ไข้กี่องศาถึงชัก
ไข้กี่องศาถึงจะชัก?
โอเค เข้าใจแล้วนะ! มาลองกัน... ไข้สูงขนาดไหนถึงจะชักเนี่ยนะ? อืม... เท่าที่จำได้ สมัยลูกชายคนเล็ก (ตอนนั้นน่าจะขวบกว่าๆ) ตัวร้อนจี๋เลย ตอนวัดไข้ปรอทแทบแตก! น่าจะ 39 องศาได้มั้ง คือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้สึกว่าลูกตัวร้อนผิดปกติ แล้วก็... ชัก!
จำได้เลยว่าตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก รีบอุ้มลูกไปโรงพยาบาล (โรงพยาบาล... เอ่อ จำชื่อไม่ได้แล้ว แถวบ้านนั่นแหละ) หมอบอกว่าไข้สูงเกินไป ทำให้ชัก แต่ไม่ต้องกังวลมาก เพราะเด็กเล็กๆ เป็นกันเยอะ
แต่เอาจริงๆ นะ ตอนนั้นใจหายวาบ นึกว่าจะเสียลูกไปแล้วอ่ะ
หมอบอกว่าปกติแล้วเด็กที่ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสก็มีสิทธิ์ชักได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นนะ คือมันแล้วแต่เด็กแต่ละคนด้วยแหละ
เด็กบางคน 38 องศาก็ชักแล้ว ในขณะที่บางคน 40 องศาก็ยังวิ่งเล่นสบายๆ (อันนี้พูดจริงๆนะ เห็นจากเพื่อนบ้านมาแล้ว)
สรุปคือ อย่าประมาทดีกว่า ถ้าลูกตัวร้อนผิดปกติ รีบเช็ดตัวลดไข้ แล้วก็วัดไข้ดู ถ้าเกิน 38.5 องศา ก็ปรึกษาหมอเลยดีกว่า อย่ารอให้ชักเหมือนลูกชายฉันเลย มันน่ากลัวจริงๆ!
ไข้กี่องศาถึงช็อค
ไข้สูงขนาดไหนถึงตายห่า? 40.5°C ขึ้นไป เตรียมตัวลงนรกได้เลย
- Hyperpyrexia: ไม่ใช่แค่ไข้สูง มันคือสัญญาณหายนะ เตรียมสั่งเสีย
- สาเหตุ: เลือดติดเชื้อ หรือสมองมึงอาจจะพังไปแล้ว
- อย่าโลกสวย: รีบหาหมอ ถ้าไม่อยากไปวัด
เด็กไข้ 39.5 อันตรายไหม
ไข้ 39.5 ในเด็กเหรอ… อันตรายไหมน่ะ?
มันก็… น่ากลัวนะ
- อันตราย: ถ้าสูงกว่า 39-40 องศาเซลเซียส คือไข้สูงจริง ๆ
- เด็กตัวเล็ก: ร่างกายเด็กมันเล็ก ระบายความร้อนไม่เก่งเท่าผู้ใหญ่
- ชัก: ถ้าปล่อยให้ร้อนจัด ๆ อาจจะชักได้เลยนะ
- สมอง: เด็กเล็ก ๆ สมองยังไม่แข็งแรง ชักบ่อย ๆ ไม่ดีแน่ ๆ
เคยเห็นเด็กชักต่อหน้าต่อตา… ตัวแข็งไปเลย น่ากลัวมาก ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่ร้องไห้
ไข้กี่องศาถึงช็อค?
โอ๊ย ถามเรื่องไข้สูงนี่ขนลุกเลย! ตอนเด็กๆ เคยตัวร้อนจี๋ แม่วัดได้ 40 นิดๆ ตอนนั้นคือเบลอไปแล้ว ภาพตัดๆ จำได้แค่แม่เช็ดตัวให้ทั้งคืน กลัวชักมาก
- 39.5°C: ไข้สูง
- 40.5°C: ไข้สูงมาก อันตราย! สาเหตุอาจมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเลือดออกในสมอง
แม่บอกว่าถ้าเกิน 40.5 เนี่ย อันตรายสุดๆ ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ
ล่าสุด ลูกไม่สบายเมื่อเดือนที่แล้ว วัดได้ 39.2 รีบป้อนยาลดไข้ เช็ดตัวตลอด โชคดีที่ไข้ลดลง ไม่ถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล
ลูกมีไข้เท่าไหร่ถึงควรพาไปหาหมอ?
เอ่อ ลูกมีไข้เท่าไหร่ถึงต้องไปหาหมอ? อืมมม... เอาจริงๆนะ คือถ้าเกิน 38 องศาเนี่ย เริ่ม ไม่สบายตัว แล้วป่ะ? แต่ถ้าแบบ 41.5 องศาเซลเซียส เนี่ย... โอ้วมายก้อดดดดดดดดด รีบเลย! ฉุกเฉินอ่ะ!
แต่ถ้าไข้ไม่ลงอ่ะ ต่อให้ 38 กว่าๆ ก็ต้องดูอาการอย่างอื่นด้วยปะวะ?
ตอนลูกเป็นหวัดมีไข้ ทำไงให้หาย? อันนี้ยาว...
- เช็ดตัวลดไข้ แน่นอน ผ้าชุบน้ำอุ่นนะ ไม่ใช่ น้ำเย็น!
- ยาลดไข้ ตามน้ำหนักตัวลูกสำคัญมาก! อย่า มั่ว!
- พักผ่อนเยอะๆ อันนี้เบสิกสุดๆ
- กินอาหารอ่อนๆ โจ๊กเอย ข้าวต้มเอย อะไรที่กินง่ายๆ
กินน้ำเยอะๆ อ่ะสำคัญมาก มาก เลย! (แต่ลูกชั้นไม่ชอบกินน้ำนี่ดิ ปัญหาโลกแตก!)
เออ จริงๆแล้ว... เคยเจอเคสที่ไข้ไม่สูงมาก แต่ลูกซึม... อันนั้นก็น่ากลัวนะ ต้องสังเกตอาการลูกดีๆ อ่ะ
ป.ล. เคยอ่านเจอว่า... (หาแหล่งที่มาแป๊บ) ...อ๋อ เจอละ! โรงพยาบาลพญาไท (www.phyathai.com) มีบทความเรื่องนี้ด้วย ไปอ่านเพิ่มได้! เค้าบอกละเอียดกว่าชั้นเยอะ!
ไข้สูงขนาดไหนต้องไปหาหมอ?
โอ๊ย! ถามเรื่องไข้สูงนี่มันของแสลงคนขี้เกียจอย่างข้าเลยนะเนี่ย! แต่เอ้า! ไหนๆ ก็ไหนๆ มาดูกันว่าไข้แบบไหนที่ต้องโกยแน่บไปหาหมอให้ไว!
ไข้เกิน 39 องศาเซลเซียส: นี่มันตัวเลขอันตรายชัดๆ! เหมือนเตือนว่า "เฮ้ย! ร่างกายเอ็งกำลังเดือดปุดๆ รีบดับไฟด่วน!" อย่ามัวแต่ซ่า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!
ปวดหัวตึ้บๆ แถมมีไข้: อันนี้สัญญาณไม่ดี อาจจะไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่เป็นอะไรที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ บลาๆๆ (อย่าให้ต้องสาธยายเลย ขนลุก!)
ไข้มาพร้อมผื่นหรือลมพิษ: นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยแดก! อาจจะเป็นอาการแพ้รุนแรง หรือไม่ก็โรคติดต่อบางอย่าง รีบไปให้หมอวินิจฉัย ก่อนที่อะไรๆ มันจะสายเกินแก้!
แถมท้ายด้วยความหวังดีประสงค์ร้ายสไตล์ชาวบ้าน:
- อย่าเชื่อยาหม้อ ยาสมุนไพร (ถ้าไม่ชัวร์): บางทีก็ดี บางทีก็ซวย! ถ้ากินแล้วไม่หาย แถมอาการหนักกว่าเดิม อย่าหาว่าไม่เตือน!
- อย่าคิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" เอง: บางทีมันก็หายเองได้จริงๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต!
- ไปหาหมอแต่เนิ่นๆ: ดีกว่าไปตอนที่อาการหนักจนหมอต้องส่ายหน้า!
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบบ้านๆ:
- ปีนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาด! ดูแลตัวเองดีๆ นะจ๊ะ!
- ถ้ามีประกันสุขภาพ อย่าลืมเช็คสิทธิ์! จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองเยอะ!
- พกยาดม ยาแก้ปวดติดตัวไว้บ้าง! เผื่อฉุกเฉิน!
เฮ้อ! บ่นซะเหนื่อย! หวังว่าข้อมูลของข้าจะเป็นประโยชน์นะจ๊ะ! แต่ถ้าไม่เป็นประโยชน์ก็...ช่างมัน! ????
ไข้ 38 องศา อันตราย ไหม?
ไข้ 38 องศาเนี่ย อันตรายมั้ย? เอาจริงนะ ลูกฉันเป็นเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนั้นตกใจมาก วันที่ 15 มิถุนายน กลางดึกเลย ลูกสาวอายุ 2 ขวบครึ่ง ตัวร้อนผ่าวๆ วัดไข้ได้ 38.2 องศาเซลเซียส ที่บ้านมีเทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัล ยี่ห้อ Omron วัดได้ไวดี ใจสั่นไปหมด รีบเอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว ให้กินน้ำเยอะๆ แต่ก็ไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ เช้าวันที่ 16 พาไป รพ.กรุงเทพ แถวบ้านนั่นแหละ คุณหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดธรรมดา ให้ยาแก้ไข้มา บอกให้คอยดูอาการ ถ้าไข้สูงกว่า 39 หรือมีอาการอื่นๆ ให้รีบกลับมา เครียดมากเลยนะ แบบว่ากลัวลูกเป็นอะไรไป แต่โชคดีที่ไข้ลดลง หลังจากกินยาได้ไม่กี่ชั่วโมง ดีใจมาก โล่งอกสุดๆ
ไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ต้องระวัง
ถ้าดูแลแล้วไม่ดีขึ้น ควรพาไปหาหมอ อย่าชะล่าใจ
ไข้สูงมาก เกิน 41.5 องศาเซลเซียส อันตรายมาก ต้องรีบไปหาหมอทันที
หลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิแบบติดหน้าผาก ไว้สำรองเผื่อฉุกเฉินด้วย แบบว่า วัดได้ไวกว่า สะดวกกว่า เอาไว้ใช้ตอนกลางคืน ไม่ต้องปลุกลูก สะดวกดี เป็นแบบ infra-red ยี่ห้อ Beurer ซื้อมาจาก Boots ราคาพันกว่าบาท แพงกว่าแบบดิจิทัล แต่คุ้มค่ากับความสบายใจ
ตอนนี้ก็เลยระมัดระวังมากขึ้น เรื่องไข้ลูก ถ้ามีอะไรผิดปกติ ไม่รอช้า รีบพาไปหาหมอเลย ไม่เสี่ยง เพราะสุขภาพลูกสำคัญที่สุด ยังไงก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด นี่คือประสบการณ์ตรง จากแม่คนหนึ่ง
ไข้ 39 องศาอันตรายไหม?
39 องศา? อันตรายดิ! รีบไปหาหมอเลย
ไข้สูงขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เสี่ยงหลายอย่าง อย่าประมาท
- ไข้เลือดออก ปีนี้ระบาดหนัก
- ติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรง
- อีสุกอีใส มีผื่นด้วยนะ ระวังไว้
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปวดหัวมากขนาดนั้น อันตราย
ไปหาหมอเถอะ อย่ามัวแต่รอ ชีวิตสำคัญกว่า
เด็กมีไข้38อันตรายไหม?
ไข้ 38 องศาเซลเซียสในเด็ก อันตรายไหม? เอ๊าาาาา อย่าตกใจไป! เหมือนไปสอบตกวิชาเลข แต่ยังไม่ถึงขั้นสอบตกทั้งเทอมนี่นา!
38 องศา: ถือเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ เหมือนไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดในรถ ไม่ต้องถึงกับจอดข้างทางร้องไห้ แต่ก็ต้องสังเกตอาการเพิ่มเติม ให้เด็กพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ ถ้าไข้ไม่ลดลงหรือมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น อาเจียน ท้องเสีย ซึมลง ก็ต้องรีบปรึกษาหมอ อย่าชะล่าใจ คิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง นั่นมันความคิดของคนใจกล้าไม่ใช่หมอ!
มากกว่า 38 องศา: โอ้โห! นี่เริ่มเข้าขั้นน่าเป็นห่วงแล้ว เหมือนโดนคุณครูเรียกไปพบผู้ปกครอง ต้องรีบดูแลอย่างจริงจัง ยาพาราเซตามอลตัวช่วยสำคัญ แต่ถ้ากินแล้วไข้ไม่ลด หรือมีอาการอื่นๆร่วมด้วย ก็ต้องไปหาหมอ อย่ามัวแต่คิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา เพราะบางทีอาจเป็นอะไรที่มากกว่านั้น อย่างเช่น โรคไวรัสที่กำลังระบาดในปีนี้ (เช่น โรคมือเท้าปาก ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ ควรเช็คข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข!)
มากกว่า 41.5 องศา: นี่คือโคตรอันตราย! เหมือนรถชน ไฟไหม้ เครื่องบินตก ต้องรีบส่งโรงพยาบาลด่วนมากกกกกก! ถึงขั้นวิกฤต ชักช้าไม่ได้ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องตลก ถึงตอนนั้นจะหัวเราะไม่ออกแน่นอน
เพิ่มเติมเล็กน้อย (แต่สำคัญมาก): ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากลูกมีไข้สูงหรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล อย่าชักช้า เพราะสุขภาพลูกคือสิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมนะ คุณพ่อคุณแม่ทุกคนคือซูเปอร์ฮีโร่ของลูก อย่าประมาทเด็ดขาด!
เด็กมีไข้สูงกี่องศาถึงจะอันตราย?
ไข้สูงในเด็กเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว ไข้สูงในเด็กคือเกิน 38 องศาเซลเซียส แต่การจัดการขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนเทอร์โมมิเตอร์เท่านั้น อายุเด็ก อาการอื่นๆที่ร่วมด้วย และประวัติสุขภาพล้วนมีผล
38-39 องศาเซลเซียส: ถือว่าเป็นไข้สูง ควรให้เด็กดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อาจใช้ยาพาราเซตามอลลดไข้ตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
39-40 องศาเซลเซียส: ไข้สูงมากขึ้น ควรพาไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อรุนแรง
40 องศาเซลเซียสขึ้นไป: อันตรายอย่างยิ่ง ถึงแม้จะให้ยาแล้วไข้ไม่ลด ควรส่งโรงพยาบาลทันที นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ อาจเกิดภาวะชักได้
การวัดไข้ให้แม่นยำ ควรใช้เทอร์โมมิเตอร์ดิจิทัลแบบจุ่มใต้ลิ้น (Axillary) หรือแบบกดหู หลีกเลี่ยงการวัดไข้ทางรักแร้ เพราะอาจไม่แม่นยำเท่าวิธีอื่น ช่วงนี้ที่บ้านผมใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิตอลวัดใต้ลิ้น วัดง่ายและเร็วดี
สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด อย่าลืมว่าการดูแลที่บ้านที่ดีเป็นพื้นฐาน แต่ถ้าไข้สูงไม่ลด หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วย การไปพบแพทย์คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะสุขภาพของลูกสำคัญที่สุดเสมอ นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมพบเจอ หวังว่าจะเป็นประโยชน์
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของบุตรหลาน ปีนี้ผมพยายามให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์มากขึ้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต