การดื่มน้ําเย็นทําให้ปวดท้องประจําเดือนไหม

9 การดู

ดื่มน้ำเย็นช่วงมีประจำเดือนได้สบายใจ! น้ำเย็นไม่ได้ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น เพราะอาการปวดเกิดจากการบีบตัวของมดลูก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิของน้ำที่ดื่ม ร่างกายมีกลไกปรับอุณหภูมิอยู่แล้ว น้ำที่ดื่มจะผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้ ไม่ได้ส่งผลต่อมดลูกโดยตรง

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

น้ำเย็นกับประจำเดือน: ความจริงที่คุณควรรู้

ความเชื่อที่ว่าการดื่มน้ำเย็นจะทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นนั้นแพร่หลายอย่างน่าประหลาดใจ แต่แท้จริงแล้ว ความเชื่อนี้ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุน และอาจทำให้ผู้หญิงหลายคนกังวลใจโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ (หรือที่จริงแล้วคือ การไม่มีความสัมพันธ์) ระหว่างการดื่มน้ำเย็นและอาการปวดประจำเดือน

อาการปวดประจำเดือน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dysmenorrhea เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก สารโปรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้น มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการหดตัวนี้ ความรุนแรงของอาการปวดขึ้นอยู่กับปริมาณและประสิทธิภาพของโปรสตาแกลนดิน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ระดับฮอร์โมน ความเครียด และประวัติทางการแพทย์ แต่ ไม่มีหลักฐาน ใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิของน้ำที่ดื่มเข้าไปมีผลกระทบต่อการหดตัวของมดลูกหรือระดับโปรสตาแกลนดิน

ร่างกายมนุษย์มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ซับซ้อน น้ำที่ดื่มเข้าไปจะผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร ไม่สามารถส่งผลโดยตรงต่ออุณหภูมิภายในมดลูกได้ การดื่มน้ำเย็นอาจทำให้รู้สึกเย็นชั่วคราว แต่ร่างกายจะปรับอุณหภูมิให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การกังวลว่าน้ำเย็นจะทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นจึงเป็นความกังวลที่ไม่มีมูล

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในทุกช่วงของรอบเดือน น้ำช่วยในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจช่วยบรรเทาอาการท้องอืดหรือท้องผูกซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงมีประจำเดือน ดังนั้น แทนที่จะกังวลกับอุณหภูมิของน้ำ ควรเน้นที่การดื่มน้ำสะอาดปริมาณมาก อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน เพื่อสุขภาพที่ดีโดยรวม

สรุปได้ว่า การดื่มน้ำเย็นไม่ได้ทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น ความเชื่อนี้เป็นเพียงความเชื่อที่ผิด อย่าปล่อยให้ความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานมาเพิ่มความกังวลให้กับคุณในช่วงมีประจำเดือน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และปรึกษาแพทย์หากอาการปวดประจำเดือนรุนแรงเกินไป