บล็อคหลังทำยังไงให้ฉี่ออก

11 การดู

หลังการบล็อกหลัง คุณแม่บางท่านอาจมีอาการปัสสาวะลำบากชั่วคราว เนื่องจากผลข้างเคียงของยาชาที่ใช้ แพทย์จะประเมินอาการและอาจใช้การสวนปัสสาวะเป็นวิธีช่วยระบายปัสสาวะ อาการนี้มักหายไปเองหลังยาชาหมดฤทธิ์ หากยังมีอาการควรแจ้งแพทย์ทันที

ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

คลายกังวลหลังบล็อกหลัง: ปัญหาปัสสาวะไม่ออก และวิธีรับมือ

การคลอดบุตรด้วยวิธีบล็อกหลัง เป็นวิธีที่ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการคลอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม คุณแม่หลายท่านอาจพบกับผลข้างเคียงชั่วคราวอย่างหนึ่ง คือ อาการปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะไม่ออกหลังการบล็อกหลัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรกังวลจนเกินไป แต่ควรเฝ้าสังเกตอาการและรับมืออย่างถูกวิธี

สาเหตุหลักของอาการนี้มาจากยาชาที่ใช้ในการบล็อกหลัง ยาชาจะทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะมีความไวลดลง ส่งผลให้การบีบตัวเพื่อขับปัสสาวะทำได้ไม่เต็มที่หรืออาจไม่สามารถทำได้เลย อาการนี้มักเกิดขึ้นชั่วคราว โดยจะหายไปเองเมื่อยาชาหมดฤทธิ์ ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของยาชาที่ใช้

วิธีรับมือและการดูแลตนเอง

  • การดื่มน้ำมากๆ: การดื่มน้ำมากๆ ช่วยกระตุ้นการทำงานของไตและช่วยให้ปัสสาวะไหลเวียนได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรดื่มน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรดื่มทีละมากๆ เพราะอาจทำให้เกิดอาการอื่นๆ ตามมาได้

  • การเคลื่อนไหว: การเปลี่ยนอิริยาบถ การลุกเดินเบาๆ หรือการทำกายบริหารเบาๆ อาจช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะได้

  • การประคบอุ่น: การประคบอุ่นบริเวณท้องน้อยอาจช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการขับปัสสาวะได้ แต่ควรใช้ความร้อนที่พอเหมาะ ไม่ร้อนจนเกินไป

  • การแจ้งแพทย์: หากหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว คุณแม่ยังคงมีอาการปัสสาวะไม่ออก หรือมีอาการปวดอย่างรุนแรงบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที แพทย์อาจใช้การสวนปัสสาวะเพื่อช่วยระบายปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัยและช่วยบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว

สำคัญ: การปัสสาวะไม่ออกหลังการบล็อกหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อย และมักจะหายไปเอง แต่การเฝ้าสังเกตอาการและการแจ้งแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่าปล่อยให้ความกังวลมาเพิ่มความเครียด เพราะการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลของคุณเสมอ