เกร็ดเลือดกี่แสน

10 การดู
จำนวนเกร็ดเลือดในเลือดปกติของผู้ใหญ่จะอยู่ระหว่าง 150,000 ถึง 450,000 ตัวต่อไมโครลิตร แต่ค่าปกติอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องแล็บและวิธีการตรวจ ค่าที่ต่ำกว่าปกติอาจบ่งชี้ภาวะเกร็ดเลือดต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ในขณะที่ค่าที่สูงกว่าปกติ อาจบ่งชี้ภาวะเกร็ดเลือดสูง จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
ข้อเสนอแนะ 0 การถูกใจ

เกร็ดเลือด: ตัวเลขเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อสุขภาพ

เกร็ดเลือด หรือที่เรียกกันติดปากว่า เพลตเลต เป็นองค์ประกอบสำคัญในเลือดของเรา มีหน้าที่หลักในการช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดบาดแผล ป้องกันการเสียเลือดมากเกินไป เปรียบเสมือนหน่วยซ่อมแซมฉุกเฉินที่คอยอุดรอยรั่วต่างๆ ในระบบไหลเวียนโลหิตของเรา

แล้วเกร็ดเลือดในเลือดปกติของผู้ใหญ่ควรมีจำนวนเท่าไหร่กันแน่? โดยทั่วไปแล้ว ค่าปกติจะอยู่ที่ระหว่าง 150,000 ถึง 450,000 ตัวต่อไมโครลิตร (µL) แต่ต้องย้ำว่าค่าเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ย เนื่องจากค่าปกติอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับห้องปฏิบัติการที่ทำการตรวจวิเคราะห์ รวมถึงวิธีการตรวจที่ใช้ด้วย ดังนั้น การแปลผลค่าเกร็ดเลือดจึงควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

หากผลตรวจเลือดของคุณแสดงว่ามีเกร็ดเลือดต่ำกว่า 150,000 ตัวต่อไมโครลิตร แพทย์อาจวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะ เกร็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) ภาวะนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • การผลิตเกร็ดเลือดลดลง: ไขกระดูกซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกร็ดเลือดอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเนื่องจากโรคต่างๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคไขกระดูกฝ่อ หรือการติดเชื้อไวรัสบางชนิด
  • การทำลายเกร็ดเลือดเพิ่มขึ้น: ร่างกายอาจสร้างแอนติบอดีต่อต้านเกร็ดเลือดของตัวเอง ทำให้เกร็ดเลือดถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง การใช้ยาบางชนิด หรือการตั้งครรภ์
  • การกักเก็บเกร็ดเลือดในม้าม: ม้ามมีหน้าที่ในการกรองเลือดและกำจัดเซลล์เม็ดเลือดที่หมดอายุ หากม้ามมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจกักเก็บเกร็ดเลือดไว้มากเกินไป ทำให้จำนวนเกร็ดเลือดในกระแสเลือดลดลง

ในทางตรงกันข้าม หากผลตรวจเลือดของคุณแสดงว่ามีเกร็ดเลือดสูงกว่า 450,000 ตัวต่อไมโครลิตร แพทย์อาจวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะ เกร็ดเลือดสูง (Thrombocytosis) ภาวะนี้อาจเกิดจาก

  • ปฏิกิริยาตอบสนองต่อการอักเสบ: ร่างกายอาจผลิตเกร็ดเลือดมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบจากการติดเชื้อ การบาดเจ็บ หรือโรคเรื้อรังบางชนิด
  • โรคไขกระดูก: โรคบางชนิดที่ส่งผลกระทบต่อไขกระดูก เช่น โรค Myeloproliferative neoplasms อาจทำให้ไขกระดูกผลิตเกร็ดเลือดมากเกินไป
  • หลังการผ่าตัด: การผ่าตัดบางชนิดอาจกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเกร็ดเลือดมากขึ้นชั่วคราว

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ภาวะเกร็ดเลือดสูงบางครั้งอาจไม่แสดงอาการใดๆ แต่ในบางกรณีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหัวใจ

ดังนั้น หากคุณได้รับผลตรวจเลือดที่มีค่าเกร็ดเลือดผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นค่าที่ต่ำหรือสูงเกินไป สิ่งที่ควรทำคือปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาที่เหมาะสม การวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ในระยะยาว อย่าปล่อยปละละเลยตัวเลขเล็กๆ เหล่านี้ เพราะเกร็ดเลือดมีความสำคัญต่อสุขภาพของคุณมากกว่าที่คุณคิด