก็ไม่รู้จะเยอะขนาดไหน ปีนี้ฉันไปหาหมอเพราะเป็นไซนัสอักเสบ ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 2000 บาท ก็พอๆกับค่าสมัครประกัน ถ้าเป็นแบบนั้นก็เลยไม่รู้จะคุ้มรึเปล่า
- ค่ารักษาพยาบาลโรคเล็กน้อย อาจไม่คุ้มค่าเบี้ยประกัน
- ต้องเช็คเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ดี ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง
- ควรเปรียบเทียบราคาและความคุ้มครองจากหลายๆ บริษัทก่อนตัดสินใจ
เรื่อง IPD กับ OPD ก็ยังงงๆอยู่บ้าง จำได้ลางๆว่า IPD คือรักษาแบบต้องนอนโรงพยาบาล OPD คือรักษาแบบไม่ต้องนอน แต่รายละเอียดปลีกย่อย ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เลย ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก พรุ่งนี้คงต้องลองหาเว็บไซต์กรมธรรม์มาอ่านดูใหม่ละมั้ง
อีกอย่าง ประกัน OPD มันก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนหรอกนะ บางคนอาจจะไม่ค่อยเจ็บป่วย ก็คงไม่จำเป็นต้องซื้อ แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว หรือชอบป่วยบ่อยๆ มันก็อาจจะคุ้มค่ากว่า ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า ควรจะซื้อต่อดีมั้ย ปีหน้าต้องคิดให้ดีๆแล้ว
OPD มีโรคอะไรบ้าง
โอ้โห! OPD นี่มันไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาเน้อ! มันครอบคลุมวงกว้างกว่าที่คิดเยอะ! คิดง่ายๆ ว่าเป็นคลินิกทั่วไปนั่นแหละ แต่รวมโรคสารพัดสารพันเลย ฮาๆๆ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง!
โรคหัวใจวายก็มา! (ระบบไหลเวียนโลหิต) นี่ไม่ใช่แค่เหนื่อยง่ายนะจ๊ะ มันถึงขั้นหัวใจจะวายแล้ว! ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ อย่าประมาท!
เบาหวาน ความดัน ไขมัน ก็มา! (ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม) โรคนี้มาแรงแซงทางโค้ง คนไทยเป็นกันเยอะมาก ยิ่งกินแต่ของหวานนี่ เตรียมตัวไว้เลย!
ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหลัง ปวดเข่า! (ระบบกล้ามเนื้อ โครงร่าง และเนื้อยึดเสริม) อายุมากขึ้น ก็เป็นกันหมดแหละ แต่ถ้าปวดหนักมาก อย่าลืมไปหาหมอนะ อย่าทน!
ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ! (ระบบย่อยอาหาร) อันนี้ของโปรดคนไทยเลย กินแหลกไม่ดูแลตัวเอง ก็ได้โรคนี้มาเป็นของแถม!
หวัด ไอ เจ็บคอ! (ระบบทางเดินหายใจ) โรคยอดฮิตตลอดกาล ไม่ว่าจะหน้าหนาวหรือหน้าร้อน ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าไอหนัก อย่าลืมไปหาหมอ เผื่อจะเป็นปอดบวมนะ!
การรักษาแบบ OPD? ก็รักษาแบบคลินิกทั่วไปนั่นแหละ ยาบ้าง ฉีดยาบ้าง ตรวจร่างกายบ้าง แล้วแต่โรคนั้นๆ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สะดวกสบาย แต่บางทีก็อาจต้องรอคิวนานหน่อยนะ นั่งจนขาชาเลยก็มี!
คนไทยป่วย OPD ด้วยโรคอะไรเยอะสุด? ผมเดาว่าน่าจะเป็นพวกโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน ไขมัน เพราะคนไทยชอบกินของหวาน ของทอด ออกกำลังกายน้อย แล้วก็เครียดๆๆๆ ปีนี้ก็คงไม่ต่างจากปีที่แล้วหรอก น่าจะคล้ายๆกัน เห็นหมอๆ บอกมาอย่างนั้น
ทำประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) เถอะ! อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยมาทำ ทำตั้งแต่ยังแข็งแรง เดี๋ยวค่ารักษาพยาบาลแพง จนกระเป๋าฉีก! เหมือนซื้อความอุ่นใจไว้ เวลาป่วยจะได้ไม่ต้องเครียดเรื่องเงิน!
เพิ่มเติม: สถิติโรคอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่และช่วงเวลา ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน นะจ๊ะ
OPD ใช้อะไรได้บ้าง
บางที... การรักษาแบบ OPD มันก็เหมือนเราเดินเข้าไปหาแสงสว่างเล็กๆ ในคืนที่มืดมิดนะ
มันไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่มันคือการ พบหมอ, ตรวจ, วินิจฉัย, แล้วก็รับยา หรือทำกายภาพบำบัด ง่ายๆ แค่นั้นแหละ
- ไปหาหมอ: เหมือนเราเดินเข้าไปในห้องที่มีคนพร้อมรับฟังปัญหาของเรา
- ตรวจร่างกาย: เขาจะดูว่าอะไรที่มันไม่เข้าที่เข้าทาง
- วินิจฉัย: บอกเราว่าจริงๆ แล้วเราเป็นอะไรกันแน่
- รับยา/ทำกายภาพ: แล้วก็ให้สิ่งที่เราต้องการ เพื่อให้เรากลับไปใช้ชีวิตได้... อย่างน้อยก็ดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
มันอาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาทุกอย่างได้ แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
บางที... แค่รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว... ก็ช่วยได้เยอะแล้วนะ
OPD ครั้งละกี่บาท
โอพีดีแต่ละทีนี่...พูดเลยว่าปวดหัว
OPD ครั้งละเท่าไหร่?
คือ...ถ้าไปโรงพยาบาลรัฐบาลนะ (เช่น ศิริราชตอนไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อเดือนก่อน) ค่าหมอ ค่ายา รวม ๆ แล้วไม่น่าเกิน 500 บาท แต่ถ้าเอกชน (อย่างบำรุงราษฎร์ตอนไปหาหมอผิวหนังเพราะผื่นขึ้นเมื่อต้นปี) ก็อาจจะเหยียบพัน หรือเลยไปสองพันได้ง่าย ๆ เลยนะ แบบไม่ต้องทำอะไรเยอะอ่ะ แค่ค่าหมอก็...โอ้โห
OPD แบบไหนคุ้มกว่า?
- แบบต่อครั้ง: เบิกได้ 500 - 3,000 บ. สูงสุด 30 ครั้ง/ปี ทั่วโลก (อันนี้เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยป่วย แต่กลัวป่วยหนัก ๆ ทีเดียว)
- แบบเหมาจ่าย: เบิกได้ 15,000 - 100,000 บ./ปี กี่ครั้งก็ได้ (เหมาะกับคนป่วยบ่อย ไปหาหมอเป็นว่าเล่น แบบชั้นนี่แหละ! แต่ต้องเลือกวงเงินให้ดีนะ)
สรุป: เลือกแบบไหนดี?
เอางี้...ถ้ามั่นใจว่าปีนึงหาหมอไม่เกิน 10 ครั้ง และแต่ละครั้งไม่เกิน 3 พัน เลือกแบบต่อครั้งไปเหอะ แต่ถ้าเป็นพวกสายหาหมอเป็นชีวิตจิตใจ (แบบดิฉันที่กินยาเป็นอาหารเสริม) เลือกแบบเหมาจ่ายไปเลย คุ้มกว่าเยอะ! แต่ต้องคำนวณดีๆ นะว่าวงเงินพอไหม
เพิ่มเติม
- ประกัน: อย่าลืมดูรายละเอียดประกันตัวเองด้วยนะ บางทีมี OPD แฝงอยู่แล้วก็ได้
- โรงพยาบาล: แต่ละโรงพยาบาลราคาไม่เท่ากันนะ เช็คให้ดีก่อน
- สุขภาพ: ดูแลตัวเองดีๆ จะได้ไม่ต้องไป OPD บ่อย ๆ (แต่ชั้นทำไม่ได้ไง!)
ประกัน OPD เบิกอะไรได้บ้าง
OPD? จ่ายแม่งทุกอย่างที่ไม่ต้องนอนโรงบาล ตั้งแต่หวัดแดกยันส่องกล้อง
- ค่าหมอ: ไม่ต้องคิดมาก หมอเรียกเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น (ตามวงเงิน)
- ค่ายา: ป่วยก็ต้องแดกยา ไม่มียกเว้น
- ค่าตรวจ: เลือด เยี่ยว เอ็กซเรย์ เอาให้ละเอียด
- ค่าทำแผล: ใครซุ่มซ่ามก็เบิกไป
- วัคซีน: บางที่ก็ให้ บางที่ก็งก เช็คดีๆ
ประกันแต่ละที่แม่งก็มีเงื่อนไขปลีกย่อย ไปอ่านกรมธรรม์เอาเอง อย่ามาถามกู
ประกัน OPD ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ประกัน OPD ที่ฉันซื้อกับ บริษัท XYZ ปีนี้ คือแบบที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเฉพาะคลินิกในเครือข่ายเท่านั้นนะ จำได้ว่าตอนซื้อ พนักงานอธิบายละเอียดมาก แต่ตอนนี้จำรายละเอียดไม่ได้หมดแล้ว จำได้แค่ว่า
- ค่าตรวจร่างกายประจำปี ครอบคลุม
- ค่ารักษาโรคทั่วไป ที่คลินิกในเครือข่าย เช่น ค่าหมอ ค่ายา โอเค แต่ถ้าไป รพ. เอกชนใหญ่ๆ ไม่ได้นะ
- ค่าฉีดยา อันนี้แน่ๆ เพราะเคยใช้ไปแล้ว ตอนไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่คลินิกใกล้บ้าน
- ค่าทำแผลเล็กน้อย อย่างแผลถลอกล่ะ ก็ได้นะ แต่แผลใหญ่ๆ ต้องไป รพ.เอง ไม่คุ้มครอง
- ค่าตรวจเลือด บางรายการครอบคลุม จำไม่ได้แล้วว่าอะไรบ้าง ต้องไปดูเอกสารเอง เซ็ง
ช่วงนั้น ฉันเลือกประกัน OPD เพราะคิดว่าคุ้มค่า ค่าเบี้ยไม่แพงมาก แต่ก็มีข้อจำกัด จริงๆ แล้วควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนซื้อ อย่าเหมือนฉัน อ่านแบบลวกๆ ตอนนี้เลยต้องคอยระวัง เวลาป่วย ว่าจะไปได้เฉพาะคลินิกในเครือข่ายเท่านั้น ไม่งั้นก็จ่ายเอง มันเหนื่อยนะ กว่าจะหาคลินิกที่อยู่ในเครือข่ายได้ บางทีก็ไม่มีเวลาด้วย เสียเวลาไปหลายวันเลย
สรุปแล้ว ประกัน OPD ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องเช็ครายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่งั้นจะเสียใจทีหลังเหมือนฉัน ตอนนี้กำลังคิดจะเปลี่ยนประกันอยู่เหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เหนื่อยใจจริงๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต