การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มีกี่กระบวนการ

20 การดู

การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การป้องกันปัญหา แต่เป็นการสร้างโอกาส! กระบวนการสำคัญประกอบด้วย การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน, ระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น, ประเมินผลกระทบ, วางแผนรับมืออย่างเหมาะสม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เจาะลึก 5 ขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง: ไม่ใช่แค่ป้องกัน แต่คือการสร้างโอกาส

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) มักถูกมองว่าเป็นกระบวนการป้องกันปัญหาหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร แต่ในความเป็นจริงแล้ว การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นมากกว่าแค่การป้องกัน มันคือการสร้างโอกาส การมองเห็นภาพรวมของความเสี่ยง ช่วยให้เราสามารถวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1. การกำหนดบริบทและเป้าหมาย (Establishing Context and Objectives): ก่อนเริ่มต้นกระบวนการใดๆ เราต้องเข้าใจบริบทขององค์กร ธุรกิจ หรือโครงการที่เรากำลังดำเนินการอยู่ รวมถึงเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ การกำหนดบริบทจะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของสภาพแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอก ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การแข่งขัน กฎหมาย และเทคโนโลยี ส่วนการกำหนดเป้าหมายจะช่วยให้เรามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญ และสามารถวัดผลความสำเร็จได้อย่างชัดเจน

2. การระบุความเสี่ยง (Risk Identification): ขั้นตอนนี้เกี่ยวข้องกับการค้นหา ระบุ และบันทึกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากทุกมุมมอง ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร อาจใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การระดมสมอง (Brainstorming) การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ SWOT และการศึกษาข้อมูลจากประสบการณ์ในอดีต เพื่อให้ได้รายการความเสี่ยงที่ครอบคลุมและแม่นยำที่สุด

3. การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis): หลังจากระบุความเสี่ยงได้แล้ว ต้องทำการวิเคราะห์ถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (Impact) ของแต่ละความเสี่ยง การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง และสามารถจัดสรรทรัพยากรในการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม โดยเน้นที่ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงและมีผลกระทบรุนแรงก่อน

4. การวางแผนรับมือความเสี่ยง (Risk Response Planning): ในขั้นตอนนี้ เราจะกำหนดกลยุทธ์ในการรับมือกับความเสี่ยงที่ได้วิเคราะห์ไว้ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Avoidance) การลดความเสี่ยง (Mitigation) การโอนความเสี่ยง (Transfer) และการยอมรับความเสี่ยง (Acceptance) การเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของความเสี่ยง และทรัพยากรที่มีอยู่

5. การติดตามและประเมินผล (Risk Monitoring and Review): การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่กระบวนการที่สิ้นสุดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ต้องมีการติดตาม ประเมินผล และทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่ากลยุทธ์ที่วางไว้ยังคงมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ รวมถึงการระบุความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วย 5 ขั้นตอนนี้ การบริหารความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่การป้องกันปัญหา แต่เป็นการสร้างโอกาส เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน.