น้ำตาล 1 กิโลใช้น้ำกี่ลิตร

12 การดู

น้ำเชื่อมเข้มข้น ทำง่าย เก็บได้นาน! ใช้น้ำตาล 1 กิโลกรัม ต่อน้ำเพียง 500 มิลลิลิตร เคี่ยวไฟอ่อนจนน้ำตาลละลายหมด จะได้น้ำเชื่อมเนื้อข้น เหนียว เหมาะสำหรับราดขนม ทำเครื่องดื่ม หรือใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่ ให้รสชาติหวานละมุน กลมกล่อม

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เคล็ดลับน้ำเชื่อมเข้มข้น: อัตราส่วนทองคำ น้ำตาล 1 กิโลกรัมต่อความอร่อยที่ยาวนาน

น้ำเชื่อมเข้มข้น ถือเป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะใช้ราดหน้าขนมหวานเย็นชื่นใจ ปรุงแต่งรสชาติเครื่องดื่มแก้วโปรด หรือแม้แต่เป็นส่วนผสมลับที่ช่วยให้เบเกอรี่ของคุณหอมหวานกลมกล่อมยิ่งขึ้น หลายคนอาจเคยลองทำน้ำเชื่อมเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ทั้งใสเกินไป เหลวเป็นน้ำ หรือเก็บไว้ได้ไม่นาน วันนี้ เราจึงขอเสนอสูตรน้ำเชื่อมเข้มข้นที่ง่ายแสนง่าย แต่รับประกันความอร่อยและเก็บไว้ใช้ได้นาน โดยมีเคล็ดลับอยู่ที่อัตราส่วนทองคำระหว่างน้ำตาลและน้ำ

อัตราส่วนที่ลงตัว: น้ำตาล 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร

สูตรนี้อาจแตกต่างจากสูตรน้ำเชื่อมทั่วไปที่คุณเคยเจอ แต่ความพิเศษอยู่ที่ความเข้มข้นที่ได้ ด้วยอัตราส่วนน้ำตาล 1 กิโลกรัม ต่อน้ำเพียง 500 มิลลิลิตร จะช่วยให้คุณได้น้ำเชื่อมที่มีเนื้อข้น เหนียว กำลังดี ไม่เหลวเป็นน้ำเหมือนน้ำเชื่อมทั่วไป เนื้อสัมผัสที่เข้มข้นนี้ นอกจากจะช่วยให้ราดบนขนมแล้วเกาะติดได้ดี ยังช่วยให้รสชาติหวานเข้มข้น กลมกล่อม และเก็บรักษาได้นานขึ้นโดยไม่เสียรสชาติ

ขั้นตอนการทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก:

  1. เตรียมวัตถุดิบ: น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม และน้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
  2. ละลายน้ำตาล: เทน้ำตาลทรายขาวและน้ำสะอาดลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อนๆ คนตลอดเวลาจนน้ำตาลละลายหมด อย่าเร่งไฟ เพราะจะทำให้น้ำตาลไหม้ได้
  3. เคี่ยวไฟอ่อน: เมื่อน้ำตาลละลายหมดแล้ว ให้ลดไฟลงให้อ่อนที่สุด เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคน ประมาณ 15-20 นาที หรือจนกว่าน้ำเชื่อมจะเริ่มข้นและมีสีเหลืองอ่อนๆ (ระวังอย่าเคี่ยวจนน้ำตาลไหม้)
  4. พักให้เย็น: ปิดไฟ ยกหม้อลงจากเตา พักน้ำเชื่อมให้เย็นสนิท
  5. บรรจุ: เมื่อน้ำเชื่อมเย็นแล้ว ให้เทใส่ขวดโหลแก้วที่สะอาดและแห้งสนิท ปิดฝาให้แน่น สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานหลายเดือน

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • การเลือกน้ำตาล: ควรเลือกใช้น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ เพื่อให้ได้น้ำเชื่อมที่ใสและมีรสชาติหวานบริสุทธิ์
  • การคน: ในช่วงแรกของการทำน้ำเชื่อม ให้คนบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลติดก้นหม้อ เมื่อน้ำตาลละลายแล้ว ไม่จำเป็นต้องคนบ่อย
  • การตรวจสอบความข้น: วิธีตรวจสอบว่าน้ำเชื่อมได้ที่หรือยัง ให้ตักน้ำเชื่อมขึ้นมาเล็กน้อย แล้วหยดลงในน้ำเย็น หากน้ำเชื่อมจับตัวเป็นก้อน แสดงว่าใช้ได้แล้ว
  • การเก็บรักษา: การเก็บน้ำเชื่อมในขวดโหลแก้วที่สะอาดและแห้งสนิท จะช่วยป้องกันการเกิดเชื้อรา และทำให้น้ำเชื่อมมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น

ประโยชน์สารพัดอย่าง:

น้ำเชื่อมเข้มข้นที่ได้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ดังนี้

  • ราดหน้าขนม: ใช้ราดบนขนมหวานเย็นต่างๆ เช่น น้ำแข็งไส ลอดช่อง ทับทิมกรอบ หรือขนมไทยอื่นๆ
  • ปรุงรสเครื่องดื่ม: ใช้ปรุงรสเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชา กาแฟ น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มสมุนไพร
  • ส่วนผสมเบเกอรี่: ใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่ต่างๆ เช่น เค้ก คุกกี้ หรือขนมปัง เพื่อเพิ่มความหวานและทำให้เนื้อขนมนุ่มชุ่มชื้น
  • เพิ่มความหวานให้ผลไม้: ใช้ราดบนผลไม้ต่างๆ เช่น มะม่วง ข้าวเหนียว หรือผลไม้ตามฤดูกาล

น้ำเชื่อมเข้มข้นสูตรนี้ จะช่วยให้คุณมีน้ำเชื่อมที่อร่อย กลมกล่อม และเก็บไว้ใช้ได้นาน ทำให้การทำขนมและเครื่องดื่มของคุณง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ลองนำไปปรับใช้กันดู แล้วคุณจะหลงรักในรสชาติหวานละมุนของน้ำเชื่อมเข้มข้นที่คุณทำเอง!